กองปราบฯ​ จับสาวตุ๋นเงิน 8 แสน ร่วมลงทุนขายผ้าห่ม มีหมายจับ 6 หมาย

    วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 16​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก.1 บก.ป,พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.กก.4 บก.ป. ร่วมสนธิกำลังร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ทำการจับกุมตัว น.ส.อรอนงค์ ทองไทย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 6 หมายจับ ดังนี้
1.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคราม ที่ จ.83/2562 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อใกง ทรัพย์”
2.หมายจับศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.142/2560 ลงวับที่ 20 ธันวาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
3.หมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 84/2561 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงประขาขน”
4.หมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.84/2562 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกง”
5.หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 124/2562 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2462 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
6.หมายจับศาลแขวงอุบลราขธานี ที่ จ.23/2562 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

    โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 17.20 น.

     สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 น.ส.อรอนงค์ฯ ชักชวนให้ น.ส.จารีรัตน์ โคตรบรรเทา นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจสินค้าเกี่ยวกับผ้าห่ม​ และผ้าเช็ดตัว ซึ่งอ้างว่าจะได้กำไรดี​ และมีค่าตอบแทนสูง ผู้เสียหายจึงได้ร่วมลงทุนด้วย โดยนำเงินสดจำนวนกว่า 8 แสนบาท แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินปันผลกลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งเมื่อทวงถามเงินลงทุนกลับคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงทำให้เชื่อว่าถูกหลอก และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ

     ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 และ กองกำกับการ 4 กองบังคับการ​ปราบปราม ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม สืบทราบว่าหลังจาก น.ส.อรอนงค์ฯ​ หลอกผู้เสียหายหลายรายหลายท้องที่ จึงได้หลบหนีมาอยู่ตามรีสอร์ต โดยจะเช่าห้องพักเป็นรายวัน และเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยบางครั้งก็จะไม่จ่ายเงินค่าเช่าห้องพักโดยการหลบหนีออกไป ไม่บอกเจ้าของห้องพัก ทำอยู่อย่างนี้ตลอด กระทั่งล่าสุดทราบว่าผู้ต้องหาได้มาเช่ารีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก และกำลังจะหลบหนีไปอยู่ที่อื่น จึงได้แสดงตัวทำการจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ

    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.อรอนงค์ฯ พบว่ายังมี หมายจับตามท้องที่ต่างๆในคดีฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งหมด 6 หมายจับ จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม. กวาดล้างอาชญากรทางเศรษฐกิจ สัญชาติจีน 9 ราย​ ก่อคดีสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีน แล้วหลบหนีซุกไทย

     วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สตม.(สวนพลู) กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.​ และ​ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ

     จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน 9 ราย ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง สร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

     ทางการจีนประสานข้อมูลมายัง สตม.จึงได้สั่งการให้ กก.2 บก.สส.สตม. เฝ้าดูพฤติการณ์เกรงจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สืบสวนติดตาม และได้ทำการจับกุม และควบคุมตัวคนจีนได้จำนวน 9 ราย ดังนี้
1.นาย Chen สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตหลอกลวงสร้างอาคาร) ความเสียหาย 600,000 หยวน
2.นาง Zhuo สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(เปิดเว็บขายสินค้าออนไลน์) ความเสียหาย 800 ล้านหยวน
3.นาย Zhou สัญชาติจีน​ จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
4.นาย Lei สัญชาติจีน จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 4 ล้านหยวน
5.นาย Zhu สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
6.นาง Aixiang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
7.นาย Huancheng สัญชาติจีน​ สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้าน
8.นาง Wang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
9.นาง Li สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 150 ล้าน

     บุคคลสัญชาติจีนทั้ง 9 ราย สตม.ได้รับการประสานข้อมูลจาก สอท.จีน ว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเงินการธนาคารของประเทศจีน และได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงขอให้ สตม.ติดตามเฝ้าดูเกรงว่าอาจเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด และหากพบการกระทำผิด หรือมีพฤติการณ์เข้าเหตุเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการตามกฎหมายของไทย

    พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ ได้ระดมกวาดล้าง จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา

     หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บก.ตม.6​ ระดมกวาดล้างคนร้ายข้ามชาติ เข้ามาก่อคดีสำคัญ​ หลายพื้นที่ทางภาคใต้

บก.ตม.6​ ระดมกวาดล้างคนร้ายข้ามชาติเข้ามาก่อคดีสำคัญ​ หลายพื้นที่ทางภาคใต้ 1.สืบสวน ตม.6 ร่วม ตม.ปัตตานี และ ตม.มหาชัย ขยายผลจับเครือข่ายปลอม Passport
2.ตม.กระบี่ รวบหนุ่มไนจีเรียพัวพันแก๊งค์ Romance Scams
3.ตม.ภูเก็ต กวาดล้างจับกุม เครือข่ายคนต่างด้าวจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ท่องเที่ยว ต.ป่าตอง

     วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สตม.(สวนพลู) กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.​ และ​ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข,พ.ต.อ.ณัฏฐภาคิน ขวัญชัยพฤกษ์ รองผบก.ตม.6,พ.ต.อ.ภคยศ ทะนงศักดิ์ ผกก.สส.บก.ตม.6 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติน่าสนใจ ในห้วงวันที่ 1 ถึง 16 สิงหาคม 2562 จํานวน 4 คดี ดังนี้

     พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆ หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย โดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

  1. สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ก.ค.62 กก.สส.บก.ตม.6 และ ตม.จ.ปัตตานีจับกุมกลุ่มชาวเมียนมาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางต่อไปทำงานยังประเทศมาเลเซียจำนวน 7 ราย ซึ่งต่อมาได้มีการสืบสวนขยายผลโดยจากการสอบปากคำของผู้ต้องหาพบว่า มีกลุ่มนายหน้าที่จังหวัดสมุทรสาคร คอยอำนวยความสะดวกในการขับรถยนต์รับส่งคนต่างด้าว และซื้อตั๋วรถโดยสาร (บขส.) กก.สส.บก.ตม.6 จึงได้สืบสวนขยายผลโดยประสานงานกับ ตม.จ.สมุทรสาคร เพื่อสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม และต่อมาวันที่ 6 ส.ค.62 ได้จับกุมนายชนะ สัญชาติไทย หนึ่งในขบวนการดังกล่าว และนำตัวมาดำเนินคดียัง สภ.เมืองปัตตานี และเตรียมตัวขยายผลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายซึ่งอยู่ใน จ.นราธิวาส และ จ.กาญจนบุรี ต่อไป
  2. เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 ตม.จ.กระบี่ และ กก.สส.ภ.จ.กระบี่ ได้เข้าตรวจค้นที่ไรวินท์ รีสอร์ท หลังจากได้สืบทราบว่ามีคนต่างด้าวผิวสีหนีมาซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเมื่อไปถึงพบคนต่างด้าวลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงได้แสดงตัว​ และขอตรวจสอบ แต่คนต่างด้าวดังกล่าวไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงได้ ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า Mr.Elele สัญชาติไนจีเรีย ได้หลบหนีเข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ รอยต่อประเทศลาว โดยเข้ามา​ และอยู่ในประเทศไทยแบบผิดกฎหมายกว่า 2 ปีแล้ว จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อตรวจค้นภายในห้องพักพบ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้ค แฟลชไดรฟ์ และโทรศัพท์มือถือ จึงได้ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ โดยเมื่อตรวจสอบพบข้อมูลในอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว พบประวัติการใช้อุปกรณ์สื่อสารการติดต่อหลอกลวงหญิงสาว/ภาพ​ และคลิปวีดีโอตัดต่อของชายชาวต่างชาติหน้าตาดี/ภาพการส่งของ/ภาพที่อ้างว่าของที่ส่งมาติดอยู่ที่ศุลกากร/ตม./บริษัทขนส่ง อีกทั้งตรวจพบผู้ร่วมขบวนการหลายราย ซึ่งตม.จ.กระบี่ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อทลายแก๊งค์ดังกล่าวต่อไป
  3. เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุม นางมา อายุ 50 ปี สัญชาติเมียนมา ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณร้านขายข้าวแกงไม่มีชื่อ ถ.นาใน ต.ป่าตอง​ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง ใบกระท่อมสด รวม 2,275 ใบ,น้ำกระท่อมบรรจุถุงพร้อมดื่ม จำนวน 40 ถุง น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม,ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อมบรรจุขวด, ถุงและหลอดพลาสติก พร้อมอุปกรณ์สำหรับบรรจุแบ่งขาย โดยทั้งหมดซุกซ่อนอยู่บริเวณสถานที่จับกุม สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่า บริเวณร้านขายข้าวแกงดังกล่าว มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด พืชกระท่อม ทั้งชนิดใบสดและน้ำ ให้ประชาชนทั่วไปทั้งคนไทยและคนต่างด้าว โดยใบสดจำหน่ายและน้ำกระท่อมบรรจุถุง อีกทั้งบริเวณดังกล่าว ยังเป็นแหล่งมัวสุมของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา อีกจำนวน 7 ราย ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
  4. เมื่อวันที่ 7 พ.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุม นายโคอัสซี่ (Mr.Kouassi) อายุ 33 ปี สัญชาติ ไอวอรี่ โคสต์ ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ” ได้ที่บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ซ.อนามัย ถ.พระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง โคเคน บรรจุถุงพลาสติก พันด้วยเทปสีดำ น้ำหนักประมาณ 1 กรัม เนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบว่า มีคนต่างด้าวผิวสี มีพฤติกรรมจำหน่ายโคเคน บริเวณย่านสถานบันเทิงในพื้นที่ ต.ป่าตอง จึงได้ทำการวางแผนให้สายลับทำการล่อซื้อยาเสพติด จนกระทั่งสามารถจับกุมได้ในเวลาต่อมา โดยจากการสืบสวนขยายผล ทำให้ทราบว่า ผู้ถูกจับมีพฤติกรรมจำหน่ายโคเคนให้กับทั้งคนไทยและคนต่างชาติในพื้นที่ และคาดว่ามีกลุ่มเครือข่ายโดยมีทั้งคนไทย และคนต่างชาติผิวสีเกี่ยวข้องด้วย ซึ่ง ตม.จ.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลและทำการปราบปรามจับกุมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบก.น.1​ มอบรางวัลแก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ

    วันที่​ 15 ส.ค.62​ เวลา 17.30 น.: พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ดินแดง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ได้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ผบก.น.1​ นำคณะเข้าเยี่ยม​ และให้กำลังใจ ส.ต.ท.มนัส ที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฎิบัติหน้าที่

     วันที่​ 15 ส.ค.62 เวลา 16.00​ น. : พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.ท.ประเสริฐ ชะเอมทอง รองผกก.ป.สน.สามเสน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ ได้เดินทางเข้าเยี่ยม​ และให้กำลังใจ ส.ต.ท.มนัส ภูสดแสง ผบ.หมู่ ป.สน.บางโพ ซึ่งได้รับบาดเจ็บ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.วชิระ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จังหวัด สงขลาจัดกิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม

     เมื่อ 16 ส.ค.62 พ.อ.สุรเทพ หนูแก้ว รอง ผบ.มทบ. 42/รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ข.(ท.) เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมคุณธรรมให้กับเยาวชน จาก รร.บ้านนาทวี จำนวน 100 คน ตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีปรองดอง กิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม โดย กอ.รมน.จังหวัด ส.ข. ณ วัดนาทวี ต.นาทวี อ.นาทวี จว.ส.ข.

     ทั้งนี้ จัดให้มีการบรรยายธรรม ของทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ด้วยความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมี ท่านพระอาจารย์ภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี/เจ้าคณะอำเภอนาทวี ให้ความกรุณาเอื้อเฟื้อ สนับสนุนอย่างใกล้ชิด

กอ.รมน.จังหวัด สงขลาจัดกิจกรรม “บวร” ร่วมใจสร้างชุมชนคุณธรรม

ล่า นายทุนแสบไถเขากลางป่าเพชรบูรณ์-ทำขั้นบันไดเย้ยกฎหมายโจ่งครึ่ม

เพรชบูรณ์ – ป่าไม้ – กอ. รมน แจ้งตำรวจนายอำเภอเย้ยกฎหมายจงใจเกลื่อนกลาดกลางป่าลำตะกองและป่าคลองตะโกเมืองมะขามหวานเป็นบันไดขั้นบันไดยกนิ้ว – สะตอ

     นายชิตอินทระพรผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขานายสมพรอูปผอเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ป่าไม้ต. ไพฑูรย์เปี่ยมจิตต์รองผศ ปช 4 ต. หนองปรืออ เมืองเพชรบูรณ์จ เพชรบูรณ์และฝ่ายปกครองอำเภอหนองไผ่เปิดตัวครั้งแรกที่ 2/2562 ต่อเนื่องได้มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันการใช้ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์หนองไผ่จ. เพชรบูรณ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติลำปางเมื่อวานนี้(15 ส.ค. )

     จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ป่าดังกล่าวได้รับการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อการเพาะปลูกนอกจากนี้ยังพบว่ามีการปลูกต้นมะม่วงหิมพานต์และต้นสะตอในพื้นที่บางส่วนแล้วระหว่างการตรวจสอบพบว่าคุณไม่ได้ ข้อผิดพลาดจากเนชั่นหัวเรื่อง: การตรวจสอบภาพถ่ายโรงแรมทางอากาศพบว่ามีพื้นที่ป่าที่เหมาะสมและเหมาะสม 40-1-12 ไร่คิดเป็นค่าแรงเบื้องต้นจำนวน 2,748,877 บาโด ชั้นที่ 2 และ 3 และอยู่นอกเขตที่ดิน ส.ป.ก. จึงร่วมกันทำการตรวจสอบการบันทึก พื้นที่นำส่งพนักงานฝึกสอนสภ หนองไผ่เพื่อตรวจสอบผู้กระทำผิดต่อ ไป


นครนายก หนุ่มรับเหมาอุบล ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 คว้า 12 ล้านบาท

     เมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2562 นายอุดม จำปา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ 6 ต.คำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมภรรยา นางหนูกูล หลักคำ อายุ 38 ปี เดินทางเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ.พงษ์นรา มาวงศ์นอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก เพื่อให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2562 หมายเลข 775476 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท

     นายอุดม เล่าว่า เป็นผู้รับเหมารายย่อยมาสร้างวัดแห่งหนึ่งอยู่ที่ หมู่ 7 ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อคืนวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงมากอด ซึ่งก่อนหน้านี้ฝันลักษณะนี้จะมีโชคเคยถูกเลขท้าย 2 ตัว มาแล้ว พอรุ่งเช้าออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านสะดวกซื้อตลาดชะอม อ.แก่งคอย เห็นแม่ค้าตั้งแผงขายลอตเตอรี่อยู่หน้าร้าน จึงซื้อเลขที่ชอบจำนวน 5 ใบ มี 2 ใบ ลงท้าย 76 หลังหวยออก หยิบออกมาตรวจดูพบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ขอยืมรถกระบะหัวหน้าให้เพื่อนคนงานด้วยกันขับพามาแจ้งความ ส่วนเงินที่ได้จะนำไปใช้หนี้ ปลูกบ้าน และซื้อบ้านไม้น็อกดาวแทนกุฏิ ถวายวัด เพราะวัดที่มาสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ยืนยันว่าจะยังประกอบอาชีพรับเหมาต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก พิธีทำบุญบำเพ็ญกุศล อดีตเจ้าอาวาสและมอบทุนการศึกษา ปี 2562

วัดอุดมธานี พระอารามหลวง จัดพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศล อดีตเจ้าอาวาสและมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2562

     ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เจ้าอาวาสวัดพราหมณี พระอาะมหลวง (วัดหลวงพ่อปากแดง) พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง เป็นประธานสงฆ์ ในพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่อดีตเจ้าอาวาสและผู้มีอุปการคุณของวัดอุดมธานี พระอารามหลวง และพิธีมอบทุนการศึกษา แก่สามเณรวัดคีรีวัน เด็กเรียนโรงเรียนวัดอุดมธานี โรงเรียนโพธิวัฒน์พิทยา(วัดหนองโพธ์) โรงเรียนอัจฉริยะสามภาษา โรงเรียนวัดทองย้อย (วุฒิกรประชานุกูล)บ้านนานครนายก โรงเรียนเทศบาลท่าช้าง ร่วมจำนวน 210 ทุน

     ด้วยวัดอุดมธานี พระอารามหลวง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดนครนายก เสนาสนะภายในวัดที่ก่อสร้างมาเป็นเวลานานเกิดความชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาจึงกำหนดพิธีถวายผ้าป่าสามัคคีขึ้นเพื่อสมทบทุนบูรณะเสนาสนะและได้จัดพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศล ให้กับอดีตเจ้าอาวาสและมอบทุนการศึกษาเด็กนักเรียนทีเรียนดี แต่ทางบ้านยากจน เป็นประจำทุกๆปี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เยาวชนของชาติสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้แทนพบประชาชน ดร. เอ ส.ส.สัตหีบ ลงพื้นที่ช่องแสมสาร รับฟังปัญหาความเดือดร้อน

    วันนี้ 16 ส.ค. 62 ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ หรือ ดร.เอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ณ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในโครงการผู้แทนพบประชาชน โดยมี นายประเสริฐ พิทักษ์กรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร นายเสน่ห์ พิทักษ์กรณ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีนายอดุลย์ รักษ์สกุลสงสัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี และประชานในพื้นที่ตำบลแสมสาร กว่า 500 คน โดยภายในงานได้จัดซุ้มอาหารเลี้ยงพร้อมทั้งแจกข้าวสารให้กับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่รายได้น้อยและยากจน ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

     ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับเลือกจากประชาชนใน ต.แสมสาร และในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้เข้ามาทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้จัดทำโครงการ ผู้แทนพบประชาชนขึ้น โดยเริ่มที่ ต.แสมสาร เป็นที่แรกก่อนจะหมุนเวียนไปใน ต.นาจอมเทียน ต.พลูตาหลวง ต.สัตหีบ ต.บางเสร่ จนครบทุกตำบลในอำเภอ เพื่อจะเป็นเวทีรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ของแต่ละตำบล ก่อนนำไปแก้ไขช่วยเหลือ พร้อมประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ในเบื้องต้น และจะนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก