ตั้มโอนนานพร้อมทนาย แจ้งกองปราบฯดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลมาข่มขู่เรียก 2 ล้าน

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 31 กรกฎาคม 2562​ เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : นายรัฐนันท์ ธนทรัพย์ปรีชา หรือ “ตั้ม โอนนาน” อาชีพรับเหมาออกแบบจัดสวน พร้อม ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.ดุสิต ลาวัลย์ สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ป.เพื่อมอบหลักฐานประกอบการแจ้งความเพิ่มเติมต่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มีตัวการใช้เฟซบุ๊กปลอมชื่อ “น้องขิม” อ้างเป็นนางเอกมิวสิควีดิโอค่ายแกรมมี่ หลอกลวงให้โอนเงินมาเป็นเวลา 4 ปี รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

          ดร.เกรียงศักดิ์ฯ กล่าวว่า วันนี้เตรียมแจ้งความเพิ่มเติมกับกลุ่มคนร้ายอีก 5 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน รวมของเดิมทั้งหมด 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งได้นำหลักฐานคลิปเสียงและภาพถ่ายของ 2 คนร้ายลักษณะเป็นชายแต่งกายเหมือนแก๊งทวงหนี้นอกระบบ มาข่มขู่เอาเงินถึงบ้านผู้เสียหาย

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวว่า ตอนนี้ทราบว่ากลุ่มคนร้ายกระทำกันเป็นขบวนการหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ แบ่งหน้าที่โดยมีขิม เป็นตัวการหลักซึ่งจะมีข้อมูลการติดต่อกับครอบครัวของตั้มเพียงคนเดียว และจะมีเพื่อนอีก 3 รายคอยกล่อมตน เวลาทะเลาะกับขิม คนหนึ่งชื่อ จอย อ้างตัวเป็นครู ดีกรีระดับด๊อกเตอร์ มักมีท่าทีแสดงความมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ อีกคนชื่อหญิง ทำทีเป็นคนเฮฮา และสุดท้ายชื่อ ปอปอ อ้างตัวเป็นลูกน้องของนักการเมืองคนหนึ่งในภาคตะวันออก ที่ขอเงินจำนวน 2 ล้านบาท ไปช่วยเคลียร์คดีที่ตนถูกอ้างว่าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงอีกรายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด

          นายรัฐนันท์ฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ชายอีก 2 คนในขบวนการที่จะคอยส่งข้อความมาด่าทอตนทางเฟซบุ๊ก โดยบอกว่าเป็นแฟนขิมห้ามตนมายุ่งอีก ซึ่งภายหลังจากที่แจ้งความเมื่อสัปดาห์ก่อน ทางกลุ่มคนร้ายพากันปิดเฟซบุ๊กและเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ทั้งยังมีบุคคลไม่ทราบตัวตนโทรศัพท์มาหาทนายเพื่อขอพบเจอตนกับทนาย และจะคืนเงินให้ทั้งหมด ส่วนประเด็นที่ปอปออ้างว่าตนไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดนั้นไม่จริง เพราะตนสามารถหาเงินได้เอง ไม่ต้องไปขอใคร อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะไม่เคยมีศัตรู และต่อจากนี้จะให้ตำรวจตรวจสอบต่อไปว่าขิม ที่ตนคุยกับขิมที่เป็นนางเอกเอ็มวีนั้นเป็นคนเดียวกันหรือไม่

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมสอบปากคำผู้ร้องทุกข์อย่างละเอียดก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ยกเครื่องรถส่งไปรษณีย์ กฟภ. จับมือ ปณท. ใช้ EV

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 31​ ก.ค.62​ เวลา​ 10.30​ น.​ ณ​ สำนักงาน​ใหญ่​การไฟฟ้าส่วน​ภูมิภาค​ (กฟภ.)​ ถนนงามวงศ์วาน​ กทม.​ : การไฟฟ้าส่วน​ภูมิภาค​ (กฟภ.)​ จับมือ บริษัท​ ไปรษณีย์ไทย จำกัด​ (ปณท.)​ ยกเครื่องรถขนส่งไปรษณีย์ หันมาใช้รถ EV แทน เผยต้นทุนพลังงานแค่ กม.ละ 0.50 บาท ตีปิ๊บเรียกค่ายรถมาทดสอบคุณภาพ 2 เดือน ก่อนเคาะประมูล

          นายจรัญ บุญยะคงรัตน์ ผอ.กองส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจาก โครงการความร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)​ กับ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ที่เซ็นต์​ MOU ร่วมกัน ศึกษาวิจัยด้านการประหยัดพลังงาน ของ บริษัทไปรษณีย์ไทย ใน 3 แนวทางคือ 1.ประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในสำนักงานไปรษณีย์ 2.นำพลังงานสะอาดคือ โซล่าร์เซลมาติดตั้งใข้งาน และ 3.ต้องการได้รถประหยัดพลังงาน หรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้ในการขนส่งในกิจการไปรษณีย์

          เหตุจากปัจจุบัน ปณท. มีสาขามากกว่า 1 พันสาขาทั่วประเทศ จำเป็นต้องใช้รถจำนวนมาก มีรถยนต์มากกว่า 3 พันคัน และมอเตอไซต์มากกว่า 1 หมื่นคัน และจากการที่มีปริมาณขนส่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ ที่ซื้อขายผ่านไปรษณีย์ ทาง ปณท. จึงมีความต้องการใข้รถมากขึ้น และมองไปที่การประหยัดพลังงานด้วย ทาง กฟภ. จึงได้คัดเลือกหารถที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ตามที่ ปณท. ต้องการ

          ปรากฎว่า บริษัท แอดวานซ์ เพาเวอร์เทค จำกัด มีรถยนต์ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียง จึงได้ให้นำรถมาทำการทดสอบ ในเบื้องต้นคุณภาพถือว่าอยู่ในเกณฑ์ และจะมีการทดสอบต่อไปอีก 2 เดือน จนกว่าจะแน่ใจว่า สามารถใช้งานกับกิจการไปรษณีย์ได้จริง ถูกต้องตามแนวคิดประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งหลังจากทดสอบแล้วเสร็จ ก็จะทำการประมูลจัดซื้อจัดจ้างต่อไปตามระเบียบราชการ

          “การที่ต้องการให้มีการทดสอบรถไฟฟ้าในครั้งนี้ เพราะต้องให้สังคมได้ทราบว่า รถยนต์ไฟฟ้า สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งปัจจุบันคนยังไม่ค่อยมั่นใจ และทาง กฟภ.เอง ได้ทำโครงการนำร่องมาก่อนแล้ว โดยมีรถบัสไฟฟ้า ใช้ขนส่งพนักงาน 2 คัน และมีปั๊มเติมไฟฟ้า ซึ่งประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้า สามารถเข้ามาเติมที่นี่ได้ อยากบอกว่า รถยนต์ไฟฟ้า ใข้งานได้จริง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัด มีค่าใข้จ่ายด้านพลังงานเพียง กม.ละ 0.50 บาท เท่านั้น” นายจรัญ กล่าว

          นายสมนึก วิทยารักษ์สรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ.แอดวานซ์ เพาเวอร์เทค จำกัด กล่าวว่า ตามโครงการนี้ บริษัทได้นำเสนอ รถตู้ขนส่ง EV ตามสเป็คที่ไปรษณีย์ไทยต้องการใช้ขนส่งวัสดุ โดยเป็นรถใช้มอเตอร์ขนาด 49 KW ชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งได้ 300 กม. สามารถชาร์จได้ทั้งแบบทั่วไปคือ 10 ชม.เต็ม ชาร์จเร็ว 6 ชม. และชาร์จด่วน 1.30 ชม. รับน้ำหนักขนส่งวัสดุได้ 500 ก.ก. ทำความเร็วได้ 90 กม./ชม. อัตราค่าพลังงาน 0.50 บาท/กม. สามารถวิ่งบนถนนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 60 ซ.ม. และยังรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 8 ปี

          การนำเสนอครั้งนี้ ทาง ไปรษณีย์ไทย สามารถซื้อ หรือ เช่า ก็ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจก็เช่าไปก่อน สัญญาเช่าจะครอบคลุมถึง การประกันภัย การซ่อมบำรุง และสามารถเปลี่ยนรถได้ภายใน 24 ชม. ถ้านอกเขต กทม.ระยะทางเกินกว่า 300 กม. เปลี่ยนได้ภายใน 48 ชม. รวมทั้งสามารถหักค่าเช่า ในวันที่ไม่สามารถทำการขนส่งได้อีกด้วย

          นายสมนึกฯ​ กล่าวอีกว่า รถ EV ที่นำมาเสนอเจ้าหน้าที่ของทั้ง กฟภ. และไปรษณีย์ไทย เคยเดินทางไปดูการทดสอบที่ประเทศจีนมาแล้ว ซึ่งการทดสอบผ่านทั้งการวิ่งในน้ำระดับลึก 60 ซ.ม. วิ่งผ่านถนนขรุขระ ทดสอบการบรรทุกขนส่ง ต่างๆ อย่างไรก็ตามยังต้องผ่านการทดสอบขั้นตอนของไทย รวมถึง กรมขนส่งทางบก ด้วย พร้อมกันนี้ ตนยังได้แนะนำสถาบันการเงินของกระทรวงการคลังจีน คือ บ.ซิโนชัวร์ และ บ.คอมแพลนต์ บริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ต่อ นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร รองผู้ว่าฯกฟภ. และนายเลิศชาย แก้ววิเชียร ผู้ช่วยผู้ว่าฯกฟภ.อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบผู้รับเหมาเสพยาจนเพี้ยน ย่องปาดคอเพื่อนในงานแต่งเย็บ 32 เข็ม

          วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 31 ก.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป.​ และ​ พ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.​ นำกำลังจับกุม นายนายพิเชษฐ จีบเจือ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ จ.167/2559 ลงวันที่ 9 กันยายน 2559 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนนเพชรเกษม หน้าโรงพยาบาลหัวหิน ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.59 เวลา 21.30 น. นายพิเชษฐฯ ได้ก่อเหตุใช้มีดทำครัวปาดคอและแทงนายวิชยะ แน่นแคว้น อายุ 38 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บแผลที่บริเวณลำคอ จำนวน 17 เข็ม และที่บริเวณมืออีก 15 เข็ม เหตุเกิดภายในงานแต่งงานหน้าบ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามพยานทราบว่า นายพิเชษฐฯ ผู้ต้องหาและนายวิชยะฯ ผู้บาดเจ็บนั้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ.2555 ทั้งคู่ได้มีปากเสียงกันทำให้ไม่ลงรอยกันเรื่อยมา ต่อมาในวันเกิดเหตุทั้งสองได้มาพบเจอกันในงานแต่ง​ และนั่งดื่มสุราโต๊ะเดียวกัน ระหว่างนั้น นายพิเชษฐฯ ก็ลุกจากโต๊ะเข้าโรงครัวไปเสพยาจนมีอาการประสาทหลอนนั่งเหม่อลอยก่อนหยิบมีดทำครัวยาว 6 เซนติเมตรปาดคอ นายวิชยะฯ จากด้านหลัง 2 ครั้ง จนล้มลงนอนกับพื้น แล้วแทงซ้ำเข้าที่คอจนมีดหักปักค้างอยู่ที่คอของ นายวิชยะฯ

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายพิเชษฐฯ​ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในชุมชนวัดหนองแจง จ.เพชรบุรี ประกอบอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ จึงติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

การประปาบ่อวิน ยืนยันแหล่งน้ำดิบไม่น่าห่วง มีเพียงพอใช้ตลอดในหน้าแล้ง ทางภาคครัวเรือน สามารถใช้สอยน้ำได้ถึงสิ้นปีแน่นอน

         ในวันนี้ 31 ก.ค.62 ที่สถานีผลิตน้ำประปาเขาหินลาด ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายเชษฐพล แพประเสริฐ ผู้จัดการประปาบ่อวิน เปิดเผยว่า จากสถาน
การณ์จะเกิดสภาวะภัยแล้งน้ำ อาจทำให้การผลิตประปาบ่อวิน ในพื้นที่ตำบลบ่อวินและเขตเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อวินและใกล้เคียงเริ่มกังวล จึงได้ไปติดตามการผลิตน้ำประปาในสถานีผลิตน้ำประปาเขาหินลาด ในเครือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ซึ่งการผลิตยังเป็นปกติ ไม่น่าห่วง น้ำใช้ได้อย่างเพียงพอ โดยน้ำดิบที่นำมาผลิตประปาในกิจการประปาบ่อวิน นั้น ทางอีสท์วอเตอร์ รับมาจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และส่วนหนึ่งใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ ที่ผันมาช่วยอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลด้วย ส่วนพื้นที่บ่อวิน ก็ยังมีที่กักเก็บน้ำที่เขายางแดงมีน้ำดิบเก็บอยู่ และที่บริเวณ เขาหินลาดก็มีน้ำดิบเก็บอยู่ หากน้ำดิบไม่เพียงพอก็สามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระ มาไว้ที่อ่างเก็บน้ำหนองค้อ เพื่อส่งมาทางโรงผลิตน้ำของกิจการประปาบ่อวิน ทั้งสถานีผลิตน้ำประปาที่เขาหินลาด และสถานีผลิตน้ำประปาฝายตาจุ้ย ไปจนถึงสิ้นปี โดยมีปริมาณน้ำที่จะจ่ายให้ผู้ใช้น้ำพื้นที่บ่อวิน และพื้นที่เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้อย่างเพียงพอ จนถึงสิ้นปี 2562 แน่นอน

          นายเชษฐพล แพประเสริฐ ผู้จัดการประปาบ่อวิน กล่าวต่ออีกว่า ช่วงนี้กำลังการผลิตถือว่าเพียงพอให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลบ่อวินและเขตเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่มีจำนวน 22,000 ครัวเรือน และกำลังจะเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 500 ครัวเรือน ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ทางกิจการประปาบ่อวิน ในเครือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ มีน้ำประปาให้ใช้เพียงพออย่างแน่นอนในช่วงหน้าแล้งนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ควรตระหนักในการใช้น้ำประปาอย่างประหยัด ส่วนที่ประชาชนวิตกกังวลว่าภาคอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ ตำบลบ่อวิน นั้นจะมาดึงแหล่งน้ำของกิจการประปาบ่อวินไปใช้นั้น ไม่ต้องกังวลเนื่องจากในนิคมต่างๆ จะมีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในแต่ละนิคมที่กักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งกันอยู่แล้ว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทัพเรือ “รวมใจร่วมต้านภัยยาเสพติด” นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน กล่าวปฏิญาณไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

          เมื่อวันที่ 30 ก.ค.62 กองทัพเรือ โดย พลเรือตรีธานี แก้วเก้า ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือ เป็นผู้แทนเจ้ากรมกิจการ​พลเรือน​ทหารเรือ เป็นประธานจัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพเรือรวมใจ ร่วมต้านภัยยาเสพติด” ครั้งที่ 5 ประจำปี 2562 ในพื้นที่รับผิดชอบของ ทัพเรือภาคที่ 3 ณ โรงเรียนห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน

         พลเรือตรีธานี แก้วเก้า กล่าวว่า การจัดกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่จากศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด กรมแพทย์ทหารเรือ จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด การแสดงดนตรีสร้างความบันเทิงและสอดแทรกความรู้ จากกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ การทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม จากกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน การมอบอุปกรณ์กีฬาและเงินสมทบทุนอาหารกลางวัน มอบชุดยาสามัญประจำบ้านให้กับทางโรงเรียน ทั้งนี้ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน กล่าวปฏิญาณ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี
ภาพ/ข่าว ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือกิจการพลเรือนทหารเรือ

ชมรมเยาวชนจิตอาสา สภาแต – ออ ร่วมระดมแนวคิดเห็น ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมสร้างประโยชน์ใต้ธงไตรรงค์แบบพหุวัฒน ธรรม

          เมื่อ 30 ก.ค.62 ที่ ร้าน A- FA Sea Food สวนน้ำตลาดใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา พันโทนรบดี บัวสุสวรรณ รองผู้อำนวยการ กองภาคประชาสังคมศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน เปิดกิจกรรม จิตอาสาภาคประชาสังคม การบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์และสังคมพหุวัฒนธรรมใต้ร่มธงไตรรงค์เพื่อทำความดีถวาย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ จากนั้น นายรุสตาน อาลี นายกชมรมเยาว์ชนจิตอาสาสภาแต-ออ นายอัฟนันต์ ดารอ ร่วมขับร้องเพลงชาติสรรเสริญพระบารมี,เพลงชาติไทยรักกันไว้เถิด ใต้ร่มธงไตรรงค์ เพื่อปลูกจิตสำนึกความรักชาติเป็นหนึ่งเดียว สร้างพื้นที่ปลอดเหตุ คนปลอดภัย ต้านการการยุงเกี่ยวกับยาเสพติดทุกรูปแบบ สร้างมิตรทุกภาคส่วน ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ให้กลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุข

          จากนั้น นายอามะ สนิ บัณฑิตอาสาได้เป็นแกนนำหลัก นำเยาว์ชน ประมาณ 100 คน ระดมสมองเพื่อหาแนวทางสร้างสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เน้นหนักในเรื่องของพื้นที่ปลอดเหตุประชาชนปลอดภัย เน้นแก้ปัญหายาเสพติดทุกระบบ เป็นมิตรกับทุกภาคส่วน หรือการพูดคุยสันติสุขกับทุกกลุ่ม รวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว หรือ พหุวัฒนธรรมภายใต้ธงไตรรงค์ และ กลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุข ร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ ชมรมเยาวชนจิตอาสาสภาแต-ออ ได้ร่วมกันแปลตัวอักษรคำว่า “Peace” ที่มีความหมายว่า สันติสุข

          กิจกรรมดังกล่าวทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยศูนย์สันติวิธีร่วมกับ ชมรมเยาว์ชนจิตอาสาสภาแต-ออ จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

          พันโทนรบดี บัวสุวรรณ รองผู้อำนวยการ กองภาคประชาสังคมศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.
ภาค 4 สน. กล่าวว่า “เราจะสร้างความเข้าใจทุกองค์กร ภาคส่วน และผู้นำ ตามนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่จะสร้างพื้นที่ชายแดนใต้ให้ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย อนาคตไร้สิ่งเสติดทุกชนิด รวมกันอยู่อย่างพหุวัฒนธรรมใต้ธงไตรรงค์ ให้มีความกลมเกลียวร่วมสร้างสรรค์สันติสุข โดยให้เกิดจากความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ด้วยการนำเสนอปัญหาทุกอย่างพร้อมๆ กับการร่วมกันแก้ไขปัญหานั้นด้วยกัน” โดยให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ มีส่วนร่วมในการออกแบบ ระเบิดความคิดจากข้างในให้ออกมาเป็นรูปธรรมสู่การปฏิบัติ การแก้ไขปัญหาที่เป็นจริง

         นางคอลีเยาะ หะหลี ตัวแทนเยาวชนกลุ่มจิตอาสาสภาแต-ออ กล่าวว่า ขอขอบคุณศูนย์สันติวิธี ที่ได้เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้มีพื้นที่แสดงออกทางความคิดและร่วมทำกิจกรรมดีๆ ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ “จากกลุ่มเล็กๆที่มีความคิดจิตอาสา พร้อมที่จะช่วยเหลือสังคมให้เกิดสันติสุข เชื่อมโยงนำเสนอกิจกรรมระดมความคิดเห็นผ่านกิจกรรมวาดฝันด้วยมือเปล่าของกลุ่ม ให้สะท้อนถึงทุกภาคส่วน และกลุ่มที่เห็นต่างจากภาครัฐ ได้หันหน้ามาพูดคุยกัน ดีกว่าการโจมตีไปมา เรามีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ที่จะเรียร้องความเป็นธรรม บนผลประโยชน์ของชาติ และการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาจะทำให้เกิดการสูญเสียมากมาย และไม่เป็นผลดีต่อชาติและบ้านเมือง”

         เชื่อว่าการระดมแนวคิดจุดเล็กๆแบบนี้ จากรุ่นสู่รุ่นจะทำให้ขยายความคิดที่สร้างสรรค์ และจะเติบโตในความคิดบวกต่อประชาชนในอนาคตต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน
ภาพ/ข่าว อับดุลหาดี เจ๊ะยอ จ.ยะลา

ปทุมธานี คอหวยเชื่อมั่นเลขเด็ดฤๅษีเณร แห่ส่องอ่างน้ำมนต์ก่อนวันหวยออก

          เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ริมถนนสายบางปะอิน-ปทุมธานี ประชาชนนักเสี่ยงโชคเดินทางหลั่งไหลมาดูเลขเด็ดอ่างน้ำมนต์อาศรมฤๅษีเณรหวังได้เลขเด็ดถูกหวยและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอย่างคึกคัก

          โดยบรรยากาศที่อาศรมฤๅษีเณรตลอดทั้งวัน พบว่ามีประชาชนพาครอบครัวแวะเวียนเข้ามาดูตัวเลขที่ลอยอยู่ในอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร ซึ่งปรากฎเป็นตัวเลขจากหยดเทียนสีแดงลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นอกจากนี้ประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากทุกงวดที่ผ่านมาประชาชนที่ได้แวะเวียนเข้ามาที่อาศรมต่างได้รับทรัพย์รับโชคตามที่หวังต่างเชื่อมั่นในตัวเลขอ่างน้ำมนต์ฤๅษีเณร.

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจาก

ตชด.234 มุกดาหาร รวบสาวใหญ่ลาว ข้ามฝั่งมารับเงินค่ายาบ้า หลังส่งยาแล้ว

         (แถลงข่าว) มุกดาหาร ตำรวจตระเวนชานแดนที่234 ร่วมฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ตรวจจับยาบ้า 6,002 เม็ดที่มีกลุ่มค้ายาบ้านำยาบ้ามาซุกที่ป้ายบอกทาง แล้วได้มีหญิงลาวข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมารับเงินค่ายาบ้า 150,000 บาท ถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมคาตลาดสด

          เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.เทิดฤทธิ์ สุวรรณประทัง ผบ.ร้อย ตชด.234มุกดาหาร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนายโบ้ ไม่ทราบชื่อที่อยู่จริง (ติดต่อทางเฟสฯ)ต้องการจำหน่ายยาบ้าให้กับสายลับจำนวน 3 มัด (6,002 เม็ด)ในราคา 180,000 บาท จึงสั่งการ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ฯติดตามความเคลื่อนไหวดังกล่าว เวลาต่อมานายโบ้ ได้ติดต่อมาที่สายลับว่าต้องการจำหน่ายยาบ้า จำนวน 3 มัด ยาบ้า 6,002 เม็ด ในราคา 150,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงประชุมวางแผ่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          เพื่อทำการล่อซื้อ โดยนายโบ้นัดส่งยาบ้าให้กับสายลับที่ริมถนนสาย อ.นิคมคำสร้อย-เลิงนกทา บริเวณป้ายบอกทางบ้านม่วงไข่ ต.โชก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร และนายโบ้ได้แจ้งว่าจะมีลูกน้อง(นักบิน)จาก อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร จะนำยาบ้ามาวางไว้ที่จุดนัดหมาย จากนั้นนายโบ้ได้แจ้งว่าจะมีนางวัน ราษรลาว ซึ่งเป็นภรรยาจะโดยสารมาทางเรือโดยสารระว่างประเทศ มุกดาหาร-สะหวันนะเขตจะขึ้นที่ท่าเทียบเรือของเทศบาลเมืองมุกดาหาร

         เพื่อมารับเงินค่ายาบ้าจำนวน 150,000 บาท ที่ตลาดพรเพชร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเจ้าหน้าที่จึงเฝ้าระวังตรวจสอบรายชื่อตามเอกสารเจ้าหน้าที่จึงติดตามไปที่ตลาดพรเพชรเป็นจุดนัดหมายมอบส่งเงินเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวทำการจับกุม นางวัน ไม่มีนามสกุล อายุ 29 ปี เป็นราษฎรบ้านท่าสะโน เมืองไกรสอนพรมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นภรรยา ของนายโบ้ก็เป็นชาวลาวด้วยกัน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ามาตั่งโต๊ะ แถลงข่าว ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมกับตำรวจรวบ 2 วัยรุ่นส่งยาไอซ์ให้เครือข่ายอยู่ภายในรีสอร์ท

          มุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ร่วมตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร จับกลุ่ม 2 วัยรุ่นชายจากต่างพื้นที่มาส่งยาไอซ์ให้เครือข่ายที่มุกดาหาร โดยนัดหมายกันที่บริเวณภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เป็นจุดส่งยาไอซ์ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมวัยรุ่นทั้ง 2 คาถุงไอซ์ส่วนเครือข่ายอยู่เมืองมุกไหวตัวทันหลบหนีไปได้

          เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.ฝ่ายความมั่นคง จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีวัยรุ่นชาย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ 110 ไอ สีส้ม ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 กช-1583 มุกดาหารโดยวัยรุ่นทั้ง 2 จะช่อนท้ายกันเข้ามาในบริเวณรีสอร์ทแห่งหนึ่งอยู่บริเวณพื้นที่โซนนิ่ง ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมแหล่งบันเทิงเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารจึงสั่งการให้ พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน. จ.มุกดาหาร จึงประสาน พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุขผกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ร่วมชุดสืบเฉพาะกิจตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารร่วมกันเข้าตรวจสอบ

         ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำตัวเป็นนักเที่ยวรอดูอยู่ ได้พบชายวัยรุ่น 2 คนขับรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวช้อนท้ายกันเข้ามาภายในบริเวณรีสอร์ท แล้วมาจอดอยู่ที่กระถางต้นดอกไม้ แล้วนำห่อของบางอย่างซุกซ่อนไว้ในกระถางต้นไม้ ท่าทางมีพิรุธกำลังติดเครื่องรถเตรียมหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นตามร่างกายทั้ง 2ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ทราบชื่อนายชัชวาล (กุ้ง) ชาตรี อายุ 24 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นคนขับรถส่วนชายที่นั่งช้อนคือ นายณรงฤทธิ์ (ต้า) โคตะสิน

         เจ้าหน้าที่จึงสอบถามว่าก่อนติดเครื่องรถได้เอาถุงอะไรมาซุกอยู่ในกระถางต้นไม้คนขับก็ยอมจำนนล้วงถุงดังกล่าวออกมาให้เจ้าหน้าที่ดู ตรวจสอบพบเป็นถุงยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 2.21 กรัมโดยทั้ง 2 รับว่ายาไอซ์เป็นของตนเองทำมาแล้วหลายครั้งแล้ว ตนเองและเพื่อนจะไปส่งให้เครือข่ายตามจำนวนเงินที่สั่งซื้อ พร้อมนัดหมายเวลาและสถานที่ส่งกัน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางตั้งโต๊ะแถลงข่าวก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายค้ายาไอซ์กลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

โครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนมีชัย อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

          วันนี้ (31 ก.ค.62) เวลา 10.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 76 จังหวัด ประจำปี 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนมีชัย ต.วังอ่าง อ.ชะอวด โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี

          โอกาสนี้ได้มีการมอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรม ซึ่งสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้สนับสนุนงบประมาณผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์เครื่องเขียน สำหรับนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนมีชัย มอบผ้าเช็ดตัวสำหรับนักเรียน มอบนมกล่องพร้อมดื่ม มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนที่มีฐานะลำบากยากจน จำนวน 10 ครอบครัว และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ที่เรียนดีแต่ฐานะลำบากยากจน จำนวน 8 ทุนและการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันพระราชทานแก่นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ สำหรับรายการอาหารที่จัดเลี้ยงในวันนี้ ประกอบด้วย ข้าวสวย แกงจืดหมูสับ ไก่ต้ม แกงกะทิไก่ ไก่ทอด แกงเผ็ด ขนมหวาน ข้าวต้มมัด ผลไม้ตามฤดูกาล(มังคุด/เงาะ) นอกจากนี้ทางโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนมีชัย ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของนักเรียนให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ชมด้วย

          สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านควนมีชัย เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 126 คน มีผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษารวม 14 คน

          ส่วนการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปกำหนดจัดในวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 น. ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านไร่ยาว ต.บางขัน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ธีรศักดิ์ อักษรกูล/รายงาน