อธิบดีผู้พิพากษา ศาลเยาวชนปิด”โครงการบำบัดฟื้นฟูคืนลูกหลานสู่ผู้ปกครอง”

    วันนี้ 17 ส.ค.62 นาย สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มาเป็นประธานปิดโครงการ สนับสนุนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู เด็ก เยาวชนและครอบครัว ในกิจกรรม ครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน รุ่นที่2 พร้อมมอบเกียรติบัตร ให้เยาวชน ณ ค่ายฝึกกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

     โดยมี พลเรือตรี ทศพล ผลดี เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้แทนผู้บัญชาการฯ นาง ศศิธร นิธากร ประธานกิจกรรมครอบครัวอุ่นใจได้ลูกหลานคืน พร้อมคณะนายทหาร ข้าราชการ ครูฝึก ตลอดจนเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมในพิธีปิด

     นางศศิธร นิธากร กล่าวว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้ดำเนินการจัดโครงการการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 17 สิงหาคม 2562 รวมระยะเวลา 12 คืน 13 วัน ณ ค่ายฝึกกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เพื่อให้เด็ก เยาวชนได้รับการบำบัด ฟื้นฟู เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นและไม่หวนกลับไปกรระทำความผิดซ้ำ โดยมีเด็กและเยาวชน เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 77 คน ได้รับความร่วมมือจาก กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นอย่างดีและบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ
นาย สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ กล่าวว่าขอขอบคุณคณะวิทยากรจากค่ายฝึกกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่ได้ให้ความรู้ดูแล อบรม สั่งสอน ฝึกปฏิบัติระเบียบวินัยให้แก่เยาวชนตลอดระยะเวลา13 วัน 12 คืน ของการจัดโครงการ เป็นอย่างดี และขอขอบคุณคณะผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางทุกท่าน ที่ได้ร่วมมือดูแลโครงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ จนทำให้โครงการในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไลออนส์สากล องค์กรการกุศลมอบเครื่องมือแพทย์มูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

    ในวันนี้ 17 ส.ค. 62 พลเรือตรีสุรสิงห์ ประไพรพาณิชย์ ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำคณะให้การต้อนรับ มูลนิธิสโมสรไลออนส์สากล (Lions Clubs International Foundation) หรือ LCIF ร่วมกับ 4 สโมสรไลออนส์ ภาค 310 C นำโดย ไลออนสมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไลออนส์สากล ผู้ประสานงาน LCIF ภาครวม 310 ประเทศไทย ไลออน รศ.ดร.วีระ ลาดหนองขุ่น ผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310 C ไลออนโรจน์ ทองวานิช ผู้ว่าการไลออนส์สากลเพิ่งผ่านพ้น ภาค 310 C และประธานฝ่ายเทคโนโลยี่สารสนเทศภาครวม 310 C ประเทศไทย ไลออนรัฐพล กาญจนมณี รองผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310 C ไลออนนริศ เพ็ชรรัตน์ ไลออน ภญ.ศุภวรรณ ศิริพิชัยพรหม อดีตผู้ว่าการไลออนส์ ภาค 310 C ไลออนราตรี แสงรุ่งเรือง นายกสโมสรไลออนส์ สระแก้ว อรัญประเทศ และไลออนพิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี นายกสโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ

    ในโอกาสนำคณะกรรมการและสมาชิกสโมสรไลออนส์ ภาค 310 C มอบเครื่องมือแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ประกอบด้วย เครื่องกดนวดหัวใจ มูลค่า 960,000 บาท เครื่องเลเซอร์จอประสาทตา มูลค่า 1,680,000 บาท รวมทั้งสิ่น 2,640,000 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย มูลนิธิไลออนส์สากล (LCIF) ร่วมกับสโมสรสระแก้ว อรัญประเทศ สโมสรรัตนโกสินทร์ และสโมสรสุพรรณหงส์ โดยมีสโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ ร่วมกับคุณสุพัตรา เผือกประพันธ์ สมทบทุนในการร่วมบริจาคในครั้งนี้ด้วย

    พลเรือตรีสุรสิงห์ ประไพรพาณิชย์ ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณ ในโอกาสที่คณะสโมสรไลออนส์ ได้นำคณะกรรมการและสมาชิกสโมสรไลออนส์ ภาค 310 C ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจเสียสละและมีเมตตาต่อโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทการเรือ ที่ได้กรุณามอบเครื่องมือทางการแพทย์ทั้งสองอย่างนี้ให้กับโรงพยาบาลฯ และทางโรงพยาบาลจะได้นำเครื่องมือทางการแพทย์ นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เจ็บป่วยต่อไป

     สำหรับสมาคมสโมสรไลออนส์สากล หรือ LCIF เป็นองค์กรการกุศลเพื่อมนุษยชาติระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2460 ปัจจุบันมีอายุครบ 102 ปี โดยนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อ นายเมลวิน โจน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองโอ้ดบูด ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสโมสรในสังกัดทั่วโลก 47,000 สโมสร ใน 210 ประเทศ มีสมาชิกประมาณ 1,450,000 คน ในแต่ละปีจะมีนายกไลออนส์สากล ดำรงตำแหน่งเป็นนายกไลออนส์โลกเป็นผู้ดูแล ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับตำแหน่งนายกไลออนส์โลกมาแล้วคือ ไลออนร้อยเอกขจิต หัพนานนท์

     ในส่วนของสโมสรไลออนส์ในประเทศไทยได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2502 ปัจจุบันมีอายุ 60 ปี มีจำนวนสโมสรไลออนส์กว่า 300 สโมสร มีสมาชิกกว่า 8,000 คน แบ่งเป็น 6 ภาค โดยจะมีผู้ว่าการภาคไลออนส์สากลเป็นผู้ดูแลในแต่ละภาค มีมูลนิธิไลออนส์สากล LCIF สนับสนุนการทำงานของสโมสรไลออนส์ทั่วโลก สโมสรไลออนส์ไม่ใช่สโมสรเพื่อการค้า ไม่ฝักใฝ่การเมือง การศาสนา จะประกอบกิจกรรมสาธารณประโยชน์และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้หรือประสบเคราะห์กรรม ทั่วทั้งโลก โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนและเป็นสื่อกลางที่จะให้บริการแก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือจากทั่วไปทั้งโลก

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-ระทึกน้ำป่าไหลหลากกลางดึก รถจมน้ำเสียหายหลายคัน นทท.ปลอดภัย

เกิดเหตุระทึกกลางดึก เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกับรีสอร์ท รถจมน้ำเสียหายหลายคัน กู้ภัยช่วย นทท.ปลอดภัย

    ที่นครนายก เมื่อเวลา 01.45 น. ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลในพื้นที่ ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ตรงบริเวณสะพานวังตะไคร้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง เลยทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมจากเทือกเขาใหญ่ ไหลลงมาในพื้นที่ตำบลสาลิกา โดยชาวบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของ กับร้านอาหารที่อยู่ติดกับริมธารบอกว่า น้ำป่ามาเร็วมาก จนไม่สามารถเก็บของขึ้นที่สูงได้ทันข้าวของเสียหายหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีรถเก๋งที่เอาขึ้นไม่ทัน เลยถูกกระแสน้ำท่วมจนมิดหลังคา ศาลาขายของก็ถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดพัดพังไหลไปกับกระแสน้ำ

    ส่วนอีกที่ ที่มีการร้องขอความช่วยเหลือ เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวติดอยู่ในบ้านพักของรีสอร์ทที่อยู่ติดกับร้านอู้ดเป็นต่อชาบู เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยกสูงขับฝ่ากระแสน้ำเข้าไปให้การช่วยเหลือ โดยต้องประเมินถึงความปลอดภัย หลังจากนั้นได้ใช้เชือกผูกติดกับต้นไม้แล้วโรยตัวข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อช่วยเหลือและนำตัว 6 นักท่องเที่ยวออกมาจนปลอดภัย โดยมีรถของนักท่องเที่ยวถูกกระแสน้ำพัดสูญหายไป 1 คัน ส่วนรถกระบะอีก 1 คันถูกน้ำพัดไปติดกับกอหญ้า นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์พัดไปติดกับห้องพัก1คัน โดยมีบ้านพักเสียหายหลายหลัง

    จากการสอบถามนายวันขัย เอี่ยมศรี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองมาจากกรุงเทพ มากับเพื่อน 2 คน โดยช่วงเย็นก็เข้าพักตามปกติ แต่กลางดึกได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและแรงมาก ไม่นานก็ได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักเข้ามาในห้องพัก ตนเองกับเพื่อนรีบเก็บของและรีบหนีตายวิ่งขึ้นไปบนชั้น 2 ของที่พัก แต่รถกระบะของตนได้ถูกกระแสน้ำป่าพัดไปได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนความเสียหายตอนนี้ยังคงประเมินไม่ได้ โดยหลังจากเกิดเหตุประมาณ2ชั่วโมง น้ำป่าก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปรกติ ทิ้งไว้เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้น

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่

นครนายก ผู้ว่าฯลงพื้นที่ เร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลาก

https://youtu.be/d0_urbVLZ8g

         เกิดเหตุระทึกกลางดึก เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกับรีสอร์ท รถจมน้ำเสียหายหลายคัน กู้ภัยช่วย นทท.ปลอดภัย จากกรณีเกิดเหตุน้ำป่าไหลในพื้นที่กลางดึกวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ตรงบริเวณสะพานวังตะไคร้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมจากเทือกเขาใหญ่ไหลลงมาในพื้นที่ตำบลสาริกา ชาวบ้านที่เปิดร้านขายของ ร้านอาหาร ที่อยู่ติดกับริมธารบอกว่าน้ำป่ามาเร็วมาก จนไม่สามารถเก็บของขึ้นที่สูงได้ทัน ข้าวของเสียหายหลายรายการ

          ความคืบหน้าช่วงเช้า นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นครนายก พร้อมผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือดร้อน และตรวจสอบความเสียหายพบร้านค้าตั้งอยู่ริมธารถูกกระแสน้ำป่าพัดพังเสียหายร่วมทั้งรถเก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สวิท สีขาว ทะเบียน กทม.ติดอยู่เนินเกาะกลางลำธารน้ำ ถูกน้ำพัดลอยไปไกลกว่า 3 กม.มูลนิธิร่วมกตัญญู (จุดหินตั้ง) กำลังวางแผนลากรถกลับออกมา และไม่พบอีก 1 คัน เป็นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ในขณะเจ้าหน้าที่ปักธงแดงห้ามนักท้องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็จขาด ส่วนความเสียหายตอนนี้ยังคงประเมินไม่ได้ หลังจากเกิดเหตุประมาณ 2 ชั่วโมง น้ำป่าก็เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปรกติ ทิ้งไว้เพียงความเสียหายที่เกิดขึ้น

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์

ปทุมธานี เฮงอีกลูกชายโป่งเหน่งถูกหวย เลขทะเบียนรถฤๅษีเณร 35ใบ รับโชค70,000 บาท

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ริมถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 สายบางปะอิน-ปทุมธานี เฮงเฮง เชิญยิ้ม นักแสดงตลก ลูกชายของโป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง ได้เดินทางมากราบพ่อปู่ฤๅษีเณรพรหมเมศ หลังถูกล๊อตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว จำนวน 35 ใบ มูลค่า70,000 บาท

     จากการสอบถาม เฮงเฮง เชิญยิ้ม อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า วันที่ทำพิธีก่อนหวยออกที่อาศรมฤๅษีเณร ตนเองเห็นตัวเลขที่รถยนต์ของฤๅษีเณร หมายเลขทะเบียน 6กษ789 กรุงเทพมหานคร รู้สึกว่าชอบจึงไปซื้อหาล๊อตเตอรี่ตัวเลขนี้ ได้มาจำนวน 35 ใบก็ถูกรางวัลตามที่หวังได้รับโชค ปกติแล้วส่วนตัวไม่ชอบที่จะซื้อล๊อตเตอรี่เท่าไรนั้น แต่ทุกทั้งที่ซื้อขึ้นมาก็มักจะถูกรางวัลเสมอ เมื่อได้รับโชคมาแล้วจะได้นำเงินราวัลส่วนหนึ่งมาร่วมบุญสร้างวิหารพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์

     ด้านประสิทธิ์ เสแสวง พนักงานขับรถบริษัทเอกชน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 700/142 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม กล่าวว่า ตนเองถูกเลขท้าย 89 จำนวน 35 ใบ หลังจากที่ขอพระจากพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ โดยขอพรเพียงว่าอยากจะถูกล๊อตเตอรี่อย่างคนอื่นบ้าง เมื่อกราบพ่อปู่ฤๅษีฯแล้ว จึงได้เดินทางไปยังตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา เห็นว่ามีล๊อตเตอรี่อยู่จำนวน 7 ชุด 35 ใบ จึงได้เหมามาทั้งหมด เมื่อมาทราบทีหลังว่าถูกล๊อตเตอรี่ก็ดีใจ และได้เดินทางมากราบรูปหล่อปู่ฤาษีพรหมเมศร์ เคยถูกรางวัลใหญ่แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง และได้เข้ามาร่วมบุญกับทางอาศรมฤๅษีเณรบ่อยครั้ง ครั้งนี้จะได้มาร่วมบุญสร้างวิหารพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์เป็นสภานที่ปฏิบัติธรรม ที่ทางอาศรมฯกำลังก่อสร้างอยู่ขณะนี้ นอกจากนี้ยังจะร่วมบุญบริจาคกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และบริจาคโรงพยาบาลสงฆ์ด้วย.

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

การปาฐกถาพิเศษ การพัฒนาภาคเหนือ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

          เมื่อวันที่ 17 ส.ค.62 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มาปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาภาคเหนือในมุมมองของผู้กองมนัส ” ณ.ห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมเทวราชอำเภอเมือง จังหวัดน่าน

          โดยมีนายสิงหเดช สุคนธวารินทร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนภาคเหนือและเครือข่ายหนังสือพิมพ์ภาคเหนือ 17 จังหวัดให้การต้อนรับ

ศุภเดช ธนูศร ข่าว กอ.รมน.
Cr.นายก สมัคร โชติวรรณ

วงดนตรีชั้นนำของสุโขทัย เล่นดนตรีเปิดหมวก หาเงินช่วยเหลือบ้านไฟไหม้อำเภอทุ่งเสลี่ยม

     วันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่ตลาดไนท์อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เหล่าวงดนตรีชั้นนำของจังหวัดสุโขทัย นำทีมโดยวงดนตรีระเบียบศิลป์ รวมตัวกันขนเครื่องดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง นักร้องชาย หญิง ระดมพลัง เล่นดนตรีเปิดหมวกในนามชมรม “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” ระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

     โดยการเล่นดนตรีเปิดหมวกในครั้งนี้ได้รับกำลังใจและน้ำใจชาวอำเภอคีรีมาศ ร่วมทำบุญช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยเป็นจำนวนเงิน 8,306.50 บาท และทางชมรมคนสุโขทัยไม่ทิ้งกันจะรวบรวมส่งมอบให้ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ 18 มงกุฎ ตุ๋นเจ้าของบริษัทฯ​ ลวงทอดผ้าป่าสร้างวัด เหยื่อหลงเชื่อนับ 100 สูญเงินกว่า 1 ล้าน

     วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 16 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.5 บก.ป. และพ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายธนวิทย์ อึ้งเจริญธรรม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1499 หมู่ 2 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่ 115/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ลุมพินีปาร์ค ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2561 นายธนวิทย์ ผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุหลอกหลวงเอาเงินจากเจ้าของบริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ ในหลายท้องที่ โดยอ้างว่าจะนำเงินดังกล่าวไปทำบุญ มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562​ ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่บางขุนเทียน ก่อนอ้างว่าเป็นเจ้าของบริษัทอีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ต้องการจะชวนผู้เสียหายให้ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสร้างวัด กองละ 50,000 บาท ซึ่งบริษัทในละแวกนี้ได้ร่วมทำบุญหมดแล้ว เหลือบริษัทผู้เสียหายบริษัทเดียว

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้เสียหายหลงเชื่อได้ร่วมทำบุญเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท โดย นายธนวิทย์ฯ ได้นัดให้ผู้เสียหายนำเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ที่บริเวณหน้าบริษัทที่ตัวเองแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของ เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินดังกล่าวแล้ว จึงได้ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอร์ซ่า 300 สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้ทำการตรวจสอบจึงทราบว่า ไม่มีการทำบุญดังกล่าวจริง และผู้ต้องหาก็มิได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่แอบอ้างแต่อย่างใด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.เทียนทะเล เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะเดียวกันในหลายท้องที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม​ 2562​ ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุฉ้อโกงลักษณะนี้ในพื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งศาลจังหวัดปทุมธานี ได้ออกหมายจับที่ 115/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ข้อหา​ “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” กระทั่งเจ้าหน้าที่กองปราบปรามสืบทราบว่า นายธนวิทย์ฯ ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ คอนโดมิเนียมลุมพินีปาร์ค จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

     จากการสอบสวน นายธนวิทย์ฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ศึกษาวิธีการก่อเหตุจากการดูข่าว โดยอาศัยความเชื่อทางศาสนา เป็นที่มาของการหลอกลวงว่าจะนำเงินทำบุญไปสร้างวัด ซึ่งการสร้างวัดตามความเชื่อของศาสนาพุทธถือเป็นการสร้างบุญกุศลใหญ่ และจะเลือกเหยื่อที่เป็นเจ้าของบริษัทที่น่าจะมีเชื้อสายจีน เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา เชื่อใจคนง่าย โดยได้ก่อเหตุเรื่อยมาเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5-10 ครั้ง ในพื้นที่ย่านบริษัทการค้า และโรงงาน เช่น บางปู สำโรง เยาวราช บางบอน พุทธมณฑล พระราม 2 สาทร นนทบุรี งามวงศ์วาน จ.พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ เคยได้เงินจากการหลอกลวงสูงสุดเดือนละ 200,000 บาท

     พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง ความเสียหายมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท และยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการทำบุญสร้างวัดจริง ซึ่งหากผู้ใดเคยถูก นายธนวิทย์ฯ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ กก.5 บก.ป.ส่วนผู้ต้องหานำตัวส่ง สภ.สามโคก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กองปราบฯ​ จับสาวตุ๋นเงิน 8 แสน ร่วมลงทุนขายผ้าห่ม มีหมายจับ 6 หมาย

    วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 16​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก.1 บก.ป,พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.กก.4 บก.ป. ร่วมสนธิกำลังร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ทำการจับกุมตัว น.ส.อรอนงค์ ทองไทย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 6 หมายจับ ดังนี้
1.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคราม ที่ จ.83/2562 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อใกง ทรัพย์”
2.หมายจับศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.142/2560 ลงวับที่ 20 ธันวาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
3.หมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 84/2561 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ข้อหา “ฉ้อโกงประขาขน”
4.หมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.84/2562 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกง”
5.หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 124/2562 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2462 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”
6.หมายจับศาลแขวงอุบลราขธานี ที่ จ.23/2562 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

    โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 17.20 น.

     สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 น.ส.อรอนงค์ฯ ชักชวนให้ น.ส.จารีรัตน์ โคตรบรรเทา นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจสินค้าเกี่ยวกับผ้าห่ม​ และผ้าเช็ดตัว ซึ่งอ้างว่าจะได้กำไรดี​ และมีค่าตอบแทนสูง ผู้เสียหายจึงได้ร่วมลงทุนด้วย โดยนำเงินสดจำนวนกว่า 8 แสนบาท แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินปันผลกลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งเมื่อทวงถามเงินลงทุนกลับคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงทำให้เชื่อว่าถูกหลอก และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ

     ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 และ กองกำกับการ 4 กองบังคับการ​ปราบปราม ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม สืบทราบว่าหลังจาก น.ส.อรอนงค์ฯ​ หลอกผู้เสียหายหลายรายหลายท้องที่ จึงได้หลบหนีมาอยู่ตามรีสอร์ต โดยจะเช่าห้องพักเป็นรายวัน และเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยบางครั้งก็จะไม่จ่ายเงินค่าเช่าห้องพักโดยการหลบหนีออกไป ไม่บอกเจ้าของห้องพัก ทำอยู่อย่างนี้ตลอด กระทั่งล่าสุดทราบว่าผู้ต้องหาได้มาเช่ารีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก และกำลังจะหลบหนีไปอยู่ที่อื่น จึงได้แสดงตัวทำการจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ

    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.อรอนงค์ฯ พบว่ายังมี หมายจับตามท้องที่ต่างๆในคดีฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งหมด 6 หมายจับ จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม. กวาดล้างอาชญากรทางเศรษฐกิจ สัญชาติจีน 9 ราย​ ก่อคดีสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีน แล้วหลบหนีซุกไทย

     วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 16 ส.ค.62 เวลา 14.30 น.ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สตม.(สวนพลู) กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม.​ และ​ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ

     จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน 9 ราย ซึ่งได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง สร้างความเสียหายต่อรัฐบาลจีนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

     ทางการจีนประสานข้อมูลมายัง สตม.จึงได้สั่งการให้ กก.2 บก.สส.สตม. เฝ้าดูพฤติการณ์เกรงจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. จึงได้สืบสวนติดตาม และได้ทำการจับกุม และควบคุมตัวคนจีนได้จำนวน 9 ราย ดังนี้
1.นาย Chen สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตหลอกลวงสร้างอาคาร) ความเสียหาย 600,000 หยวน
2.นาง Zhuo สัญชาติจีน จับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(เปิดเว็บขายสินค้าออนไลน์) ความเสียหาย 800 ล้านหยวน
3.นาย Zhou สัญชาติจีน​ จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
4.นาย Lei สัญชาติจีน จับกุมข้อหาการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 4 ล้านหยวน
5.นาย Zhu สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
6.นาง Aixiang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง​ (ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้านหยวน
7.นาย Huancheng สัญชาติจีน​ สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 2 ล้าน
8.นาง Wang สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริต และปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 15 ล้านหยวน
9.นาง Li สัญชาติจีน สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทางการจีนแจ้งพฤติการณ์มายัง สตม.ให้เฝ้าระวังเนื่องจากเป็น ผตห.ตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหาฉ้อโกง(ทุจริตและปลอมแปลงสัญญา) ความเสียหาย 150 ล้าน

     บุคคลสัญชาติจีนทั้ง 9 ราย สตม.ได้รับการประสานข้อมูลจาก สอท.จีน ว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเงินการธนาคารของประเทศจีน และได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงขอให้ สตม.ติดตามเฝ้าดูเกรงว่าอาจเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด และหากพบการกระทำผิด หรือมีพฤติการณ์เข้าเหตุเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ให้ดำเนินการตามกฎหมายของไทย

    พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ ได้ระดมกวาดล้าง จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา

     หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​