สนง.วัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับ ศอ.บต.จัดกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” สร้างการรับรู้แก่ ประชาชน จชต. เพื่อนำนวัตกรรมมาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับประเทศ

         วันนี้ (4 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.) ที่ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี​ นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวง  การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” ครั้งที่ 2​ โดยมี ​นายไกรศร​ วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี​ นายอิสระ​ ละอองสกุล​  ผู้ช่วยเลขาธิการ​ ศอ.บต.​ นายวิเชียร​ สุขสร้อย​ รองผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจและสังคม​ สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ​ นักธุรกิจ​ ผู้ประกอบการในพื้นที่​  พร้อมนิสิต​ นักศึกษา​ เข้าร่วม

          สำหรับกิจกรรม “Southernmost Technology and Innovation Festival” ครั้งที่ 2 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม  ได้ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.)  จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจนวัตกรรมให้แก่ ประชาชนภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และกระตุ้นให้นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ ผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมและ ประชาชนในพื้นที่ ได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการนำนวัตกรรมมาใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 5 กันยายน 2562  ซึ่งในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจาก คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จำนวน มากกว่า 500 คน เข้าร่วม

           นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ทางปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง ศอ.บต. เห็นความสำคัญของการที่จะต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการผลักดัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม ให้เจริญก้าวหน้า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ทางกระทรวงให้ความสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้จัดกิจกรรมงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการทั้งในแง่การให้ความรู้ การชี้ช่องทางการตลาด การสนับสนุนด้านเงินทุน รวมถึงเป็นพี่เลี้ยงให้เติบโตไปจนสามารถเป็นผู้ประกอบการตั้งต้นและขยายธุรกิจต่อไป เชื่อมั่นว่านวัตกรรมจะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี

          ด้าน นายอิสระ ละอองสกุล  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.  กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป้าหมายหลักคือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งผู้ประกอบการ ภาคการท่องเที่ยว ภาคเกษตร ซึ่งเชื่อมั่นว่า การได้ร่วมมือกับทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการผลิต ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว เกษตร ประมง อย่างครบวงจร โดย ศอ.บต. พร้อมจะจับมือกับทาง สนช. และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าดำเนินการให้บรรลุตามเป้าที่ได้วางไว้ต่อไป

          ทั้งนี้ ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการด้านนวัตกรรมและงานสัมมนาด้านวิชาการที่สอดคล้องสำหรับการประยุกต์นวัตกรรม เพื่อปรับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้แนวคิด “Groom Grant Growth” รวมทั้งมีกิจกรรมการบรรยาย การเสวนา และการสัมมนาด้านวิชาการต่าง ๆ อาทิ การแนะนำกลไกการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ มีการบรรยายด้านนวัตกรรมจากผู้ทรงคุณวุฒิ และกิจกรรมแสดงนิทรรศการของผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ที่ดำเนินธุรกิจนวัตกรรม 10 ราย​ กิจกรรม Workshop สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนวัตกรรม​ นิทรรศการของหน่วยงาน ศอ.บต. และนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนกว่า 30 หน่วยงาน

ข้อมูล: ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต)

ศอ.บต.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือเพื่อส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เป็นพืชพลังงานส่งออกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานชีวมวลอัดเม็ด

          วันนี้ (4 กันยายน 2562 เวลา 9.30 น.) ที่ ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขต 7 เป็นประธานการประชุมเรื่องแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจ โดยมี  นายชนธัญ แสงพุ่ม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นางสาวนฤมล นุตยะสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้แทนสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

          สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการรายงานความคืบหน้าในการขับเคลื่อนโครงการ ตลอดจนพูดคุยหารือด้านปัญหาอุปสรรค และแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะรวมทั้งหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านปลูกไผ่เศรษฐกิจภายใต้ชื่อ “Yala Bamboo” เป้าหมายพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ ในปี 2565 กรอบเวลาดำเนินการ 21 ปี เพื่อการสร้างงาน    สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และผลักดันให้เป็นพืชพลังงานส่งออกโดยการพัฒนาแปรรูปเป็น เชื้อเพลิงพลังงานชีวมวลอัดเม็ด ขณะนี้นำร่องไปแล้วในพื้นที่ จ.ยะลา 5,000 ไร่ รวมทั้งวางแผนที่จะจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนโดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามี      ส่วนร่วมโดยระยะแรกทางภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน

          ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยแนวทางการส่งเสริมเกษตรผสมผสานผ่านการปลูกไผ่เศรษฐกิจ พืชแห่งอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรกรรมของพี่น้องในพื้นที่จากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน ให้สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างหลากหลาย สร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความเข้มแข็งทั้งในเชิงการบริหารจัดการและการประสานความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามความจำเป็นและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่โดยมุ่งประโยชน์ของเกษตรกรสูงสุด โดยมี สภาเกษตรกรแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริษัทวู้ดพลัส จำกัด และภาคีภาคเอกชนจากประเทศเกาหลีใต้ ร่วมลงนาม

ข้อมูล : ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศฮ.บต)

ศอ.บต. ดึงน.ศ ที่กำลังศึกษาในพื้นที่จชต.ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกิจกรรม Ambassador Network (SBPAC) หวังสร้างทัศนคติที่ดีต่อพื้นที่และเป็นเครือข่ายสื่อสารเชิงบวกในอนาคต

          วันที่ 4 กันยายน 2562 ที่โรงแรม ซีเอส ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างการตระหนักรู้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายน 2562 จัดโดย กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์การต่างประเทศ กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นางสาวโรฮานา หะยียูโซะ นักวิชาการศึกษาชำนาญการ กลุ่มบริหารยุทธศาสตร์การต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ศอ.บต. และผู้เข้ากิจกรรมที่เป็นนักศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่ จชต. จำนวน 140 คน

         พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า SBPAC (Ambassador Network) เป็นการสร้างเครือข่ายยุวทูตของ ศอ.บต. ให้เป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าหมายในการดึงนักศึกษาต่างประเทศกว่า 17 ประเทศที่กำลังศึกษาอยู่ในพื้นที่ จชต. และนักศึกษาในพื้นที่ซึ่งกระจายอยู่ใน 5 มหาวิทยาลัย ซึ่งนอกเหนือจากการมาเล่าเรียน เพื่อได้รับวุฒิทาง การศึกษาแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้ยังต้องการสร้างเสริมประสบการณ์อีกด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ ศอ.บต. ได้เป็นแม่งานในการจัดให้ทุกคนมาเจอกัน โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รวมไปถึงมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอื่น อาทิ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี

          โดยรูปแบบการจัดกิจกรรม เป็นการเสวนาและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงบวก 2 วัน และลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 วัน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ดึงนักศึกษามาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเปิดโอกาสในการสื่อสารให้ทุกคนได้รู้ว่าแผ่นดินใต้มีอะไร บ้านเมืองเป็นอย่างไร และมีทิศทางในการพัฒนาอย่างไร เพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และหล่อหลอมเจตคติที่ดีแก่เยาวชน โดยหวังว่านับจากนี้เครือข่ายเยาวชนเชิงบวกจะขยายในวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนอาเซียน และการสร้างเครือข่ายเชิงบวกอื่นๆ ต่อไป อีกทั้งเมื่อเยาวชนเหล่านี้ได้สำเร็จการศึกษาออกไป และกลับคืนสู่ประเทศมาตุภูมิของตนเอง ก็จะสามารถสร้างเครือข่ายและสัมพันธ์ที่ดี ตลอดจนสามารถเป็นกระบอกเสียงในการสื่อสารเรื่องราวดี ๆ ต่อไปด้วย

ข้อมูล : ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

องคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการดำเนินงาน และเปิดอาคารละหมาดหญิง ร.ร.ราชประ ชานุเคราะห์ 40 จ.ปัตตานี

          วันนี้ ( 5 กันยายน 2562) เวลา 08.00 น. ที่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 บ้านรูสะมิแล หมู่ที่ 1 ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี/ ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะ ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี โดยมี พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า , ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี , หัวหน้าส่วนราชการ , คณะครู บุคลากร นักเรียน ให้การต้อนรับ

          โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานีเป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนให้นักเรียนเป็นคนดี และน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทางด้านการศึกษา มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้นักเรียนนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตในการดำรงชีพอย่างพอเพียง จัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในลักษณะนักเรียนอยู่ประจำ ปัจจุบันมีนักเรียน 653 คน ชาย 322 คน หญิง 331 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีบุคลากรครู และเจ้าหน้าที่รวม 76 คน

          ในการนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ได้เชิญอุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬาพระราชทาน มอบให้แก่นักเรียน เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน พร้อมได้เปิดอาคารละหมาดหญิง และพบปะประชาชน และสอบถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่ ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างมั่นคงตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้สร้างขวัญและกำลังใจในดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะครู บุคลากร นักเรียนต่อไป

ข่าว – ศิรดาฯ
ภาพนิ่ง – ศอ.บต.

สุโขทัย – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานทางการศึกษา

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ลงพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานทางการศึกษา พื้นที่จังหวัดสุโขทัย ณ ห้องสมุด “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 3 คณะผู้บริหาร ครู กศน.นักศึกษา ประชาชน ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และบุคลากร กศน.จังหวัดสุโขทัย ให้การตอนรับ

          สำนักงาน กศน.จังหวัดสุโขทัย นับเป็นหน่วยงานในพื้นที่ร่วมขับเคลื่อนงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้บรรลุตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลงานเชิงประจักษ์การส่งเสริม สนับสนุนและประสานภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมในจัดการศึกษาการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนชุมชนและแหล่งการเรียนรู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเรียนรู้ลายสือไทย “สุโขทัยเมืองนักอ่าน” ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ส่งเสริมบุคลากรในการนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ

          รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนและประชาชนอย่างทั่วถึง ผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนส่งเสริมผู้เรียนในทุกช่วงวัย ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรม
ส่งเสริมอาชีพ ทักษะอาชีพ การอบรมพัฒนาครู กศน. ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ไปถ่ายทอดให้กับชุมชน จัดตั้งการค้าออนไลน์ผ่านศูนย์ OOCC การนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการด้านการเกษตร ให้เป็นเกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer) เพื่อนำความรู้ไปขยายผล ขับเคลื่อนการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นการทำงานในพื้นที่ของครู กศน. ยังทำให้การทำงานด้วยความทุ่มเทในพื้นที่ ส่งผลให้ได้รับรางวัลต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น รางวัลศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยประจำตำบลดีเด่นระดับประเทศ / รางวัลชุมชนต้นแบบ ระดับจังหวัด ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน และรางวัลโครงงานนักศึกษา กศน.ดีเด่น ประจำปี 2562 เป็นต้น

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “เปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน” ครั้งที่ 51

          วันนี้ (6 กันยายน 2562) เวลา 9.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน สรุปสาระสำคัญดังนี้

          นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำจุดกำเนิดของอาเซียนที่เกิดจาก “ความกล้าฝัน” ของผู้ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 52 ปีที่แล้ว และเติบโตอย่างเข้มแข็งจาก “ความกล้าลงมือ” เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยอาเซียนได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวคิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) โดยใช้กลไกการลดอัตราภาษีนำเข้าระหว่างกัน ทำให้การค้าภายในภูมิภาคขยายตัว อาเซียนยังเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ตลอดจนเสนอข้อริเริ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เพื่อรักษาบทบาทความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับคู่ภาคีภายนอกอาเซียน ทั้ง 6 ประเทศ ทั้งนี้ การกล้าลงมือของผู้ขับเคลื่อนอาเซียนมีจุดประสงค์เพื่อให้พลเมืองของอาเซียนทุกคนได้รับประโยชน์และโอกาสอย่างแท้จริง

          ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ พร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิกและสานต่อการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียน ตามแนวคิดหลัก คือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” เพื่อสร้างอาเซียนที่มั่นคงแข็งแรง รองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบอาเซียนได้ตลอดเวลา อาทิ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ความท้าทายทางการค้าโลก และความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

          นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการประชุมร่วมกันในวันนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความฝันของอาเซียน ผ่านการเตรียมตัวรับมือกับอนาคต เสริมสร้างความเชื่อมโยง และส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อให้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนเจริญก้าวหน้าและใกล้ชิดกันมากขึ้น

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าก่อนพิธีเปิดการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อรับมือกับสงครามการค้า และเพิ่มมูลค่าทางการค้าระหว่างกันซึ่งต้องอาศัยพลังของอาเซียน โดยย้ำประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจได้แก่ การผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป ให้สำเร็จภายในปีนี้ การส่งเสริมการค้าชายแดน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การเตรียมความพร้อมอาเซียนสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 การพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ  การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะทะเล การสนับสนุน SMEs และการพัฒนาแรงงานฝีมือ

          ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียืนยันว่าในฐานะประธานอาเซียนมุ่งมั่นและพร้อมร่วมมือกับสมาชิกอาเซียนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป

เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ฯ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ และพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือในมิติต่างๆ

          วันนี้ (วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เชค ญัสซิม บิน อับดุลเราะฮ์มาน บิน มุฮัมมัด อาลอับดุลเราะฮ์มาน อัษษานี (H.E. Sheikh Jassim Bin Abdulrahman Bin Mohammed Alabdulrahman Al-Thani) เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ สาระสำคัญการหารือดังนี้

          นายกรัฐมนตรีขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ สำหรับบทบาทอย่างแข็งขัน บทบาทการเป็น Friend of Thailand ในการดำรงตำแหน่ง เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างไทย-กาตาร์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และขอให้ถือว่าประเทศไทยเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ในโอกาสนี้ขอแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตฯ ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำรัฐสุลต่านโอมาน เชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตฯ จะประสบความสำเร็จ และส่งเสริมให้ไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีกับโอมานด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลยินดีร่วมงานกับเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ คนใหม่ และสานต่อความร่วมมือระหว่างไทยและกาตาร์ให้แน่นแฟ้น

         เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ฯ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย ชื่นชมวัฒนธรรมและความสวยงามในไทย โดยระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งเห็นว่าไทยและกาตาร์มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิด และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูง ทั้งระดับราชวงศ์ และระดับรัฐบาล มีการหารือระดับสูง ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายได้นำผลจากการหารือไปปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันต่อไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ ในการนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกาตาร์ และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ฝากความปรารถนาดีมายังนายกรัฐมนตรีด้วย

          ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือในมิติต่างๆ และสนับสนุนซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญที่ได้หารือและพร้อมมีความร่วมมือ ได้แก่ ด้านพลังงาน อาหาร อาหารฮาลาล และการค้าการลงทุน พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้กาตาร์พิจารณาร่วมลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เพิ่มขึ้น

          นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่กาตาร์ยินดีสนับสนุนและมอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนไทย เพื่อเพิ่มโอกาสและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของไทย ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยินดีที่ชาวกาตาร์เดินทางมาท่องเที่ยวและรับการรักษาพยาบาลในไทยจำนวนมาก โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวระหว่างกันเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระดับประชาชน ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอให้รัฐบาลกาตาร์พิจารณานำเข้าสินค้าเกษตรกรรมของไทยที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ยาง และปาล์ม

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 /ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน การประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจนโยบาย ของภาครัฐในการจัดตั้งและปฏิบัติงานของ ชป.กร.

           พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 /ผอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธาน การประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจนโยบาย ของภาครัฐในการจัดตั้งและปฏิบัติงานของ ชป.กร. ให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุธประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่ จชต. ณ ห้องประชุมวิภาวังศิริกุล  มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพลเรือน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

          จากการจัดตั้งชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนขึ้นปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากกำลังพลในชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เป็นบุคคลนอกชุมชน จึงไม่เข้าใจความต้องการในการแก้ไขปัญหา ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงจัดประชุมพบปะหารือขึ้น เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่างก็เป็นบุคคลที่พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านให้การยอมรับ ฉะนั้น พี่น้องชาว อสม. จะสามารถช่วยนำทางหรือชี้นำให้เข้าถึงปัญหาในหมู่บ้าน ทั้งยังชี้แนะถึงความต้องการของประชาชนในหมู่บ้านได้อย่างแท้จริง

          โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ ตามนโยบายหลักที่ตั้งไว้ คือ ทำพื้นที่ให้ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย, ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด, เป็นมิตรทุกภาคส่วน, รวมใจไทยเป็นหนึ่งเดียว และสามัคคี กลมเกลียวสร้างสรรค์สันติสุข อันจะนำมาซึ่งความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สู่หมู่บ้านของพวกท่านทุกคน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ลงพื้นที่ ติดตาม “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” ตามแนวพระราชดำริฯ

          วันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 09.30 น. พันเอก สุธรรม กังแฮ รองผู้อำนวยการสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ณรงค์ ธนานันทกุล รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง และบุคลากรโรงเรียนบ้านน้ำเค็ม ร่วมให้การต้อนรับ

          รองผู้อำนวยการสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการในครั้งนี้ ในภาพรวมถือว่าโรงเรียนบ้านน้ำเค็มทำได้ดี แต่อาจมีข้อขัดข้องในเรื่องของการดำเนินการบ้าง ซึ่งวันนี้ก็ได้ร่วมพูดคุยและให้ข้อแนะนำกับทางโรงเรียน เกี่ยวกับการดำเนินงานในระยะต่อไป

          สำหรับ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยทรงเล็งเห็นว่าการพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ อย่างเต็มศักยภาพ จะส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนของตนเองและประเทศชาติต่อไป โดยทรงเริ่มต้นการดำเนินงานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนที่จะขยายผลต่อไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้วนำผลผลิตที่ได้มาประกอบเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารกลางวันแล้ว ยังทำให้นักเรียนได้รับความรู้ด้านโภชนาการ และด้านการเกษตรแผนใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ต่อไป

          โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 102 โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงจะได้รับงบประมาณสนับสนุน ในปีแรก 20,000 บาท ส่วนปีต่อไปปีละ 10,000 บาท เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ ฯ ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน มาอย่างต่อเนื่อง

ข่าว / ธนากรฯ
ภาพ / จัสมินฯ

สมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัทประกันภัย จัดประชุมการเตรียมความพร้อม การเครมอุบัติเหตุ รองรับจำนวนประชากรในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ EEC

https://youtu.be/5Cpd21wxS4Y

         ที่วังปลารีสอร์ท ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี บริษัทเอาร์ซอส ร่วมกับบริษัทประกันภัย จัดการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม การเครมประกันอุบัติเหตุ รองรับประชากรที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหรือ EEC โดย มีนายชำนาญ ชาติพจน์ คณะกรรมการสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยและผู้ก่อตั้ง SMART SURVEY กล่าวว่า พื้นที่เขตรับผิดชอบในภาคตะวันออกในขณะนี้ คือจังหวัด ชลบุรี รองยอง ชลบุรีและตราด และในอนาคตจะเพิ่ม ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราซึ่งในอนาคต จะเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหรือ EEC จำนวนประชากรและยายพาหนะ จะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงต้องมีการขยายเขตและจำนวนเซอร์เวย์ เพื่อให้รองรับพื้นที่พร้อมทั้งปรับระบบให้เป็น SMART SURVEY เพื่อให้ทันท่วงทีต่อการเครม

          ขณะที่นายศราวุธ โหรสกุล เลขาสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยและผู้ก่อตั้ง SMART SURVEY กล่าวว่า SMART SURVEY เป็นหนึ่งในโมเดลของสมาคมเซเวย์ประเทศไทย ที่จะมีการขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อการรองรับปริมาณงานเครมของคู่ค้าประกันภัยทั้งหมด อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้อยู่ระหว่างการหาเครือข่ายเซอเวย์ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราดและจังหวัดระยอง โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกสมาคมสมาคมเซอร์เวย์แห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่เซอร์เวย์ในแต่ละอำเภอเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กว่า กว่า 20 คน

ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง/จันทบุรี