นครนายก นักวิ่งสายบุญ กว่า 5,257 คน ฝ่าสายฝน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้องฯ CDF Charity Run 2019

         22 กันยายน 2562นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิด และอัญเชิญถ้วยรางวัลฯ กิจกรรม เดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (CDF CHARITY RUN 2019) โดยมีนายโชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

          นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสายฝน สายหมอกที่หนาวเย็น แต่ยังมีสิ่งที่ลบเลือนความหนาวเย็นคือ ความอบอุ่น รอยยิ้มแห่งมิตรไมตรีของครอบครัวพัฒนาชุมชน นักวิ่ง นักท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่ง จากจังหวัดนครนายกและจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคีเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 127 ราย อาทิ ธนาคารออมสิน การประปานครหลวงบริษัทไทยเบฟวอเรจ จำกัด (มหาชน) เครือข่ายผู้ประกอบการ OTOP ตลอดจนจิตอาสาต่าง ๆ ทำให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”

         ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (CDF CHARITY RUN 2019) ขึ้นเพื่อ เป็นการประชาสัมพันธ์การดําเนินงานกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ และจัดหารายได้สมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ สําหรับใช้ในการจัดกิจกรรมสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กที่ยากจนและด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัย

มีผู้รักสุขภาพ และใจบุญ ร่วมสมัครวิ่ง จำนวน 5,257 คน แบ่งเป็น
-ประเภท ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร จำนวน 393 ราย
– ประเภท มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร จำนวน 1,294 ราย
-ประเภทฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร จำนวน 2,769 ราย
-ประเภท VIP จำนวน 801 ราย

         และมีผู้สมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ ด้วยการบริจาคเงิน บริจาคสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม ดูแลนักวิ่ง ตลอดจนเป็นจิตอาสาในการร่วมแรง ร่วมใจขับเคลื่อนงาน โดยมุ่งหวังให้กิจกรรมลุล่วงไปด้วยดี ทำให้มียอดเงินบริจาค จำนวนมาก ถึง 572,680 บาท

         สำหรับผลการแข่งขันกิจกรรมโครงการเดิน วิ่ง แบ่งปัน สานฝันน้อง กองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ มีผู้ชนะได้รับรางวัลประเภทถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี Half Marathon 21 กิโลเมตร ประเภทชาย ได้แก่คุณสมพงษ์ บรรดาศักดิ์ ,ประเภทหญิง ได้แก่คุณนารี ประดิษฐ์พงษ์

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-การประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่

การประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ประจำปี 2562 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก

         ที่วังยาว ริเวอร์ไซต์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายอาดุลรามา นิโรจน์ ผู้อำนวยการกองบริการลูกค้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ประจำปี 2562 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก โดยมีนายตระกูล กุลบุญนิธิ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจังหวัดนครนายก ทั้ง 4 อำเภอ พร้อมผู้แทนภาคเอกชน บริษัทเข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 120 ท่าน

         ด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตระหนักถึฃความสำคัญของผุ้ประกอบการ ธุรกิจอุตสาห กรรม จึงได้จัดให้มีการประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ประจำปี 2562 ซึ่งผู้ที่ใช้ไฟรายใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมสัมมนา เป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก และการไฟฟ้าในสังกัดโดยมีวัตถุประ สงค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบถึงสภาพการจ่ายไฟในปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขป้องกัน รวมถึงแผนเสริมความมั่นคงในการจ่ายไฟ การบำรุ่งรักษาระบบไฟฟ้าได้อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด-พิธีทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา โรงเรียนบ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

ตราด/พิธีทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา โรงเรียนบ้านคลองมะนาว ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท

          วันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น.ที่อาคารโรงเรียนบ้านคลองมะนาว นางกอบกุล ชลาลัย สมาชิก อบจ.ตราด เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ที่โรงเรียนบ้านคลองมะนาว พร้อมด้วย พระครูพิทักษ์บูรเขต เจ้าคณะอําเภอคลองใหญ่ เจ้าอาวาสวัดคลองมะนาว เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์ และพระสงฆ์ จํานวน 9 รูป นางสาวกัญชพร ปานเพ็ชร ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านคลองมะนาว นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะศิษย์เก่า ผู้ปกครองนักเรียน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครูอาจารย์และผู้มีจิตศัรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

          ด้วยทางโรงเรียนบ้านคลองมะนาว เป็นโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ทําการเรียนการสอนระดับชั้นอนุบาล ๒ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปัจจุบันโรงเรียนยังขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้างหอพระ ประตูรั้วโรงเรียน เสาธง และปรับปรุงบริเวณภายในโรงเรียน เพื่อใช้สําหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน โดยมุ่งเน้นให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สามารถอยู่ร่วมกับสังคม ประเทศชาติอย่างมีคุณภาพ

ดังนั้นทางคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและคณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองมะนาว ได้ร่วมกันจัดการทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาขึ้น และเพื่อจัดหางบประมาณให้แก่โรงเรียน ในการทําบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาในครั้งนี้ได้จํานวนทั้งสิ้น 200,000 บาท สําหรับทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้จะนําเงินทั้งหมดไป สมทบทุนสร้างหอพระ ประตูรั้วโรงเรียน เสาธง และปรับปรุงบริเวณภายในโรงเรียนบ้านคลอมะนาวและเพื่อการศึกษาต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กู้ภัย ช่วยเรือประมงถูกคลื่นซัดจมกลางทะเล 4 ชีวิต ลอยคอกลางทะเลสัตหีบ ปลอดภัย

         เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 22 ก.ย.62 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี ได้รับแจ้งจากกลุ่มเรือประมง ว่ามีคนว่ายน้ำเกาะฝาถัง มาขอความช่วยเหลือหลังเรือประมงเล็ก ชื่อสมไชย อนันต์ ถูกคลื่นซัดจมลง บริเวณระหว่างหน้าเกาะเป็ด เกาะรางเกวียน ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และอีก 3 คนได้ลอยแยกหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม หลังรับแจ้งได้นำกำลังเรือกู้ภัยและเรือกลุ่มประมงบางเสร่ ออกค้นหาทั่วบริเวณ

         โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือ นายอนันต์ศักดิ์ จันทิมา อายุ 44 ปี ไต๋เรือได้หลังพยายาม เกาะฝาถังว่ายเข้ามาหาเรือประมงบริเวณนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีเรือประมงพบเจอและช่วยเหลือ ก่อนจะประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยกู้ภัยสัตหีบและเรือประมงบางเสร่ ชมรมเรือตกปลา และ ท่องเที่ยว บางเสร่ ช่วยกันออกติดตามหาอีก 3 คนที่หายไปก่อนจะพบเจอและช่วยเหลือขึ้นมาได้ ทราบชื่อ นายทินวัฒน์ แดนศรีแก้ว อายุ31 ปี นายจรูณ แจ่มสวัสดิ์ อายุ 31 ปี และนายมงคล เปรมมานะ อายุ 37 ปี ขณะกำลังเกาะถังแช่ปลา ก่อนนำทั้งหมดขึ้นยังท่าเรือบางเสร่ ก่อนนำส่งยังโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ล่าสุดทั้งหมดอาการปลอดภัย

          นายอนันต์ศักดิ์ จันทิมา อายุ 44 ปี ไต๋เรือ กล่าวว่าได้นำเรือมาลงออกหาปลา โดยพาพวกเพื่อนๆ มาตกปลาบริเวณเกาะรางเกวียน ห่างจากฝั่งประมาณ 4 ไมล์ทะเล ก่อนที่จะถูกคลื่นเเรงและสูงประมาณ1-2 เมตร และลมกะโชกแรงทำให้เรือถูกคลื่นซัดจมใต้น้ำจนทำให้ตนและพวกเพื่อนๆลอยคอก่อนจะเกาะถังแช่ปลาและฝา ลอยคอไปตามกระแสน้ำ ส่วนตนได้เกาะก่อนจะว่ายเข้าไปขอความช่วยเหลือเรือประมงข้างเคียง ก่อนจะช่วยกันออกตามหาจนช่วยเพื่อนทั้งหมดได้ 3 คน อย่างปลอดภัย

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

วัดสัตหีบ มอบทุนการศึกษากว่าล้านบาทเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพหลวงพ่ออี๋

         วันนี้ 23 ก.ย.62 พระเทพชลธารมุนี เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระราชสารโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์แก่นักเรียนที่สอบผ่านธรรมสนามหลวง เนื่องในวันงานบำเพ็ญกุศลวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลาการ เปรียญวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          โดยมี พระครูทัสนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ พร้อมด้วย พลเรือเอก นพดล สุภากร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พลเรือโท ชุมศักดิ์ นาควิตร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พลเรือตรี ทศพล ผลดี เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ นาย ณรงค์ บุญบรรเจิศศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน

          พระครูทัศนียคุณากร กล่าวว่า สำหรับการมอบทุนการศึกษาของวัดสัตหีบ ได้ดำเนินการเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2518 โดยกำหนดวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันมรณภาพของพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดสัตหีบ รูปที่ 1 ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดเป็นเงินที่ได้จากดอกผลของทุนมูลนิธิเพื่อการศึกษาของวัด และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและให้กำลังใจในด้านการศึกษาแก่เยาวชนผู้ที่มีความรู้ดีและประพฤติดี ในปีนี้ ได้พิจารณานักเรียนที่ การมอบทุนการศึกษาสงเคราะห์ในปีนี้ มีภิกษุและเด็กนักเรียนที่สอบได้ ในระดับนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก และธรรมสนามหลวงและธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอกและทุนเรียนดี ขาดแคลนทุนทรัพย์และสนับสนุนทุนวัดต่างๆอีกส่วนหนึ่ง รวม 1,349 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,431,000 (หนึ่งล้านสี่แสนสามหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) และยอดเงินทุนนิธิที่ทางวัดสัตหีบได้มอบให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนเงินถึง 29,751,777.00 (ยี่สิบเก้าล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทถ้วน)

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

จ.จันทบุรี- มอบเกียรติบัตรหมอดินอาสาและเกษตรกรดีเด่น พร้อมยกย่องเยาวชนต้นแบบ ด้านดนตรีไทย และมอบรางวัลโรงเรียนต้นแบบดนตรีไทย

         วันนี้ ( 23 ก.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม กรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดจันทบุรี ประจำเดือน กันยายน 2562 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล รับทราบปัญหา อุปสรรค วางแผนเตรียมการจัดโครงการกิจกรรม จะมีขึ้นในช่วงเดือนต่อไป

         โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมการจัด วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2662 ณ อาคารเฉลิมพระ เกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ( เทศบาลเมืองจันทบุรี ) และวันปิยมหาราช ในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562

         สรุปผลการลงทะเบียนร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ชิม ช็อป ใช้ ในจังหวัดจันทบุรี โดยครั้งนี้มีเรื่องก่อนวาระการประชุม ประกอบด้วย

  • การมอบเกียรติบัตรและป้ายประชาสัมพันธ์โลโก้หนูณิชย์ “ติดดาว” แก่ เรือนจันท์ครัวไทยและร้านก๋วยเตี๋ยวป้ามาลี ต.หนองบัว
  • มอบโล่รางวัลและมอบเกียรติบัตรหมอดินอาสาและเกษตรกรดีเด่น
  • มอบเกียรติบัตรเยาวชนต้นแบบด้านดนตรีไทย ประจำปี 2562 และสถานศึกษาที่ส่งเสริมโครงการดังกล่าวประกอบด้วย
    รางวัลเกียรติบัตรระดับดี ในระดับมัธยมศึกษาปี ได้แก่ นายรพี แช่มชื่น โรงเรียน //เบญจมราชูทิศ และนายคศิษฐ์ศักดิ์ จิตตรง ผู้แทนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี
    // รางวัลเกียรติบัตรระดับชมเชย ในระดับประถมศึกษา ได้แก่ เด็กหญิงปิยธิดา ผล พฤกษา โรงเรียนสฤษดิเดช และ นายพรชัย นุ่มเจริญ ผู้แทนโรงเรียนสฤษดิเดช
    // รางวัลเกียรติบัตรระดับชมเชย ในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นายกิติศักดิ์ พุฒซ้อน วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี และนายดำรง เชื้อเกสร ผู้แทนวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

ทั้งนี้ได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในจังหวัดจันทบุรีในเดือนนี้คือ

  1. นางสาวกาญจนา ทัพป้อม หัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี
  2. นายสมบูรณ์ ทองอเนก หัวหน้าสำนักงานพัฒนาการจังหวัดจันทบุรี
  3. นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี- เรือนจำร่วมกับ สนง.หนังสือเดินทางชั่วคราว และ อบจ. เปิดร้านเสี้ยวจันท์ ต่อยอดเรือนจันท์ครัวไทย รองรับอาชีพผู้พลั้งเผลอหลังพ้นโทษ

เรือนจำจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว และ อบจ.จันทบุรี เปิดร้านเสี้ยวจันท์ ต่อยอดเรือนจันท์ครัวไทยรองรับอาชีพผู้พลั้งเผลอหลังพ้นโทษได้มีอาชีพสุจริต สร้างรายได้

         ที่บริเวณลานค้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และ ภาคเอกชนได้จัดร้านจำหน่ายอาหาร ข้าวแกง และเครื่องดื่ม เพื่อรองรับผู้มาติดต่อราชการหนังสือเดินทางและส่วนราชการใกล้เคียงในพื้นที่ ซึ่งเป็นการต่อยอด ขยายสาขาเรือนจันท์ครัวไทย ที่จำหน่ายอาหาร และ สินค้าของผู้ต้องราช ทัณฑ์ ผู้พลาดพลั้งในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี ได้มีโอกาสฝึกอาชีพ ก่อนที่จะกลับคืนเป็นคนดีของสังคม

         โดยร้านเสี้ยวจันท์จะนำอาหารจากเรือนจันท์ครัวไทยมาจำหน่ายในราคาเดียวกัน คือ ข้าวราดแกง 1 อย่างราคา 30 บาท / 2 อย่างราคา 35 บาท ถ้าใส่ถุงราคา 30 บาท พร้อมมีเครื่องดื่ม และ ขนมเครปเค้ก คุกกี้ และขนมไทยหลากหลายฝีมือของผู้ต้องราชทัณฑ์ ในเรือนจำนำมาวางจำหน่าย ก่อนนำผลกำไรกลับไปเป็นรายได้ปันผล แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็น การสร้างงานให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์และอดีตผู้พลาดพลั้งที่กลับคืนสู่สังคมได้มีอาชีพสุจริตสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

          โดยร้านเสี้ยวจันท์ นอกจากจะเป็นร้านสาขาร้านแรกที่ขยายโอกาสมาจากร้านเรือนจันท์ครัวไทย ยังเป็นร้านข้าวแกง เครื่องดื่มที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่ไม่ได้ใช้งบประมาณของส่วนราชการในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแสดงถึงความมีส่วนร่วมของกระทรวงการต่างประเทศ กับ หน่วยงานราชการท้องถิ่นในการคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน การทูตเพื่อประชาชน เปิดจำหน่ายข้าวแกง และ เครื่องดื่ม พร้อมขนมต่าง ๆ ในวันและเวลาราชการตั้งแต่ 08.30 น.ถึง 16.30 น.

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คลังจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ รับเงิน 1,000 บาท ขณะที่ยอดผู้ประกอบการร้านค้าที่พักทะเบียนรวม 657 ราย

คลังจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ รับเงิน 1,000 บาท ขณะที่ยอดผู้ประกอบการร้านค้าที่พักทะเบียนรวม 657 ราย

         นางลาวัลย์ พันธุ์นิล คลังจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกเปิดให้ลงทะ เบียนรับเงิน 1,000 บาท ตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว “ชิม ช้อป ใช้” ของรัฐบาลแล้ว โดยประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิตามมาตรการฯ ผ่านเว็บไซต์ www. ชิมช้อปใช้.com ระหว่างวันที่ 23 กันยานยน ถึง 15 พฤศจิกายน 2562 โดยรับลงทะเบียน 1 ล้านคนต่อวัน ต่อเนื่องทุกวันจนกว่าจะครบ 10 ล้านคน

         พร้อมยังได้เน้นย้ำในเรื่องของเงื่อนไข และวิธีการรับสิทธิอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้เตรียมตัวลงทะเบียน ดังนี้ ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน, มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต และมี E-mail ของตัวเอง ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ด้วยเบอร์โทรศัพท์และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และต้องเลือก 1 จังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดใดก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ผู้ที่ลงทะเบียนได้แล้ว รอรับ SMS หรือ E-mail ผลการลงทะเบียนรับสิทธิภายใน 3 วันทำการ

          จากนั้นดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อใช้สิทธิ์ผ่าน G-Wallet โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) โดยไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เป็นจำนวนเงินที่จะสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น เท่านั้น โดยเมื่อได้รับสิทธิแล้วจะต้องเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้ ภายใน 14 วัน หลังได้รับ SMS (หากเกินเวลาเงินจะถูกดึงกลับ) และหากมีการเริ่มใช้สิทธิแล้วจะสามารถใช้วงเงิน 1,000 บาท ต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562

          และนอกจากการรับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) แล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) ได้อีกด้วย โดยหากมีการเติมเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น เพิ่มเติม (G-Wallet 2) รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 15 ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน เช่น หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท จะได้รับเงินคืน 225 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 4,500 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินคืนที่สูงที่สุดที่จะได้รับ

          อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดจันทบุรี มีผู้ประกอบการร้านค้าโรงแรมที่พักสมัครเข้าร่วมโครงการ รวม 657 ราย แยกเป็น ชิม คือ ร้านอาหาร 288 ราย ช็อป ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้า OTOP 211 ราย และ ใช้ คือโรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 158 ราย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลา – “ทหารพราน..พร้อมบริการประชาชน”

          ทหารจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ ร่วมกับชุดแพทย์ จากศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านบือซู จัดกิจกรรมแพทย์เคลื่อนที่ ออกให้บริการตรวจสุขภาพประชาชน ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้ารับการบริการเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล :
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก Army PR Center //หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33

สำนักข่าวความมั่นคง

ผนึกกำลังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุข และปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กลุ่มลูกเหรียง ร่วมกับ ส.ส. และ ส.ว. จังหวัดชายแดนใต้ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และองค์กรภาคีโดยการสนับสนุนจาก สสส. และองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save The Children) ผนึกกำลังปักธงพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุขและปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ณ หอประชุมหลังเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา องค์กรภาคีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 36 หน่วยงาน ร่วมกันจัดมหกรรม “เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุข และปลอดภัย” หวังสานต่อการขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัยรอบด้านให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภายในงานเป็นการจัดแสดงความสำเร็จจากการดำเนินงานตลอด 17 ปี ของกลุ่มลูกเหรียงและองค์กรภาคี ในมิติของยุทธศาสตร์ การปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและปลอดภัยในวิถีชีวิต

          นางสาววรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ในฐานะองค์กรผู้รับผิดชอบหลักในการจัดงาน กล่าวว่า ทุกปีเราเฝ้าติดตามสถิติตัวเลขเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นจากภัยพิบัติ และภัยจากมนุษย์ ข่าวดี คือ ตัวเลขลดน้อยลง แต่ยังคงมีความท้าทายที่ต้องช่วยกันทำงานต่อไป เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผลักดันพัฒนากลไกปกป้องคุ้มครองเด็กในทุกระดับให้แข็งแรง ช่วยให้เด็กที่ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ได้เติบโตด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนมากที่เผชิญชีวิตยากลำบาก แต่เขาเติบโตได้ เมื่อมีใครสักคนมองเห็นความหวังในตัวเขา และเชื่อมั่นในศักยภาพของเขาอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ลูกเหรียงและผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมต้องช่วยกัน

           เด็กหญิงแวซีตีอัชชะห์ แวหลง ตัวแทนเด็กในโครงการ “รู้ รอด ปลอดเด็กจมน้ำ” กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายของเด็ก ๆ ในชายแดนใต้ ว่า เด็กในชายแดนใต้อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตรอบด้าน เราอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและการใช้อาวุธ และหลายกรณีเด็ก ๆ อย่างหนูก็ได้รับผลกระทบ เราอยู่ในพื้นที่ที่มีภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ เรามีสถิติการจมน้ำเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่เรากลับไม่ถูกเตรียมความพร้อมในเรื่องอะไรเลย เพื่อให้เราปลอดภัยมากขึ้น หนูอยากเรียกร้องให้พี่ ๆ คุณน้าคุณอา สร้างความพร้อมให้กับเรา ด้วยการให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ทักษะการช่วยเหลือเพื่อนที่ตกลงไปในน้ำอย่างปลอดภัย ทักษะการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติ ทักษะการปฐมพยาบาลและการทำ CPR เพื่อให้หนูสามารถช่วยเหลือตนเองและเพื่อน ๆ ให้ปลอดภัยได้

          สำหรับกิจกรรมหลักภายในมหกรรมครั้งนี้ประกอบด้วย การปาฐกถาของผู้แทนหน่วยงานและชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งเสียงจากเด็กและเยาวชนเอง ที่มาสะท้อนถึงสภาพปัญหาและความต้องการของพวกเขาในการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ การนำเสนอข้อมูลสถิติและการทำงานในโครงการ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การนำเสนอพื้นที่ความเสี่ยงต่อการจมน้ำพร้อมแนวทางแก้ปัญหาในมุมมองเด็กชายแดนใต้ การเปิดตัวสื่อความปลอดภัยด้านต่าง ๆ อาทิเช่น “คู่มือทักษะการระวังป้องกันตัวเบื้องต้นในสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับเด็กในพื้นที่ชายแดนภาคใต้” นิทานชุดโรงเรียนปลอดภัยรอบด้าน Survival Skills ตอน “ความปลอดภัยทางน้ำ” อดัมกับฟาตีมา ตอน “พิชิตเพลิงไหม้” การและการฝึกทักษะเพื่อความปลอดภัย อาทิเช่น การช่วยคนตกน้ำ ด้วยวิธีตะโกน โยน ยื่น การทำ CPR และอื่น ๆ อีกมากมาย

ขอบคุณข้อมูล : NEWS