พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน แก่ราษฎรในพื้นที่จ.จันทบุรี

พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานมอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทานให้กับนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า, เปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน, อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี พร้อมทั้งจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน

         วันนี้ ( 9 ต.ค.62 ) ที่ ศาลากลางบ้านหนองมะค่า หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทาน ให้กับนักเรียน โรงเรียนหนองมะค่าจำนวน 111 ชุด พร้อมทั้งเปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า

          โอกาสนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า และ โรงพยาบาลอำเภอสอยดาว ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ โดยมี การให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจดวงตาป้องกันต้อกระจก ต้อลม รักษาดวงตา งานทันตกรรม อุดฟัน ถอนฟัน แจกเวชภัณฑ์ยา การรักษาโรคแพทย์ทางเลือกแผนไทย นวดสมุนไพรมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ให้บริการรวม 62 คน

         หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ผู้แทนพระองค์ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี ราษฎรหมู่ที่ 8 ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งนางมนต์ มีบุตรเขย หลานสาว หลานชายคอยดูแลช่วยเหลือ มีเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข อสม.ติดตามเยี่ยมบ้าน ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จาก อบต.สะตอน เดือนละ 1,000 บาท มีโรคประจำตัว คือเบาหวาน ความดัน หัวใจโต ได้รับสิทธิจ่ายตรง เนื่องจากลูกสาวคนเล็กรับราชการครู นางมนต์ ชนะคำ มีบุตร – ธิดา รวม 9 คน บุตรชายคนโตเสียชีวิตไปแล้ว คงเหลือ 8 คน / 4 คน ทำงาน ทำสวนอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน ส่วนอีก 4 คน ไปทำงานมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ถือเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี และยังมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือตนเองได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดปัตตานี เชิญเที่ยวจัดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562 และ งานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19

          นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า จังหวัดปัตตานี โดย อำเภอโคกโพธิ์ ร่วมกับ สถาบันสงฆ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอโคกโพธิ์ และคณะกรรมการจัดงานประเพณีชักพระ กำหนดจัดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562 และงานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19 ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นประจำทุกปี

          ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 11-20 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เพื่อร่วมส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู และดำรงรักษาไว้ซึ่งขนมธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการจัดทำเรือพระ เสริมสร้างความสามัคคี ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างสถาบันสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งสริมการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง อีกทั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานี และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

         ทั้งนี้ กำหนดให้มีพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19 ในวันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. และกำหนดให้มีพิธีเปิดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ในวันจันทร์ ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ภายในงานฯ มีการประกวดเรือพระ 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทยอดใหญ่ ยอดเล็ก เรือโฟม และประเภทความคิด, การประกวด “ริ้วขบวนแห่และฟ้อนรำหน้าเรือพระ”, การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง บุคคลทั่วไป, การแสดงและการแข่งขันตีกลองเรือพระ, การแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชน, การประกวด ยุวบุตร-ยุวธิดา เรือพระ และ การออกร้านแสดงนิทรรศการ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าอุปโภค บริโภค จากตำบล/ท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ซึ่งจะมีการแสดงดาราศิลปิน และการประกวด สับเปลี่ยนกันทุกคืน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจให้กำลังใจเจ้าหน้าที่-ประชาชน ที่นราธิวาส

           เวลา 07.20 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบกับครอบครัว ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ณ บ้านเลขที่47 ถนนบ้านพักครู ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส หลังถูกคนร้ายดักซุ่มยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มน้ำชาและอำลาชาวบ้านที่เกษียณอายุราชการ

           เหตุเกิดริมถนนบ้านเปาเบาะ หมู่ที่ 5 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ยังความปลื้มปีติให้แก่ครอบครัวของ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ ไปเยี่ยมเป็นกำลังใ จพร้อมกับอัญเชิญถุงพระราชทาน ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน ณ ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพรานที่ 4809 อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จำนวน 80 ชุด ในโอกาสนี้องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงความห่วงใย และทรงให้กำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกนายต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ขอบคุณข้อมูล : สยามรัฐออนไลน์

รองผู้ว่าฯ ยะลา มอบบ้านแก่น้องพิการ ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          วันที่ 8 ต.ค. 62 นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีมอบบ้านแก่น้องพิการ “โครงการปรับสภาพแวดล้อมน่าอยู่สำหรับน้องพิการทางสมอง (Day Care)” ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ นางสุภาพร วุฒิศาสตร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ณ บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 6 ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา 

          นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา สำนักงานเหล่ากาชาดอำเภอจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอยะหา อำเภอยะหา ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องครัว ข้าวสารอาหารแห้ง พัดลมตั้งโต๊ะ หม้อหุงข้าว ยาสามัญประจำบ้าน ให้แก่เด็กหญิงนูรฟาตีนันท์ บาโงสะนอ และครอบครัว หลังจากนั้น คณะ ได้เดินทางไปมอบบ้านหลังที่ 2 ให้แก่ เด็กหญิงนูรอัฟดา ยีระกูดา เลขที่ 36 หมู่ที่ 2 ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และมอบบ้านอีก 2 หลัง ในพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา อีกด้วย ทั้งนี้ ครอบครัวของน้องพิการทางสมองต่างขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยเหลือในครั้งนี้        

          สำหรับการมอบบ้านที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้แก่น้องพิการทางสมอง (Day Care) ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดยะลา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ประจำปี 2562 เป็นเงิน 1,100,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่น้องพิการทางสมอง (Day Care) จำนวน 20 หลังคาเรือน ๆ ละ 50,000 บาท

          โดยในพื้นที่อำเภอยะหา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่น้องพิการทางสมอง จำนวน 4 หลังคาเรือน และมีการดำเนินงานในรูปของการบูรณาการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา อำเภอยะหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอยะหา กองทุนพัฒนาสังคมผู้ด้อยโอกาสและสาธารณสุขเชิงรุกจังหวัดยะลา จนทำให้การดำเนินงานดังกล่าว ประสบความสำเร็จ เสร็จสิ้นไปด้วยดี เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ครอบครัวของคนพิการเป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

รายงาน – “ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซาก ต่อไป”

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 “ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป”

         คำกล่าวตอนหนึ่งของ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานแถลง “แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2563” เมื่อเร็วๆนี้ที่ว่า “สู้ด้วยความจริง ไม่บิดเบือน ผิดเป็นผิด ถูกก็คือถูก ยึดเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” นับเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังที่เกิดขึ้นในห้วงของช่วงปี 2562 โดยแม่ทัพภาคที่ 4 หวังจะให้กรอบแนวทางการปฏิบัติที่สร้างความศรัทธานี้ถูกต่อยอดออกไปในแผนเสริมสร้างสันติสุขของปี 2563 ต่อไป

          โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการยังคงต้องเดินหน้าเร่งด่วน ประกอบด้วย งานควบคุมพื้นที่ปลอดภัย  ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการปฏิบัติเชิงรับเป็นเชิงรุก ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หมู่บ้านสันติสุข 118 หมู่บ้านและ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ตำบล ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ อส.และตำรวจ ร่วมปฏิบัติจรยุทธ์ บูรณาการร่วมกันทั้ง ตำรวจ และทหาร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านต้องทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ การดูแลแนวโดยเฉพาะท่าข้ามผิดกฎหมาย ต้องกวดขันดูแลเป็นพิเศษ เป็นต้น

         ส่วนหนึ่ง ที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงให้ความสำคัญในลำดับแรกๆ ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยและทำให้เกิดสันติสุขคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ทางพลโท พรศักดิ์ ให้ความสำคัญมาตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4  การปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รวมถึงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสำคัญ

          การได้เข้ามาคลุกคลีรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน จึงได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ นำมาสู่การแยกแยะ ตั้งแต่การจับกุมผู้กระทำความผิดตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ การดึงผู้เสพเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ผู้ใดที่ตกเป็นผู้เสพนำไปบำบัดและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ การสร้างงานสร้างอาชีพติดตัวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง  ดังนั้นในปี 2563 พลโทพรศักดิ์ ยังสู้ไม่ถอยและจะยังคงเดินหน้าในการเพิ่มมาตรการทุกอย่าง ทั้งการบำบัดรักษา การปราบปรามผู้ค้าทุกระดับ การดำรงไว้และดูแลความเป็นพหุวัฒนธรรมของชุมชนที่มีมาแต่อดีตให้ดำเนินต่อไป ที่น่าสนใจการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนดังที่กล่าวมาแล้วนั้นจะไปเสริมฐานโครงการเมืองต้นแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

         “ผมเน้นย้ำกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้ยึดหลักระเบียบ วินัย หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข โดยในปี 2563 จะใช้มาตรการรุก ทั้งการทหารและการเมือง เน้นความจริง จะต่อสู้ความด้วยจริง ทุกเหตุทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจะใช้ความจริงเข้าแก้ปัญหา และใช้ยุทธศาสตร์คนดี ให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่รักของสังคม อย่าทำตัวเหนือกฎหมาย”  พลโทพรศักดิ์ กล่าว นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ พลโทพรศักดิ์ ยังให้ความสำคัญต่อการช่วยสนับสนุนในการเป็นประธานเปิดงาน รวมพลังกองทุนแม่ของแผ่นดินประจำปี 2562 โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี มวลชนญาลันนันบารู ที่อยู่ในโครงการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติดและโครงการประชารัฐญาลันนันบารูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

         พลโท พรศักดิ์ ระบุตอนหนึ่งในงานว่า “ตั้งแต่ผมได้ประกาศแผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป นำความผาสุกมาให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่าน การบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและจริงใจ  สำหรับมวล ชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เดินทางมาในวันนี้ทราบว่า สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดินส่วนใหญ่เป็นมวลชนญาลันนันบารูที่อยู่ในโครงการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติดและโครงการประชารัฐญาลันนันบารูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ทุกท่านจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในชุมชนอย่างแท้จริง ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

          สำหรับการแก้ปัญหายาเสพติดในห้วง 1 พฤศจิกายน 2561 ถึง 26 กันยายน 2562 ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ได้สรุปผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ 37 อำเภอ (ศปร.อ. 37 อำเภอ) เป็นที่น่ายินดีดังนี้

  1. มีการบังคับใช้กฎหมาย กับ ผู้ค้ารายใหญ่ 176 ราย, ผู้ค้ารายย่อย 3,857 ราย รวมผู้เสพ 19,081 ราย
  2. ตรวจยึดของกลางยาบ้า 2,196,886 เม็ด, กัญชา 25,484 กิโลกรัม, ใบกระท่อม 18,403 กิโลกรัม, น้ำกระท่อม 14,870 ลิตร, ยาไอซ์ 41.308 กรัม, ยาแก้ไอ 23,928 ขวด แบ่งบรรจุ จำนวน 24,467 ซีซี., เฮโรอีน 38.958 กิโลกรัม, ยาอี 100 เม็ด รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 7,922 ราย
  3. การดำเนินการต่อผู้เสพยาเสพติดที่สมัครใจรายงานตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จำนวน 15,084 ราย, กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,855 ราย, ติดตามบำบัดฟื้นฟู 8,036 ราย และส่งเสริมอาชีพ 266 ราย

          ผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเท่านั้น หากแต่เป็นความร่วมของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันอย่างจริงจัง ทำให้การแก้ปัญหาได้ตรงจุดและทันสถานการณ์ ดั่งที่ว่า พวกเราต้องช่วยกันปราบปรามยาเสพติดเพื่อแผ่นดินไทยอยู่รอดต่อไป

“ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการที่พวกเราร่วมจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป” พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูล : Smile ชายแดนใต้

ดีเอสไอ บุกยึดอาวุธสงคราม 5 กระบอก พร้อมกระสุนซุกริมถนนโจรใต้เตรียมก่อเหตุ

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตค. พ.ต.ต.สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการณ์คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 นำกำลังร่วมชุดปฏิบัติการณ์และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปทำการตรวจสอบ แหล่งซุกซ้อนอาวุธปืนในพื้นที่ ม.5 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว

     โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณป่าและพุ่มไม้โดยรอบในรัศมี 100 เมตร ตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ค้นบริเวณพุ่มไม้ พบวัตถุต้องสงสัยห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำมีลักษณะยาวประมาณ 50-60 เซนติเมตร จึงได้นำออกมามีจำนวน 6 ห่อ จากนั้นเจ้าหน้า ที่ ได้ฉีดถุงพลาสติกออกทั้ง 6 ห่อ พบว่าเป็นอาวุธปืนสงคราม จำนวน 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนอาก้า จำนวน 4 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 6 อันมีกระสุนบรรจุเต็มทั้ง 6 แม็ก และ อาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน และอีก 1 ห่อเป็นกระสุนปืนอาก้า กว่า 60 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้นำไปตรวจสอบ     

          พ.ต.ต.สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการณ์คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การตรวจยึดอาวุธปืนครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบ สวน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้ทำการซักถามผู้ต้องสงสัย ที่ถูกควบคุมตัวในคดีความมั่นคง พร้อมกับการสืบทราบจากแหล่งในพื้นที่ ทำให้ได้เบาะแสเกี่ยวกับอาวุธปืน จนนำไปสู่การตรวจยึดดังกล่าว สำหรับอาวุธปืนทั้ง 5 กะบอกเชื่อว่าน่าจะเป็นเขี้ยวเล็บของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่นำมาซุกซ้อนไว้ เพื่อเตรียมที่จะก่อเหตุลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวรบนถนนสายดังกล่าว ตามที่ได้รับข่าวแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ ว่าพื้นที่ดังกล่าวพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งกำลังวางแผนลอบโจมตี เจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างไรก็ตามอาวุธทั้ง 5 กระบอก เบื้องต้นได้ส่งไปยังศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบที่มาว่าถูกปล้นมาจากที่ใดและเคยนำไปก่อเหตุคดีใดบ้าง เชื่อว่าหากผลปืนออกมา ก็จะทราบทันทีว่าอาวุธปืนทั้ง 5 กระบอกเป็นของกลุ่มใดและใครนำไปก่อเหตุ ถือว่าเป็นการขยายผลและคาดว่าจะสามารถรวบรวมประกอบคดีจนนำไปสู่การออกหมายจับต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : เพจ Smileชายแดนใต้

พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. เป็นผู้แทน ผบ.ตร. ในการรับมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          วันที่ 9 ต.ค. 62 เวลา11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดาผบ.ตร. ได้มอบหมายให้พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. เป็นผู้แทนในการรับมอบข้าวสารจำนวน 55 ตัน(บรรจุถุง ละ 5 กิโลกรัม เป็นจำนวน 11,000 ถุง) มีมูลค่าทั้งสิ้น 1,000,000 บาท จากบริษัทกรุงไทยอาหารสัตว์จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือGFPT

          โดยมีคุณประสิทธิ์  ศิริมงคลเกษม ประธานกรรมการบริหารฯ เป็นผู้ส่งมอบ ณ บริเวณหน้าอาคาร1 ตร. เพื่อร่วมบริจาค แก่ผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามโครงการ “ธารน้ำใจประชาชนและตำรวจไทยสู้ภัยน้ำท่วม” พร้อมเป็นประธานในการปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกข้าวสาร เพื่อเดินทางไปแจกจ่ายยังพี่น้องประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“บิ๊กอ้อ” เรียกประชุม ชุดทำงานการปราบปราม ข่าวปลอม บิดเบือน แพร่ระบาด ชี้นำ​ (Fake News)

“บิ๊กอ้อ” เรียกประชุมชุดทำงานการปราบปรามข่าวปลอมบิดเบือน แพร่ระบาด ชี้นำ​ (Fake News)

         เมื่อวันที่​ 9 ต.ค. 62 เวลา 11.00 น.​ ณ​ สำนักงาน รองผบช.ภ.3 ตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 เรียกประชุมชุดทำงานการปราบปรามข่าวปลอมบิดเบือน แพร่ระบาด ชี้นำ​ (Fake News) ตามนโยบายของ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และคำสั่ง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3

         โดยมี พ.ต.อ.จริศักดิ์ แสนบัว​ ผกก.(สอบสวน)ฯ บก.สส.ภ.3,พ.ต.อ.มนศักดิ์ แก้วอ่อน ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จ.นครราชสีมา,พ.ต.ท.ไกรสร ศรีอำพร รองผกก. สส. ภ.3, พ.ต.ท.สุโชค ผู้มีโชคชัย รองผกก.สส.ภ.3, พ.ต.ต.ทวินันท์ นามวิเศษ สว.กก.สส.ภ.3, ร.ต.อ.สมพร ทองประดับ รองสว.กก.สส.ภ.3 เข้าร่วมประชุมดังกล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ จัด “โครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3”

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ จัด “โครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3”

          เมื่อ​วันที่​ 8 ตุลาคม 2562​ เวลา 14.00 น. ณ วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) : ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด และ ประธานที่ปรึกษา “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” และ ประธานจัดโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 3 ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ได้นำคณะผู้เข้าร่วมโครงการทำพิธีกราบขอขมาลาอุปสมบทและทำพิธีปลงผมจำนวน 41 ท่าน

         ซึ่งมีผู้บวชพระจำนวน 35 ท่าน และผู้บวชชีจำนวน 6 ท่าน โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพวิสุทธิมุนี เปรียญธรรม 9 ประโยค ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะเขตพญาไท และพระครูอุทัยธรรมานุกูล เจ้าคณะแขวงทุ่งพญาไท เจ้าอาวาส วัดอุทัยธาราม (บางกะปิ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมเมตตาขลิบผมพร้อมกับให้พรเพื่อเป็นศิริมงคลผู้ที่เข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ และได้รับเกียรติจาก พล.อ.บัณฑิตย์ บุณยะปาน อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและภริยา ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และเป็นประธานในการกราบขอขมาลาบวช รวมทั้งเป็นประธานพิธีปลงผมครั้งนี้

         ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก พล.ต.ปธาน ทองขุนนา ประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 2, พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบก.ทว., พ.ต.อ.วีระศักดิ์ ทองสาริ ผกก.กลุ่มงาน อศจ.ตร.​ และนายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เขต 3 จ.นครสวรรค์ รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ ญาติรักมิตรสหาย และ เพื่อนกลุ่มหิมาลัยกรุ๊ป มาร่วมพิธี​ ร่วมอนุโมทนาบุญให้กับคณะที่เข้าร่วมอุปสมบททั้ง 41 ท่าน ก่อนที่จะเดินทางไปทำพิธีบรรพชาภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ และทำพิธีอุปสมบทหมู่ ณ พระอุโบสถ วัดไทยพุทคยา ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 9–24 ตุลาคม 2562 นี้เป็นลำดับต่อไป

         โครงการบรรพชา อุปสมบทหมู่ ได้จัดขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 3 ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆรวมทั้งประชาชนทั่วไปได้มาเข้าร่วมโครงการฯเป็นอย่างมาก สำหรับโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพระธรรม ในดินแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนา หรือ พุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบล แห่งดินแดนพุทธภูมิ สถานที่เนื่องด้วยการประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะทำให้คณะผู้ที่บรรพชา อุปสมบท ในครั้งนี้ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีจิตใจที่สงบ มีความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​