“เสมา 3” ลงพื้นที่ปากน้ำโพ​ รับฟังข้อเสนอ พร้อมทลายทุกข้อจำกัดเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

          เมื่อ​วันที่​ 6 ก.ย.62​ เวลา 14.00 น.​ณ โรงเรียนสามมิตร อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม​ และมอบนโยบายด้านการศึกษา

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวว่า “โรงเรียนสามมิตรให้ความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “ลูกเสือ-เนตรนารี” นวัตกรรมการเรียนการสอนระดับอนุบาล รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนว HighScope ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ การเรียนการสอนแบบบูรณาการ STEM TO SEARM การจัดการเรียนรู้รูปแบบ Thinking School การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ “เด็กพิการเรียนรวม” และส่งเสริมความสามารถพิเศษ ตามรูปแบบพหุปัญญา ซึ่งมีการวางแบบแผนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ”

          ดร.กนกวรรณ กล่าวตอนหนึ่งว่า “การที่จะทำให้การเรียนการสอนมีคุณภาพได้นั้น สวัสดิการครูเอกชน ก็ต้องดีด้วย ขณะนี้ได้ผลักดันนโยบายการเพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนจากไม่เกินคนละ​ 100,000​ บาทต่อคนต่อปีมาเป็น​ 150,000 บาทต่อคนต่อปี

          เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ส่งผลให้ครูที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อขวัญกำลังใจของครูโรงเรียนเอกชน นั้น ขณะนีได้มอบหมายให้กองทุนสงเคราะห์ และ สช. ศึกษาแนวทางการเบิกจ่ายตรง เพื่ออำนวย ความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายของครูที่เจ็บป่วยโดยเร็ว

          นอกจากนี้ในส่วนของการพัฒนาครูเอกชนนั้น ตอนนี้ตนและทาง สช. ได้จัดสรรงบประมาณ ในการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เพื่อเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาเพิ่มศักยภาพครูเอกชนไว้แล้ว ประมาณ 22 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการทันทีกระจายไป 18 ศึกษาธิการภาค​ (ศธภ.) ทั่วประเทศ ให้เข้าไปช่วยจัดอบรมพัฒนาครูได้อย่างเต็มที่

          โดยเฉพาะการอบรมครูสอนเด็กพิเศษที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อดูแลเด็กให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการอบรมชุดแรกประมาณ 18,000 คน จากครูเอกชนทั้งหมดกว่า​ 100,000 คน โดยจะจัดให้มีการอบรมใน 4 หลักสูตร คือหลักสูตรการออนไลน์ หลักสูตรวิทยาการคำนวณในระดับประถมและมัธยม หลักสูตรอบรมลูกเสือ และหลักสูตรการอบรมครูปฐมวัย​ และที่สำคัญ ตนจะร่วมผลักดันจะ​ทลาย ทุก​กำแพงข้อจำกัด และ​จะ​ไม่​ทิ้ง​ใคร ไว้​ข้าง​หลัง “กนกวรรณฯ กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ ปื้ด หัวหน้าแก๊งค์ปล้นหัวลากรถบรรทุก จอดนอนข้างทาง ประวัติโชกโชน

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 7 ก.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม : ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ ได้สั่งการ​ให้​ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง.ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก,พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุมนายประดิษฐ์ หรือปื้ด แสนกล้า อายุ 39 ปี  อยู่บ้านเลขที่​ 528/8​ ถ.ไชยประชา ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 66/2555 ลง 3 ก.พ.55​ คดีอาญาที่ 263/2554 กล่าวหาว่า “ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน”

          ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ผู้ประกอบการรถหัวลาก​ และรถบรรทุก ภาคตะวันออกได้มาร้องทุกข์ต่อ ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยติดตามจับกุม แก๊งค์ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนปล้นเอาหัวลากจากรถบรรทุก ตามรายทาง ทำให้ คนขับรถต่างหวั่นกลัวไปทั่ว และเกิดความเสียหาย หลายสิบล้านจากแก๊งค์ปล้นนี้ อย่างมาก พล.ต.ต.จิรภพฯ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือฯ​ เร่งจัดชุดสืบสวนติดตาม หัวหน้าแก๊งค์มาให้ได้ เพื่อมาขยายผลและปราบปราม ทำลายเครือข่าย แก๊งค์นี้

          จนกระทั่งวันที่ 7 กันยายน 2562​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายประดิษฐ์ฯ หัวหน้าแก๊งค์จะมาปรากฏตัวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายประดิษฐ์ฯ เดินอยู่ภายในบริเวณชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ นายประดิษฐ์ฯ ดู และควบคุมตัวมายังกองบังคับการปราบปราม

          ส่วนพฤติกรรมในการก่อเหตุ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2554 เวลาประมาณ 22.30-23.00 น.นายประดิษฐ์ฯ กับพวกจำนวน 3 คน ร่วมกันปล้นรถบบรรทุกฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-5254 ปทุมธานี โดยใช้อาวุธปืนจี้ ก่อเหตุบนถนนสายต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง ต.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

          โดยแก๊งค์นี้จะเลือกรถบรรทุกที่จอดพักหรือนอนตามข้างถนนสายดังกล่าว และขับรถยนต์ปาดหน้ารถบรรทุก แล้วใช้อาวุธปืนจี้คนขับ​ และจับมัดมือมัดเท้าแล้วปล่อยลงข้างทาง โดยมีนายประดิษฐ์ฯ เป็นผู้สั่งการ​ และเป็นคนขับรถบรรทุกที่ปล้นมาแล้วหลบหนี​ โดยนำไปจอดไว้ยังจุดนัดพบในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จะได้รับส่วนแบ่งครั้งละ 50,000 บาท

          แก๊งค์นี้ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ในท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2554 ก่อเหตุ พื้นที่สภ.หนองแหน จำนวน 1 คดี และ สภ.บางน้ำเปรี้ยว จำนวน 1 คดี และปี 2554 พื้นที่ สภ.บางปะกง จำนวน 1 คดี  ท้องที่จังหวัดนครนายก เมื่อปี 2554 พื้นที่ สภ.เมืองนครนายก จำนวน 1 คดี และพื้นที่ สภ.บ้านนา จำนวน 1 คดี สมาชิกในแก๊งค์นี้ได้ถูกจับดำเนินคดีไปหมดแล้วยังคงเหลือนายประดิษฐ์ฯ ที่ยังหลบหนีอยู่ จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ติดตามจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าว​ว่า​ กองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ชอบจอดพักหรือนอนตามข้างถนนให้ใช้ความระมัดระวัง

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง​ ขอฝากประชาสัม พันธ์ ผู้ใช้ทาง

          แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง​ ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ การดำเนินการโครงการก่อสร้าง ทำการบูรณะผิวทางคอนกรีต ในทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.11+700-กม.12+000 มุ่งหน้าชลบุรี ด้านซ้ายทาง (บริเวณทางเบี่ยงเข้าสู่สถานีขนส่งสินค้า ICD) ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 21 กันยายน 2562

ขออภัยในความไม่สะดวก
ขอบพระคุณครับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหัวหน้าแก๊งค์หลอกตุ๋นเหยื่อ ร่วมลงทุนซื้อแร่ “หินกินเหล็ก” สูญเงิน ล้านกว่าหนีมา 9 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 7 ก.ย.62 : พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม,พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป,พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รองผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุมนายพงศ์ธร สุขเมือง อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.1 ต.ม่วงคอม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสกลนครที่ จ.2353/2554 ลง 27 มิถุนายน 2554 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” เมื่อประมาณปลายปี 2553 มีอดีตข้าราชการเกษียณอายุพื้นที่จังหวัดสกลนคร เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาทำทีตีสนิท พูดจาหว่านล้อม จนผู้เสียหายเชื่อสนิทใจ แล้วหลอกตุ๋นเหยื่อเข้าร่วมลงทุนซื้อเหล็กแร่​ “หินกินเหล็ก” นำไปขายต่างประเทศได้กำไรกว่า 100 ล้าน จนหลงเชื่อ จึงตกลงร่วมลงทุนด้วยกับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยยอมควักเงินในกระเป๋าจากการเกษียณอายุราชการ มาลงทุนกับแก๊งมิจฉาชีพ ภายหลังทราบว่า ถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด

          โดยพฤติกรรมของ นายพงศ์กร สุขเมือง พร้อมเพื่อนร่วมแก๊งยังหลบหนี จะหาเหยื่อที่มีฐานะทางการเงิน หลงเชื่อคนง่าย หลังจากนั้นก็จะมีหน้าม้าในแก๊งทำทีว่ารู้จักกับชายชาวลาวคนหนึ่งที่ครอบครองหินกินเหล็กอยู่ แล้วชักชวนพาเหยื่อเดินทางไปดูชาวลาวนำหินกินเหล็กที่กล่าวอ้างมาทดลอง โดยการนำตะปูวางบนก้อนหินดังกล่าวนานประมาณ 1-2 นาที จากนั้นตะปูก็กลายเป็น “ขี้เถ้า” โดยอ้างว่าเมื่อนำแร่หินกินเหล็กไปขายจะได้เงินตอบแทนสูงถึง 700,000,000 ล้านบาท

          จนผู้เสียหายหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหากับพวก และได้ร่วมลงทุน นำเงินไปติดต่อซื้อขายสินค้าดังกล่าวซึ่งเกิดจากการหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหา ได้สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 1,170,000 ล้านบาท ให้กับผู้ต้องหากับพวกโดยทุจริต และไม่ได้สินค้าตามที่ผู้ต้องหากล่าวหากล่าวอ้างแต่อย่างใด สำหรับ นายพงศ์ธรฯ กองปราบปราม สืบสวนจนทราบว่าหลังถูกออกหมายจับได้หลบหนีคดีมา 9 ปี ซึ่งเหลืออีก 1 ปี ก็จะหมดอายุความ

          ผู้ต้องหาเก็บตัวเงียบไม่พบปะกับใคร​ หลบซ่อนตัวในอาคารพาณิชย์ ติดถนนสวนสยาม 26-28 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงขออนุมัติค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการตรวจค้น และจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ ปัจจุบันยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รองเฉลิม​เกียรติ” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม ตามโครงการ กต.ตร.สน.ฯ​ พบประชาชน

          วันพฤหัสที่ 5 ก.ย.62​ เวลา 16.00​ น.​: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.​พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ชนะสงคราม,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน) และดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารอง ผบ.ตร.และที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและ ประธานกต.ตร.บก.น.1/สน.ชนะสงคราม

          ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม ตามโครงการ กต.ตร.สน.ฯ​ พบประชาชนโดยมีผู้อำนวยการเขตพระนคร,เจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังเวชฯ,กต.ตร. และที่ปรึกษา บก.น.1,กต.ตร. และที่ปรึกษา สน.ชนะสงคราม โดยมีผู้สนับสนุน เข้าร่วมการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนโดยพร้อมเพรียงกัน

          ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1,พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ และผู้สนับสนุนจำนวน 10 ท่าน ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนวัดสังเวชฯ จำนวน 10 ทุน,แจกข้าวสารให้กับประชาชน จำนวน 100 ถุง และมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แขวงทางหลวงสมุทรสาครแจ้งประชาสัมพันธ์การทดลองปิดจุดกลับรถ ทางหลวงหมายเลข 3242

แขวงทางหลวงสมุทรสาคร กรมทางหลวง แจ้งประชาสัมพันธ์การทดลองปิดจุดกลับรถ บริเวณทางหลวงหมายเลข 3242 (ถนนเอกชัย) ที่ กม.2+795 ตัดกับถนนสุรินทร์เทพกาญจนา (ซอยอู่ปรีชา) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

แนะนำประชาชนผู้ใช้เส้นทางสามารถใช้จุดกลับรถ ดังนี้.-
1.ออกจากซอยอู่ปรีชา เข้าเมืองสมุทรสาคร กลับรถที่ กม.3+485
2.ออกจากบางบอน เข้าซอยอู่ปรีชา กลับรถที่ กม.1+975

แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายบรรยงค์ ยอดแก้ว หัวหน้าหมวดทางหลวงเศรษฐกิจ โทร. 0891239962

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ ร่วม ตม.จับกุมเครือข่ายยาบ้าเจ้นาง จาก สะหวันเขต สปป.ลาว

          วัน​ศุกร์​ที่​ 6​ ก.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ,พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์,พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์,พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง,พ.ต.ท.ภคพล สุชล รองผกก.1.บก.ป.​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รองผบก.ฯ รรท.ผบก.ตม.2,พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.ตม.2,พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.ท.วิศรุต วัจนะพุกกะ รองผกก.สส.ปป.บก.ตม.2

          เจ้าหน้าที่​ตำรวจ กก.1. บก.ป.ผู้จับกุมประกอบด้วย พ.ต.ต.อาจินต์ วังวรรธนะ สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์,ร.ต.ท.อนวัช ตันตินันทกุล รองสว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.,ร.ต.ท.อดิศร อายุโย,ร.ต.ต.ณัฐวัฒน์ จำปาสาร รองสว.(ป.) กก.1 บก.ป.,ด.ต.ธีรภัทร คงตะแบก ผบ.หมู่ กก.1.บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่​ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธราธร อาภรณ์ศิริพงษ์ รองสว.ฯรรท. สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2,ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ หอมนาม รองสว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2

          ได้ร่วมกันจับกุม Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY อายุ 36 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันฟอกเงิน” โดยการจับกุมผู้ต้องหา​ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีเครือข่ายยาเสพติดของเจ้นางฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว มีภูมิลำเนาอยู่บ้านหนองบัวท่า เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดย ติดต่อกับสายลับเสนอขายยาบ้า ให้กับสายลับในราคา มัดละ 40,000 บาท

          โดยการติดต่อได้มีการสนทนาทางไลน์ และทางโทรศัพท์ ซึ่งการสนทนา มีการต่อรองราคาโดยสายลับได้ส่งเงินมัดจำราคายาบ้า จำนวนเงิน 10,000 บาท โดยมีการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร เมื่อส่งเงินไปแล้ว เจ้นางฯ​ ยืนยันว่าจะมีทีมขนยาเสพติด ส่งให้ตามที่สั่งซื้อ เจ้าหน้าที่​ จึงได้ประสานกับ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ ได้รับทราบ เพื่อทำการสืบสวน

          จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดจะมีการนัดส่งยาบ้ากันที่บริเวณถนนสายยุทธศาสตร์ เขมราฐ -สามแยกถ้ำเสือ หลัก กม.2 ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองบัวท่า ฝั่ง สปป.ลาว จึงได้ประสานกำลังความมั่นคง ในพื้นที่เพื่อสกัดกั้น จับกุมผู้กระทำผิด โดยได้มีการแบ่งกำลังออก เป็นชุดๆ ไปวางตามจุดที่คาดว่า จะมีการนำยาบ้ามาส่งมอบกัน

          และต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ ทหารหน่วย นรข.ได้ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 34 มัด (ประมาณ 48,000 เม็ด) ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 91.1 กรัม จากชาย จำนวน 3 คน ซึ่งกำลังนำยาเสพติดใส่กระสอบเดินอยู่ริมแม่น้ำโขง​ และขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว ชายทั้ง 3 คนได้วิ่งหลบหนีไป

          ในทางการสืบสวนทราบว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของเจ้นางและจากข้อมูลที่เครือข่ายยาเสพติดได้ติดต่อกับสายลับเป็น หมายเลขบัญชีเพื่อให้สายลับโอนเงินให้จึงเชื่อว่าเป็นบัญชีธนาคารที่ เกี่ยวกับกิจกรรมการทำนิติกรรมทางการเงิน ของเครือข่ายยาเสพติด

          ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เจ้นางฯ​ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับสายลับอีกและได้บอกกับสายลับว่าสามารถส่งยาบ้าให้สายลับได้อีกในราคามัดละ​ 40,000 บาท เช่นเดิม หากสนใจให้โอนเงินมัดจำค่ายาบ้าให้ จำนวน 10,000 บาท​ ไปยังธนาคารทหารไทย หมายเลขบัญชีเดิม

          จาการตรวจสอบพบว่าบัญชีดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวเงินเป็นจำนวนมาก 20 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งมั่นใจว่า เป็นบัญชีที่เปิดทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด​ จนต่อมาศาลจังหวัดอุบลราชธานี​ ได้อนุมัติหมายจับ Mr CHANTHAVONG SIMIXAY ตามหมายจับ ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562

          จนท.ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY กำลังจะเดินทางเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้ประสานงาน กก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม. 2 ให้ทำการตรวจสอบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ

          จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.2 จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY (ทราบชื่อภายหลัง) มีลักษณะตรงกับตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหา จึงได้ทำการเชิญตัว มายังห้องสืบสวน กองกำกับการสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 เพื่อทำการตรวจสอบ

          จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงแสดงหมายจับให้ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูเมื่อ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้แต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งกับ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ว่าจะต้องถูกจับกุมตัว และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “สมคบกันฟอกเงิน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ร่วมตำรวจ​ท้องที่ตามจับสึกอดีตเจ้าอาวาส หลังข่มขืนเด็ก ม.2​

          จากกรณีที่พระสง่า วงศ์เมือง อายุ​ 52 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดดู่​ จ.บุรีรัมย์​ ก่อเหตุข่มขืน เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ)​ นักเรียนชั้น ม.2 ตั้งแต่ อายุ 13 เมื่อปี 2558 ขณะนี้อายุ 18 ปีจนตั้งท้อง 5 เดือน ต่อมามารดาได้ไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สภ.หนองสองห้อง โดยอดีตเจ้าอาวาสยอมชดใช้เงิน 150,000 บาทเนื่องจากเด็กอายุเกิน​ 18​ ปี แล้ว​ และทางผู้เสียหายถอนแจ้งความ แต่ทางอดีตเจ้าอาวาสยังไม่ยอมสึกจากการเป็นพระจนมีข่าว ในสื่อโซเชียลนำเสนอข่าวที่เป็นภาพลบต่อพุทธศาสนา “ตกนรกมา 5 ปี เจ้าอาวาส วางยาขืนใจ น.ร.สาว ม.2 ถ่ายคลิปขู่ เรื่องแดงเพราะท้อง-ย้ายวัดหนี” พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.จึงมีคำสั่ง กก.3 บก.ป. ให้ดำเนินการสืบสวนประสานการปฏิบัติกับ ตร.ท้องที่ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดลงโทษ

          ภายหลังได้คำสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.นำโดย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.​ และพ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.พร้อมกำลังได้ลงพื้นที่โดยเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง จ.บุรีรัมย์ เพื่อประสานการปฏิบัติงาน ซึ่งทราบว่ามีการเรียก อดีตเจ้าอาอาสดังดังกล่าวมาทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่พระรูปดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการลาสิกขาทราบว่า พระรูปดังกล่าวเดินทางไปปฏิบัติธรรมอยู่ วัดแห่งหนึ่งใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา

          ต่อมาเมื่อ วันที่​ 4 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง พบตัวพระสง่าฯ​ จึงได้เชิญ ตัวพระสง่าฯ มาทำพิธีลาสิกขาให้ถูกต้อง ในกรณีการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวนั้น ผบช.ก.ได้สั่งการให้ เร่งดำเนินการ​ เนื่องจากเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำให้ศาสนาเกิดความเสือมเสียได้​ จึงถือว่าเรื่องที่ชาวพุทธทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รองศรีวราห์” มอบเงินบริจาค จำนวน 3,400,000 บาท ให้แก่มูลนิธิแพทยศาสตร์ตำรวจ ร.พ.ตำรวจ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

          วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 9.00 น. ณ ลานดนตรีจิตอาสา ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ : พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล​ พร้อมคณะ มอบเงินบริจาค จำนวน 3,400,000 บาท ให้แก่มูลนิธิแพทยศาสตร์ตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ในกิจการและสนันสนุนการพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ,พล.ต.ต.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์​ (สบ.6) โรงพยาบาลตำรวจ​ และพล.ต.ต.วัชรินทร์ พิภพมงคล นายแพทย์​ (สบ.6) โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับมอบเงินบริจาค

          โรงพยาบาลตำรวจขอขอบพระคุณ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,กองบัญชาการตำรวจสันติบาล​ และคณะในกุศลจิตครั้งนี้เป็นอย่างสูง

ติดต่อสอบถาม​ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์​ โทร.094–9654495 หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ​ “ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจประชาชน”

Cr.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุราเป็นเหตุ กองปราบฯ​ จับ 2 หนุ่มก่อเหตุพยายามฆ่า สาเหตุเพราะเมา​ ทั้งสองคดี

          วันที่ 5 กันยายน 2562​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.บก.ป. ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง,พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส,พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน รองผกก.2 บก.ป.นำทีมโดย พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 2 ราย

รายที่ 1.จับกุมตัว นายประสงค์ศักดิ์ ชาสีโห อายุ 26 ปี อยู่​เลขที่​ 100 หมู่ 13 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ที่ จ 42/2554 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 เลขคดีอาญาที่ 571/2553 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่น เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้สามคนขึ้นไปทำให้มีผู้รับอันตรายสาหัส” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ ร้านเจริญทรัพย์ เลขที่ 17/68 ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

          โดยเมื่อวันที่ 27 เม.ย.53 เวลาประมาณ 21.00 น. นายประสงค์ศักดิ์ฯ นั่งดื่มสุราอยู่กับเพื่อนรวม 5 คนที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ร่วมงานเข้ามาตักเตือนให้เลิกดื่มเนื่องจากส่งเสียงดัง ทำให้กลุ่มของนายประสงค์ศักดิ์ฯ ไม่พอใจจึงยกพวกเข้ารุมทำร้ายใช้ไม้และท่อเหล็กตีผู้เสียหายจนกะโหลกยุบเป็นเหตุให้ผู้เสียหายพิการ

          หลังจากนั้นกลุ่มของนายประสงค์ศักดิ์ฯ จึงได้แยกย้ายกันหลบหนี เหตุเกิดบริเวณที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง ม.5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่านายประสงค์ศักดิ์ฯ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับลุงของตนเองจึงได้เข้าจับกุมส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

          จากการสอบสวน นายประสงค์ศักดิ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากเมาสุราและไม่พอใจที่ผู้เสียหายมาตักเตือน หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีเป็นเวลา 9 ปี คิดว่าตำรวจจะไม่ตามจับแล้วจึงได้กลับมาอยู่กับลุงของตนเอง ซึ่งในคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุจำนวน 5​ คนคือ​ 1.นายประสงค์ศักดิ์ ชาสีโห ผู้ถูกจับกุมแล้ว​ 2.นายรุ่งโรจน์ สุดหอม ถูกจับกุมแล้ว​ 3.นายนคร ชาสมบัติ ถูกจับกุมแล้ว​ 4.นายอาทิตย์ แก้วอาษา ถูกจับกุมแล้ว​ และ​ 5.นายอุดม ลีลา ยังหลบหนีอยู่

ส่วน​รายที่ 2.ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายประเสริฐ ประดิษฐ์ อายุ 36 ปี อยู่เลขที่​ 202 หมู่ 3.ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ จ 434/2559 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เลขคดีอาญาที่ 1797/2559 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่า” โดยจับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่ ร้านซ่อมรถไม่มีเลขที่ กลางซอยวัดบางเกลือ ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

          เมื่อวันที่ 16 ก.ค.59 เวลาประมาณ 03.00 น. นายประเสริฐฯ นั่งดื่มยาดองกับเพื่อน ที่บริเวณร้านยาดอง ปากซอยวัดบางเกลือ ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับโต๊ะของผู้เสียหาย นายประเสริฐฯ ได้ใช้อาวุธมีดฟันไปที่ศีรษะเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส​ หลังจากนั้นจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่านายประเสริฐฯ กลับมาขายผัดไทยในซอยวัดบางเกลือจึงได้เข้าจับกุมส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป จากการสอบสวน​ นายประเสริฐฯ ให้การภาคเสธว่าในวันที่เกิดเหตุหลังจากเลิกขายผัดไทยตนเองได้ไปนั่งกินยาดองกับเพื่อนจำนวน 2 คนจนเมา และได้มีปากเสียงกับกลุ่มของผู้เสียหายซึ่งมากัน 4 คน ตนเองจึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริงแต่ทำไปเพื่อป้องกันตนเอง จากนั้นจึงได้หลบหนีออกนอกพื้นที่รอจนกระทั่งเรื่องเงียบจึงได้กลับมาขายผัดไทยในซอยวัดบางเกลือจนในที่สุดถูกจับกุม

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​