กองปราบฯ​ ร่วมกับตำรวจภูธร​ภาค 9 โชว์​ฟอร์ม​เจ๋ง​ รวบมือฆ่าโหดดับคาขนำกลางสวนยาง ได้ในวันเดียวหลังก่อเหตุ

          วันที่่​ 6​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผบก.ภ.จ.ตรัง,พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา​ และพ.ต.อ. สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ สว.ฯ กก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.จรัญ โอนิกะ สว.กก.สส.ภ.จ.ตรัง,พ.ต.ท.ถาวร ทิพวารี สวป.สภ.บ้านหนองเอื้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.6 บก.ป.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้ร่วมกันจับกุมนายประพัฒ หรืออึด มิตรเดช

          พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 เวลาประมาณ 07.00​ น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง​ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่ขนำไม่มีเลขที่ภายในสวนยางพารา หมู่ 10 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปที่เกิดเหตุ และทำการสืบสวนการฆ่ากันตายในครั้งนี้

          จากการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิด เหตุนายประพัฒ มิตรเดช,นายประสิทธิ์ ทำยุด,นายฉัตรชัย สิขาจารย์ และนายคณิศร มีสุข ผู้ตาย ได้มานั่ง พูดคุยกินกาแฟด้วยกันที่ขนำที่เกิดเหตุ จากนั้นนายประพัฒฯ ผู้ต้องหา จึงได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงใส่ นายคณิศรฯ ผู้ตาย ทำให้นายคณิศรฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที จากนั้นนายประพัฒฯ จึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตพรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง

          ได้สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายประพัฒฯ จึงได้ติดตามตัวทันทีและกดดันตามบ้านญาติของ นายประพัฒฯ จนสืบทราบว่านายประพัฒฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้บูรณาการกำลังกันเข้าร่วมจับกุมตัวนายประพัฒฯ ได้ในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่ก่อเหตุได้เพียง 1 วัน

          นายประพัฒฯ รับว่าได้นั่งอยู่ที่ขนำกับผู้ตายในวันเกิดเหตุและผู้ตายได้พูดจาด่าทอเสียดสี จึงทำให้นายประพัฒฯ โกรธ จึง ได้ลงมือยิงผู้ตายไป 3 นัดแล้วจึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับของศาลมณฑลทหารบกที่ 43 ที่ 3/2562​ ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2562​ ให้นายประพัฒฯ ดู นายประพัฒฯ​ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง และไม่เคยถูกจับมาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน​ และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์” และได้แจ้งสิทธิทั้งหมดให้ทราบ​ และควบคุมตัวส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง เพื่อดาเนินการตามกฎหมายต่อไป

*************************

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ ฝนตกหนักมาหลายวัน นํ้าท่วม โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ซํ้าซาก วอน อบต.คลองใหญ่เร่งแก้ไขปัญหาให้อาจารย์และนักเรียนที่เดือดร้อน

         วันที่ 7 สค. 62 หลังเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทําให้เกิดเหตุนํ้าป่าไหลทะลักลงมาจากเทือกเขาบรรทัดชายแดนไทยกัมพูชาที่ตําบลคลองใหญ่และไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมมาเป็นหลายครั้งแล้ว ผู้สื่อข่าวได้สํารวจบรรยากาศในโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พบว่า นํ้าไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่ด้านหน้าโรงเรียนบริเวณทางเข้าโรงเรียน ไปจนถึงใต้ถุนอาคารเรียนบริเวณอาคารอเนกประสงค์ อาคารโรงอาหาร และสนามภายในโรงเรียน ระดับนํ้าสูง 30-40 เซ็น

          นายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียคลองใหญ่วิทยาคม บอกว่าเหตุการณ์นํ้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมนี้ เป็นปัญหามาโดยตลอด นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนไม่มากนัก แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนของโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วย ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้แจ้งไปทาง อบต.คลองใหญ่มาแล้วทุกครั้งในแต่ละปี ให้เร่งแก้ไขปัญหานี้มานานแล้วแต่ก็ได้มาดูแล และก็ยังท่วมอยู่เป็นประจําทุกปีในช่วงฝนตกหนักจะท่วมเป็นประจํา นายสําเนา บุญมาก บอกว่าสาเหตุมาจากการถมดินของภาคเอกชน ทําให้ทางนํ้าไหลเปลี่ยนระบายไม่ทัน

         ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ต้องขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยหน่อยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนอย่างด่วนต่อไป และอีกหลายแห่งที่นํ้าท่วมเป็นประจําในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ เช่น นํ้าท่วมแถวถนนสายในคลองจาก และถนนสายหลักหน้าโรงเรียนนคราศึกษาเป็นเชื่อมโยงไปทางถนนสายในหากบางคืนมีฝนตกหนัก รถทุกคันวิ่งไม่ได้ท่วมเป็นประจําทุกปี และอยู่ในช่วงแก้ไขปัญหาอยู่ขอฝากบอกทาง อบต.ไม้รูดด้วยครับ

*****************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร พัฒนาขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดสู่ไทยแลนด์ 4.0

          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่ห้องมรกต โรงแรมพลอยพาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธาน เปิดงาน SANUK MODERN ENTREPRENEUR ASEAN 4.0 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนา ขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดสู่ไทยแลนด์ 4.0 กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายการค้าของผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ ของกลุ่มจังหวัดร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว และส.สเวียดนาม) หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 3 ประเทศ และพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้พร้อมต่อการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ เพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นไปพร้อมกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สร้างความเป็น เพื่อนมาก่อนแล้วธุรกิจจะตามมาภายหลัง

          การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากกลุ่มจังหวัดสนุก สปป.ลาว และส.สเวียดนาม ร่วมกิจกรรมจำนวน 30 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีอายุไม่เกิน 45 ปี ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าบริการ เช่น สินค้าเกษตรและการแปรรูปอาหารทะเล สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์ชุดตกแต่งห้องพัก การท่องเที่ยว ร้านอาหารและโรงแรม ปุ๋ยเคมีและวัสดุทางการเกษตร วัสดุก่อสร้าง ผ้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้า เป็นต้น การจัดงานครั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 – 10 สิงหาคม 2562 รวม 5 วัน มีการบรรยายให้ความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกิจกรรม workshop เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ทางธุรกิจ กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และสร้างเครือข่าย กิจกรรมนำเสนอธุรกิจสินค้าและบริการ กิจกรรมศึกษาดูงาน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเรียนรู้การทำการค้า การลงทุนและการตลาดในจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตราด-อึ้ง ทึ่ง เสียว กลัวจะทําอันตรายคนอยู่ในบ้าน พบต่อหัวเสือห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร

         เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 สิงหาคม 2562 ทางสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขต 2 คลองใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางสาว มิ้งขวัญ วรรณสิน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 บ้านเจ๊กลัก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ว่าพบต่อหัวเสือมาอาศัยอยู่ที่ต้นมะขามนานเป็นเดือนแล้ว เพราะว่าเดินผ่านไปผ่านมา กลัวจะมาทําอันตรายคนที่อยู่ในบ้าน จึงได้เรียกอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขต 2 คลองใหญ่ มาทำการทําลายเสีย

         จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญ ได้นําอุปกรณ์การทําลายรังต่อหัวเสือขนาดใหญ่ โดยใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 5 เมตร ใช้ผ้าพันปลายไม้ไผ่แล้วใช้นํ้ามันลาดจุดไฟลนไปที่รังโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จนกว่าตัวจะหมดไป ถึงจะนํารังลงมาจากต้นมะขามได้ ความสูงของรังต้อหัวเสือประมาณ 5 เมตร หลังนําลงมาแล้วพบตัวอ่อนของต้อหัวเสือเป็นจํานวนมาก ซึ่งเป็นเมนูทางภาคอีสานที่ได้รับความนิยมกันมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดจํานวนมาก มีราคาขายรังละ 1,000 บาท ถึง 1,500 บาท ส่วนใหญ่จะนําไปปรุงอาหารเป็นเมนูเด็ด เช่น เอาไปทําแกงใส่หนอไม้ดอง นึ่ง ผัด คั่ว และอีกหลายอย่าง ตามความชอบของผู้นําไปเป็นอาหาร เพราะว่าเป็นเมนูที่หายาก

          ลักษณะตัวต่อหัวเสือลําตัวมีสีดําแต้มด้วยสีเหลือง หรืออาจมีสีนํ้าตาล ท้องมีแถบสีสมปนเหลืองเห็นได้ชัดเจน มีขนาดลําตัว 2.7 หรือ 3.50 ซม.ต่อหัวเสือเป็นแมลงที่หน้ากลัวมากถ้าโดนต่อยหลายๆตัวอาจถึงตายได้

************************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-ดรีมเวิลด์ชวนบริจาคสิ่งของ มอบ 5 องค์กรการกุศลแบ่งฝันปันให้น้อง ปีที่ 16

         นางสาวรัสรินทร์ มิลินวรพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ เปิดเผยว่า สวนสนุกดรีมเวิลด์ได้สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ในชื่อโครงการ “แบ่งฝัน….ปันให้น้อง” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งครั้งนี้นับเป็นปีที่ 16

          โดยปีนี้ สวนสนุกดรีมเวิลด์ ชวนสายเที่ยวมาร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ด้วยการนำสิ่งของอุปโภค บริโภค มาร่วมบริจาค เพื่อส่งมอบผ่าน 5 องค์กรการกุศล โดยเปิดรับบริจาค ตั้งแต่ 5 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2562 นี้ ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ทางสวนสนุกรับเป็นสื่อกลางในการเปิดรับบริจาคสิ่งของอุปโภค บริโภค ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็ก ๆ และผู้ด้อยโอกาส ที่ขาดแคลน ตามสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคทั้งหมด ทางสวนสนุกจะส่งมอบผ่าน 5 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิบ้านนกขมิ้น บ้านพักฉุกเฉิน สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต และวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิ ต่อไป

         การร่วมบริจาค ด้วยการแบ่งปัน เป็นการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยสวนสนุกดรีมเวิลด์ได้ร่วมบริจาคข้าวสารตั้งต้น จำนวน 1,000กิโลกรัม จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2577-8666 ต่อ 8614 หรือคลิก www.facebook.com/dreamworldpark

*************************************

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

ตราด ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายพื้นที่

          วันที่ 6 สิงหาคม 62 อิทธิพลจากลมมรสุมต่างๆ บวกกับหลังจากพายุ วิภา พัดผ่านไป ทำให้พื้นที่จังหวัดตราด ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องด้วยกันหลายวัน ส่งผลให้น้ำฝนที่สะสมบนเขาบรรทัดมีจำนวนมาก และไหลหลากลงสู่พื้นที่ที่ติดชายเขา และพื้นที่ราบลุ่ม ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้ ได้รับรายงานว่ามีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 8 บ้านท่ากุ่ม จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด โดยจุดแรกบริเวณหมู่ที่ 7 บ้านท่ากุ่ม อ.เมืองตราด น้ำป่าไหลลงมาจากพื้นที่อำเภอบ่อไร่ ไหลบ่าเข้าท่วมสวนยางพารา สวนผลไม้ของประชาชน และท่วมพื้นผิวการจราจรบางจุด ทำให้รถเล็กสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก บริเวณหมู่ที่ 8 บ้านท่ากุ่ม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญฯ ต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปสำรวจบริเวณด้านในเนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยว และระดับน้ำค่อนข้างสูง โดยได้รับรายงานว่ามีบ้านเรือนประชาชนติดอยู่ภายใน 3 หลังคาเรือน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และมีผู้ป่วยอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรือท้องแบนเข้าไปสำรวจเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเข้าไปถึง ประชาชนบริเวณยังไม่ร้องขออะไร เนื่องจากยังมีอาหารเพียงพอที่จะใช้รับประทาน คาดว่าน้ำน่าจะลดลงอีกไม่นาน หากฝนหยุดตก

         บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านคลองขุด ต.ห้วยแร้ง อ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่ามีบ้านเรือนประชาชนจำนวน 2 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน นายวีระ ฤกษ์วานิชกุล นายอำเภอเมืองตราด พร้อมด้วยนายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดตราด ได้เดินทางตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณหมู่ 2 ห้วยแร้ง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญฯตราด ซึ่งจากการตรวจสอบระดับน้ำยังพอสัญจรเข้าออกบ้านได้ จึงได้ทิ้งเรือท้องแบนไว้ให้หนึ่งลำ หากในพื้นที่ยังมีฝนตกและมีระดับน้ำสูง ให้แจ้งทาง อบต.ห้วยแร้งเพื่อเข้ามาช่วยเหลือได้ในทันที สำหรับพื้นที่จังหวัดตราด ยังมีฝนตกต่อเนื่องและยังมีพื้นที่ของอำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง ที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน โดยนายฐิตนันท์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดตราด ยังแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารของกรมอุตุฯอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 วันนี้

******************************

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เรือนจำฐานทัพ มอบประกาศนียบัตรธรรมศึกษาให้ผู้ต้องขังใช้หลักธรรมขัดเกลาจิตใจ

          วันนี้ 6 ส.ค.62 ที่เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พระครูวิสาทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิธานธรรมมานุยุต เจ้าคณะตำบลบางเสร่ เจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม พร้อมคณะสงฆ์ มาเป็นประธานในพิธี มอบประกาศนียบัตร ธรรมศึกษา ชั้น ตรี โท เอก ประจำปี 2562 ให้กับ ทหารกองประจำการ ผู้ต้องขังและนักเรียนวิวัฒน์พลเมือง ทร.แบบพิเศษ ที่สอบผ่านธรรมศึกษาสนามหลวง พร้อมกับเปิดเรียนธรรมศึกษา เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด ผู้บังคับเรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ ข้าราชการ ตลอดจนผู้ต้องขัง เข้าร่วมในพิธีเปิด

          นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด กล่าวว่า สำหรับการสอบธรรมศึกษาสนามหลวง เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา มีผู้สอบผ่านธรรมศึกษาจำนวน 74 นาย แบ่งเป็นธรรมศึกษาชั้นเอก 2 นาย ธรรมศึกษาชั้นโท 12 นาย ธรรมศึกษาชั้นตรี60 นาย และในปี 2562 นี้มีผู้สนใจสมัครเข้าเรียนธรรมศึกษา จำนวน 106 นาย ประกอบด้วย ธรรมศึกษาชั้นเอก 2 นาย ธรรมศึกษาชั้นโท 6 นาย ธรรมศึกษาชั้นตรี 94 นาย ในโอกาสต่อไปนี้ ตัวแทนผู้ต้องขัง ทหารกองประจำการ และนักเรียนวิวัฒน์พลมือง จะขออนุญาตกล่าวคำถวายตัวเป็นศิษย์ ด้วยธูปเทียนแพ คอไม้ และจตุปัจจัย แต่พระอาจารย์ ด้วยความเคารพ

          พระครูวิสาทสุตากร กล่าวว่า การศึกษาธรรมอย่างถ่องแท้ จะช่วยขัดเกลาจิตใจให้มีคุณธรรม อันจะส่งผลดี เมื่อผู้ต้องขังและนักเรียนวิวัฒน์พลเมือง พ้นโทษออกไปจากที่แห่งนี้ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เราได้ศึกษามานั้นจะทำให้เรา กลับไปใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข

*******************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบ. หน่วยซีล มอบวุฒิบัตรผู้เข้ารับการอบรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

          พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ มาเป็นประธาน มอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ต.ช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายประเสริฐ พิทักษ์กรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร คณะ นายทหาร นาย สมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วย ส.ส.เขต8 ชลบุรี ตลอดจน ผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 255 คน เข้าร่วมในพิธี

         สำหรับในการฝึกอบรมได้มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สร้างความเป็นผู้นำ และต้นแบบในการอนุรักษ์ท้องทะเลแสมสาร และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลและใช้ทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืนการอบรมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเข้าใจแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จึงมั่นใจได้ว่า ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าบรรลุผลความมุ่งหมาย และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทุกประการ

          พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว กล่าวว่า การอบรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นการอบรมที่มีความสำคัญยิ่งที่ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้แนวทางในการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรรรมชาติทางทะเลอย่างถูกต้อง รวมถึงเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับผู้เข้ารับการอบรม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านที่ผ่านการอบรม จะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ กับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ กองทัพเรือและชุมชนบ้านช่องแสมสารเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมีความมั่นคงและยั่งยืน ต่อไปและขอขอบคุณคณะวิทยากร ที่ได้เสียสละกำลังกายกำลังใจและเวลาดำเนินการอบรม จนทำให้ผลการอบรมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

*********************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เกษตรกรชัยบุรี ขาดแคลนนํ้า อดีตรัฐมนตรี ยื่นมือประสาน ขอฝายนํ้าล้นเพื่อชาวสุราษฏร์

          กรณีชาวเกษตรกร ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี มีความเดือดร้อนเรื่องนํ้าอุปโภค บริโภคฤดูนํ้าแล้ง จึงร่วมทำหนังสือถึง นายภิญญา ช่วยปลอด อดีตรัฐมนตรีฯและสส.สุราษฏร์ธานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ คอยติดตามช่วยเหลือชาวบ้าน มาตลอด เพื่อของบประมาณ สร้างฝายฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนนั้น

         นายภิญญา กล่าวว่า ได้ดำเนินการ ทำหนังสือประสานไปยังอธิบดีกรมชลประทาน และได้รับความร่วมมืออย่างดี จากสำนักโครงการชลประทานที่15 ได้ดำเนินการพิจารณา ส่งนายช่างชลประทาน-วิศวกร เดินทางมาสำรวจออกแบบตรวจสอบก่อสร้างต่อไป ท่ามกลางความชื่นชมยินดี ของชาวบ้าน อ.ชัยบุรี เพราะรอมาเป็น 10 ปี ต่างภาวนาให้โครงการสำเร็จโดยเร็ว และขอบพระคุณอดีตรัฐมนตรี ภิญญา และกรมชลประทาน ที่ดำเนินการรุดหน้าเป็นลำดับ

          อย่างไรก็ตาม นายภิญญา ช่วยปลอด กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ติดตาม โครงการต่างๆเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน ตลอดเวลา แม้ว่างเว้นจากการสมัครรับเลือกตั้ง เป็นผู้แทน ชาวบ้านก็ตาม ถือเป็นการรับผิดชอบ โดยวิญญานและส่วนรวมอย่างสมํ่าเสมอ

********************************

Cr. ทอนส์79

พล.ต.ท.ปิยะฯ​ ติดตามขยายผลการจับกุม​ เจ้าของบริษัททัวร์ ฉ้อโกงทัวร์เที่ยวต่างประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อกว่า 1,000 ราย

          วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 6 สิงหาคม 2562​ เวลา 12.00​ น. ที่สน.หัวหมาก​ : พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย นางสาววันทนา แจ้งประจักษ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว,พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รองผบช.น. ร่วมประชุมและติดตามความคืบหน้า การจับกุมนายภัทริคณ์ เรตะกุล หรือ อาจารย์โหน่ง กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท อีแอลซี กรุ๊ป จำกัด ตามหมายจับศาลอาญารัชดาภิเษก ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน”

          พล.ต.ท.ปิยะฯ​ กล่าวว่าสืบเนื่องมาจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) ได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมาก ว่าได้ซื้อทัวร์จาก ELC TOUR มีการซื้อขายล่วงหน้า 1-2 ปี ในราคาที่ต่ำกว่าปกติมาก โดยให้ชำระเงินเต็มจำนวนก่อน ตรวจสอบพบว่าเป็นระบบทัวร์ปิดที่จำหน่ายรายการนำเที่ยวให้กับสมาชิกเท่านั้น โดย ELC TOUR สร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการที่ให้สมาชิกบางส่วนได้ไปเที่ยวจริง แล้วมาแนะนำชักชวนคนรู้จักจนขยายวงกว้าง เป็นวิธีการหลอกลวงโดยการที่เรียกว่า Fishing หรือการตกเบ็ด ซึ่งต่อมาเมื่อครบกำหนดเวลาที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังรายการต่อไปที่ได้มีการซื้อไว้ ELC TOUR กลับแจ้งยกเลิกการเดินทาง โดยให้เลื่อนรายการออกไปเรื่อยๆ และเมื่อผู้เสียหายติดต่อขอเงินคืนก็จะได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเพียงส่วนน้อยที่ ELC TOUR จะโอนเข้าให้กับบริษัทขายตั๋วเครื่องบินหรือใช้ในการทำทัวร์ ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาของบริษัทฯ ที่จะไม่นำเงินของนักท่องเที่ยวไปจัดรายการนำเที่ยวตามที่ตกลง ขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วมากกว่า 220 ราย หรือประมาณ 700 คน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 70 ล้านบาท  

         พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ วงษ์​ปิ่น​ ผบช.น. จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนระดับกองบัญชาการ โดยระดมพนักงานสืบสวน​ และสอบสวนร่วม 30 นาย ให้รับผิดชอบในคดีนี้ กำชับให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ทั้ง บช.ก.,บช.ทท., กรมการท่องเที่ยว, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานอัยการ เป็นต้น อีกทั้งการดำเนินการจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ขั้นตอน และกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

********************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน