มุกดาหาร # ทพ.2110 ร่วม กอ.รมน.ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามแผนพิทักษ์มุกดา ได้ผู้ต้องหา 1ราย พร้อมยานรก 1,400เม็ด

https://youtu.be/c8nA_WwYl_Y

         เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร อำนวยการโดย พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รองผอ.รมน.จว.มุกดาหาร (ท.)/รอง ผอ.สน.ปรมน.จว.มทบ.210 ,พ.ท.สุรัช จันทร์พวง หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีขบวนการค้ายาเสพติด นำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ เมื่อ 15 ต.ค. 62 จึงสั่งการให้ จนท.กอ.รมน.จังหวัด ม.ห.,ชรต.209 ร่วมบูรณาการกับ ชปข.สขว.กอ.รมน.,ขกท.กกล.สุรศักดิ์ มนตรี ,ร้อย ทพ.2110 , มว.คทร. กกล. สุรศักดิ์มนตรี, ศปก.ทบ.,จนท.ตร.สส.ภ.จว.,ชปข.7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี วางแผนบูรณาการลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณบ้านผึ่งแดด ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จว.มุกดาหาร

         ตรวจพบ นายอภิวัฒน์ (หนุ่ม) มงคลสุภา (ทราบชื่อภายหลัง) บ้านเลขที่ 61 ม.1 บ.ผึ่งแดด ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จว.มุกดาหาร จนท.ได้ตรวจสอบบริเวณรอบบ้าน ไม่พบสิ่งผิดกฎ หมาย จึงให้ นายอภิวัฒน์ฯ พาไปตรวจสอบบริเวณเถียงนา ไม่มีเลขที่ บ.หนองไผ่ ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จว.มุกดาหาร ตรวจสอบบริเวณโดยรอบๆ จนกระทั่งได้ตรวจพบเสพยาติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บริเวณเล้าไก่ ฝังไว้ในเล้าไก่ และข้างๆ เล้าไก่ ตรวจนับได้ จำนวน 7 ถุง ประมาณ 1,400 เม็ด

          ซึ่งนายอภิวัฒน์ ฯ ยอมรับว่าเป็นของตนเองจริง จนท.จึงได้นำตัวนายอภิวัฒน์ฯ เข้า บก.ร้อย ทพ.2110 เพื่อทำการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติมในการขยายผลจับกุม จะแจ้งให้ทราบต่อไป.


พวงเพชร. ภาพ/ข่าว

////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////

จ.ปัตตานี – หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 สนธิกำลัง 3 ฝ่าย จับกุมเครือข่าย ยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้าล๊อตใหญ่ พื้นที่ ยะรัง

          เมื่อวันที่ 12 ต.ค.62 เวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่แหล่งมั่วสุมยาเสพติดพื้นที่ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ในป่าสวนยาง บ.จาเราะบองอ ม.5 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

          ตรวจพบ นายบูราฮัน ชง ที่อยู่ 61 ม.5 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 185 เม็ด ,ยาไอซ์ จำนวน 12 กรัม ,โทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง และกระเป๋าคาดเอว จำนวน 1 ใบ จนท.ชุดจับกุม จึงควบคุมตัว นายบูราฮันฯ มาทำการสอบสวนหาเครือข่ายขบวนค้ายาเสพติดในพื้นที่ และส่งตัวพร้อมของกลางให้ สภ.โสร่ง ดำเนินคดีตามกฏหมาย     

          ทั้งนี้การปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ. รมน.ภาค 4 ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ค้ายาเสพติด

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

อ.รามัน – พบปะพัฒนาสัมพันธ์ กับกลุ่มเผยแผ่ศาสนา (ดาอี)

           ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ 304 พร้อมกับ ร้อย.ทหารพราน 4102 และนายอับดุลรอยะ มะดาแฮ ผู้แทนโฆษกชาวบ้านรุ่นที่ 10 ร่วมพบปะกลุ่มดาอี ที่ออกดะวะห์ประจำมัสยิดฯ ตามภารกิจงานเผยแผ่ศาสนาตามแบบฉบับศาสดามุฮัมมัดฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นในการลงทะเบียนซิม 2 แชะ ระบบยืนยันตัวตน

          ทั้งนี้ ได้มอบขนม ชา กาแฟ ให้เป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงอยู่ในจริยธรรมที่ดีงาม ณ มัสยิดยาแมะบือแนบูเกะ ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

อ.ยะหา – พลังสตรีสานรัก สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนพหุวัฒนธรรมเพื่อพึ่งพาตัวเองได้ และขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ

          (15 ตุลาคม 2562 ) ที่ลาน หน้าที่ว่าการอำเภอยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา พลังสตรีอำเภอยะหา จำนวนกว่า 500 คน จัดกิจกรรมสานเสวนา “ สตรีในบทบาทเครือข่ายผู้นำภาครัฐและเอกชน” นำความเด่นชัดในการทำงานทุกอาชีพ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ เป็นพลังแข็งแกร่งในการป้องสถาบันชาติ เพื่อดำรงคงอยู่คู่ประเทศไทยชั่วนิจนิรันดร์ โดยมีนายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดงานสตรียะหาสานรักสามัคคีชุมชนพหุวัฒนธรรม ร่วมด้วยพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอยะหา ผบ.ฉก.ทพ.47 ผกก.สภ.ยะหา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และสตรีอำเภอยะหา

         “กิจกรรม สตรียะหาสานรักสานสามัคคีชุมชนพหุวัฒนธรรม จะเห็นได้ว่าปัจจุบันสตรีที่บทบาทมากขึ้นมีความสามารถเท่าเทียมผู้ชายเป็นที่ยอมรับจากสังคม จึงมีสตรีเข้ามามีบท บาทเป็นผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชน จึงจัดเวทีเสวนาครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยน คิด สนทนา ให้สตรีมีความรู้ความสามารถครบถ้วนทุกๆด้าน ทั้งการงานและครอบครัว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดันอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายตามความคาดหวังของทางราชการ และของพี่น้องประชาชนให้เกิดผลสำเร็จในทุกด้านสู่ความมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยื่น” นานนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าว

          สำหรับเป้าหมายกิจกรรมดังกล่าวนี้นางนิเด๊าะ อิแตแล ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอยะหา กล่าวว่า กลุ่มสตรีต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สตรีพึงพาตนเองได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ โดยฝึกทำขนมโบราณหลากหลายชนิด เพื่อเป็นอาชีพเสริมและเป็นแรงพลัดดันสร้างความสุขให้ครอบครัว และชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมให้มีประสิทธิภาพ พร้อมนำไปสู่การสร้างสันติสุข

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews สื่อสันติสร้างสรรค์สังคม

จ.ยะลา – ประชาชนยังคงคับคั่ง ร่วมงานบุญ “ชักพระ” สืบสานประเพณี

ประชาชนยังคงคับคั่ง ร่วมงานบุญ ชมความสวยงามเรือพระ สืบสานประเพณี ”ชักพระ” จ.ยะลา ในคืนที่สอง

           วันนี้ (15 ต.ค 62) คืนที่สอง งานประเพณีชักพระ จังหวัดยะลา  ประชาชนยังคงหลั่งไหลเดินทางมาร่วมงานบุญกันอย่างคับคั่ง เพื่อชมความสวยงามของเรือพระ เรือยอด  ซึ่งในปีนี้มีเรือพระในพื้นที่ 3 จชต. และสงขลา บางส่วน เข้าร่วมชุมนุมเรือพระ จำนวน 59 ลำ  โดยจะจอดเรียงราย ภายในศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมอนุรักษ์สืบ สานประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ให้คงอยู่ รวมทั้ง ได้ร่วมทำบุญเรือพระตามประเพณี

           ประชาชนที่มาร่วมทำบุญเรือพระ บอกว่า ปีนี้เรือพระแต่ละวัดมีความสวยงามมาก ได้พาครอบครัวมาทำบุญ โดยจะแลกเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท ไว้ และเดินใส่บาตรไปตามเรือพระจนครบเพื่อความเป็นสิริมงคล  นอกจากนี้ก็ยังได้ถ่ายรูปความสวยงามของเรือพระเก็บไว้อีกด้วย

          สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถร่วมงานบุญประเพณีชักพระ จังหวัดยะลา ได้ ณ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 17 ตุลาคม 2562

#จังหวัดยะลา #งานบุญชักพระ #สืบสานประเพณี #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILANDข้อมูลข่าวและที่มา

ขอบคุณข้อมูล : thainews

ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์ /ผู้เรียบเรียง : วรัญญา นันตาแก้ว

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

จังหวัดยะลา – ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ “ชิม ช้อป ใช้” แล้วร้อยละ 86

จังหวัดยะลา ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ “ชิม ช้อป ใช้” แล้วร้อยละ 86 มียอดการใช้จ่าย 149.13 ล้านบาท

         นางลัดดา พุทธชาติ คลังจังหวัดยะลา เผย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2562 พบว่าประชาชนจังหวัดยะลา ได้ลงทะเบียนรับสิทธิคนละ 1,000 บาทแล้ว จำนวน 96,344 คน ขณะที่ ประชาชนจังหวัดอื่นประสงค์ใช้สิทธิ “ชิม ช้อป ใช้”ที่จังหวัดยะลา รวม 172,823 คน จำนวนมากเป็นอันดับ 16 ของประเทศ มียอดการใช้จ่ายแล้วรวมทั้งสิ้น 149.13 ล้านบาท ใช้จาก G-1 เงินรัฐ จำนวน 147 ล้านบาท และ G-2 เงินตนเอง 2.13 ล้านบาท

          โดยภาพรวมทั้งประเทศใช้จ่ายแล้ว 8,071.15 ล้านบาท จังหวัดยะลามียอดการใช้จ่ายสูงเป็นอันดับ 16 ของประเทศ โดยผู้ประสงค์ใช้สิทธิที่จังหวัดยะลาได้เดินทางมาใช้สิทธิแล้วร้อยละ 86 ในขณะที่จำนวนร้านค้า “ชิม ช้อป ใช้”ในจังหวัดยะลา มีจำนวน 1,040 ร้านค้า

#จังหวัดยะลา #ประชาชนใช้สิทธิชิม ช้อป ใช้ #ร้อยละ 86 #ยอดการใช้จ่าย 149.13 ล้านบาท #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์ /ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

ชาวยะลา – ร่วมทำบุญคึกคัก! แห่เรือตกแต่งอย่างสวยงาม

ชาวพุทธยะลา ร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ ชักพระออกจากวัด เรือพระตกแต่งอย่างสวยงาม กว่า 50 ลำ

         เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562 ที่วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน อบต.หน้าถ้ำ และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดยะลากว่า 300 คน ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา โดยมีการจำลองรูปแบบการออกบิณฑบาตของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตอนเสด็จลงจากชั้นดาวดึงส์ในสมัยพุทธกาล โดยมีพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ออกรับบิณฑบาต

          นำประชาชนชักพระออกจากวัด ซึ่งเป็นประเพณีของพี่น้องชาวใต้ที่ได้กระทำกันมาเป็นประจำทุกปี สำหรับเรือพระที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามกว่า 50 ลำ เพื่อประชันความสวยงาม ซึ่งเรือพระทั้งหมดก็จะไปรวมกันที่บริเวณสนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา เพื่อไปร่วมประกวดเรือพระในประเภทต่างๆ ต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้

ที่ปัตตานี – ศูนย์สันติวิธี มอบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง แก่กลุ่มเกษตรเสื้อเขียว

          พ.อ.ฐกร เนียมรินทร์ รอง ผอ.ศูนย์สันติวิธี เป็นประธานในพิธีมอบรถจักรยานยนต์พ่วงสามล้อ จำนวน 3 คัน และปัจจัยสมทบทุนให้กับองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกลุ่มเสื้อเขียวของหน่วยงานทหารที่สนับสนุนภาคประชาชน ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ได้แก่

  1. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี
  2. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์
  3. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อ.กะพ้อ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

           เพื่อสร้างงานสร้างรายได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน การขาดรายได้ โดยสมาชิกมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน มีการพัฒนาผลิตผลผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพิ่มคุณค่าผลผลิต ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญา มีการกระจายผลิตผล และสร้างรายได้ ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้ที่ดี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ผาสุข มีความรักสามัคคีกันนำไปสู่การสร้างสันติสุขในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้

พิธีเปิดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562

          เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562 และงานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP” ครั้งที่ 19 โดยมี พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, ดร.พงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอโคกโพธิ์, หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนร่วมให้การต้อนรับและร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก


         นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอโคกโพธิ์ กล่าวว่า งานประเพณีชักพระโคกโพธิ์จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 70 โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ การสืบสานประเพณีของจังหวัดปัตตานีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสร้างความสุขให้กับประชาชนทุกคนที่มาร่วมงาน กิจกรรมในปีนี้ประกอบด้วย การประชุมของเรือพระหรือการชักลากเรือพระ โดยแยกเป็น 3 ประเภทคือ ประเภทเรือยอด ซึ่งแบ่งเป็นเรือยอดใหญ่ และเรือยอดเล็ก, ประเภทเรือโฟม และประเภทความคิดของแต่ละวัดในอำเภอโคกโพธิ์และอำเภอใกล้เคียง, การจัดแห่ริ้วขบวนเรือพระในแต่ละวัดของอำเภอโคกโพธิ์และอำเภอต่างๆจากจังหวัดใกล้เคียง โดยแต่งกายชุดวัฒนธรรมท้องถิ่นในขบวนแห่เรือพระ, การประกวดแข่งขันตีกลองเรือพระ, การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ประเภทผู้นำ และประเภททั่วไป, การประกวดยุวบุตรและยุวธิดาเรือพระ, การจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นในชุมชนของแต่ละตำบลของอำเภอโคกโพธิ์, การแสดงศิลปะภาคใต้ หนังตะลุง มโนราห์, การจัดให้มีการถวายสังฆทานและถวายภัตตาหารเช้าเพลแด่พระภิกษุ- สามเณร รวมทั้งการจัดพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปที่มากับเรือพระของแต่ละวัด

          สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย พลตรี ปิยพงษ์  วงศ์จันทน์ ได้กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์, อำเภอโคกโพธิ์ พร้อมกำลังภาคประชาชน จัดวางกำลังรักษาความปลอดภัยแบ่งเป็น 3 วงคือ วงใน จะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนและกำลังภาคประชาชนดูแลรับผิดชอบ,  วงกลาง มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน, กำลังภาคประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.เชิงรุกส่วนดูแลรับผิดชอบ ส่วนวงนอกจะเป็นการดูแลรับผิดชอบโดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และหน่วยเฉพาะกิจใกล้เคียง ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจในความปลอดภัยของพื้นที่ และขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ได้มาร่วมงานประเพณีชักพระโคกโพธิ์ประจำปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11 ถึง 20 ตุลาคม 2562 นี้

          สำหรับบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความคึกคัก มีเรือพระจากวัดต่างๆในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ และอำเภอใกล้เคียง มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมากกว่าที่ทางอำเภอโคกโพธิ์ได้คาดการณ์ไว้ โดยพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงาน ได้เดินชมความสวยงามของขบวนเรือพระ รวมถึงได้ร่วมทำบุญเพื่อสืบสานประเพณีนี้ให้คงอยู่สืบไป ในขณะที่งานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP” ครั้งที่ 19 ก็ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเช่นเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง


คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อน นโยบายรองรับสังคมสูงวัย พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อย่างยั่งยืน

          วันนี้ (16 ตุลาคม 2562) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2562 โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย

          ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าและข้อจำกัดของการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 41 กำหนดให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) จัดให้มีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยในมาตรา 42 บัญญัติให้ คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) เพื่อทำหน้าที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และมาตรา 45 กำหนดให้ในกรณีที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติมีข้อเสนอให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติหรือนำไปพิจารณาประกอบในการกำหนดนโยบายเพื่อสุขภาพ โดยเสนอต่อ คสช. พิจารณาแล้วนั้น เพื่อให้การติดตามผลการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นระบบและมีความต่อเนื่องในการประชุม คสช. ครั้งที่ 4/2562 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะองค์กรเลขานุการ ได้เสนอ คสช. พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงามตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) ควบคู่ขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาระบบการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติฯ มาอย่างต่อเนื่อง

          พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบสติสมัชชาเฉพาะประเด็นว่าด้วยนโยบายรองรับสังคมสูงวัย 4 มิติ ประกอบด้วย 1) การออมเพื่อสังคมสูงวัย มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องการออมหลากหลายรูปแบบ คือการออมด้วยการปลูกไม้ยืนต้น จัดตั้งองค์กรส่งเสริมการปลูกไม้เพื่อการออม โดยรับรองให้ไม้ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การประกันตัว การกู้ยืม เป็นต้น 2) การเสริมสร้างศักยภาพและการจัดการของชมรมผู้สูงอายุ เน้นการเสริมสร้างศักยภาพและชมรมผู้สูงอายุ การรวมกลุ่มทำให้เกิดการทำกิจกรรมภายใต้การบริหารงานของผู้สูงอายุเองสามารถสนับสนุนผ่านพื้นที่กลางเพื่อให้เกิดการบูรณาการ 3) การปรับสภาพแวดล้อมรองรับสังคมสูงวัย ด้วย 1 ตำบล 1 ศูนย์อยู่ดี ซึ่งเป็นการนำร่องที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ออกแบบ Universal Design Center ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของหลายภาคส่วนออกไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และ 4) ร่วมสร้างชุมชนรอบรู้สุขภาพและพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ระดมทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน เช่น ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา หน่วยบริการสุขภาพ เข้ามาช่วยดูแลคนในชุมชน สร้างสหกรณ์ออมทรัพย์ ธนาคารเวลา สนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว รวมถึงการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านเครื่องมืออย่างสมัชชาสุขภาพพื้นที่ ธรรมนูญสุขภาพพื้นที่ ทั้งนี้ ประธานได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ประสานกับองค์กรภาคีหลักดำเนินงานให้เกิดการขับเคลื่อนตามมติดังกล่าว โดยรับข้อเสนอจากที่ประชุมไปพิจารณาดำเนินการ รวมทั้งรวบรวมประเด็นและข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก