กอ.รมน.มุกดาหาร ร่วมฝ่ายปกครองดงหลวง ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายค้ายานรก

https://youtu.be/v0rLQ1KXpzk

          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลา 05.30 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร(ท), นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอดงหลวง, พ.อ.ดร.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร, จนท.กอ.รมน.มุกดาหาร, ชรต.209 กอ.รมน.มุกดาหาร บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง จว.มุกดาหาร, ชปข.กอ.รมน. ในการเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย บ้านเลขที่ 223 ม.2 บ้านมะนาว ต.พังแดง อ.ดงหลวง จว.มุกดาหาร หลังจากได้แจ้งจากแหล่งข่าวว่าเจ้าของบ้าน สองคนผัวเมียมีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติดให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง

          ครั้นเมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ น.ส.น้ำผึ้ง เชื้อคำฮด อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.2 บ.มะนาว ต.พังแดง อ.ดงหลวง จว.มุกดาหาร อ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน ขณะนอนอยู่สามีได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ กระโดดลงจากบ้านวิ่งหนีเข้าไปในป่าสวนยาง อย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง จากการตรวจค้นอย่างละเอียดเบื้องต้นพบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน ๑ เครื่อง ตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพายสีดำพบ กัญชา 1ห่อประมาณ 0.5 กรัม และ ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงแบบรูดเปิด-ปิด พร้อมอุปกรณ์การเสพกัญชาและยาบ้า วางอยู่บนเตียงนั่ง อยู่ภายในบ้าน ขณะที่ทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า น.ส.น้ำผึ้งฯ แสดงท่าทางมีพิรุธมีความพยายามจะเดินออกห่างจากเจ้าหน้าที่ จึงได้ประสานผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอความร่วมมือจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้หญิงมาทำการตรวจค้นตัว น.ส.น้ำผึ้งฯ เมื่อเห็นว่าจวนตัว น.ส.น้ำผึ้งฯ ได้ทิ้งขวดพลาสติกขนาดเล็กลงใกล้ๆกับจุดที่ตนเองยืนอยู่ ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวตากอยู่ที่ราวตากผ้า เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 24 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด 25 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

น. 2 และนครบาล​ 1 ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดเพลิง 1 ลูก ย่านประตูน้ำ ซุกกองผ้า เชื้อประทุทำงานแต่ดับทันควัน

         วันนี้​ วันพุธที่ 7 ส.ค. 62 เวลา 09.30 น. : บริเวณย่านประตูน้ำ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ดร.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น. 1,พ.ต.อ เจษฎา คุ้มศาสตรา ผกก.สน.พญาไท ,พ.ต.ท พนม เชื้อทอง รองผกก.สอบสวน สน.พญาไท ได้ร่วมกันเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่่ ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายใน

          พล.ต.ต.ดร.เสนิตฯ​ กล่าวว่าหลังจากเมื่อคืน วันที่​ 6​ ส.ค.62​ เวลาประมาณ​ 21.00​ น.ได้มีผู้พบกล่องวัตถุต้องสงสัย ซุกไว้ในกองเสื้อผ้า ในร้านไพโรจน์เบเกอรี่ เลขที่ 314/4 ถนนราชปรารภ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี หรือใกล้แยกประตูน้ำ (จากแยกประตูน้ำเลี้ยวซ้ายไปทางโรงแรมอินทราเลยป้อมตำรวจเก่า) ซึ่งเป็นร้านรับสกรีนเสื้อผ้า และขายเสื้อผ้า เปิดดูเป็นระเบิดเพลิง 1 ลูก จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดเพลิงชนิดเดียวกันที่เกิดในหลายพื้นที่ ของ สน.พญาไท โดยการนำเอาพาวเวอร์แบงค์ สีขาวมาแกะใส้ในออก แล้วเอาไทม์เมอร๋ (แผงวงจร) ใส่เข้าไป ก่อนจะตั้งเวลาให้ระเบิดในช่วงเช้า แต่คาดว่ามีปัญหาจึงไม่เกิดการระเบิดขึ้น

          ภายหลังเกิดเหตุระเบิดภายในศูนย์ราชการฯ และอีกหลายพื้นที่ในนครบาล เช่น สน.พญาไท 4 จุด ,สน.ยานนาวา และพื้นที่สน.ปทุมวัน ที่ผ่านมา

          โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกูั ระเบิดดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยพร้อมเก็บรอยนิ้วมิอแฝง โดยทางเจ้าของร้านได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมาช่วง 21.00 น. ได้เก็บร้าน ขณะกำลังตรวจนับสินค้าที่ขายไป พบพาวเวอร์แบงค์สีขาวไม่ใช่ของที่ร้านอยู่ในกองผ้า และเห็นข่าวระเบิดจึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบ ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบิดที่พบดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเดียวกันกับเหตุระเบิดในพื้นที่ สน.พญาไท รวม 4 จุด ที่ผ่านมา

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

รมช.เกษตรฯ​ “ธรรมนัส” เร่งโทรฯ​ ประสาน รมว.ทรัพย์ฯ แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน​ “ส.ป.ก.วังน้ำเขียว-อุทยานแห่งชาติทับลาน” ระบุอยู่รัฐบาลเดียวกันต้องมีทางออกให้ชาวบ้าน

          วันที่ 6​ ส.ค.62​ : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าตนได้โทรศัพท์ประสานกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ​ ในเรื่องให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม​ (ส.ป.ก.) และที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ​ ไปคุยหาทางออกกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ​ เรื่องแนวเขตทับซ้อนระหว่างพื้นที่ส.ป.ก.และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ถูกต้องตามกฏหมาย รวมทั้งจะเกิดความร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื้อรังให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับพื้นที่และชุมชน

          “วันนี้ผมประสาน กับรมว.ทรัพย์ฯ และสั่งการให้เลขาฯ​ ส.ป.ก.กับที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ​ ไปปรึกษาหาทางออกร่วมกันอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในกรณีปัญหาทับซ้อนพื้นที่วังน้ำเขียว ให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพราะมาจากรัฐบาลเดียวกัน เอาหลักฐานที่พี่น้องประชาชนอยู่ในป่าให้เขามาร่วมพัฒนาชาติไทย ออกมาอยู่ในพื้นที่ส.ป.ก.เพื่อจัดสรรให้อยู่ทำกิน ดังนั้นการกำหนดขีดแนวเขตกรมอุทยานแห่งชาติทับลาน กับพื้นที่ส.ป.ก.ได้ใช้แผนที่ตัวไหนจากอดีต เมื่อมีความชัดเจนก่อน จึงเดินหน้ากันต่อไปได้ ทั้งสองกระทรวง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

          ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม​ (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่ากรณีพื้นที่ทับซ้อนยังหาข้อยุติไม่ได้กว่า​ 20​ ปี ในพื้นที่ส.ป.ก.วังน้ำเขียว กับพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพราะสาเหตุมาจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ​ ไม่ยอมประกาศใช้แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ได้ทำขึ้นใหม่ในปี​ 2534 ได้ใช้อัตราส่วน​ 1​ ต่อ​ 4​ พัน ซึ่งขณะนั้นกรมป่าไม้ และกองอุทยานฯได้ใช้งบประมาณกว่าพันล้านบาทในการปรับปรุงแนวเขตใหม่ให้ตรงตามสภาพพื้นที่จริงโดยมติครม.ถึงสองครั้งให้แก้ไขให้แล้วเสร็จ เพราะปัญหาแนวเขตเดิมของอุทยาน ปี​ 2524 ที่ประกาศคร่อมทับหลายตำบลในหลายอำเภอ วังน้ำเขียว,ครบุรี​ และปักธงชัย เป็นแผนที่มีความละเอียดมาก ยังใช้เป็นแผนที่ที่ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลก ได้ขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นมรดกโลกและขอขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นมรดกโลกด้วย แต่กรมอุทยานฯกลับไม่นำไปประกาศใช้แผนที่ปี​ 2534 ให้มีผลบังคับใช้ในพื้นที่พิพาษ จึงทำให้ยังไม่มีสภาพบังคับทางกฏหมาย และเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเดินหน้าตามกฏหมายของแต่ละหน่วยงานได้ เช่นพระราชกฤษฏีประกาศแนวเขตพื้นที่ส.ป.ก.ปี​ 2521 ตามที่กรมป่าไม้ ได้ยกป่าสงวนแห่งชาติวังน้ำเขียว ให้เป็นพื้นที่ส.ป.ก.เมื่อปี​ 2520

          ปัจจุบันตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว และบางตำบลใน​ อ.ครบุรี ยังไม่สามารถรังวัดให้เอกสารสิทธิ์​ ส.ป.ก.4-01 กับชาวบ้านในหลายพื้นที่ รวมบางรีสอร์ท ถูกอัยการ สั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่บุกรุกในพื้นที่พิพาษ อีกทั้งปัญหาการทำงานของกรมอุทยานฯ​ นำแนวเขตอุทยานแห่งชาติปี​ 2521 มาบังคับใช้ ปิดป้ายรื้อถอน ใช้มาตรา​ 22 กับรีสอร์ท​ 140 กว่าแห่ง แต่บางแห่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง รวมทั้งรีสอร์ท 88 การ์มองเต้ ทั้งนี้ มีรีสอร์ทที่อยู่ใกล้กันกับ​ 88 การ์มองเต้ พบว่าเป็นของส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่ และมีภรรยา เป็นคนโคราช เป็นเจ้าของ กำลังติดตามว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ ซึ่งกำลังพิจารณาคดีภายในวันสองวันนี้

          ทั้งนี้ที่ผ่านมาในพื้นที่เกิดข้อฟ้องร้องกันจำนวนมาก ทั้งสั่งฟ้องบ้างไม่ฟ้องบ้าง จึงทำให้มองว่านักการเมือง นายทุนใหญ่ ที่มีที่ดิน มีบ้านหรูๆในวังน้ำเขียวโดยใส่ชื่อนอมินี เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายเปลี่ยนมือไปหมดแล้ว ไม่ถูกดำเนินคดี แต่ชาวบ้านทั่วไปจะโดนดคีก่อน

******************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

กองปราบฯ​ ร่วมกับตำรวจภูธร​ภาค 9 โชว์​ฟอร์ม​เจ๋ง​ รวบมือฆ่าโหดดับคาขนำกลางสวนยาง ได้ในวันเดียวหลังก่อเหตุ

          วันที่่​ 6​ ส.ค.62​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผบก.ภ.จ.ตรัง,พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผบก.ภ.จ.ยะลา​ และพ.ต.อ. สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. ร่วมสั่งการให้ พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.พงษ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ สว.ฯ กก.6 บก.ป.,พ.ต.ต.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.จรัญ โอนิกะ สว.กก.สส.ภ.จ.ตรัง,พ.ต.ท.ถาวร ทิพวารี สวป.สภ.บ้านหนองเอื้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.6 บก.ป.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา,เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้ร่วมกันจับกุมนายประพัฒ หรืออึด มิตรเดช

          พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.62 เวลาประมาณ 07.00​ น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง​ ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ที่ขนำไม่มีเลขที่ภายในสวนยางพารา หมู่ 10 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปที่เกิดเหตุ และทำการสืบสวนการฆ่ากันตายในครั้งนี้

          จากการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิด เหตุนายประพัฒ มิตรเดช,นายประสิทธิ์ ทำยุด,นายฉัตรชัย สิขาจารย์ และนายคณิศร มีสุข ผู้ตาย ได้มานั่ง พูดคุยกินกาแฟด้วยกันที่ขนำที่เกิดเหตุ จากนั้นนายประพัฒฯ ผู้ต้องหา จึงได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงใส่ นายคณิศรฯ ผู้ตาย ทำให้นายคณิศรฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที จากนั้นนายประพัฒฯ จึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตพรวจ กก.สส.ภ.จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหนองเอื้อง

          ได้สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายประพัฒฯ จึงได้ติดตามตัวทันทีและกดดันตามบ้านญาติของ นายประพัฒฯ จนสืบทราบว่านายประพัฒฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุมจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาตูตาโมง ได้บูรณาการกำลังกันเข้าร่วมจับกุมตัวนายประพัฒฯ ได้ในเวลาอันรวดเร็วหลังจากที่ก่อเหตุได้เพียง 1 วัน

          นายประพัฒฯ รับว่าได้นั่งอยู่ที่ขนำกับผู้ตายในวันเกิดเหตุและผู้ตายได้พูดจาด่าทอเสียดสี จึงทำให้นายประพัฒฯ โกรธ จึง ได้ลงมือยิงผู้ตายไป 3 นัดแล้วจึงได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับของศาลมณฑลทหารบกที่ 43 ที่ 3/2562​ ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2562​ ให้นายประพัฒฯ ดู นายประพัฒฯ​ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง และไม่เคยถูกจับมาก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน​ และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์” และได้แจ้งสิทธิทั้งหมดให้ทราบ​ และควบคุมตัวส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บ้านหนองเอื้อง จ.ตรัง เพื่อดาเนินการตามกฎหมายต่อไป

*************************

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ ฝนตกหนักมาหลายวัน นํ้าท่วม โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ซํ้าซาก วอน อบต.คลองใหญ่เร่งแก้ไขปัญหาให้อาจารย์และนักเรียนที่เดือดร้อน

         วันที่ 7 สค. 62 หลังเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทําให้เกิดเหตุนํ้าป่าไหลทะลักลงมาจากเทือกเขาบรรทัดชายแดนไทยกัมพูชาที่ตําบลคลองใหญ่และไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมมาเป็นหลายครั้งแล้ว ผู้สื่อข่าวได้สํารวจบรรยากาศในโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พบว่า นํ้าไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่ด้านหน้าโรงเรียนบริเวณทางเข้าโรงเรียน ไปจนถึงใต้ถุนอาคารเรียนบริเวณอาคารอเนกประสงค์ อาคารโรงอาหาร และสนามภายในโรงเรียน ระดับนํ้าสูง 30-40 เซ็น

          นายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียคลองใหญ่วิทยาคม บอกว่าเหตุการณ์นํ้าท่วมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมนี้ เป็นปัญหามาโดยตลอด นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนไม่มากนัก แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนของโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วย ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้แจ้งไปทาง อบต.คลองใหญ่มาแล้วทุกครั้งในแต่ละปี ให้เร่งแก้ไขปัญหานี้มานานแล้วแต่ก็ได้มาดูแล และก็ยังท่วมอยู่เป็นประจําทุกปีในช่วงฝนตกหนักจะท่วมเป็นประจํา นายสําเนา บุญมาก บอกว่าสาเหตุมาจากการถมดินของภาคเอกชน ทําให้ทางนํ้าไหลเปลี่ยนระบายไม่ทัน

         ซึ่งโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ต้องขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยหน่อยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับครู อาจารย์ และนักเรียนอย่างด่วนต่อไป และอีกหลายแห่งที่นํ้าท่วมเป็นประจําในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ เช่น นํ้าท่วมแถวถนนสายในคลองจาก และถนนสายหลักหน้าโรงเรียนนคราศึกษาเป็นเชื่อมโยงไปทางถนนสายในหากบางคืนมีฝนตกหนัก รถทุกคันวิ่งไม่ได้ท่วมเป็นประจําทุกปี และอยู่ในช่วงแก้ไขปัญหาอยู่ขอฝากบอกทาง อบต.ไม้รูดด้วยครับ

*****************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร พัฒนาขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดสู่ไทยแลนด์ 4.0

          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่ห้องมรกต โรงแรมพลอยพาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธาน เปิดงาน SANUK MODERN ENTREPRENEUR ASEAN 4.0 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนา ขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัดสู่ไทยแลนด์ 4.0 กิจกรรมการพัฒนาเครือข่ายการค้าของผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ ของกลุ่มจังหวัดร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว และส.สเวียดนาม) หลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ 3 ประเทศ และพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้พร้อมต่อการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ เพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นไปพร้อมกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน สร้างความเป็น เพื่อนมาก่อนแล้วธุรกิจจะตามมาภายหลัง

          การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากกลุ่มจังหวัดสนุก สปป.ลาว และส.สเวียดนาม ร่วมกิจกรรมจำนวน 30 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่มีอายุไม่เกิน 45 ปี ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าบริการ เช่น สินค้าเกษตรและการแปรรูปอาหารทะเล สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์ชุดตกแต่งห้องพัก การท่องเที่ยว ร้านอาหารและโรงแรม ปุ๋ยเคมีและวัสดุทางการเกษตร วัสดุก่อสร้าง ผ้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้า เป็นต้น การจัดงานครั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 – 10 สิงหาคม 2562 รวม 5 วัน มีการบรรยายให้ความรู้โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีกิจกรรม workshop เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ทางธุรกิจ กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และสร้างเครือข่าย กิจกรรมนำเสนอธุรกิจสินค้าและบริการ กิจกรรมศึกษาดูงาน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเรียนรู้การทำการค้า การลงทุนและการตลาดในจังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตราด-อึ้ง ทึ่ง เสียว กลัวจะทําอันตรายคนอยู่ในบ้าน พบต่อหัวเสือห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร

         เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 สิงหาคม 2562 ทางสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขต 2 คลองใหญ่ ได้รับแจ้งจากนางสาว มิ้งขวัญ วรรณสิน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 บ้านเจ๊กลัก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ว่าพบต่อหัวเสือมาอาศัยอยู่ที่ต้นมะขามนานเป็นเดือนแล้ว เพราะว่าเดินผ่านไปผ่านมา กลัวจะมาทําอันตรายคนที่อยู่ในบ้าน จึงได้เรียกอาสาสมัครสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขต 2 คลองใหญ่ มาทำการทําลายเสีย

         จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญ ได้นําอุปกรณ์การทําลายรังต่อหัวเสือขนาดใหญ่ โดยใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 5 เมตร ใช้ผ้าพันปลายไม้ไผ่แล้วใช้นํ้ามันลาดจุดไฟลนไปที่รังโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จนกว่าตัวจะหมดไป ถึงจะนํารังลงมาจากต้นมะขามได้ ความสูงของรังต้อหัวเสือประมาณ 5 เมตร หลังนําลงมาแล้วพบตัวอ่อนของต้อหัวเสือเป็นจํานวนมาก ซึ่งเป็นเมนูทางภาคอีสานที่ได้รับความนิยมกันมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดจํานวนมาก มีราคาขายรังละ 1,000 บาท ถึง 1,500 บาท ส่วนใหญ่จะนําไปปรุงอาหารเป็นเมนูเด็ด เช่น เอาไปทําแกงใส่หนอไม้ดอง นึ่ง ผัด คั่ว และอีกหลายอย่าง ตามความชอบของผู้นําไปเป็นอาหาร เพราะว่าเป็นเมนูที่หายาก

          ลักษณะตัวต่อหัวเสือลําตัวมีสีดําแต้มด้วยสีเหลือง หรืออาจมีสีนํ้าตาล ท้องมีแถบสีสมปนเหลืองเห็นได้ชัดเจน มีขนาดลําตัว 2.7 หรือ 3.50 ซม.ต่อหัวเสือเป็นแมลงที่หน้ากลัวมากถ้าโดนต่อยหลายๆตัวอาจถึงตายได้

************************************

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-ดรีมเวิลด์ชวนบริจาคสิ่งของ มอบ 5 องค์กรการกุศลแบ่งฝันปันให้น้อง ปีที่ 16

         นางสาวรัสรินทร์ มิลินวรพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ เปิดเผยว่า สวนสนุกดรีมเวิลด์ได้สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ในชื่อโครงการ “แบ่งฝัน….ปันให้น้อง” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งครั้งนี้นับเป็นปีที่ 16

          โดยปีนี้ สวนสนุกดรีมเวิลด์ ชวนสายเที่ยวมาร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ด้วยการนำสิ่งของอุปโภค บริโภค มาร่วมบริจาค เพื่อส่งมอบผ่าน 5 องค์กรการกุศล โดยเปิดรับบริจาค ตั้งแต่ 5 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2562 นี้ ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ทางสวนสนุกรับเป็นสื่อกลางในการเปิดรับบริจาคสิ่งของอุปโภค บริโภค ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็ก ๆ และผู้ด้อยโอกาส ที่ขาดแคลน ตามสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคทั้งหมด ทางสวนสนุกจะส่งมอบผ่าน 5 องค์กรการกุศล ได้แก่ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิบ้านนกขมิ้น บ้านพักฉุกเฉิน สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต และวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิ ต่อไป

         การร่วมบริจาค ด้วยการแบ่งปัน เป็นการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยสวนสนุกดรีมเวิลด์ได้ร่วมบริจาคข้าวสารตั้งต้น จำนวน 1,000กิโลกรัม จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบเพิ่มเติม ได้ที่ ฝ่ายการตลาดสวนสนุกดรีมเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2562 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0-2577-8666 ต่อ 8614 หรือคลิก www.facebook.com/dreamworldpark

*************************************

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

ตราด ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หลายพื้นที่

          วันที่ 6 สิงหาคม 62 อิทธิพลจากลมมรสุมต่างๆ บวกกับหลังจากพายุ วิภา พัดผ่านไป ทำให้พื้นที่จังหวัดตราด ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องด้วยกันหลายวัน ส่งผลให้น้ำฝนที่สะสมบนเขาบรรทัดมีจำนวนมาก และไหลหลากลงสู่พื้นที่ที่ติดชายเขา และพื้นที่ราบลุ่ม ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้ ได้รับรายงานว่ามีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 7 และ หมู่ที่ 8 บ้านท่ากุ่ม จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด โดยจุดแรกบริเวณหมู่ที่ 7 บ้านท่ากุ่ม อ.เมืองตราด น้ำป่าไหลลงมาจากพื้นที่อำเภอบ่อไร่ ไหลบ่าเข้าท่วมสวนยางพารา สวนผลไม้ของประชาชน และท่วมพื้นผิวการจราจรบางจุด ทำให้รถเล็กสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก บริเวณหมู่ที่ 8 บ้านท่ากุ่ม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญฯ ต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปสำรวจบริเวณด้านในเนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยว และระดับน้ำค่อนข้างสูง โดยได้รับรายงานว่ามีบ้านเรือนประชาชนติดอยู่ภายใน 3 หลังคาเรือน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และมีผู้ป่วยอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรือท้องแบนเข้าไปสำรวจเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเข้าไปถึง ประชาชนบริเวณยังไม่ร้องขออะไร เนื่องจากยังมีอาหารเพียงพอที่จะใช้รับประทาน คาดว่าน้ำน่าจะลดลงอีกไม่นาน หากฝนหยุดตก

         บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านคลองขุด ต.ห้วยแร้ง อ.เมืองตราด ได้รับแจ้งว่ามีบ้านเรือนประชาชนจำนวน 2 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน นายวีระ ฤกษ์วานิชกุล นายอำเภอเมืองตราด พร้อมด้วยนายฐิตนันท์ อุดมสุข หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดตราด ได้เดินทางตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณหมู่ 2 ห้วยแร้ง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญฯตราด ซึ่งจากการตรวจสอบระดับน้ำยังพอสัญจรเข้าออกบ้านได้ จึงได้ทิ้งเรือท้องแบนไว้ให้หนึ่งลำ หากในพื้นที่ยังมีฝนตกและมีระดับน้ำสูง ให้แจ้งทาง อบต.ห้วยแร้งเพื่อเข้ามาช่วยเหลือได้ในทันที สำหรับพื้นที่จังหวัดตราด ยังมีฝนตกต่อเนื่องและยังมีพื้นที่ของอำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง ที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน โดยนายฐิตนันท์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดตราด ยังแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารของกรมอุตุฯอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 วันนี้

******************************

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เรือนจำฐานทัพ มอบประกาศนียบัตรธรรมศึกษาให้ผู้ต้องขังใช้หลักธรรมขัดเกลาจิตใจ

          วันนี้ 6 ส.ค.62 ที่เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พระครูวิสาทสุตากร เจ้าคณะตำบลพลูตาหลวง เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิธานธรรมมานุยุต เจ้าคณะตำบลบางเสร่ เจ้าอาวาสวัดบางเสร่คงคาราม พร้อมคณะสงฆ์ มาเป็นประธานในพิธี มอบประกาศนียบัตร ธรรมศึกษา ชั้น ตรี โท เอก ประจำปี 2562 ให้กับ ทหารกองประจำการ ผู้ต้องขังและนักเรียนวิวัฒน์พลเมือง ทร.แบบพิเศษ ที่สอบผ่านธรรมศึกษาสนามหลวง พร้อมกับเปิดเรียนธรรมศึกษา เรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด ผู้บังคับเรือนจำฐานทัพเรือสัตหีบ ข้าราชการ ตลอดจนผู้ต้องขัง เข้าร่วมในพิธีเปิด

          นาวาตรี สำราญ คล้ายสุด กล่าวว่า สำหรับการสอบธรรมศึกษาสนามหลวง เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา มีผู้สอบผ่านธรรมศึกษาจำนวน 74 นาย แบ่งเป็นธรรมศึกษาชั้นเอก 2 นาย ธรรมศึกษาชั้นโท 12 นาย ธรรมศึกษาชั้นตรี60 นาย และในปี 2562 นี้มีผู้สนใจสมัครเข้าเรียนธรรมศึกษา จำนวน 106 นาย ประกอบด้วย ธรรมศึกษาชั้นเอก 2 นาย ธรรมศึกษาชั้นโท 6 นาย ธรรมศึกษาชั้นตรี 94 นาย ในโอกาสต่อไปนี้ ตัวแทนผู้ต้องขัง ทหารกองประจำการ และนักเรียนวิวัฒน์พลมือง จะขออนุญาตกล่าวคำถวายตัวเป็นศิษย์ ด้วยธูปเทียนแพ คอไม้ และจตุปัจจัย แต่พระอาจารย์ ด้วยความเคารพ

          พระครูวิสาทสุตากร กล่าวว่า การศึกษาธรรมอย่างถ่องแท้ จะช่วยขัดเกลาจิตใจให้มีคุณธรรม อันจะส่งผลดี เมื่อผู้ต้องขังและนักเรียนวิวัฒน์พลเมือง พ้นโทษออกไปจากที่แห่งนี้ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เราได้ศึกษามานั้นจะทำให้เรา กลับไปใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข

*******************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก