ตราด – หมูป่ากระเจิงยกฝูง หลังกรมชลประทาน เข้าปรับปรุงพื้นที่ อ่างวังปลาหมอ

          ที่เกาะหมูป่า เกาะกลางน้ำ อ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ พื้นที่ ม.9 อ.เขาสมิง จ.ตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมชลประทาน หลังกลุ่มอนุรักษ์บ้านวังปลาหมอ ได้นำหมูป่าจากวัดมาปล่อยยังพื้นที่เกาะกลางน้ำจำนวน 7 ตัว เพื่อลดความภาระจากทางวัด หลังนำหมูป่ามาปล่อยไว้ ได้ออกลูกออกหลานกันเป็นจำนวนมาก มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 100 ตัว จนต้องเปิดเป็นการท่องเที่ยว โดยทำเป็นจุดเรียนรู้ ศึกษาชีวิตหมูป่า อ่างเก็บน้ำบ้านวังปลาหมอ และมีการอนุรักษ์ในการปลูกป่า สร้างเป็นแลนด์มารค์ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมและศึกษาชีวิตของหมูป่ากันเป็นจำนวนมาก เสียงเครื่องยนต์ของแพกลุ่มอนุรักษ์ เป็นที่รู้กันของหมูป่าจะได้อิ่มท้อง มีทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ต่างวิ่งออกมาจากป่า เพื่อรอรับอาหาร

          ล่าสุดทางกรมชลประทาน ได้มีงบประมาณในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยมีการใช้เครื่องจักรเข้าพื้นที่ และทำถนนข้ามไปเกาะหมูป่า ทำให้ฝูงหมูป่าแตกตื่น และหนีออกมาตามถนนช่วงเวลากลางคืน เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าบริเวณหมู่ 5 ในพื้นที่ ต.ท่าโสม และด้วยความหิวโหยของฝูงหมูป่า ที่เคยมีคนนำอาหารไปเลี้ยง และหากินในพื้นที่ ทำให้ฝูงหมูป่าเหล่านี้ต้องเข้ามากัดกินพืชผล ของชาวบ้านที่ปลูกไว้ ได้รับความเสียหาย ทางกลุ่มอนุรักษ์หมูป่าได้เร่งสำรวจ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป…

ภาพ/ข่าว​ ธนเดช​ เดชะเทศ​ จ.ตราด​ 062-8791962
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไม่คิดว่าจะได้คืน ทันตแพทย์ทำเงินแสนหล่น สาวก่อสร้างพบ นำส่งคืน

https://youtu.be/63tPZo7hJMo

ไม่คิดว่าจะได้คืนแล้ว !! ทันตแพทย์ชื่อดังเมืองศรีราชาทำเงินแสนหล่นจากกระเป๋ากางเกง ก่อนเอาเงินไปฝากธนาคาร ทำใจ คิดว่าไม่มีทางได้เงินคืนแล้ว ทราบข่าวหญิงสาวเก็บเงินได้ สุดดีใจ ติดต่อขอรับเงินคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจมอบประกาศนียบัตรเชิดชูความดี

         จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 นางสาวนารี ภูขัง อายุ 38 ปี อาชีพก่อสร้าง ได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท มาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตามหาเจ้าของเงินสดจำนวนดังกล่าว โดยนางสาวนารีได้พบเงินสดจำนวนดังกล่าวที่บริเวณซอยบ้านไร่ ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ขณะเดินไปซื้อของที่ร้านค้า แต่จังหวะนั้นได้มีชายไทยขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นเนินลูกระยาดแล้วเงินจำนวนดังกล่าวได้หล่นจากกระเป๋ากางเกง นางสาวนารีเห็นได้ทำการร้องเรียกและขี่จักรยานยนต์ไล่ตามเพื่อจะเอาเงินไปคืน แต่ไม่ทันจึงนำเงินดังกล่าวมาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของเงินสดดังกล่าว

         วันนี้ ( 9 ต.ค. ) พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ กิจโชคเจริญสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจาก นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ อายุ 65 ปี ได้ติดต่อเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของเงินสดดังกล่าว พร้อมนำหลักฐานทั้งเสื้อผ้าและรถที่ใส่ในวันเกิดเหตุมาเปรียบเทียบกับกล้องวงจรปิดที่จับได้ ก็พบว่าเป็นคนๆ เดียวกัน จึงทำพิธีมอบเงินสดดังกล่าวคืน พร้อมทั้งประสาน นางสาวนารี ภูขัง มาเป็นคนส่งมอบเงินคืน พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรผู้กระทำตนเป็นคนดีในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ เจ้าของเงินสดดังกล่าวได้มอบสินน้ำใจเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีในครั้งนี้ด้วย

         นายแพทย์ถาวร รัตนเสาวภาคย์ เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวตนได้นำเงินสดจำนวนสองแสนบาทใส่กระเป๋ากางเกง แล้วขี่จักรยานยนต์เพื่อจะไปฝากเงินที่ธนาคาร พอผ่านจุดดังกล่าวซึ่งเป็นทางลูกระนาด ทำให้เงินที่ใส่มาในกระเป๋ากางเกงจำนวน หนึ่งแสนบาทตกออกมาจากกระเป๋า ส่วนอีก 1 แสน ยังคงอยู่ในกระเป๋าทำให้ไม่รู้ว่าเงินตนเองนั้น หล่นกลางทาง พอมาถึงธนาคารจึงทราบว่าเงินของตนเองได้หายไปจำนวน 1 แสนบาทแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำตกที่ใด จึงไม่ได้ออกตามหา แต่ในใจก็คิดว่าจะไม่ได้คืนอยู่แล้ว แต่พอทราบข่าวว่ามีคนเก็บเงินได้และมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก จึงรีบมาติดต่อและขอขอบคุณนางสาวนารีเป็นอย่างมากที่ปฏิบัติตนเองเป็นคนดีเช่นนี้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พบศพ “หนุ่มลายมังกร” นอนตายเหลือแต่โครงกระดูกใกล้สะพานรถไฟซังกิว

https://youtu.be/YX9CoIFhne0

เจ้าหน้าที่สำรวจเส้นทางรถไฟพบศพ “หนุ่มลายมังกร” นอนเสียชีวิตปริศนา มานานไม่ต่ำกว่า 10 วัน ใกล้สะพานรถไฟซังกิวพื้นที่แหลมฉบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนยังมืดแปดด้าน พยายามระดมกำลังหาหลักฐานระบุว่าเป็นใคร มาจากไหน

         เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ ( 9 ต.ค. ) ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตที่บริเวณข้างทางรถไฟ บริเวณสะพานซังกิว หมู่ 10 ตำบลทุ่งศุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงประสาน พ.ต.ทสุเมธ หาญวิสัย รอง ผกก.สอบสวน สภ.แหลมฉบัง, พ.ต.ท.สิทธิพร กะสิ รอง ผกก.สืบสวน สภ.แหลมฉบัง และทีมพิสูจน์หลักฐานจากภูธรจังหวัดชลบุรีมาร่วมตรวจสอบ

          ในที่เกิดเหตุบริเวณข้างทางรถไฟ ใต้สะพานซังกิวนั้นพบกับศพชายไม่ทราบชื่อ นอนเสียชีวิตอยู่ข้างทางรถไฟในลักษณะนอนตะแคงหันหลังให้ทางรถไฟ โดยสภาพศพเหลือแต่โครงกระดูก แต่ยังมีชิ้นเนื้อบริเวณด้านหลังฝั่งขวา มีรอยสักเป็นรูปมังกรเต็มแผ่นหลังด้านขวา ร่างกายส่วนอื่น ๆ เหลือแต่โครงกระดูก โดยไม่ใส่เสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วัน เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานจึงได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาหลักฐานการเสียชีวิต พบว่าผู้เสียชีวิตอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ส่วนสูงประมาณ 160-170 เซนติเมตร ชิ้นส่วนกระดูกไม่พบร่องรอยการหักหรือกระดูกแตก จึงคาดว่าไม่ได้ถูกรถไฟชน จากนั้นจึงมอบหมายให้นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

          สำหรับการเสียชีวิตในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้สอบถามคนในละแวกดังกล่าว ก็ยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นใคร มาจากไหน จึงฝากประชาสัมพันธ์ผู้ใดมีญาติหรือคนรู้จักที่เป็นผู้ชาย สูงประมาณ 160-170 เซนติเมตร มีรอยสักเป็นรูปมังกรอยู่บริเวณแผ่นหลังด้านขวา และหายตัวไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ให้มาตอดต่อได้ที่ สภ.แหลมฉบัง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษา แก่นักศึกษาม.ราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรีจำนวน 100 ทุน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ส่งเสริมเยาวชนประพฤติดี ปฏิบัติดี ส่วนงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ กำหนดระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 24 มีนาคม 2563

    ที่หอประชุมรำไพภักดี ม.ราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรี ว่าที่เรือโทเอกชัย กิจเกศา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ได้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณีร่วมพิธี รับทุนการศึกษา ที่พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เป็นประธานสงฆ์ เมตตาเป็นตัวแทนของกองทุนฯ มอบทุนให้แก่นักศึกษา พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา ให้ความรู้แก่นักศึกษาให้เข้าถึงหลักธรรมพระพุทธศาสนาที่เป็นแก่นแท้สร้างความสงบสุขแก่มวลมนุษย์ มีสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่การงาน การศึกษาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตนเองและประเทศชาติ

         โดยครั้งนี้ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้มอบทุนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี จ.จันทบุรี ให้โอกาส ให้กำลังใจ เยาวชน นักศึกษาที่ประพฤติดี ตามโครงการ คุณธรรม นำชีวิต จำนวน 100 ทุน ทุนละ 3,000 บาท และในปีนี้ กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงได้นำเงินจากผู้มีจิตศรัทธาและรายได้จากการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธ บาทพลวง มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน เยาวชน นักศึกษา ที่มีความประพฤติดี ได้มีโอกาสทางการศึกษาแบ่งเบาภาระครอบครัวรวมกว่า 2 ล้านบาท

         อีกทั้งได้มีการจัดประกวดการแข่งขันทางธรรมะ เพื่อเสริมส่งให้เด็ก เยาวชน ได้มีความรู้และร่วมจรรโลงพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบต่อไป สำหรับงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีในปี 2563 กำหนดจัดงานประเพณีในระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 24 มีนาคม 2563 เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ประชาชน นักแสวงบุญได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกฎ เป็นเวลา 60 วัน และกำหนดบวชเนกขัมมะบารมี ชี พราหมณ์ในระหว่างวันที่ 18 – 23 มกราคม 2563     

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน แก่ราษฎรในพื้นที่จ.จันทบุรี

พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทานมอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทานให้กับนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า, เปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน, อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี พร้อมทั้งจัดหน่วยแพทย์พระราชทาน

         วันนี้ ( 9 ต.ค.62 ) ที่ ศาลากลางบ้านหนองมะค่า หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบชุดกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทาน ให้กับนักเรียน โรงเรียนหนองมะค่าจำนวน 111 ชุด พร้อมทั้งเปิดโรงครัวพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนหนองมะค่า

          โอกาสนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพระปกเกล้า และ โรงพยาบาลอำเภอสอยดาว ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ โดยมี การให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจดวงตาป้องกันต้อกระจก ต้อลม รักษาดวงตา งานทันตกรรม อุดฟัน ถอนฟัน แจกเวชภัณฑ์ยา การรักษาโรคแพทย์ทางเลือกแผนไทย นวดสมุนไพรมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ให้บริการรวม 62 คน

         หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ผู้แทนพระองค์ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยมนางมนต์ ชนะคำ อายุ 106 ปี ราษฎรหมู่ที่ 8 ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งนางมนต์ มีบุตรเขย หลานสาว หลานชายคอยดูแลช่วยเหลือ มีเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข อสม.ติดตามเยี่ยมบ้าน ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จาก อบต.สะตอน เดือนละ 1,000 บาท มีโรคประจำตัว คือเบาหวาน ความดัน หัวใจโต ได้รับสิทธิจ่ายตรง เนื่องจากลูกสาวคนเล็กรับราชการครู นางมนต์ ชนะคำ มีบุตร – ธิดา รวม 9 คน บุตรชายคนโตเสียชีวิตไปแล้ว คงเหลือ 8 คน / 4 คน ทำงาน ทำสวนอยู่ในพื้นที่ใกล้บ้าน ส่วนอีก 4 คน ไปทำงานมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด ถือเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี และยังมีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือตนเองได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดปัตตานี เชิญเที่ยวจัดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562 และ งานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19

          นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า จังหวัดปัตตานี โดย อำเภอโคกโพธิ์ ร่วมกับ สถาบันสงฆ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอโคกโพธิ์ และคณะกรรมการจัดงานประเพณีชักพระ กำหนดจัดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ประจำปี 2562 และงานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19 ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นประจำทุกปี

          ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 11-20 ตุลาคม 2562 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ เพื่อร่วมส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู และดำรงรักษาไว้ซึ่งขนมธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการจัดทำเรือพระ เสริมสร้างความสามัคคี ความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างสถาบันสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่งสริมการท่องเที่ยว และผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง อีกทั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษ์ที่ดีของจังหวัดปัตตานี และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

         ทั้งนี้ กำหนดให้มีพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้าชุมชน “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” OTOP ครั้งที่ 19 ในวันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. และกำหนดให้มีพิธีเปิดงานประเพณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 70 ในวันจันทร์ ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ภายในงานฯ มีการประกวดเรือพระ 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทยอดใหญ่ ยอดเล็ก เรือโฟม และประเภทความคิด, การประกวด “ริ้วขบวนแห่และฟ้อนรำหน้าเรือพระ”, การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง บุคคลทั่วไป, การแสดงและการแข่งขันตีกลองเรือพระ, การแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชน, การประกวด ยุวบุตร-ยุวธิดา เรือพระ และ การออกร้านแสดงนิทรรศการ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าอุปโภค บริโภค จากตำบล/ท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ซึ่งจะมีการแสดงดาราศิลปิน และการประกวด สับเปลี่ยนกันทุกคืน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจให้กำลังใจเจ้าหน้าที่-ประชาชน ที่นราธิวาส

           เวลา 07.20 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานไปมอบกับครอบครัว ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม รอง สว.ป.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ณ บ้านเลขที่47 ถนนบ้านพักครู ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส หลังถูกคนร้ายดักซุ่มยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มน้ำชาและอำลาชาวบ้านที่เกษียณอายุราชการ

           เหตุเกิดริมถนนบ้านเปาเบาะ หมู่ที่ 5 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ยังความปลื้มปีติให้แก่ครอบครัวของ ร.ต.อ.ฮูเซ็น ดอราแม ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ ไปเยี่ยมเป็นกำลังใ จพร้อมกับอัญเชิญถุงพระราชทาน ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน ณ ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพรานที่ 4809 อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จำนวน 80 ชุด ในโอกาสนี้องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงความห่วงใย และทรงให้กำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกนายต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ขอบคุณข้อมูล : สยามรัฐออนไลน์

รองผู้ว่าฯ ยะลา มอบบ้านแก่น้องพิการ ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          วันที่ 8 ต.ค. 62 นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีมอบบ้านแก่น้องพิการ “โครงการปรับสภาพแวดล้อมน่าอยู่สำหรับน้องพิการทางสมอง (Day Care)” ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ นางสุภาพร วุฒิศาสตร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ณ บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 6 ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา 

          นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา สำนักงานเหล่ากาชาดอำเภอจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอยะหา อำเภอยะหา ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องครัว ข้าวสารอาหารแห้ง พัดลมตั้งโต๊ะ หม้อหุงข้าว ยาสามัญประจำบ้าน ให้แก่เด็กหญิงนูรฟาตีนันท์ บาโงสะนอ และครอบครัว หลังจากนั้น คณะ ได้เดินทางไปมอบบ้านหลังที่ 2 ให้แก่ เด็กหญิงนูรอัฟดา ยีระกูดา เลขที่ 36 หมู่ที่ 2 ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และมอบบ้านอีก 2 หลัง ในพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา อีกด้วย ทั้งนี้ ครอบครัวของน้องพิการทางสมองต่างขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ช่วยเหลือในครั้งนี้        

          สำหรับการมอบบ้านที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้แก่น้องพิการทางสมอง (Day Care) ตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดยะลา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ประจำปี 2562 เป็นเงิน 1,100,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน) สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่น้องพิการทางสมอง (Day Care) จำนวน 20 หลังคาเรือน ๆ ละ 50,000 บาท

          โดยในพื้นที่อำเภอยะหา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่น้องพิการทางสมอง จำนวน 4 หลังคาเรือน และมีการดำเนินงานในรูปของการบูรณาการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา อำเภอยะหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอยะหา กองทุนพัฒนาสังคมผู้ด้อยโอกาสและสาธารณสุขเชิงรุกจังหวัดยะลา จนทำให้การดำเนินงานดังกล่าว ประสบความสำเร็จ เสร็จสิ้นไปด้วยดี เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ครอบครัวของคนพิการเป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

รายงาน – “ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซาก ต่อไป”

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 “ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป”

         คำกล่าวตอนหนึ่งของ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานแถลง “แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2563” เมื่อเร็วๆนี้ที่ว่า “สู้ด้วยความจริง ไม่บิดเบือน ผิดเป็นผิด ถูกก็คือถูก ยึดเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” นับเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังที่เกิดขึ้นในห้วงของช่วงปี 2562 โดยแม่ทัพภาคที่ 4 หวังจะให้กรอบแนวทางการปฏิบัติที่สร้างความศรัทธานี้ถูกต่อยอดออกไปในแผนเสริมสร้างสันติสุขของปี 2563 ต่อไป

          โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการยังคงต้องเดินหน้าเร่งด่วน ประกอบด้วย งานควบคุมพื้นที่ปลอดภัย  ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการปฏิบัติเชิงรับเป็นเชิงรุก ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หมู่บ้านสันติสุข 118 หมู่บ้านและ ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ตำบล ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ อส.และตำรวจ ร่วมปฏิบัติจรยุทธ์ บูรณาการร่วมกันทั้ง ตำรวจ และทหาร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านต้องทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ การดูแลแนวโดยเฉพาะท่าข้ามผิดกฎหมาย ต้องกวดขันดูแลเป็นพิเศษ เป็นต้น

         ส่วนหนึ่ง ที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงให้ความสำคัญในลำดับแรกๆ ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยและทำให้เกิดสันติสุขคือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ทางพลโท พรศักดิ์ ให้ความสำคัญมาตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4  การปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รวมถึงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสำคัญ

          การได้เข้ามาคลุกคลีรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน จึงได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ นำมาสู่การแยกแยะ ตั้งแต่การจับกุมผู้กระทำความผิดตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ การดึงผู้เสพเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ผู้ใดที่ตกเป็นผู้เสพนำไปบำบัดและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ การสร้างงานสร้างอาชีพติดตัวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง  ดังนั้นในปี 2563 พลโทพรศักดิ์ ยังสู้ไม่ถอยและจะยังคงเดินหน้าในการเพิ่มมาตรการทุกอย่าง ทั้งการบำบัดรักษา การปราบปรามผู้ค้าทุกระดับ การดำรงไว้และดูแลความเป็นพหุวัฒนธรรมของชุมชนที่มีมาแต่อดีตให้ดำเนินต่อไป ที่น่าสนใจการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนดังที่กล่าวมาแล้วนั้นจะไปเสริมฐานโครงการเมืองต้นแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

         “ผมเน้นย้ำกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้ยึดหลักระเบียบ วินัย หลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไข โดยในปี 2563 จะใช้มาตรการรุก ทั้งการทหารและการเมือง เน้นความจริง จะต่อสู้ความด้วยจริง ทุกเหตุทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจะใช้ความจริงเข้าแก้ปัญหา และใช้ยุทธศาสตร์คนดี ให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่รักของสังคม อย่าทำตัวเหนือกฎหมาย”  พลโทพรศักดิ์ กล่าว นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ พลโทพรศักดิ์ ยังให้ความสำคัญต่อการช่วยสนับสนุนในการเป็นประธานเปิดงาน รวมพลังกองทุนแม่ของแผ่นดินประจำปี 2562 โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี มวลชนญาลันนันบารู ที่อยู่ในโครงการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติดและโครงการประชารัฐญาลันนันบารูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

         พลโท พรศักดิ์ ระบุตอนหนึ่งในงานว่า “ตั้งแต่ผมได้ประกาศแผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป นำความผาสุกมาให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่าน การบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและจริงใจ  สำหรับมวล ชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เดินทางมาในวันนี้ทราบว่า สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดินส่วนใหญ่เป็นมวลชนญาลันนันบารูที่อยู่ในโครงการชุมชนเข้มแข็งแก้ไขปัญหายาเสพติดและโครงการประชารัฐญาลันนันบารูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ทุกท่านจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในชุมชนอย่างแท้จริง ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

          สำหรับการแก้ปัญหายาเสพติดในห้วง 1 พฤศจิกายน 2561 ถึง 26 กันยายน 2562 ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  ได้สรุปผลการปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของศูนย์ปฏิบัติการร่วมอำเภอ 37 อำเภอ (ศปร.อ. 37 อำเภอ) เป็นที่น่ายินดีดังนี้

  1. มีการบังคับใช้กฎหมาย กับ ผู้ค้ารายใหญ่ 176 ราย, ผู้ค้ารายย่อย 3,857 ราย รวมผู้เสพ 19,081 ราย
  2. ตรวจยึดของกลางยาบ้า 2,196,886 เม็ด, กัญชา 25,484 กิโลกรัม, ใบกระท่อม 18,403 กิโลกรัม, น้ำกระท่อม 14,870 ลิตร, ยาไอซ์ 41.308 กรัม, ยาแก้ไอ 23,928 ขวด แบ่งบรรจุ จำนวน 24,467 ซีซี., เฮโรอีน 38.958 กิโลกรัม, ยาอี 100 เม็ด รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 7,922 ราย
  3. การดำเนินการต่อผู้เสพยาเสพติดที่สมัครใจรายงานตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จำนวน 15,084 ราย, กระบวนการบำบัดฟื้นฟู 13,855 ราย, ติดตามบำบัดฟื้นฟู 8,036 ราย และส่งเสริมอาชีพ 266 ราย

          ผลการปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเท่านั้น หากแต่เป็นความร่วมของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันอย่างจริงจัง ทำให้การแก้ปัญหาได้ตรงจุดและทันสถานการณ์ ดั่งที่ว่า พวกเราต้องช่วยกันปราบปรามยาเสพติดเพื่อแผ่นดินไทยอยู่รอดต่อไป

“ยาเสพติดมีอานุภาพแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับการที่พวกเราร่วมจับมือช่วยกันปราบปรามให้สิ้นซากต่อไป” พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูล : Smile ชายแดนใต้