คลิปวีดีโอโจรขโมยรถจักรยานร้านผ้าหอม


มุกดาหาร – คลิปวีดีโอชายใส่เสื้อยืดสีเขียวมาขโมยรถจักรยานที่จอดไว้ข้างร้านผ้าหอม ไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป

วันที่ 24 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของร้านผ้าหอม บ้านเลขที่ 15/9 ถ.มุกดาหาร-ดอน ตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้โพสต์คลิปวีดีโอ มีชายใส่เสื้อสีเขียวแขนยาว ใส่กางเกงขายาว เข้ามาขโมยจักรยานบริเวณข้างร้านไป

จากการสอบถามน.ส.ศิริพร มุกดาจารุจินดา (เจ้าของร้านและรถจักรยาน) ได้แจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถจักรยานดังกล่าวมีไว้ให้พนักงานที่ร้านใช้งานทั่วไป และจอดไว้ข้างร้านเป็นประจำทุกวันมานานแล้วและเหตุเกิด วันที่ 19 พ.ค 2569 เวลาประมาณ 12:00 น. (จากกล้องวงจรปิด) ทราบเหตุประมาณ 17:00 น. เมื่อคนงานจะนำรถจักรยานไปซื้อของแต่ไม่พบรถจักร ยาน จึงแจ้งให้เจ้าของร้านทราบ หลังจากตรวจสอบกล้องจึงทราบว่าชายใส่เสื้อยืดสีเขียวเป็นคนขโมยจักรยานไป และกล้องวงจรอีกมุมต้องขอขอบคุณร้านหลอมทองมุกดาหารที่อยู่อีกฝั่งของซอยนำภาพวีดิโออีกมุมมามอบให้ด้วย

ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเจ้าของร้านผ้าหอมไม่อยู่ ไปเยี่ยมบุตรสาวที่ไปเรียนประเทศจีน หากกลับมาถึงมุกดาหารเมื่อไหร่ จะได้รีบเข้าแจ้งความ พร้อมนำคลิปวีดีโอ ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีกับชายที่อยู่ในคลิปวีดีโอต่อไป..


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 0988699888

หนุ่มซื้อของไม่จ่าย ทวงถามโมโหทุบกระทบประตูแตกทั้งบาน


มุกดาหาร – หนุ่ม 26 ปี ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อจำนวน 80 บาท พนักงานทวงไม่มีเงินจ่าย โมโหใช้มีดตัดสายไฟเครื่องชั่งน้ำหนักลัวทุบที่ประตูแตกทั้งบาน

วันที่ 24 พค. 69 ร.ต.อ.จิรวุฒิ เทพบำรุง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 ปตท.คำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีคนร้ายเข้าไปซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อ (7-11 ) ภายในปั้ม ปตท.คำอาฮวน ไม่มีเงินจ่ายพอทวงถามไม่จ่ายโมโหแล้วเดินไปเอาเครื่องชั่งน้ำหนักมาทุบกระจกเสียหาย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร ทราบ พร้อมสั่งการให้ชุดสายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบชายสวมชุดสีขาวก่อเหตุอาละวาดบริเวณร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. คำอาฮวน โดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้านทุ่มใส่ประตูกระจกของร้านจนได้รับความเสียหาย สร้างความตกใจให้กับพนักงานและลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

จากการสอบถามพนักงานร้านสะดวกซื้อ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปหยิบสินค้าภายในร้านสะดวกซื้อ คือน้ำดื่ม และบุหรี่ จำนวนเงิน 80 บาท แล้วพยายามเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระเงิน พนักงานจึงได้เดินตามออกมาทวงถามค่าใช้จ่าย แต่ชายคนดังกล่าวกลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมท้าทายให้แจ้งตำรวจ และจะให้ตำรวจมาจ่ายให้ หลังจากนั้นพนักงานร้านจึงรีบกลับเข้าไปภายในร้าน และล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย แต่ชายผู้ก่อเหตุได้เดินย้อนกลับมาบริเวณหน้าร้าน พร้อมถือมีดไว้ในมือ 2 เล่ม ก่อนจะใช้อุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ยกขึ้นทุ่มใส่ประตูกระจกจนแตกเสียหาย

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุชื่อนายพนวิทย์ แปทา หรือ “บรีส” อายุ 26 ปี จากการตรวจสอบสารเสพติดไม่พบสารเสพติด การก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากอาการมึนเมาาสุราอาระวาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้เข้าควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ได้ทันที ก่อนนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ทรงสิทธิ์ สาระกิจ มุกดาหาร 098869988

ชาวใต้เทใจ ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย

ชาวใต้เทใจ! มติเอกฉันท์เลือก “บิ๊กโจ๊ก” นั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ต่ออีกสมัย โชว์ผลงาน 4 ปีปั๊มเงินเข้าองค์กรร่วม 100 ล้าน สานต่อโครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน” และบิ๊กโปรเจกต์อาคารใหม่คืบหน้า 85%

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมสามัญประจำปีขึ้น ณ ที่ทำการสมาคมฯ โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมฯ เป็นประธานในการประชุม เพื่อแถลงผลการดำเนินงานในรอบปีและวาระที่ผ่านมา

วาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้คือการเลือกตั้งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ คนใหม่ ซึ่งที่ประชุมและตัวแทนสมาชิกชาวใต้จากทั่วประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ไว้วางใจให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระราชูปถัมภ์ ต่ออีกหนึ่งสมัย เพื่อสานต่อภารกิจและขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคง

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้แถลงผลงานชิ้นโบแดงตลอดวาระ 4 ปีที่ผ่านมา ที่สามารถระดมทุนและสร้างรายได้เข้าสมาคมฯ รวมแล้วร่วม 100 ล้านบาท (นับรวมรายได้ในปี 2569 ที่ยังไม่สิ้นปีภาษี) สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดยุคหนึ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำถึงผลงานการพัฒนาและเชิดชูวัฒนธรรมใต้ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่:

  • โครงการ “เทริดโนราที่ใหญ่ที่สุดในโลก”: สมาคมฯ ได้จัดทำพิธีอัญเชิญ “เทริดโนรา” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นสู่จุดสูงสุดเหนือยอดอาคารที่ทำการสมาคมฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงถึงความเคารพสูงสุดต่อศิลปวัฒนธรรมปักษ์ใต้
  • ​นิทรรศการมรดกโนราใต้: ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการโนรา ณ อาคารสมาคมฯ ยกระดับคุณค่าศิลปะการแสดงท้องถิ่นสู่สายตาคนรุ่นใหม่
  • ​โครงการ “พาคนใต้กลับบ้าน”: มุ่งมั่นช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ส่งพี่น้องชาวใต้กลับสู่อ้อมกอดครอบครัวอย่างปลอดภัยในทุกเทศกาลสำคัญ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ​โครงการ “ก่อสร้างปรับปรุงอาคารที่ทำการและภูมิสถาปัตย์” ปัจจุบันภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 85% โดยคงเหลือเก็บงานสถาปัตย์และงานตกแต่งภายในชั้น 2 และชั้น 3

ซึ่งการบริหารงานก่อสร้างทั้งหมด นายกสมาคมฯ ได้มอบหมายให้ นายฐาวร ทองอุ่น (บุคคลภายนอก) เข้ามาดูแลบริหารโครงการแบบจิตอาสา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมฯ เพื่อความโปร่งใสสูงสุด ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาคารแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์กศูนย์รวมจิตใจที่สวยงามและสง่างามสมเกียรติชาวปักษ์ใต้ทุกคน


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดติดตามการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการกำลังพลและการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มณฑลทหารบกที่ ๒๗ ค่ายประเสริฐสงคราม จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของกองทัพภายใต้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 วรรคสองที่ระบุว่ากําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเพื่อแสวงหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงและการบริหารงานภายในหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการกำลังพล การฝึกการตรวจเลือกทหารกองเกิน และกระบวนการฝึกวิชาทหาร (รด.) ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามพันธกิจด้านการพัฒนาและการเตรียมความพร้อมในการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร ได้อย่างทันท่วงทีและเป็นระบบ

นอกจากภารกิจด้านการทหาร คณะกรรมาธิการยังได้เข้าศึกษาการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะ “โครงการทหารพันธุ์ดี” และศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ในการเป็นแหล่งเรียนรู้และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับกำลังพลและชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่ได้นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบมุมมองเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการบริหารกำลังพลและแผนบรรเทาสาธารณภัย มทบ.27 ในการตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 52 ว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง, นายธณัญชพงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงภายใน การป้องกันภัยคุก คามรูปแบบใหม่ และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน ณ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร พ.ศ. 2551 อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบ

(1) กลไกหลักในการบริหารงานความมั่นคงที่มีการดำเนินการผ่านคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคามที่มีลักษณะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน รวมถึงมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมหาสารคาม (กอ.รมน.จว.มค.) เป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ
(2) การจัดการยาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญที่มีการประชุมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปราบปรามและบำบัดรักษา
(3) ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงปลอดภัยที่มีจังหวัดมหาสารคามและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามได้ประกาศนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (โดยเฉพาะด้านสารสนเทศและข้อมูล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการบริหารจัดการความมั่นคงภายในและงานมวลชนสัมพันธ์ที่เน้นการบูรณาการแผนความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยังได้ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของสังคมในปัจจุบัน ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด การติดตามแนวทางเฝ้าระวังขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการพนันออนไลน์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากภารกิจด้านความมั่นคง คณะกรรมาธิการยังได้ติดตามความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของ กองทัพในการเป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดวิกฤตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปถึงการวาง แผนฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการดำเนินงานโดยขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551เพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูภัยหรืออาจเป็นภัยที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุข เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความ มั่นคงของรัฐในพื้นที่รับผิดชอบและในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานความมั่นคงในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของกำลังพล สวัสดิการของกำลังพลการบริหารงบประมาณ ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถหน่วยให้ทันสมัย ณ มทบ.23 จ.ขอนแก่น

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของกำลังพล สวัสดิการของกำลังพลการบริหารงบประมาณ ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถหน่วยให้ทันสมัย ณ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จังหวัดขอนแก่น

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภาคบ่าย คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง นายธณัญชพงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับทราบข้อมูลการประเมินระดับความพร้อมของกำลังพลและแนวทางการบริหารจัดการสวัสดิการ ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของกองทัพภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 52 วรรคสอง ที่ระบุว่ากําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วย โดยมีพันเอก ปิยะ นงค์ชะนา เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 23 และคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเพื่อแสวงหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยให้มีความทันสมัย โดยเน้นการประเมินความพร้อมของกำลังพล ยุทโธป กรณ์ และระบบสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อปรับตัวให้เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพย์สินของทางราชการภายในค่าย โดยมุ่งเน้นหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและเกิดประ โยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของมณฑลทหารบกที่ 23

นอกจากการพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร คณะกรรมาธิการยังได้รับทราบข้อมูลแนว ทางการบริหารจัดการสวัสดิการกำลังพลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล การศึกษา และการดูแลครอบครัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ คุณธรรม และจริยธรรมในองค์กร อันจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่และความมั่นคงในระยะยาว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลเชิงประจักษ์ในการสนับสนุนหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ให้ข้อแนะนำต่อการบริหารจัดการหน่วยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยให้ตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 52 ว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้มีการทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ กําลังทหารให้ใช้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงและดูแลสวัสดิภาพของกำลังพลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความมั่นคงภายในและการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ภาคเช้า คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่หนึ่ง นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี เลขานุการคณะกรรมาธิ การ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร และอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานเพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงภายใน การป้องกันภัยคุก คามรูปแบบใหม่ และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนของฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นการติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นสำคัญ โดยมี นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ

ในการนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รับทราบ

(1) กลไกหลักในการบริหารงานความมั่นคง ที่มีการดำเนินการผ่านคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่นที่มีลักษณะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายพลเรือน รวมถึงมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น (กอ.รมน.จว.ขก.) เป็นหน่วยงานประสานการปฏิบัติเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ

(2) การจัดการยาเสพติด ถือเป็นวาระสำคัญที่มีการประชุมควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น เป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปราบปรามและบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ

(3) การรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ เพื่อสร้างความปลอดภัยในทรัพย์สินและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการบริหารจัดการความมั่นคงภายในและงานมวลชนสัมพันธ์ที่เน้นการบูรณาการแผนความมั่นคงร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงยังได้ให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของสังคม ทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และการวางระบบป้องกันภัยไซเบอร์เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากภารกิจด้านความมั่นคง คณะกรรมาธิการยังได้ติดตามความพร้อมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะแผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของกองทัพในการเป็นตัวกลางประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดวิกฤตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมไปถึงการวางแผนฟื้นฟูและเยียวยาหลังเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่นำเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อแนะนำต่อการดำเนินงานโดยขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูภัยหรืออาจเป็นภัยที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบสุข เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐในพื้นที่รับผิดชอบและในภาพรวมของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานความมั่นคงในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป


ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 10.40 นาฬิกา ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พลโท บุญชัย เกษตรตระการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และคณะเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทย

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการและผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะ ได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับ

(1) ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา แนวทางที่กองทัพไทยเร่งยกระดับความมั่นคงแนวชายแดนในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคู่ขนานกับเทคโนโลยี (รั้วอิเล็กทรอนิกส์ (CCTV)) เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลักลอบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสระแก้ว เป็นต้น ควบคู่กับการใช้แนว ทางทูตทหารเพื่อความสันติภาพ และการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ถึงแม้จะมีการเจรจา แต่ไทยยังคงมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หากอธิปไตยหรือความปลอดภัยของประชาชนถูกคุกคาม กองทัพทุกเหล่าพร้อมปฏิบัติการทางทหารและหน้าที่อย่างเต็มกำลังเมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอก จากนี้ การให้ความสำคัญของหน่วยปฏิบัติการในพื้นทีเป็นสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจในพื้นที่ยังถือเป็นส่วนสำคัญของกองทัพ

(2) ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา ในบทบาทกองทัพไทยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและเกิดความขัดแย้งจากการสู้รบภายในประเทศหรือกับชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางเมียนมากับชนกลุ่มน้อยมีความตึงเครียดแล้วเปลี่ยนจากการเจรจามาเป็นการสู้รบกันจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจากระยะพรมแดนทางบกระหว่างไทยกับเมียนมามีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 2,400 กิโลเมตร ติดพื้นที่ 10 จังหวัดของไทยกับมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำสำคัญที่เป็นเส้นกั้นพรมแดน เช่น แม่น้ำสาย, แม่ น้ำเมย, แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี เป็นต้น ตลอดจนด่านผ่านแดนที่เป็นทางการ ด่านธรรมชาติ หรือจุดเสี่ยงที่มีการข้ามหรือลักลอบทำการผิดกฎหมาย ซึ่งความยาวขนาดนี้ทำให้การเฝ้าระวังของกองทัพไทยจะต้องมีความพร้อมและศักยภาพในทุกๆ ด้าน

(3) ความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันพบว่าได้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการก่อเหตุรุนแรง โดยกองทัพไทยเห็นความสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและโครงสร้างพื้นฐานโครงการรั้วความมั่นคงตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เห็นว่าควรมีการผลักดันแผนสร้างรั้วความมั่นคงระยะทาง 100-200 กิโลเมตร เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านศุลกากรบูเกะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” (คณะกรรมการพิเศษ จชต.) ชุดใหม่จำนวน 22 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการบูรณาการงานความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กองทัพไทยจะให้การสนับสนุนตามนโยบายรัฐบาลในการสร้างสันติภาพเพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติจริงก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในความมั่นคงในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. ยังย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากอง ทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคต จึงฝากคณะกรรมาธิการให้ผลักดันงานที่ดำเนินการทางทหารและความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการ ให้ข้อเสนอแนะว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการการทหารฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยให้เกิดผลสำเร็จตามกรอบงบประมาณด้านการทหารและความมั่นคงโดยเฉพาะ เรื่อง การแก้ไขกฎหมาย การจัด สรรงบประมาณ และให้ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการบริหารจัดการความมั่นคงแนวชายแดนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา และความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบพลโท อดุลย์ฯ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการ ณ ศาลาว่าการกลาโหมกรุงเทพมหานคร

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือราชการเนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมคานับและหารือข้อราชการ ณ ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 เสลา 15.00 -16.00 นาฬิกา ณ ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด และนายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการ และคณะเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการและพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับประเด็นการดำเนินการในปัจจุบันและในอนาคตของคณะกรรมาธิการ ประเด็นการให้การสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และประเด็นการให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาต่อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการในการปฏิบัติภารกิจทางการทหารและภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ ได้แก่

(1) งานที่คณะกรรมาธิการดำเนินการในกรอบของวุฒิสภาและสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหม เช่น การมีส่วนช่วยในการดูแลสิทธิประโยชน์ของทหารผ่านศึก การสนับสนุนระบบทหารอาสา การพัฒนากำลังพลสำรองให้สามารถสนับสนุนการกู้ภัยพิบัติและการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติได้อย่างเป็นระบบ การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม การศึกษาเรื่อง Drone การศึกษาเรื่องดาวเทียมเพื่อความมั่นคง การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรด้านความมั่นคง เช่น สมช. กอ.รมน. ฯลฯ

(2) เรื่องที่ขอให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาความเหมาะสม ได้แก่ หลักการสนับสนุนค่าตอบแทนพิเศษให้แก่กำลังพลที่เข้าสู้รบในสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม 2568 โดยยึดถือแนวทางการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษซึ่งจ่ายให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต. ทุกคนต่อเดือน ซึ่งขอความกรุณา รมว.กห. พิจารณาภายใต้กรอบหน้าที่และกฎหมายต่อไป

(3) งานด้านการทหารและความมั่นคงของรัฐที่ถือเป็นความเร่งด่วนที่ต้องเร่งปฏิบัติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์หลัก : การสถาปนาความมั่นคงชายแดน เป็นภาพใหญ่ซึ่งส่งผลถึงภาพรวมของความมั่นคงของประเทศ (การสถาปนาความมั่นคงและการจัดระเบียบความมั่นคงพื้นที่ชายแดน แบบเบ็ดเสร็จ หรือการจัดระเบียบความั่นคงชายแดน การจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานทั้งแบบปกติและไม่ปกติ รวมถึงการแก้ปัญหา จชต. เน้น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการเจรจาพูดคุยเพื่อสันติสุข

นอกจากนี้ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนากองทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคตเพื่อความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการ ให้ข้อเสนอแนะว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการการทหารฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่ทางทหารในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยหรือการดำเนินภารกิจของกลาโหม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาทางทหารและงานความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกระทรวงกลาโหมและกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงของชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ร่วมประชุมสัมมนาเรื่องศาลทหารของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ โรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ กรมพระธรรมนูญ จังหวัดนนทบุรี

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ร่วมประชุมสัมมนาเรื่องศาลทหารของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ โรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ กรมพระธรรมนูญ จังหวัดนนทบุรี

นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้พิจารณาตามมติที่ประชุมมอบหมายนางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการการทหารฯ และประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการ และผู้แทนคณะอนุกรรมาธิ การด้านกิจการทหาร ได้แก่พลตรี ไพโรจน์ มณีอ่อน อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยเลขานุการ พลเอก ชัชชัย ภัทรนาวิก ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ และคณะเดินทางเข้าร่วมสัมมนาและรับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ศาลทหารของสาธารณรัฐฝรั่งเศส” ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 – 12.00 นาฬิกา ณ ห้องสัมมนา ชั้น 6 โรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ กรมพระธรรมนูญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ งานสัมมนาดังกล่าวมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง ศาลทหารของสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยได้รับเกียรติจากนางการอลีน ชาร์ปองติเยร์ (Ms. Caroline Charpentier) ผู้พิพากษาประสานงานความร่วมมือในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยที่คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบและยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตามประธานรัฐสภาได้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยมีร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกองทัพและกระบวนการยุติธรรมทหาร จำนวน 2 ฉบับ (1) ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พศ. …. เพื่อปรับปรุงการบริหารราชการภายในให้ทันสมัย กับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พศ. ….

ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มอบหมายคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหารรวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมาธิการการทหารฯ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 119 ตามแต่กรณีต่อไป