ข่าวใหม่อัพเดท » ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

25 พฤษภาคม 2026
0

ปธ.กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เข้าพบหารือราชการ ผบ.ทสส. ความมั่นคงชายแดน

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 – 10.40 นาฬิกา ณ กองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พลโท บุญชัย เกษตรตระการ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และคณะเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทย

ในการนี้ ประธานคณะกรรมาธิการและผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะ ได้พูดคุยหารือเกี่ยวกับ

(1) ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา แนวทางที่กองทัพไทยเร่งยกระดับความมั่นคงแนวชายแดนในปี 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคู่ขนานกับเทคโนโลยี (รั้วอิเล็กทรอนิกส์ (CCTV)) เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลักลอบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดสระแก้ว เป็นต้น ควบคู่กับการใช้แนว ทางทูตทหารเพื่อความสันติภาพ และการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ถึงแม้จะมีการเจรจา แต่ไทยยังคงมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หากอธิปไตยหรือความปลอดภัยของประชาชนถูกคุกคาม กองทัพทุกเหล่าพร้อมปฏิบัติการทางทหารและหน้าที่อย่างเต็มกำลังเมื่อถึงคราวจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอก จากนี้ การให้ความสำคัญของหน่วยปฏิบัติการในพื้นทีเป็นสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจในพื้นที่ยังถือเป็นส่วนสำคัญของกองทัพ

(2) ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา ในบทบาทกองทัพไทยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนและเกิดความขัดแย้งจากการสู้รบภายในประเทศหรือกับชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางเมียนมากับชนกลุ่มน้อยมีความตึงเครียดแล้วเปลี่ยนจากการเจรจามาเป็นการสู้รบกันจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจากระยะพรมแดนทางบกระหว่างไทยกับเมียนมามีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 2,400 กิโลเมตร ติดพื้นที่ 10 จังหวัดของไทยกับมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำสำคัญที่เป็นเส้นกั้นพรมแดน เช่น แม่น้ำสาย, แม่ น้ำเมย, แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี เป็นต้น ตลอดจนด่านผ่านแดนที่เป็นทางการ ด่านธรรมชาติ หรือจุดเสี่ยงที่มีการข้ามหรือลักลอบทำการผิดกฎหมาย ซึ่งความยาวขนาดนี้ทำให้การเฝ้าระวังของกองทัพไทยจะต้องมีความพร้อมและศักยภาพในทุกๆ ด้าน

(3) ความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันพบว่าได้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการก่อเหตุรุนแรง โดยกองทัพไทยเห็นความสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและโครงสร้างพื้นฐานโครงการรั้วความมั่นคงตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เห็นว่าควรมีการผลักดันแผนสร้างรั้วความมั่นคงระยะทาง 100-200 กิโลเมตร เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านศุลกากรบูเกะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนย้ายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” (คณะกรรมการพิเศษ จชต.) ชุดใหม่จำนวน 22 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการบูรณาการงานความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กองทัพไทยจะให้การสนับสนุนตามนโยบายรัฐบาลในการสร้างสันติภาพเพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติจริงก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในความมั่นคงในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. ยังย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากอง ทัพในทุกเหล่าทัพให้มีความทันมสมัยและเป็นกองทัพที่เข้มแข็งรองรับภารกิจปัจจุบันและมีความเข้มแข็งในอนาคต จึงฝากคณะกรรมาธิการให้ผลักดันงานที่ดำเนินการทางทหารและความมั่นคงให้เกิดประโยชน์ต่อชาติและประชาชน

นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการ ให้ข้อเสนอแนะว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ กล่าวคือวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการการทหารฯ จะให้การสนับสนุนภารกิจ บทบาท และหน้าที่การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยของกองทัพไทยให้เกิดผลสำเร็จตามกรอบงบประมาณด้านการทหารและความมั่นคงโดยเฉพาะ เรื่อง การแก้ไขกฎหมาย การจัด สรรงบประมาณ และให้ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการบริหารจัดการความมั่นคงแนวชายแดนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ความมั่นคงชายแดนไทย-เมียนมา และความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเข้าพบหารือข้อราชการร่วมกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และคณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาศึกษาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมบทบาทของกองทัพในการพิทักษ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


error: Content is protected !!