เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1

         พลตำรวจตรี วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1(ผบก.ทท.1) เปิดการอบรม “อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว” รุ่นที่ 1 วันที่ 30 ก.ค. พ.ศ. 2562 ณ. โรงแรมรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ

บ.ศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด เปิดโรงงานรับกำจัดน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทรกลางทะเล ที่ ต.บึง อ.ศรีราชา แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี พร้อมสามารถรองรับน้ำเสียกว่า 3,000 ลบ.ม.

          วันนี้ (29 ก.ค.62) พลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานเปิด บริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 216/45 หมู่ 6 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมีนายคมสัน เอกชัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีนายพยนต์ ศรีโน้ต พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและพาเข้าเยี่ยมชมโรงงาน

          นายพยนต์ ศรีโน๊ต กรรมการผู้จัดการ บริษัทศรีราชาทักโบ๊ต จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทประกอบธุรกิจในทะเล หลากหลายรูปแบบ เช่น บริษัทรับส่งเจ้าหน้าที่นำร่องในทะเล ,บริษัทรับส่งพนักงานในทะเลบริษัทรับผูกเชือกเรือจากท่าเรือแหลมฉบัง ,บริษัทนำร่อง ,บริษัทเรือรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้า และบริษัทเรือแก๊สLPG โดยนำเดินธุรกิจต่างๆมานานกว่า 30 ปีแล้ว

          โดยเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการแบบครบวงจร จึงได้จัดตั้งบริษัท พยนต์ มารีน เซอร์วิส จำกัด เพื่อรับกำจัดน้ำเสียจากเรือเดินสมุทรและเรือสินค้ากลางทะเล แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี โดยจะมีเรือไปรับน้ำเสียจากเรือเดินสมุทร และเรือบรรทุกสินค้า จากนั้นจะนำน้ำเสียดังกล่าวไปส่งโรงงาน เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและสภาพน้ำในเบื้องต้นก่อนส่งน้ำเสียที่ปรับสภาพแล้วให้กับบริษัทที่มีความสามารถในการกำจัดในขั้นตอนต่อไป

          สำหรับโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานขนาดใหญ่ สามารถรองรับน้ำเสียจากเรือสินค้าและเรือเดินสมุทร ทั้งสิ้นกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร โดยมีบ่อกักเก็บน้ำและคัดแยกน้ำจำนวน 7 บ่อ ซึ่งเมื่อคัดแยกน้ำและของเสียเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งน้ำเสียไปไปบำบัดยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี สยองกลางป่า ชายสูงวัย พลาดท่าเดินเตะปืนผูกของพรานล่าสัตว์ที่มาผูกทิ้งไว้ จนถูกยิงดับคาที่อย่างน่าอนาถ

https://youtu.be/_6yqdiftdUw

         เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.อิศราพงษ์ สุวรรณจักร รอง สว.สอบสวน สภ. หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิต ถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณต้นขาขวา เหตุเกิดบนเขาค้างพลู ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา

          ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตีนเขาพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อคือนายลักษ์ ศรีวิเชียร อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/3 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราขา จ.ชลบุรี เสียชีวิตอยู่ในสภาพ ลำตัวห้อยติดกับเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ซึ่งบริเวณต้นขาขวามีบาดแผล จากการถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิง จนมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณรอบที่พบผู้เสียชีวิตอยู่ โดยพบร่องรอยการวิ่งลงมาจากบนเขาค้างพลู อีกทั้งยังพบเส้นเอ็นที่ผูกติดอยู่กับปืนผูกคล้ายกับปืนไทยประดิษฐ์ที่ผูกไว้ล่าสัตว์ ซึ่งคาดว่าพรานป่าที่แอบลักลอบนำมาผูกไว้เพื่อดักสัตว์ป่าประเภทหมูป่า

         สอบถาม นายสัมพันธ์ คุ้มทรัพย์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412/1 ม.6 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ญาติผู้ตาย ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ตายได้ออกจากบ้านมา โดยบอกว่าจะออกไปหาของป่าบนเขาค้างพลูมาทำอาหารกิน จนกระทั่งช่วงบ่าย ตนเองได้เริ่มเอะใจ ว่าทำไมขึ้นเขาไปนานจึงได้เริ่มออกเดินตามหา ซึ่งใช้เวลาตามหานานหลายชั่วโมง จนมาพบศพในบริเวณดังกล่าว

          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้ก็จะทำการสอบสวนว่าปืนผูกกระบอกนี้เป็นปืนของผู้ใดหรือพรานป่าคนใดที่แอบลักลอบมาดักสัตว์ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้เร็วที่สุด ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชานำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

าพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาเยี่ยมครอบครัว น้องวินเนอร์ วัย 11 ปี หลังสูญเสียบิดาและมารดา

          จากเหตุการณ์สลด สามีไร้สัญชาติได้มีการ ทะเลาะวิวาทกัน ถึงขั้นตบตีเมียขัดใจฆ่าตายคามือ ก่อนตัดสินใจผูกคอตายหนีความผิดทิ้งบุตรชายวัย 11 ปีให้กำพร้า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ล่าสุดวันตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ เป้าบุญปรุง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด ได้นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตราด พร้อมด้วยคณะกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตราด และนายพีระ การุญ นายกกิ่งกาชาดอำเภอคลองใหญ่ ตลอดจนคณะกรรมการ และสมาชิกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตราด นำสิ่งของพร้อมด้วยเงินช่วยเหลือรวมจำนวนทั้งสิ้น 9,000 บาท มามอบให้กับ สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ อายุ 11 ปี บุตรชายของ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ อายุ 34 ปี กับ นายอุทัย หินขาว อายุ 43 ปี สามีของนางสาวน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ข้างต้นดังกล่าว เพื่อเป็นการเชี่ยวเยียวยาสภาพจิตใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยมี นส.กิจปภา ประสิทธิเวช อดีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก นางสําราญ ประสิทธิเวช รองนายกกิ่งกาชาดอําเภอคลองใหญ่ สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอคลองใหญ่ พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมนำตรวจเยี่ยม ที่ศาลาการเปรียญ วัดคลองมะขาม ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางเหล่าบรรดาญาติๆ และประชาชนเพื่อนบ้านในพื้นที่จำนวนมาก ที่เดินทางมาร่วมในพิธี ซึ่งเป็นวันสุดท้ายขอการร่วมไว้อาลัย

          ทั้งนี้จากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่า ครอบครัวของ นางสาวน้ำผึ้ง สุขสวัสดิ์ ผู้ตาย ยังมีบิดา พร้อมด้วยมารดา และพี่น้องร่วมสายเลือดอีก 4 คน ซึ่งพร้อมที่จะรับหน้าที่ในการดูแลเลี้ยงดู สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ ผู้สูญเสียทั้งบิดาและมารดา ถึงแม้ว่า นายยงค์ สุขสวัสดิ์ อายุ 61 ปี พร้อมด้วย นางเซ เอียง อายุ 61 ปี สองตายาย จะมีอายุมากแล้วก็ตาม ด้วยพื้นฐานของครอบครัวที่ประกอบอาชีพทำการประมง โดยในเบื้องต้น หลังเสร็จสิ้นงานศพ จะย้าย สามเณร วินเนอร์ สุขสวัสดิ์ มาอาศัยอยู่กับตาและยาย ที่บ้านคลองมะขาม หมู่ที่ 1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ก่อน จนกว่าจะโตพอที่จะสามารถรับผิดชอบตัวเองได้ โดยมีลุงๆและน้าๆ ทั้ง 4 คน ลงมาช่วยกันดูแลต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก เกิดเหตุสลดเมื่อรถบิ๊กไบท์ขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ที่กำลังจะข้ามถนน เสียชีวิต(ภาพวงจรปิด)

https://youtu.be/kz74GhROP9o

         ที่นครนายก ภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรถบิ๊กไบท์ขับชนกับรถจักรยายนต์ของชาวบ้านอย่างจังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนคนขับบาดเจ็บแขนหัก โดยเหตุเกิดบนถนนสายนครนายก-วังรี กม.ที่ 7-8 หมู่ที่ 8.ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

         เมื่อช่วงสายของวันนี้ จากภาพจะเห็นว่า มีรถจักรยายนต์แบบหญิงโดยมีนางสังเวียน ปุ๋ยกอง อายุ 54 ปี เป็นคนในพื้นที่ได้ขับรถมาจอดอยู่บริเวณไหล่ถนน เพื่อที่จะข้ามถนนเข้าบ้านของตัว ซึ่งอยู่อีกฝั่งและได้มีกลุ่มรถบิ๊กไบท์ขับมาประมาณ 7-8 คัน เพื่อที่จะไปเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งได้ขับตามกันมาคันแรกผ่านไปทิ้งช่วงเล็กน้อย และนางสังเวียนก็ได้กลับรถเพื่อที่จะข้ามถนนเพื่อเข้าบ้าน และรถบิ๊กไบท์ที่ขับมาด้วยความเร็ว ชนเข้าเต็มแรง จนทำให้ร่างของนางสังเวียนและคนขับรถบิ๊กไบท์กระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร

         โดยหลังจากเกิดเหตุ กู้ภัยสว่างอริยะธรรมสถาน ได้เร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายส่งโรงพยาบาลนครนายก ต่อมานางสังเวียน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับบิ๊กไบท์ต่อมาทราบชื่อนายศรัญญู ทองเหลือง อายุ 27 ปี เป็นจังหวัดสมุทรปราการได้รับบาดเจ็บแขนหัก จากการสอบถามนายสวัสดิ์ ปุ๋ยกอง สามีของผู้เสียชีวิตเล่าว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ภรรยาของตนได้ขับรถจักรยานยนต์ไปตลาดในตัวเมืองนครนายก เพื่อจะไปซื้ออาหารสัตว์และของใช้ภายในบ้าน ส่วนตนเองออกไปทำนาไม่มีใครอยู่บ้าน และได้มีคนไปบอกว่าภรรยาของตนถูกรถชนอาการสาหัสและได้เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ตนเองรู้สึกเสียใจมาก และอยากจะฝากผู้ที่ขับรถบิ๊กไบท์ว่าให้ขับกันด้วยความระมัดระวัง ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยพบหมวกกันน๊อคและเศษชิ้นส่วนของรถทั้ง 2 คัน ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และได้มีโอกาสไปเก็บบรรยากาศในงานพิธีรดน้ำศพของนางสังเวียน ผู้เสียชีวิต

          โดยตอนนี้ยังไม่มีญาติของหนุ่มขับรถบิ๊กไบท์เข้ามาดูแลเยี่ยวยา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิฐานว่า คนขับรถบิ๊กไบท์น่าจะขับรถมาด้วยความเร็ว และได้ชนกับผู้เสียชีวิตระหว่างกำลังเลี้ยวรถข้ามถนนเพื่อเข้าบ้าน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะได้เร่งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดอย่างระเอียดอีกครั้ง

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก (ภาพกล้องวงจรปิด) จยย.ชนกันกระเด็นใส่ เจ้าของร้านซ่อมรถกระโดดหลบทัน ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพรถจักรยานยนต์ชนกันแล้วกระเด็นใส่เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์กระโดดหลบทัน

https://youtu.be/Noa1EQ9C2ps

         ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่ามีรถ จยย.ชนกัน เหตุเกิดบนถนนสายเลียบคลอง 15 บ้านต้นไม้ หมู่ 3 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เสียหลักเลื่อนไถลใส่ เจ้าของร้านซ่อมรถ จยย. บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 เยื้องวัดคด ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ กระโดดหลบได้ทันหวุดหวิด โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางจำเนียน อำพันธ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่าเปิดร้านซ่อม รถ จยย.มานานหลายปี ทุกวันจะช่วยสามีซ่อมรถถอดล้อเปลี่ยนผ้าเบรก เปลี่ยนยาง ให้ลูกค้า ทันใดนั้นได้มีรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ขี่ออกหน้า มีรถบิ๊กไบค์ ขี่ตามหลังกันมาเกิดเฉี่ยวชนกันทำให้รถบิ๊กไบค์ กระเด็นไถลกับถนนพุ่งมาหาตนที่กำลังใส่ล้อรถให้ลูกค้า บังเอิญสายตามองไปเห็นกระโดดหลบได้ทัน เชื่อที่ตนแขวนเหรียญหลวงพ่อเกิดวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ และหลวงพ่อเกิดวัดสะพาน อ.บ้านนา ซึ่งเป็นเหรียญสองหน้าที่ตนห้อยคอทำให้โชคดีแคล้วคลาด

         พ.ต.ท.พงษ์สันต์ ชัยพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.องครักษ์ เข้าตรวจสอบ คนขี่ รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ชื่อนายสงวน เยี่ยมชัย อายุ 50 ปี เจ็บเล็กน้อย คนขี่รถบิ๊กไบค์ ชื่อนายนะตพงษ์ โมรี อายุ 37 ปี เจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยฯ นำส่ง รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ โดยมีรถ จยย.ถูกชนเสียหายรวม 4 คัน

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จะโรงเล็ก โรงใหญ่ ไม่สำคัญ !! ฟัน โรงงานน้ำเชื่อมเจ้าปัญหา เทศบาลฯแจ้งความดำเนินคดี หลังลักลอบทิ้งน้ำเสียลงคลองสาธารณะ พบเตรียมปิดกิจการหนี

         หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือด่วน แก้ไขโรงงานน้ำเชื่อม แอบลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลอง ลำรางสาธารณะแหลมฉบัง จนเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างยันป่าชายเลน ปลาใหญ่ ปลาน้อย ลอยตายเกลื่อน ส่งกลิ่นโชยไปทั่วชุมชน ในขณะที่โรงงาน เตรียมซิ่งหนี ปิดกิจการ ชาวบ้านเตรียมรวมตัวร้อง ” ต้องออกมารับผิดชอบ ” ในขณะเดียวกัน นิคมฯออกมาขอโทษชุมชน ที่ไม่ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่แรก เตรียมลงพื้นที่ร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อหาทางแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว

         เช้านี้(29 ก.ค.62) นาย นิติ วิวัฒน์วาณิชย์ นายอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย ปลัด กฤศณัฏฐ์ กุลสิงห์ ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรมศรีราชา รับคำสั่งจาก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วน เพื่อแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่โรงงาน ศรีไทย อะโกร ที่เป็นโรงงานผลิตน้ำเชื่อม น้ำหวาน ที่อยู่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง แอบปล่อยน้ำเสียลงรางระบายน้ำ ไหลลงสู่คลองสาธารณะแหลมฉบัง ทำน้ำเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็นรุนแรง

         สำหรับบริษัท ศรีไทย อะโกร เป็นเพียงโรงงานเล็กๆก็จริง มีคนงานเพียง 3-4 คนเท่านั้น มีการใช้น้ำราว 1 คิว ต่อวัน หลังจากได้แจ้งให้ทางโรงงานออกมาชี้แจ้งและรับผิดชอบ ทางโรงานกลับตอบกลับมาว่า ” พร้อมจะปิดกิจการและย้ายออกทันที ” ปัดความรับผิดชอบ ในขณะที่ทางนิคมฯ เร่งหาแนวทางกำจัดกลิ่นเหม็นและน้ำ้น่าเสียโดยด่วนแล้ว ในขณะที่ทางนางจินดา ถนอมรอด นายกฯแหลมฉบัง เผยว่าหลังทราบเรื่อง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และได้เข้าดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับทาง บริษัทศรีไทย อะโกร ไส้แล้ว ที่ สภ.แหลมฉบัง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี – เล่น เสียว แท่งปูนขาว นับร้อยแท่งของรถ 10 ล้อ ตกหล่นข้างถนนมิตรภาพ ไร้เจ้าของ เจ้าหน้ากรมทางเร่งเก็บข้างทาง

         ช่วงเย็นวันที่ 29 กรกฎาคม 2562​ เวลา 17.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุมีแท่งปูนขาว จำนวน ร้อยกว่าแท่ง คาดว่าตกจากรถบรรทุกสิบล้อที่วิ่งผ่านบนถนถนนมิตรภาพขาขึ้น จังหวัด​นครราชสีมา ซึ่งทำให้แท่งปูนขาวที่บรรทุกมาเกิดตกลงจากรถบรรทุก แล้วร่วงกระจายเกลื่อนถนนบนถนนมิตรภาพ ช่วงขาขึ้นจังหวัดนคราชสีมา ช่วงระหว่างหลัก กม.ที่ 36-37 หมุ่ที่ 1 ต.มิตรภาพ อ มวกเหล็ก จ. สระบุรี ส่งผลให้ประชาชนผุ้สัญจร รถ ต้องลงมาช่วยกันเก็บเพราะเกรงอันตราย ส่วน เจ้าของปูนแท่งนั้นไม่ทราบว่าตกจากรถคันไหน ซึ่งดูแล้วเชื่อว่าอาจจะเกิดจากรถสิบล้อที่บรรทุกมาเต็มคันรถ จากนั้นปูนแท่งเกิดไหลลงมาจากรถ บนถนน โชคดีที่ไม่มีรถที่วิ่งตามกันมารับความเสียหาย

          เบื่องต้นเจ้าหน้าที่หมวดการทางสระบุรี เร่งมาช่วยนำปูนเข้าข้างทาง เพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถทางถนน​ จะได้รับอันตรายถึงชีวิตได้โดยผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์อาจเป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้​

ดำรงค์ ชื่นจินดา/รายงาน

เพชรบูรณ์# สองหนุ่มควบกระบะส่งของ เสียหลักแหกโค้งพุ่งชนรถบรรทุกข้าวโพด บาดเจ็บ3ราย

          ร.ต.อ.เอกลักษณ์ กองทรง รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนกับรถบรรทุกหกล้อ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวม 3 ราย จึงพร้อมด้วย กู้ภัยวังโป่งรวมใจ รุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าวัดใหม่สามัคคีธรรม ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 3 ถนนสายวังโป่ง – ซับเปิบ บ้านเนินมะค่า หมู่ 6 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม๊ก สีขาว ทะเบียน 1ฒภ 7557 กรุงเทพมหานคร ซึ่งดัดแปลงใส่หลังคาตู้ทึบเป็นรถส่งของ สภาพด้านหน้าและฝั่งคนขับพังเสียหายยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายภูเบธ มีเปลี่ยม อายุ 26 ปี อาศัยอยู่เลขที่ 61 หมู่ 1 ต.วังหลุม อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และ นายชัยชนะ วันอินทร์ อายุ 23 ปี อาศัยอยู่เลขที่ 581/3 หมู่9 ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รู้สึกตัวดี จึงรีบนำตัวทั้งสอง ส่งรักษาที่โรงพยาบาลวังโป่ง ก่อนส่งต่อ นายภูเบธ มีเปลี่ยม อายุ 26 ปี คนขับ ไปยังโรงพยาบาลพิจิตร
และห่างกันเล็กน้อย พบรถบรรทุกหกล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 81-9314 เพชรบูรณ์ สภาพพลิกตะแคงข้าง มีเมล็ดข้าวโพดหล่นกระจาย เกลื่อนพื้นถนน มีนายมนตรี เขียวหลง อายุ 35 ปี อาศัยอยู่เลขที่ 7 หมู่ 1 ตำบลดอนแตง อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ข้างซ้าย รู้สึกตัวดี จึงได้ปฐมพยาบาล และนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลวังโป่ง ตามลำดับ

          จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า นายมนตรี เขียวหลง อายุ 35 ปี ได้ขับรถบรรทุกหกล้อ มาใส่ข้าวโพด น้ำหนักประมาณ 4 ตัน ที่บ้านวังไทรทอง ต.ซับเปิบ เพื่อจะนำไปส่งในตัวอำเภอวังโป่ง ขณะที่ขับขี่มาตามถนน สายวังโป่ง – ซับเปิบ ถึงบริเวณหน้าวัดใหม่สามัคคีธรรม ซึ่งถนนเป็นช่วงทางโค้ง ได้มีรถยนต์กระบะบรรทุกสิ่งของ จำพวกข้าวของเครื่องใช้ เช่น แฟ้บ สบู่ น้ำยาซักผ้า ยาสระผม ฯลฯ มีนายภูเบธ มีเปลี่ยม อายุ 26 ปี เป็นผู้ขับขี่มาด้วยความเร็ว คาดไม่ชินเส้นทาง ทำให้เสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเข้าด้านข้างรถหกล้ออย่างจัง จนพลิกคว่ำเมล็ดข้าวโพดกระจายเกลื่อนพื้นถนน ส่วนรถกระบะ ได้รับความเสียหายยับเยิน

          ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงอุบัติเหตุที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ว่าบริเวณทางโค้งดังกล่าว มักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากไม่มีป้ายเตือนทางโค้ง หรือ ให้ชะลอความเร็ว จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยนำป้ายมาติดตั้งในบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

โจ๋วัย 21 ปี โดนยิงหน้าผับกลางเมืองคอน ก่อนไปสิ้นใจตายที่ รพ.สอบพบเบิ้ลรถใส่กันหลังผับเลิกก่อนก่อเหตุ เชื่อสาเหตุเขม่นกันเรื่องผู้หญิง

          เช้าวันนี้ (29 ก.ค.62) พ.ต.ท.ธีรวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ว่า มีคนถูกยิงมารักษาตัวที่ รพ.ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบด้วย รับแจ้งแล้วจึงพร้อมกับชุดสอบสวนและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เดินทางไปสอบสวนและทำการชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ดังกล่าว

          เมื่อไปถึงพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อนายสราวุธ หรือเอ็ม สิงหาพันธุ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นเข้าบริเวณหน้าอก 6 รู เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตถูกยิงมาจากบริเวณทางเข้าคลับ 99 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ค.62 ที่ผ่านมาจนบาดเจ็บสาหัสก่อนมาเสียชีวิตในวันต่อมา

          จากการสอบสวนทราบว่าในคืนเกิดเหตุนายสราวุธฯ ผู้ตายพร้อมเพื่อนทั้งชายหญิง 3-4 คน ไปเที่ยวผับดังกล่าว หลังร้านเลิกก็ได้พากันไปนั่งบนท้ายรถยนต์กระบะเพื่อเตรียมกลับที่พัก ก่อนจะมีคู่อริ 3 คน ใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อเชฟโรเลต สีน้ำเงินแต่งซิ่ง และไม่ทราบทะเบียนขับมาจอดรถใกล้ๆ จากนั้นรถยนต์กระบะของอริได้เบิ้ลเครื่องยนต์เสียดังจนมีการต่อปากต่อคำและด่าบุพการีกัน

          จากนั้นรถยนต์กระบะของคู่อริก็ได้ขับผ่านไปได้พักหนึ่งแล้วกลับรถวกกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ก่อนอริที่อยู่ในรถจะลงกระจกพร้อมชักอาวุธปืนยิงใส่นายสราวุธฯ จำนวน 1 นัด กระสุนเจาะหน้าอกจนเลือดอาบและได้รับเจ็บสาหัส ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมารับร่างนายสราวุธฯ นำส่ง รพ.มหาราชฯ ส่วนคนร้ายก็ได้ขับรถหลบหนีไปทันที จนกระทั่งนายสราวุธฯ ได้ไปเสียชีวิตที่ รพ.ดังกล่าว

          ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าน่าจะมาจากเขม่นกันภายในผับดังกล่าวเรื่องผู้หญิง พอผับเลิกก็ได้มามีเรื่องกันด้านนอกอีกครั้งจนเกิดการยิงกันตายในที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่พอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้วว่ามีใครบ้าง โดยมีการส่งกำลังตำรวจชุดสืบสวนออกหาข่าวเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว และหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป.

ธีรศักดิ์ อักษรกลู/รายงาน