กองปราบฯ​ จัดทัพพนักงานสอบสวนคดีระเบิด จ่อตั้งข้อหาก่อการร้าย

          วันนี้ วัน​อังคาร​ที่​ 13 ส.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิด 17 จุดใน กทม.และ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม​ 2562​ ที่ผ่านมาว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ทางกองบังคับการ​ปราบปราม​ รับโอนคดีดังกล่าวมาดำเนินการสอบสวนเพื่อให้คดีเป็นสำนวนเดียวกันและให้สำนวนมีความแน่นหนามากขึ้นเนื่องจากทางกองปราบปราม​ มีพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญ​ และชำนาญในคดีลักษณะดังกล่าว

          ต่อมาทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รองผบก.ป.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน บก.ป.โดยมี พ.ต.ท.สัณเพ็ชร หนูทอง รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เป็นผู้ช่วย และมีการคัดเลือกพนักงานสอบสวนจาก กก.1 บก.ป.เจ้าของพื้นที่ 5 นาย และพนักงานสอบสวนจาก กก.2-6 กองกำกับการละ 2 นายมาร่วมด้วย

          จากนั้นทาง พ.ต.อ.สมควรฯ ได้เรียกคณะพนักงานสอบสวนมาพูดคุยวางกรอบแนวทางการสอบสวนในเบื้องต้น ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้มา ทั้งนี้จะมีการแจ้งข้อหาก่อการร้ายเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาอีกด้วย​ เนื่องจากมีพฤติการณ์ก่อเหตุกันเป็นขบวนการ มีฝ่ายสั่งการจากต่างประเทศ มีฝ่ายประสานงาน​ และฝ่ายปฏิบัติการ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งจาก ผบ.ตร.เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทางกองบังคับการ​ปราบปราม​ ได้เตรียมพนักงานสอบสวน กำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันผู้ต้องหาและสถานที่คุมขังไว้ให้พร้อมก่อน เมื่อ ผบ.ตร.มีคำสั่งโอนคดีจะได้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนต่อไป​ อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ต้องหาระดับสั่งการที่อาศัยอยู่ต่างประเทศนั้นได้มีการประสานงานกับทางอัยการสูงสุดให้มาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มกาฬสินธุ์หนีคดีข่มขืนเด็ก 13 ปี

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มกาฬสินธุ์หนีคดีข่มขืนเด็ก 13 ปี เหยื่อโทรผิด​ ถูกหลอกมาหาที่บ้านก่อนบังคับขยี้กามยับ เจ้าตัวอ้างเด็กสมยอม ผู้ปกครองบังคับแต่งงานแต่ไม่มีเงินสินสอดจึงหลบหนีคดี

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ที่ 13 ส.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. และ​ พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป.ร่วมนำกำลังเข้าจับกุม นายสุทัศน์ กุลสอนนาน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 8 ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 183/2552 ลงวันที่ 30 ก.ค.52 ข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากมารดาเพื่อการอนาจาร,กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ริมถนน หมู่ 5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อเดือน มิ.ย.52 ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหายได้โทรศัพท์หาเพื่อน แต่โทรผิดไปเข้าเบอร์มือถือของ นายสุทัศน์ฯ จากนั้นก็ได้เริ่มพูดคุยกันเรื่อยมาจนสนิทสนมแต่ไม่เคยพบหน้ากัน จนกระทั่งเดือน ก.ค.52 นายสุทัศน์ฯ ได้วางแผนหลอกนัด ดญ.เอฯ จาก จ.มุกดาหาร มาพบที่บ้านพักตนเองใน อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืนจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง

          พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นผู้ปกครอง ด.ญ.เอฯ ทราบเรื่องว่าลูกสาวถูกผู้ต้องหาหลอกให้หนีออกจากบ้าน จึงได้ติดตามตัวลูกสาวจนพบ แล้วพาเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหวาย กระทั่งศาลออกหมายจับไว้ เมื่อรู้ว่าถูกออกหมายจับผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมา อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุทัศน์ฯ ได้หลบหนีมากบดานบ้านญาติที่ จ.สมุทรสาคร จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว

          สอบสวน นายสุทัศน์ฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเด็กสมัครใจมาหาเอง​ และไม่ได้บังคับข่มขืนตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด​ และที่ผู้ปกครองแจ้งความเพราะจะจับแต่งงาน แต่ตนได้ปฏิเสธเพราะไม่มีเงินสินสอดไปสู่ขอเลยหนีคดีเรื่อยมากระทั่งมาถูกจับกุม

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.คำป่าหวาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์​ สน.พญาไท​ ทำด้วยศรัทธา​ อาสาด้วยใจ”

          วันนี้​ วัน​อังคาร ที่ 13 ส.ค.62​ เวลา 11.00​-12.00​ น.: พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตราผกก.สน.พญาไท​ และ​ พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.ป.สน.พญาไท มอบหมายให้​ ร.ต.อ.เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสวป.สน.พญาไท​ ทำหน้าที่​ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ร.ร.สัมมาชีวศิลป​ เขตราชเทวี กทม.จำนวน 24 คน​ ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็ก​ เป็นสัปดาห์​ที่ 8 แดร์​ (D.A.R.E.) ในโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ “ทำด้วยศรัทธา​ อาสาด้วยใจ”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พ่อเหยื่อโดนผู้รับเหมาข่มขืนพร้อมประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าพบกองปราบ เพื่อเร่งตามคดี

          วันนี้ วัน​อังคาร​ที่​ 13 ส.ค.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม นายหนุ่ย อายุ 43 ปี พ่อ น.ส.ก๊อต อายุ 44 ปี ภรรยา และน.ส. ปุ้ย 23 ปี พี่สาวคนสนิท ของ ด.ญ.หม่อน วัย 14 ปี เข้าพบ พ.ต.ท. ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.6 บก.ป เพื่อขอให้ช่วยเร่งติดตามคดี ที่ลูกสาว ถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยผู้รับเหมาก่อสร้าง 5 รายในหลายพื้นที่ หลังแจ้งความแต่คดีกลับไม่คืบ

         นายหนุ่ยฯ กล่าวว่า เมื่อ​ พ.ย.61 น.ส.ใหม่ฯ ซึ่งเป็นคนสนิทกับครอบครัวโทรศัพท์มาหา ด.ญ.หม่อน ลูกสาว ชักชวนให้หนีออกจากบ้านที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ไปอยู่กับครอบครัวของน.ส.ใหม่ฯ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแคมป์งานก่อสร้าง ต่อมาลูกสาว ถูกผู้รับเหมา​ และคนงานก่อสร้างรวม​ 4 คนกระทำชำเราหลายเดือน ซึ่งลูกสาวพยายามติดต่อน.ส.ปุ้ยฯ หลานสาวของตน ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พร้อมระบุว่าอยากหนีออกจากแคมป์คนงานก่อสร้าง แต่ปฏิเสธรับความช่วยเหลือจากพี่สาวเพราะเกรงจะถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ

         หลังเกิดเหตุครั้งล่าสุดตนจึงไปรับตัวลูกสาวจากแคมป์คนงาน ย่านประเวศ วันที่​ 31 ก.ค.62​ ก่อนพาไปตรวจร่างกาย พร้อมเข้าแจ้งความที่ สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสน.ประเวศ แต่คดีไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจมาร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำ ส่วนผลการตรวจร่างกายลูกสาววัย 13 ปี เบื้องต้น แพทย์ระบุว่าพบร่องรอยการถูกกระทำเรา และมีภาวะซึมเศร้า หลังจากนี้เตรียมประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ให้ดูแลลูกสาว

         ต่อมาเมื่อ ก.ค.62​ ที่ผ่านมา ลูกสาวหลบหนีจากแคมป์คนงานที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาอยู่กับหลานสาวคนดังกล่าว ที่แคมป์คนงาน ย่านประเวศ แต่ก็ยังถูกผู้รับเหมาชื่อนายตั้ม ล่อลวงไปกระทำชำเราที่อพาร์ทเม้นท์ละแวกใกล้เคียงอีก โดยนายตั้มฯ​ ได้ทำร้ายร่างกายลูกสาว ด้วยการบีบคอด้วย พร้อมข่มขู่ไม่ให้มีการแจ้งความกับตำรวจ ระบุว่าตัวเองเป็นทนายความ มีความรู้ด้านกฎหมาย

          เบื้องต้น พ.ต.ท.ธราดลฯ รับเรื่องไว้สอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเสนอต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

เทสโก้ โลตัส เดินหน้ายกระดับมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก​

เทสโก้ โลตัส เดินหน้ายกระดับมาตรการลดใช้ถุงพลาสติก​ ขอความร่วมมือลูกค้างดรับถุงเมื่อซื้อสินค้าน้อยกว่า 2 ชิ้น ในเอ็กซ์เพรส​ และสาขารูปแบบตลาด ตั้งแต่ 15 สิงหาคม นี้เป็นต้นไป

          วันนี้​ วัน​อังคาร​ที่​ 13 สิงหาคม 2562 : เทสโก้ โลตัส เดินหน้าเพิ่มมาตรการลดใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศงดใช้ถุงพลาสติกเมื่อลูกค้าซื้อสินค้า 1-2 ชิ้น ที่สาขารูปแบบเอ็กซ์เพรส​ และตลาด ตั้งแต่ 15 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป พร้อมมอบแต้มคลับการ์ดเพื่อขอบคุณลูกค้า

          นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส มีนโยบายชัดเจนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงเดินหน้าในการลดใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น หลังจากล่าสุดได้ประกาศเลิกใช้ถาดโฟมในทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เรายังคงพิจารณามาตรการต่างๆ ที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จากการพิจารณาพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าโดยเฉพาะในสาขารูปแบบเอ็กซ์เพรสและตลาด พบว่าลูกค้าจำนวนมากซื้อสินค้าน้อยชิ้นกว่าในไฮเปอร์มาร์เก็ต จึงเป็นที่มาของการเริ่มใช้มาตรการงดใช้ถุงพลาสติกสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า 1-2 ชิ้น ในสาขาเอ็กซ์เพรสและตลาดทั่วประเทศ รวมประมาณ 1,800 สาขา ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป โดยลูกค้าที่ไม่รับถุงจะได้รับแต้มคลับการ์ดซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย”

นโยบายลดใช้ถุงพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ของเทสโก้ โลตัส มีดังนี้

          เทสโก้ โลตัส เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่เริ่มรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกผ่านโครงการภูมิใจไม่ใช้ถุง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 สามารถลดถุงพลาสติกไปได้ทั้งหมด 190 ล้านใบ และได้มอบแต้มคลับการ์ดให้ลูกค้าที่ไม่รับถุงไปแล้วทั้งสิ้น 5,900 ล้านแต้ม​ ร้านค้าปลอดถุงพลาสติก 9 แห่ง และมีแผนขยายจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง งดให้บริการถุงพลาสติกทุกวัน ยกเลิกการใช้ถาดโฟมในทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เปลี่ยนถาดเนื้อสัตว์เป็นถาดเธอร์โมฟอร์ม ลดการใช้พลาสติก 400 ตันต่อปี ใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ 100% เครื่อง Reverse Vending Machine รีไซเคิลขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียม ติดตั้งใน 13 สาขา มอบแต้มคลับการ์ดเมื่อลูกค้านำขวดและกระป๋องมารีไซเคิล

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754
จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชลบุรี จัดโครงการสังฆประชานุเคราะห์พระร่วมฆราวาส ช่วยผู้ป่วยติดเตียง

คณะสงฆ์อำเภอเมืองชลบุรี นำร่องช่วยผู้ป่วยติดเตียง หวังช่วยเหลือยามญาติโยมป่วยไปทำบุญที่วัดไม่ได้

           เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พระมหาสมพงษ์ กิตฺติคุโณ เจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี พร้อมด้วยนายวินัย พ้นภัยพาล อดีตกำนันตำบลเสม็ด รวมทั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอ่างศิลา และคณะสงฆ์ ได้ทำกิจกรรมโครงการสังฆประชานุเคราะห์ โดยนำข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมน้ำดื่มและเงินสด มาช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ทั้งหมด 10 ครอบครัวในพื้นที่ ต.อ่างศิลา ต.เสม็ด และ ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ถือว่าเป็นโครง
การนำร่องของประเทศ กรณีที่พระสงฆ์ออกมาช่วยเหลือญาติโยมที่มีจิตศรัทธาในศาสนาพุทธ แต่ไม่สามารถเดินเหินมาทำบุญที่วัดได้ ประกอบกับเคยช่วยเหลือพุทธศาสนามาตลอด จึงเป็นการตอบแทนและให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียงให้อยู่ในสังคมด้วยความปกติสุข

          พระมหาสมพงษ์ กิตฺติคุโณ เจ้าคณะอำเภอเมืองชลบุรี เจ้าของโครงการสังฆประชานุเคราะห์กล่าวว่า โครงนี้เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้ซึ่งเคยอุปภัมภ์พระศาสนา และมาเจ็บป่วยไม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ และเป็นการบรรเทาทุกข์ทางหนึ่ง จึงได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมทั้งน้ำดื่ม และเงิน 5,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับยารักษาโรคมามอบให้ โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะตระเวนไปทุกอำเภอๆ ละ 10 หลังคาเรือน จังหวัดชลบุรี มีทั้งหมด 11 อำเภอ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

          ทางด้าน นายพงษ์พันธ์ เกิดอ้น สมาชิกสภาเทศบาลเมืองอ่างศิลากล่าวว่า เทศบาลเมืองอ่างศิลาพร้อมให้ความร่วมมือ เนื่องจาก บ้าน วัด และโรงเรียน หรือ บ-ว-ร ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องให้การสนับสนุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่จะไร้คนดูแล จึงต้องช่วยเหลือกัน เพื่อให้อยู่ได้ในสังคม

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี ทำบุญตักบาตรและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          วันนี้ ( 12 ส.ค.62 ) ที่ บริเวณถนนเทศบาลสาย 3 หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ประชาชน เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 88 รูปถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          หลังจากนั้น ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทศบาลเมืองจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีนำพระภิกษุสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร / ผู้นำศาสนาอิสลามประกอบพิธีดุอาขอพร ถวายพระราชกุศล // ส่วนภาคค่ำ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-สโมสรโรตารีจันทบูร ร่วมพิธีมอบบ้าน “โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้” หลังที่ 15

วันจันทร์ที่ 12 ส.ค.2562 เวลา 11:00 น. สโมสรโรตารีจันทบูร นำโดย คุณธนนวพรรณ์ หลิมเจริญ นายกสโมสรฯ พร้อมด้วยสมาชิกเดินทางไปร่วมพิธีมอบบ้าน “โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้” หลังที่ 15

ตามที่ คุณธิติวัฒน์ รัตนธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตามูล(รัฐประชาสงเคราะห์) ได้ขอความอนุเคราะห์มายังนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองท่าช้าง จังหวัด ร่วมกับ สโมสรโรตารีจันทบูร ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร ประธานกลุ่มชายแดนกรุ๊ป และกองทุนสังฆประชานุเคราะห์ ร่วมกันสมทบทุนในการสร้างที่พักอาศัยให้กับ คุณยายช้อย คุณสิงห์ เสร็จเรียบร้อย ทางคณะผู้ใจบุญจึงได้จัดให้มีพิธีมอบบ้านในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 12 สิงหาคม 2562

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวนตม.จับแก๊งหลอกลวงคนมาทำงานแล้วปลดทรัพย์

”บก.สส.สตม.จับกุมชาวปากีสถาน​ และอินเดีย​ แก๊งหลอกลวงคนมาทำงานแล้วปลดทรัพย์”

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. และ จนท.กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

          ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายชาวอินเดีย ได้เข้าไปอ่านข้อมูลในเว็ปเพจเฟชบุ๊ค ชื่อ TESCO MAN POWER PVT Ltd Thailand ซึ่งเป็นเว็ปเพจเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวอินเดียเพื่อมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งผู้เสียหายได้ติดต่อกับผู้ดูแลเว็ปเพจ​ และได้พูดคุยกันจนหลงเชื่อ และได้บินมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 และเมื่อมาถึงประเทศไทย กลุ่มคนร้ายได้นัดพบผู้เสียหายที่ย่านสุขุมวิท ซึ่งกลุ่มคนร้ายมากันจำนวน 2 คน ได้หลอกผู้เสียหายว่า ต้องไปพักรอที่พัทยาระหว่างดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารใบอนุญาตทำงาน จากนั้นคนร้าย 2 คน และผู้เสียหาย ได้นั่งรถยนต์ออกจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปพัทยา แต่ในระหว่างทางคนร้ายผู้ขับขี่ได้ออกนอกเส้นทางไปยังเส้น หนองแหนะ-บ้านห้วยพลู ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ทันใดนั้นคนร้ายคนที่ 1 ทราบชื่อภายหลังคือ MR.MOHAMMAD ได้บังคับเอาเงินสด​ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายรวมมูลค่าประมาณ 1​ แสนบาทไป โดยได้โยนหนังสือเดินทาง​ และกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายออกจากตัวรถ เมื่อผู้เสียหายลงจากรถ คนร้ายทั้ง 2 คนได้ขับรถยนต์หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้ ขอความช่วยเหลือ​ และแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.หนองแหน

          ต่อมาฝ่ายสืบสวน สภ.หนองแหน ได้ประสานมายัง กก.1 บก.สส.สตม. เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยจับกุมคนร้าย 2 คนดังกล่าว ซึ่งคนร้ายทราบชื่อคือ MR.MOHAMMAD สัญชาติปากีสถาน พงส.ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 227/2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” จนกระทั่งวันที่ 20 ก.ค.62 จนท.กก.1 บก.สส.สตม.ได้สืบสวนจนกระทั่งจับกุม MR.MOHAMMAD ไว้ได้บริเวณบ้านเอื้ออาทร อ.ปางปู จ.สมุทรปราการ ต่อมาเมื่อวันที่​ 25 ก.ค.62 ผู้เสียหายได้เดินทางมายังประเทศไทย และได้ยืนยันว่า MR.MOHAMMAD คือผู้ร่วมก่อเหตุ และยังมีคนร้ายอีกคนหนึ่ง ซึ่ง กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวน​ และรวบรวมข้อมูลจนผู้เสียหายยืนยันว่าคนร้ายอีกคน คือ MR.KULDIP สัญชาติ อินเดีย พงส.สภ.หนองแหนะ จึงได้ยื่นคำร้องขอหมายจับและศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้อนุมัติหมายจับที่ 280/2562 ลง 31 ก.ค. 2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่คอนโดย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง นำส่ง พงส.สภ.หนองแหน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ประชาชื่น​ จับกุมคนร้ายชาวพม่าฆ่าชิงทรัพย์เสี่ยโรงน้ำแข็ง

          วันนี้​ วัน​อังคารที่ 13 ส.ค.62เวลา 11.00 น. ณ ลานแภลงข่าว ชั้น1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.เอกชัยบุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 และ​ พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่นแถลงข่าว​ ผลการจับกุม​คนร้ายชาวเมียนมาร์ฆ่าชิงทรัพย์เสี่ยโรงน้ำแข็ง ผู้ต้องหานายมิน ทุย​ (MIN HTWE) สัญชาติเมียนม่า​ อายุ 19 ปี​ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1210/2562​ ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2562​ ความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา”

         สืบเนื่องมาจาก​เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับรายงานว่า วันที่ 12 ส.ค.62 เวลาประมาณ 06.30 น. มีเหตุชายไทยเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 453 ซอยวงศ์สว่าง 19 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พื้นที่ สน.ประชาชื่น ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 73 ปี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ในตู้เสื้อผ้า ชั้นสองของบ้านที่เกิดเหตุ​ จาการตรวจสอบพบบาดแผลถูกตีบริเวณศีรษะ บริเวณใบหน้า จำนวนหลายแผล สอบถามญาติผู้เสียชีวิต ได้ความว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.62 ช่วงบ่ายผู้ตายได้ขนของเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านซื้อใหม่และได้เข้ามาตกแต่งพร้อมกับคนงานชาวพม่าชื่อนาย มิน ทุย (MIN HTWE) ซึ่งพักอาศัยอยู่ซอยดังกล่าว ภายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

          โดยในที่เกิดเหตุพบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย บริเวณชั้นล่าง​ และพบคราบเลือดตามบันไดทางขึ้นของผู้เสียชีวิตนำร่างมาซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้าบนชั้นสอง ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายหลบหนีไปพักอาศัยบ้านญาติแถวย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร จึงได้ติดตามตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย​ เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง​ สาเหตุที่ลงมือผู้ต้องหา​อ้างว่าได้รับค่าแรงงานน้อย

          จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหานายมิน ทุย (MIN HTWE) ไม่พบการกระทำความผิดข้อมูลผู้ต้องหาเข้ามาประเทศไทย หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเข้ามาประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ทางด่านแม่สอด จ.ตาก​ เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ จึงนำตัวผู้ต้องหา​ ส่งพนักงานสอบสวน​ สน.ประชาชื่น​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป​

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​