ป.ป.ช.ตราดเปิดโครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตส่งเสริมต้านทุจริต

        วันที่ 22 กค. 62 ที่ห้องประชุมโรงแรมตราดซิตี้ อ.เมือง จ.ตราด เช้าวันที่ 22 กค. 62 นายชัยสิธิ์ สัทธาวรกุล พนักงานไต่สวนระดับกลาง รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานป.ป.ช.จ.ตราด เป็นประธานเปิดโครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต กิจกรรมการมีส่วนร่วมต้านทุจริต โดยมีนางสาวธนิดา มุกดาเพ็ชรรัตน์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฎิบัติการ กล่าวรายงาน พร้อมนายธีรยุทธ สุทธวารี เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินปฎิบัติการ โดยมีผู้ร่วมโครงการประกอบด้วย สื่อมวลชน กลุ่มองค์กรเอกชนต่างๆใน จ.ตราด ใช้เวลาในการจัดโครงการ 1 วัน
         ทั้งนี้ด้วยยุกต์ ยุทธศาสตร์ ชาติว่าด้วยการป้องกันแลการปราบปรามทุจริตระยะที่ 3 (2560-2564) วิเคราะห์ภาพอนาคตของสังคมไทยระยะ 5 ปีว่าหากยุทธศาสตร์ชาติได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการนำไปปฎิบัติ ประชาชนจะมีการตื่นตัวและตระหนักถึงผลกระทบต่อการทุจริตมากขึ้น และไม่ยอมให้ผู้อื่นกระทำการทุจริตให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวมและเพื่อให้ภาพอนาคตดังกล่าวบรรลุผลได้ ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับการปรับประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ประกอบกับหลักการต่อต้านทุจริตอื่นๆ โดยประยุกต์บูรณาการ STRONG ที่คิดค้นโดย รศ.ดร.มาณี ไชยธีรานุวัฒศิริ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชน ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 โครงการ STRONG ขับเคลื่อนใน 27 จังหวัดนำร่อง ครอบคลุมทั้ง9 เขตรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ปี 2562 ขยายการดำเนินกิจกรรมครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดและ 1 เขตการปกครองพิเศษ กทม.
        ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตราด ได้จัดตั้งชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.ตราด/เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 ปี 2562 ได้ขยายฐานสมาชิกชมรมไปทั่วทุกอำเภอใน จ.ตราด พร้อมการจัดตั้งแกนนำเยาวชนต้านทุจริตจังหวัดตราดจำนวน 1รุ่น 25 คนเพื่อปรับเปลี่ยนฐานความคิดให้สามารถแยกแยะผลประโยชน์สว่นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม มีจิตพอเพียงต้านทุจริต มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต พร้อมทั้งเป็นแกนนำในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไม่ทนต่อการทุจริตและดำเนินโครงการนี้ เพื่อขยายผลให้เครือข่าย ชมรม อาสาสมัครต่างๆในพื้นที่ จ.ตราด ได้ร่วมเฝ้าระวังการทุจริต แจ้งเบาะแสและร่วมบูรณาการ การดำเนินงานกับสำนักงาน ป.ป.ช.จ.ตราด เพื่อนำไปสู่การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมในวันนี้มีการบรรยายพิเศษ โดยวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. การแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ในการร่วมโครงการ เพื่อนำไปสู่กระบวนการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตตามโครงการดังกล่าวต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาคตราด โทร 086-1399631
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สมาคมภริยาทหารเรือมอบทุนการศึกษาบุตรธิดากว่าล้านบาท

        วันนี้ 21 ก.ค.62 นาวาเอกหญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ มาเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา สมาคมภริยาทหารเรือ แก่บุตรของสมาชิกสมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อแบ่งเบาภาระทางการศึกษาของกำลังพล ประจำปี 2562 ณ หอประชุมหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน นาง สุภาวดี สิทธินันทน์ ประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ คณะกรรมการบริหารสมาคมภริยาทหารเรือ ข้าราชการ ทหาร ตลอดจนผู้รับทุนการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ
        ตามที่นายกสมาคมภริยาทหารเรือ มีนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการ และสมาชิกสมาคมภริยาทหารเรือในการแบ่งเบาภาระและส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกสมาคมฯ ให้ได้รับความรู้จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการทุนการศึกษาสมาคมภริยาทหารเรือ ประจำปี 2562 พิจารณาให้ความอนุเคราะห์ทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกสมาคมฯจำนวนทั้งสิ้น 608 ทุนให้กับบุตรสมาชิกสมาคมฯที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามประกาศสมาคมฯ เรื่องการให้ทุนการศึกษาโดยได้แบ่งทุนเป็น 4ประเภทคือ ทุนผูกพัน ทุนส่งเสริมการศึกษา ทุนส่งเสริมการศึกษาพื้นที่ ภาคใต้ และทุนกรณีพิเศษพื้นที่ภาคได้ ดังนี้ ทุนผูกพัน ประจำปี2562 ทุนละ 30000 บาทจำนวน1 ทุน ทุนส่งเสริมการศึกษา แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ทุนละ 2500 บาทจำนวน 144ทุนระดับมัธยมศึกษา ทุนละ 3000 บาท จำนวน 268 ทุนระดับอาชีวศึกษา ทุนละ 3500บาทจำนวน 26 ทุนและระดับอุดมศึกษาทุนละ 4000 บาทจำนวน 106 ทุนทุนส่งเสริมการศึกษาพื้นที่ภาคใต้ แบ่งเป็น 3ระดับ คือระดับประถมศึกษา จำนวน 11 ทุนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 10 ทุนและระดับอุดมศึกษาจำนวน 6ทุน ทุนกรณีพิเศษ พื้นที่ภาคใต้ แบ่งเป็น 3ระดับคือ ระดับประถมศึกษาจำนวน 13ทุนระดับมัธยมศึกษา จำนวน21 ทุนและระดับอุดมศึกษา จำนวน 2ทุนรวมจำนวนทุนทั้งสิ้น 608 ทุนเป็นจำนวนเงิน 1,894,000 บาท หนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นสี่พันบาทถ้วน
        นาวาเอกหญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ กล่าวว่า ทุนการศึกษาที่มอบให้ในวันนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตรของสมาชิกรวมถึงเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองขอให้ผู้รับทุนการศึกษานำเงินที่ได้รับในครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มากนักแต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษา และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นกำลังที่สำคัญของชาติต่อไปในอนาคต

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

โรงเรียนเลยพิทยาคมจังหวัดเลย โดยกลุ่มสังคมศึกษาจากจังหวัดเลย จํานวน 26 คน ได้มาศึกษาดูงานที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม

        เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวานที่ผ่านมา ที่ห้องโสดทัศนศึกษาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม โดยมีนายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พร้อมด้วยคณะครูอาจารย์โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ให้การต้อนรับคณะโรงเรียนเลยพิทยาคมจังหวัดเลย พร้อมบรรยายเรื่องการเรียนการสอนต่างๆของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พร้อมด้วยกลุ่มสาระการเรียนรู้ของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม มากล่าวคําบรรยายเรื่องลาวต่างๆด้านการเรียนและที่มาที่ไปของโรงเรียน และต้อนรับคณะ นําโดย ดร.กฤศนรัตน์ พุทธเสน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะครูและบุคลากร จากโรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย จํานวน 26 คน ได้มีโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมสถานที่ศึกษาของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษติดกับชายแดนจังหวัดเกาะกง เป็นโรงเรียนที่เข้าสู่อาเซียนและเรียนรู้ด้านภาษาหลายภาษาในพื้นที่ โดยมีครูต่างประเทศหลายภาษาเข้าร่วมในการสอนภาษาต่างประเทศการเรียนรู้ ทางโรงเรียนจึงต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาเข้าสู่อาเซียน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้และการปฎิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล นําความรู้ที่ได้รับไปจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นตามลําดับและเข้าสู่อาเซียนต่อไป นายสําเนา บุญมาก ผอ.โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้กล่าวว่าดีใจที่วันนี้ได้มีโรงเรียนเลยพิทยาคมจากจังหวัดเลยพร้อมคณะ ได้มาเยี่ยมชมโรงเรียนของเรา และศึกษาดูงาน และด้านการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จึงได้ภาคภูมิใจที่เป็นโรงเรียนพระราชทาน

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รรท.ผบช.สตม.ตรวจเยี่ยม ตม.จ.นครราชสีมา

        วันที่ 21 ก.ค.62 เวลา 15.00 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ สตม. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ตม.จ.นครราชสีมา โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ ณัฐวัฒน์ การดี ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 4​ (ผบก.ตม.4)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ สันติพัฒน์ พรหมะจุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​นครราชสีมา​ (ผกก.ตม.จ.นครราชสีมา)​ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด อยู่ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อยและให้การต้อนรับ ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามนโยบาย ทั้งนี้ ผบช.สตม.ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ แก่ข้าราชการตำรวจ ตม.จ.นครราชสีมา และได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ณ ที่ทำการ ตม.จ.นครราชสีมา

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ประชุมกับตัวแทน​ บ.อินเตอร์สเตปส์ฯ โครงการทดลองติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัยและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะ

        วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 22​ ก.ค.62​ เวลา 11.30​ น.​ ที่ห้องประชุมเอนกประสงค์ บก.น.1 : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เส​นิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ มนต์​ชัย​ ศรี​ประเสริฐ​ รอง​ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1)​ ประชุมร่วมกับตัวแทน​ บริษัท​ อินเตอร์สเตปส์ จำกัด เรื่องโครงการทดลองติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ตรวจตราความปลอดภัยและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะ เพื่อเตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงในวันที่ 25 ก.ค.62​ ที่จะถึงนี้​ ณ ห้องประชุมเอนกประสงค์ บก.น.1

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รอง ผบช.ภ.1​ รุดเยี่ยม ตร.กก.อารักขา 1 ถูกคู่กรณีขับรถ​ BMW พุ่งชน ได้รับบาดเจ็บ ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

        เมื่อวันที่ 21​ ก.ค.62 เวลาประมาณ 15.00 น.: พล​ตำรวจ​ตรี​ กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 1​ (รอง​ผบช.ภ.1)​ ได้เดินทางมาเยี่ยม ร้อยตำรวจ​โท​ จิตต์เกษม จันทร์รัก ผู้บังคับ​หมวด​ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการอารักขา 1 กอง​บังคับการ​อารักขาควบคุม​ฝูงชน​ (ผบ.หมวด​ ร.2​ กก.อารักขา 1​ บก.อคฝ.)​ จากการได้รับบาดเจ็บกรณีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW พุ่งชน ณ บริเวณด่านเก็บเงินธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ตำรวจ

        ทั้งนี้ได้สอบถามอาการและมอบเงินพร้อมสิ่งของบำรุงขวัญให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ จากเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 1​ (บช.ภ.1)​ และยืนยันที่จะกำชับสั่งการให้​ สภ.ลำลูกกา พื้นที่เกิดเหตุดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย

        หลังจากนั้นได้เยี่ยมเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำบอร์ดของโรงพยาบาลตำรวจที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบเงินเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ดูแลผุ้ป่วยที่รักษาตัวอยู่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

2 ผัวเมียร้องกองปราบฯ​ ช่วยคลี่คลายคดีลูกชายตายปริศนา สงสัยลูกเลี้ยงตำรวจตรังฆ่าปมชู้สาว

        วันนี้ วัน​จันทร์​ที่​ 22 ก.ค.62​ เวลา 09.30 น.​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ : นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา นายเวียง สิทคชวัน อายุ 57 ปี และนางเครือวัลย์ สิทคชวัน อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 9 ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ วิสูตร บุญยังมาก รองสารวัตร​สอบสวน​กอง​กำ​กับการ​ 6​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รองสว.สอบสวน กก.6 บก.ป.)​ เพื่อร้องทุกข์ให้ช่วยคลี่คลายคดีที่ นายธนวิชญ์ สิทคชวัน อายุ 24 ปี ลูกชายเสียชีวิตปริศนา ที่บริเวณคลองสาธารณะ ห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร หมู่ 9 ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62​ ที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมา 6 เดือนแต่ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากผู้ต้องสงสัยเป็นลูกชายบุญธรรมของตำรวจในพื้นที่

        นายเวียงฯ พ่อผู้เสียชีวิต ให้การว่า ในวันเกิดเหตุภรรยาร้องเรียกด้วยเสียงตกใจว่าลูกชายเสียชีวิตอยู่ในคลองข้างแปลงผัก ขณะนั้นตนพักผ่อนอยู่ในบ้านจึงรีบวิ่งลงมาช่วยลูก พบเสียชีวิตนอนคว่ำหน้าในคลอง ส่วนขาอยู่บนตลิ่ง ที่ด้านหลังมีรอยถลอก และพบจอบตกอยู่ใกล้กัน หลังเกิดเหตุร้อยเวร สภ.รัษฎา​ และแพทย์ตรวจสอบที่เกิดเหตุและสภาพศพลงความเห็นว่าถูกไฟฟ้าดูด ตนจึงนำศพลูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด ในระหว่างตั้งบำเพ็ญกุศลเพื่อนบ้านได้มาบอกว่าวันเกิดเหตุได้ยินเสียงลูกชายร้องขอให้ช่วยเหลือ จึงตัดสินใจนำศพลูกชายส่งไปชันสูตรใหม่ที่ รพ.สงขลานครินท์ หาดใหญ่ ผลการชันสูตรแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากการที่สมองถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม จึงนำผลมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ จากนั้นได้มีการสอบปากคำพยาน 3 ปากแต่เรื่องก็เงียบหายไป

        นายเวียงฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 22 มี.ค.62​ ที่ผ่านมาตนได้ทำเรื่องร้องเรียนไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง​ (บก.ภ.จ.ตรัง)​ เพื่อขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน และรอจนได้เอกสารตอบกลับมาจากตำรวจว่า พนักงานสอบสวนรอเอกสารผลการชันสูตรจาก รพ.สงขลานครินทร์ ตนจึงสอบถามไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ ได้รับคำตอบว่าได้ส่งผลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว จึงกลับไปขอดูผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดต่อไปที่กองบังคับบการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง​ อีกครั้งแต่ได้รับคำตอบว่าได้ให้ สภ.รัษฎา เป็นผู้ทำคดีและมีการบ่ายเบี่ยงกันไปมา จึงตัดสินใจเข้าร้องกองปราบปรามให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดีของบุตรชายให้ด้วย

        ด้าน นางเครือวัลย์ฯ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุลูกชายออกไปรดน้ำผักในแปลงตามปกติ จนถึงเวลาอาหารกลางวันลูกชายยังไม่กลับมา จึงออกตามหา จนไปพบลูกชายเสียชีวิตอยู่ในคลองข้างแปลงผัก ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุสองวันลูกชายเคยมาเล่าให้ฟังว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) แฟนลูกชายไปแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ นายบี (นามสมมติ) ลูกเลี้ยงตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งในโรงพักรัษฎา โดยนายบี กับลูกชายตนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก จึงได้แต่ปลอบใจลูกว่าให้ปล่อยผู้หญิงไป แต่หลังเกิดเหตุ น.ส.เอ แฟนของลูกชายได้หยิบเอาโทรศัพท์ลูกชายไปจากที่เกิดเหตุ ตนและสามีก็เริ่มสงสัยการเสียชีวิตของลูกชายจึงได้ไปขอโทรศัพท์ลูกกลับคืนมา พบว่าข้อความจำนวนมากถูกลบหายไป นอกจากนี้ตนกับสามีและเพื่อนบ้านได้ตรวจสอบบริเวณเสาไฟที่เกิดเหตุก็ไม่พบว่ามีไฟรั่วแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าคดีนี้น่าจะมีเงื่อนงำมากกว่านี้

        ด้านนายรณรงค์ฯ กล่าวว่า พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตมาขอความเป็นธรรมและให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดีเพราะผ่านมา 6 เดือนคดีไม่คืบ เพราะเชื่อว่าลูกชายถูกฆาตกรรมน่าจะเป็นเรื่องชู้สาว และผู้ต้องสงสัยเป็นลูกของตำรวจในพื้นที่ทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า ซึ่งจากการตรวจสอบผลชันสูตรจากเอกสาร รพ.สงขลานครินทร์ แพทย์ลงความเห็นว่า ด้านหลังมีแผลฟกช้ำหลายจุด มีบาดแผลช้ำใต้หนังศีรษะตรงด้านหน้า มีแอลกอฮอล์ในเลือด 11.6% และสมองได้รับการกระทบกระเทือนจากการกระแทกกับของแข็งไม่มีคม

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.​เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

SACICT เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงาน “SACICT Craft Fair 2019” ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 กรกฎาคม 2562 ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา

        ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงาน “SACICT Craft Fair 2019” ที่เดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา งานที่รวบรวมศิลปหัตถกรรมร่วมสมัย และงานหัตถศิลป์ที่มีการพัฒนาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ผลงานของ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิกของ SACICT กว่า 50 ร้านค้า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินนักแสดงมากมาย อาทิ เจด้า ศรันย่า ,มาร์ค ธัชพล,หนิม AF ,บิว จรูญวิทย์ The Voice ,คิง ณภัทร ที่จะมาสร้างความสุข และแบ่งปันประสบการณ์งานคราฟต์รอบตัว ให้แก่ผู้เข้าชมงานได้รับความเพลิดเพลินตลอดการจัดงาน

SACICT เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมงาน “SACICT Craft Fair 2019” ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 กรกฎาคม 2562 ณ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ฝนทิ้งช่วงจนแหล่งน้ำดิบผลิตประปาหมู่บ้านแห้งขอด ชาวบ้านเดือดร้อนในรอบ 20 ปี

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดิบ สำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน ที่บ้านวังหินซอง หมู่ 17 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันได้เริ่มแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว จนกลายสภาพเป็นน้ำโคลน สีแดงขุ่น ไม่สามารถนำไปผลิตน้ำประปา แจกจ่ายให้แก่ประชาชนใช้อุปโภค บริโภคได้ตามปกติ
        ล่าสุด นายมานิตย์ อุบแก้ว นายก อบต.วังหิน ได้นำรถบรรทุกน้ำ ขนาดความจุ 6,000 ลิตร เร่งนำน้ำสะอาดจากแหล่งอื่น มาเติมใส่ถังพักน้ำประปาหมู่บ้าน เฉลี่ยวันละ 2 เที่ยว รวม 12,000 ลิตร เพื่อให้สามารถจ่ายน้ำสะอาดเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้านได้เป็นการชั่วคราว โดยมีการเปิด-ปิดเป็นเวลา พร้อมทั้ง ยังได้นำรถบรรทุกน้ำสะอาด ออกแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยมีชาวบ้าน ต่างจัดเตรียมภาชนะสำหรับบรรจุน้ำ มารอรับน้ำสะอาด เพื่อนำกลับไปใช้อุปโภค บริโภคในครัวเรือน ขณะเดียวกันก็ได้ขอความร่วมมือให้ทุกคน ทุกครัวเรือน ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า
        นายมานิตย์ อุบแก้ว นายก อบต.วังหิน กล่าวว่า สระลูกนี้ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน ใช้จ่ายน้ำสำหรับอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชน ครอบคลุมกว่า 100 หลังคาเรือน มีพื้นที่ราว 10 ไร่เศษ ขุดมานานกว่า 20 ปี ไม่เคยแห้งเลย ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด ฝนได้ทิ้งช่วงมานานหลายวัน ประกอบกับปีที่ผ่านมา มีฝนตกน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำในสระได้แห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว จนก้นสระบางส่วนพบผิวดินแตกระแหง น้ำในสระมีสีแดงขุ่น ไม่สามารถนำไปผลิตน้ำประปาได้ ส่งผลให้ประชาชนเริ่มได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
        เบื้องต้น สำหรับการแก้ไขระยะยาว ทาง อบต.วังหิน จึงได้นำรถแบคโฮ พร้อมเครื่องจักร เข้าดำเนินการขุดลอกสระ ในส่วนที่ตื้นเขิน ให้มีความลึกมากกว่าเดิม เพื่อใช้กักเก็บน้ำฝนให้เพียงพอสำหรับผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ส่วนการแก้ไขระยะสั้น ช่วงนี้จะใช้รถบรรทุกน้ำสะอาด ขนาด 6,000 ลิตร วิ่งส่งน้ำใส่ถังพักประปาหมู่บ้าน และวิ่งแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีฝนตกลงมา
        ด้าน นายลิกิจ โตเอี่ยม อายุ65 ปี บ้านเลขที่ 55 หมู่17 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านเริ่มได้รับผลกระทบ ขาดแคลนน้ำประปา มานานกว่า 1 เดือนแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ หลังประสบปัญหาภาวะฝนทิ้งช่วง ยิ่งทำให้แหล่งน้ำดิบแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว จนน้ำมีสีแดงขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้อุปโภค บริโภคในครัวเรือนได้ ยิ่งบ้านไหนมีลูกหลาน เด็กเล็กเรียนหนังสือ จำเป็นต้องหาน้ำสะอาดมาซักเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่เป็นสีขาว เพื่อไม่ให้เสื้อหมองจากคราบโคลน ยังดีที่ทาง อบต.วังหิน ได้นำน้ำสะอาดมาแจกจ่าย บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

งหวัดจันทบุรีจัดกิจกรรม คีตะมวยไทย ออกกำลังกาย 10 ท่า เดิน – วิ่ง – ปั่น เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    เย็นวันนี้ ( 21 ก.ค.62 ) ที่บริเวณลานประตูระบายน้ำกลางคลองภักดีรำไพ ต.เกาะขวาง อ.เมือง จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ ประชาชน เยาวชน อสม. นักเรียน นักกีฬา ผู้ที่นิยมการออกกำลังกายร่วมกิจกรรมคีตะมวยไทย ออกกำลังกาย 10 ท่า เดิน – วิ่ง – ปั่น เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี จัดขึ้น ตามโครงการ 10 ล้านครอบครัวไทย ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน อสม.นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่นิยมออกกำลังกาย สนใจการออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจร่วมลงทะเบียนด้วยการเป้นสมาชิกออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติฯ 3 ประเภท คือ ครอบครัว บุคคล / ชมรม องค์กร และ หน่วยงานพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสถานที่ออกกำลังกาย เป็นกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2563

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก