ผลงานใหญ่ จนท.สนธิกำลังร่วมกันจับแก๊งจีน-ไทย ขบวนการค้ายาไอซ์ล๊อตใหญ่ 1 ตัน ซุกตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมส่งฟิลิปปินส์

      เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิ.ย.62 ที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งร่วมกันสนธิกำลังกันได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม MR. FILUANG GLOXION อายุ 25 ปี, MR.ZHOU QIANGCH อายุ 84 ปี สัญชาติจีน, นายสุบรรณ มหาซนนท์ อายุ 35 ปี และนายจ้อย แย่แข็ง อายุ 55 ปี แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติพร้อมของกลางยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม บรรจุซุกซ่อนอำพรางอยู่ในลังสินค้าประเภทรองเท้าทั้งหมด 632 กล่อง ภายในที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

     การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดระหว่างประเทศชาวต่างชาติร่วมกับคนไทยลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวน กระทั่งเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนและคนไทยเดินทางมาตรวจสอบสินค้าที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมจะส่งไปประเทศฟิลิปปินส์ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์พบกล่องบรรจุสินค้า จำนวน 34 กล่อง มีถุงชาบรรจุวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเกล็ดใสสีขาวอยู่ภายในกล่อง กล่องละ 5-20 ถุง เมื่อนำวัตถุต้องสงสัยไปตรวจสอบด้วยน้ำยาพบยาเสพติดเบื้องต้นแสดงผลเป็นยาเสพติดประเภท (ไอซ์) รวมยาเสพติดของกลาง จำนวน 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม มูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาท

     ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามเครือข่ายในแก๊งค้ายาเสพติดที่เหลือให้สิ้นซากต่อไป.
พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทรงนงค์ ปรีเปรม

หนุ่มวัย 35 ปี พนักงาน อบต.ขับรถจักรยานยนต์ชนตอไม้ข้างทางกว่า 10 เมตร ดับคาที่

      ร.ต.อ.เอกลักษณ์ กองทรง พงส.ฯ เวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.วังโป่ง แจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกลงข้างทางมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายชนแดน-วังโป่ง หมู่ที่ 3 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ
จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถนนแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางจราจรให้รถวิ่งสวนทางกันที่เกิดเหตุบนช่องทางขาล่องไป อ.ชนแดน บริเวณหลัก กม.ที่ 19+300 – 20 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีเทา ดำ หมายเลขทะเบียน กลต 226 เพชรบูรณ์ ลักษณะเสียหลักล้มตกลงลงข้างทางฝั่งขวามือและไปชนกับตอไม้ข้างทาง บริเวณด้านล่างของรถจักรยานยนต์พบร่างผู้ตาย ทราบชื่อต่อมานายสุชาติ พรมจิ๋ว อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 155 หมู่ 9 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ นอนเสียชีวิตถูกรถจักยายนต์อัดทับบริเวณลำตัว ใบหน้ามีร่องรอยช้ำเลือดออก คาดว่าน่าจะกระแทกแรงกับตอไม้ และรถจักรยายนต์ได้รับความเสียหายไม่มีคู่กรณี จึงตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่งร่วมทำการชันสูตรพลิกผู้ตายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
      จากการสอบถามจากนายเสน่ห์ จุ้ยเย็น อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ ว่า เมื่อช่วงเช้าเวลา 6:00 น ตนได้ออกจากบ้าน มาวิ่งออกกำลังกาย บนถนนสาย วังโป่งชนแดน ตนได้สังเกตุ เห็น ข้างทาง ป่าหญ้า ล้มเป็นทางลงตนจึงวิ่งไปดูพบเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว ล้มทับ ร่างคนอยู่ ตนจึงโทร แจ้ง ตำรวจ สภ.วังโป่ง ช่วยมาตรวจสอบ
ด้านนางสาวสุรีอรณ์ บุญจำ อายุ30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง เล่าว่านายสุชาติ พรมจิ๋ว ซึงเป็นสามีของตน ไม่ดื่มเหล้า เป็นคนขยันทำงาน ได้ออมาทำงานตามปกติที่ อบต.วังโป่ง มีหน้าที่เป็นยาม ช่วงเย็นของวันที่16ยังเจอกันอยู่พอเช้าของวันที่17ญาติโทรมาบอกว่าสามีของตนเสียชีวิตแล้ว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

หนุ่มขับสิบล้อตื่นมาตกใจโดนล่วงคอ​ ลักทรัพย์สินในรถหมดตัว

      เมื่อเวลา 06.00 น.​ วันที่17มิถุนายน2562​ ร้อยตำรวจโท​ อลงกรณ์​ ปาลวัฒน์​ รองสารวัตร(สอบสวน​)​สภ.เมืองสระบุรีได้รับแจ้งจาก 191 มีเหตุลักทรัพย์ รถสิบล้อ บริเวณ​ กม. 6 + 500 ถนนมิตรภาพ​ ตำบลตลิ่งชันอำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี​ รุดไปที่เกิดเหตุพบรถพ่วงเทรลเลอร์บรรทุกทราย​ เลขทะเบียน​ 70-0021 นครสวรรค์​ พ่วง​ 70-9896นครสวรรค์​ พบนาย​ เชิดพงษ์​ แก้วบุญเพิ่ม​ อายุ29ปี​ อยู่บ้านเลขที่213 หมู่ที่3​ ตำบลระหาน​ อำเภอบึงสามัคคี​ จังหวัดกำแพงเพชร​ เป็นคนขับ​ พร้อมกับนาง​ วันวิสาข​ ทองวัง​ 32ปี​ ตนได้ขับรถไปส่งทรายได้ออกเดินทางมาจากกำแพงเพชร​ เกิดง่วงนอนจึงได้จอดรถเพื่อนอนพักบริเวณดังกล่าวตอนตี1​ จากการอ่อนหล้านอนหลับสนิทพอตื่นมาตอนเช้าเวลาประมาณ​ 06.00น.​ ต้องตกใจเพราะไม่พบกระเป๋าเป้ได้หายไปภายในมีเงินสด28, 000บาท​ และบัตรเอทีเอ็ม3ใบ​ จึงได้โทรแจ้งตำรวจช่วยตรวจสอบให้ที่จากการที่ได้ตรวจสอบผู้สื่อข่าวจึงได้สัมภาษณ์​ นาย​ บุญนาค​ (น้อย)​ จั่นเพชร​ หัวหน้าชุดคนขับรถ​ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่มรถบรรทุกทรายกว่า40คัน​ ที่มาส่งทรายในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ ได้กล่าวว่าส่วนใหญ่พวกตนจะนอนบริเวณนี้เป็นประจำไม่คาดคิดว่าจะมีคนร้ายมาลักทรัพย์สินภายในรถได้จึงยากให้ทุกคนระวังตัวให้มากๆ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวหาคนร้ายมาเพื่อดำเนินคดีให้ไดโดยเร็วที่สุดต่อไป

ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ผู้ว่า ฯ ภูเก็ต สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพ สวนสัตว์ภูเก็ตทรมานสัตว์ ผ่านสื่อออนไลน์

      เวลา 13.00 น.วันนี้ (17 มิ.ย.62) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายณฐวรรณ จำลองกาศ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ,นายมนัส เทพรักษ์ ปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ต ,นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และนายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว ลงพื้นที่ บริษัทสวนสัตว์ ภูเก็ต จำกัด กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูล ขอให้ ตรวจสอบกิจการสวนสัตว์สาธารณะของบริษัทสวนสัตว์ภูเก็ตจำกัด ตามที่มีการร้องเรียนในสื่อโซเชียล Instagram ของ National Geographic เสือโคร่งถูกล่ามโซ่และวางยาเพื่อนำมาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ที่สวนสัตว์ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

      ภายหลังจากลงพื้นที่ นายณฐวรรณ จำลองกาศ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อโซเชียลมีเดียกรณีมีการบันทึกภาพพบเห็นการทรมานสัตว์ ในพื้นที่สวนสัตว์แห่งนี้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพโดยทั่วไป ยังไม่พบการทรมานสัตว์ โดยก่อนหน้านี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางมาตรวจสอบ และได้ให้คำแนะนำ ในการดูแลสัตว์ พร้อมทั้งได้ตักเตือน ผู้ประกอบการ ให้ดำเนินการ ให้ถูกต้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตทั้งนี้ในส่วนของผู้บริหารมีความเข้าใจ

      สำหรับในประเด็นกรณีการร้องเรียนการวางยาในสัตว์ซึ่งจากการตรวจสอบ ลักษณะทางกายภาพของสัตว์ พบว่า ไม่น่าจะโดนวางยา โดยในกรณีที่สัตว์หรือคนถูกวางยาจะต้องมีอาการ ง่วงซึม แต่สัตว์ที่พบภายในสวนสัตว์ทุกตัวมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

      แต่ในลักษณะของการล่ามโซ่สัตว์เพื่อให้นักท่องเที่ยว เยี่ยมชม อยากให้มองในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางจังหวัดก็ตระหนักในประเด็นดังกล่าว โดยได้ทำความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ มีความเข้มงวด ในเรื่องการดูแลสัตว์ทุกตัวให้ดีที่สุด ทั้งมาตรการความปลอดภัยและ ด้านสุขอนามัย

      โดยที่ผ่านมาก็มีการบันทึกภาพสัตว์ ภายใน อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคลที่อาจจะมองว่าเป็นการทรมานสัตว์ โดยเมื่อมาตรวจสอบสภาพจริงในพื้นที่พบว่าไม่น่าจะเป็นการทรมานสัตว์ ผลการเข้ามาตรวจสอบไม่มีสัตว์ป่วยและเซื่องซึม

      ทางด้านนายพิชัย สกุลสอน ผู้จัดการสวนสัตว์ ภูเก็ต กล่าวว่า ในกรณีที่ห้ามการบันทึกภาพในสวนสัตว์เบื้องต้นส่งผลกระทบ ต่อการให้บริการอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะคำนึงถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต สำหรับสวนสัตว์แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ของเอกชน ผู้รับบริการที่เข้ามาท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการมาถ่ายภาพ กับสัตว์ชนิดต่างๆ ผู้ที่ชื่นชอบก็จะถ่ายภาพกับสัตว์ โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้มองว่าการล่ามโซ่สัตว์เป็นการทรมานสัตว์ แต่ถือเป็นมาตรการความปลอดภัยให้แก่ตัวนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเสือเนื่องจากเสือเป็นสัตว์ที่ไว้ใจไม่ได้ มีอารมณ์แปรปรวน ที่ไม่อาจคาดเดาได้

      โดย ผลกระทบที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องด้านรายได้ เพราะรายได้ของสวนสัตว์มาจาก หลายๆส่วน อาทิ จาก การเก็บค่าผ่านประตู, การขายอาหารสัตว์ และจากการถ่ายรูป เนื่องจากสวนสัตว์เป็นของเอกชนที่ต้องบริหารกิจการให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตั้งมากว่า 30 ปี สำหรับสวนสัตว์ได้ดำเนินการจดทะเบียนมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โดยที่ผ่านมามีมาตรการด้านความปลอดภัยและไม่เคยเกิดกรณีที่สัตว์ทำร้ายประชาชนที่มาท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาส่วนใหญ่ต้องการถ่ายภาพกับสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงมีมาตรการเข้มในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด รวมถึงดูแลไม่ให้ผู้ ใช้บริการทำร้ายสัตว์ ด้วย ดังนั้นการล่ามโซ่สัตว์จึงเป็นมาตรการหนึ่งในการดูแลความปลอดภัย สำหรับกรณีการล่ามโซ่สัตว์นั้น สัตว์ยังคงหายใจได้อย่างสะดวกและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ ในส่วนกรณีของการวางยาสัตว์ขอยืนยันว่าสวนสัตว์ไม่เคยดำเนินการวางยาสัตว์ เนื่องจาก ผู้ประกอบการที่มาดำเนินกิจการด้านสวนสัตว์โดยพื้นฐานจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ โดยเมื่อดำเนินการกิจการด้านสวนสัตว์มีการวางกรอบการทำงานอย่างชัดเจนคือ1.เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 2.เป็นสถานที่ทัศนศึกษา 3.เป็นสถานที่เพาะพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์หายาก และ 4. เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ และสัตว์ทุกตัวล้วนมีมูลค่าในตนเอง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้วิธีการทรมานสัตว์โดยเด็ดขาด สำหรับสวนสัตว์ทุกแห่งมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะ เสือ จะต้องมีการดูแล ควบคุม อย่างละเอียดมีการเก็บ DNA การติดชิป ระบุตัวตน และไม่มีเสือที่ถูกจับมาจากป่า เพื่อมาเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะเสือ ที่มาจากป่าไม่สามารถนำมาเลี้ยงในสวนสัตว์ได้ ปัจจุบันสวนสัตว์แห่งนี้มีเสือจำนวน 15 ตัวเป็นเสือที่ได้จากการเพาะพันธุ์ทั้งหมด โดยทำการแลกเปลี่ยน กับสวนสัตว์ต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งมีองค์กรสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ดูแล และสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในสวนสัตว์ จะมีทะเบียน บ่งบอกที่มา อย่างชัดเจน สำหรับ สวนสัตว์ภูเก็ต เปิดให้บริการทุกวัน และที่ผ่านมาสวนสัตว์ยังพร้อมให้บริการทางสังคมหากประชาชนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์สามารถปรึกษาได้รวมทั้งเปิดให้บริการทัศนศึกษา เกี่ยวกับสัตว์ด้วย

ศูนย์ข่าวสำนักข่าวความมั่นคง จ.ภูเก็ต รายงาน

กรมคุมประพฤติจัดประชุมคณะทำงานการดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา

วันนี้ (17 มิถุนายน 2562) นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการดำเนินการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา โดยมี นพ. นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกองบริหารสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต และคณะทำงานจากกรมควบคุมโรคและกรมคุมประพฤติ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
ในที่ประชุมมีการพิจารณา ทบทวนการดำเนินงานและการพิจารณาการถอดบทเรียน โครงการ “บำบัดฟื้นฟูสภาพผู้ดื่มแล้วขับ ถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 และช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 พร้อมทั้งหารือแนวทางในการบริหารจัดการด้านการคัดกรองและบำบัดรักษาสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา ในการเข้าสู่ระบบการคัดกรองและบำบัดรักษา และเพื่อสนับสนุนและพัฒนา การบำบัดฟื้นฟูสภาพผู้ดื่มแล้วขับถูกจับ ผิดซ้ำ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในผู้ที่ถูกคุมประพฤติฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา (กรณีกระทำความผิดซ้ำ) ที่สมัครใจเข้าร่วมการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพได้รับการบำบัดรักษาครบตามแผน และไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน

พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เดินทางมาร่วมงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประเวศ

      วันที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30 น.พันตำรวจเอก อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลประเวศเป็นประธานกล่าวเปิดงานโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจโดยมี พันตำรวจโท กิตติพงษ์ สิมมาลี รองผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลประเวศ(ฝ่ายปราบปราม),นายนพดล โรจน์ประเสริฐกูล ประธานกต.ตร. สน.ประเวศ,ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม กต.ตร.กทม.ด้านยาเสพติด,นายญัตติชัย นวนุช อนุ กต.ตร.กทม.(ประธานชมรมผู้สื่อข่าวตำรวจแห่งประเทศไทย)เดินทางมาร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ หลังจากนั้นเวลา 9:00 น.พันตำรวจตรี นิวัฒน์ บรรณสาร เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสิทธิหน้าที่และบทบาทของอาสาสมัครตำรวจเวลา 09.30 น.ร้อยตำรวจเอกสุเทพ ใจมา ให้ความรู้เกี่ยวกับการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายเวลา 10.00 น.คุณศิรสิทธิ์ เมษะมาน อนุ กต.ตร.กทม.เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวและฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวให้แก่อาสาสมัครเวลา 10.30 น.อบรมสาธิตการกู้ภัยและอุบัติเหตุเวลา 11.00 น.มีการสอนปฐมพยาบาลเบื้องหลังจากนั้นเวลา 12.00 น.ถึงเวลา 13.00 น.พักรับประทานอาหารกลางวันและในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น.มีการฝึกอบรมภาคสนาม15.30 น.สรุปปัญหาชี้แจงภารกิจ อส.ตร. เวลา 16.00 น.มอบวุฒิปฏิบัติและปิดพิธีการอบรม

เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันในพื้นที่ สน.บางนา

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่​ 17​ มิ.ย.62​ เวลา​ 16.30​ น.ณ​ ห้องประชุม​ใหญ่​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ : พลตำรวจโท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)​ เปิดเผยถึงการสืบสวน​ และติดตาม​ คดีวินจักรยานยนต์รับจ้างยกพวกตีกันภายในซอย​อุดม​สุข​ ในพื้นที่ สน.บางนา​ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเกี่ยวกับการก่อเหตุตามที่ปรากฏในสื่อมวลชนหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบในระหว่างเกิดเหตุว่า​ ผู้ตายกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน มีพยานบุคคลยืนยันได้หรือไม่ โดยเฉพาะ ภาพชายชุดแดงที่ปรากฎในสื่อโซเชี่ยล ว่าใช่ผู้ตายหรือไม่ ดังนั้นจึงขอเวลาให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ทำงาน อีกสักระยะ เพื่อยืนยันตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นได้ลงพื้นที่ไปกำชับการปฎิบัติงานของพนักงานสอบสวนทุกวัน สำหรับคดีนี้ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว จะถูกดำเนินคดีทุกข้อหา

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ ส่วนมาตราการป้องกันและปราบปรามวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน และ สุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุความรุนแรง วันนี้ได้เรียกตำรวจฝ่ายจราจร​ ทุกสถานีตำรวจ​ใน​สังกัด กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ มาประชุมมอบนโยบายโดยให้แต่ละพื้นที่กวดขันจับกุมวินจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน พร้อมทั้งให้ลงพื้นที่สำรวจจำนวนวินจักรยานยนต์​รับจ้าง​ว่ามีเท่าไหร่ ได้รับอนุญาตกี่วิน แต่ละวินมีคนขับกี่คนและมีใบอนุญาตขับรถรับจ้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถว่าเป็นป้ายเหลืองถูกต้อง​หรือไม่​ หากวินไหนสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตราการทางกฎหมายจับกุมได้ทันที

      พล.ต.ท.สุทธิ​พงษ์​ฯ​ กล่าวอีกว่า​ ส่วนกรณีถ้ามีบางวินอาจมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหนุนหลังนั้น​ ขอยืนยันว่าหากพบ มีการข่มขู่ทำร้าย ก็ต้องจับกุม เพราะหากปล่อยไว้ก็จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกับพื้นที่สน.บางนาอีก

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตร.ปอศ.รวบพริตตี้เอี่ยวโกงแชร์มือหลุดวุ้น&อาย เสียหาย 163 ล้าน

      เมื่อวันที่​ 16 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5​ บก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​โท​ ภูวเดช จุลกะเสวี สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (สว.กก.5 บก.ปอศ.)​

      นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5​ บก.ปอศ. จับกุม​ นางสาวนวรัตน์ เข็มนอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 2 ต.ตลาดไทร อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 781/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม​ 2562​ ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

      การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีกลุ่มผู้เสียหายเดินทางร้องทุกข์ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐนรี เปาเล็ง,น.ส.รุ่งนภา อยู่ประพัฒน์ และนางสาวนวรัตน์ เข็มนอก กับพวก หลังถูกหลอกให้ระดมเงินทุนในรูปแบบการเล่นแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย​ ”ซึ่งมี น.ส.ณัฐนรีฯ  และ น.ส.รุ่งนภาฯ เป็นเจ้าของกลุ่มร่วมกันลงข้อมูลชักชวนลงทุนผ่านทางไลน์และเฟสบุ๊ก โดยอ้างว่าเป็นการเล่นแชร์ลงทุนเงินเพื่อหวังผลกำไรในระยะสั้นๆ มีทั้งเป็นวงแชร์ รายวัน ราย15 วัน และรายเดือน โดยมีสมาชิกลูกแชร์ที่เล่นในกลุ่มไลน์ร่วมกว่า 127 คน ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ได้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนางสาวนวรัตน์ฯ ซึ่งเป็นแม่ข่ายของกลุ่มนี้ ซึ่งต่อมาถึงเวลาครบกำหนดกลับไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้มูลค่าความเสียหายกว่า 163,069,519 บาท

      ต่อมาทาง พล.ต.ต.ไมตรีฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่กลุ่มคนที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กก.5 บก.ปอศ.อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไว้แล้วทั้งหมด พร้อมติดตามจับกุมมาดำเนินคดี กระทั่งสืบทราบว่านางสาวนวรัตน์ฯ รับงานเป็นพริตตี้เอ็มซี และได้มาอยู่ที่ย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม

      จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหาย แต่รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มแชร์ในชื่อ “แชร์มือหลุดวุ้น & อาย” จริง โดยมีส่วนในการรับโอนเงินจากลูกข่ายของตน แล้วตนมีหน้าที่นำส่งให้กับแม่ข่าย ขณะเดียวกันก็ตกอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นเดียวกัน เนื่องจากได้ลงทุนกับแชร์กลุ่มนี้และถูกโกงเงินกว่า 2.9 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาพยายามที่จะเคลียร์ยอดเงินให้ทางผู้เสียหายไปบ้างบางส่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนบก.ปอศ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มแชร์ “วุ้น&อาย” ถือเป็นกลุ่มแชร์ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่​ จ​.สุรินทร์,จ.นครราชสีมา และ​ จ.กระบี่ เป็นต้น โดยมีผู้เสียหายจากหลายสาขาอาชีพทั้งตำรวจ ทหาร พยาบาล โดยมีเจ๊วุ้น หรือนางสาวณัฐนรี เปาเล้ง เป็นท้าวรายใหญ่ ซึ่งคดีนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหมายจับอีกหลายคน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

นรต.41​ ร่วมเป็นเจ้าภาพ​ สวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41)

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 62 เวลา 18.30 น.: พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.กิตติรัชต์ พันธ์เพ็ชร์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.สกบ., ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.จังหวัดพะเยา,พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล พร้อมเพื่อน นักเรียนนายร้อย​ตำรวจ​ รุ่น​ 41​ (นรต.41)​ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ร.ต.ต.อัมพร เปรมบุตร บิดา พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบก.สส.ภ.5 (นรต.41) ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม.

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหน.แก๊งแตงโมซิ่ง ตระเวนลักรถจยย.

      เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบสวน​กลาง​ (ผบช.ก.)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับ​การ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.3 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เอนก บุญตา สารวัตร​กองกำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.3 บก.ป.)​

      นำกำลังจับกุม นายนพพล หรือเอ็ม บุญช่วยชู อยู่บ้านเลขที่267 หมู่ที่11 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 321/2558 ลง​ 28 ก.ค.58 ในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณหน้าห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซ. 26 แยก 3 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

      สืบเนื่องมาจากมีประชาชนร้องเรียนว่าเกิดเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคกลางบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่​ จ​.นครนายก,จ.สระบุรี,จ.ลพบุรี​ และ จ.ปทุมธานี เป็นต้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทางด้านพล.ต.ท.สุทินฯ จึงสั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม​ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เร่งด่วน เน้นการสืบสวนในกลุ่มแก้งค์ที่มีประวัติกระทำความผิด หรือบุคคลผู้มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักรถในพื้นที่กระทั่งพบว่านายนพพลฯ และพวก รวม 3 คน มีพฤติกรรมลักรถจักรยานยนต์ รวมทั้งมีหมายจับติดตัวหลายหมาย จึงได้นำกำลังสืบสวนจนพบว่านายนพพลฯ​ ได้หลบหนีความผิดมากบดานที่บ้านดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยร่วมกับเพื่อน 3 คน ใช้ชื่อในนามแก๊งแตงโมซิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจดำเนินคดีมาหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็ออกมาทำอีก ปัจจุบันมีหมายจับติดตัว 8 หมาย ซึ่งเงินที่ได้จากการนำรถจยย.ไปขายจะนำไปใช้จ่าย เที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด

      เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​