อบต.ไม้รูดจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ตราด – องค์การบริหารส่วนตําบลไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในโอกาสวันสําคญของชาติไทย

เมื่อเวลา 13.00 น. นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย “วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” โดยมีศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตราด ร่วมกับศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอคลองใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ตํารวจ และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานราชการในพื้นที่ หน่วยงานเอกชน ตลอดจนจิตอาสาและประชาชนในท้องถิ่นให้สะอาดน่าอยู่ น่ามอง

โดยร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดบริเวณสะพานเฉลิม พระเกียรติ สะพานหลากสีหมู่ ๑ ตำบลไม้รูด จัดเก็บขยะและตัดหญ้าตามริมทางถนนสะพานเฉลิมพระเกีรติต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีนายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด ข้าราชการ เเละพนักงานจ้าง ร่วมอำนวยความสะดวกในการร่วมกิจกรรมในวันนี้


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

เทศบาลตำบลคลองใหญ่ ปิดพิธีโครงการ ถนนคนเดิน รวมพลัง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ครั้งที่ 20 ปีงบประมาณ 2567 อย่างเป็นทางการ

ตราด – เทศบาลตำบลคลองใหญ่ ปิดพิธีโครงการ ถนนคนเดิน รวมพลัง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ครั้งที่ 20 ปีงบประมาณ 2567 อย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 19.30 นาฬิกา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ณ สถานที่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลตําบลคลองใหญ่ นายอนุพันธ์ เลิศสิทธิกุล รองนายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการถนนคนเดิน รวมพลัง กล้าคิด กล้าทํา กล้าแสดงออก ครั้งที่ 20 โดยมี างเบญจวรรณ วิเศวเวช รองปลัดเทศบาลตําบลคลองใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์และความเป็นมาของโครงการฯ และคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตําบลคลองใหญ่ คณะครูอาจารย์โรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในพื้นที่และประชาชนเข้าร่วมพิธีปิด

ซึ่งโครงการถนนคนเดิน รวมพลัง กล้าคิด กล้าทํา กล้าแสดงออก ครั้งที่ 20 แล้วโครงการดังกล่าวนี้เริ่มทุกวันพฤหัสบดีเป็นต้นมาและได้จบลงแล้ว โครงการนี้ที่ช่วยให้เด็ก และเยาวชนได้กล้าแสดงออกบลเวทีและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด รวมทั้งเป็นการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีในช่วงที่ผ่านมา เพื่อกระจายไปทุกพื้นที่และกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยว ของอําเภอคลองใหญ่ให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสํานึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยดําเนินกิจกรรมในวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ ที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยจะมีการแสดงของนักเรียนแต่ละโรงเรียนในทุกๆ พื้นที่ของโรงเรียนเข้าร่วมแสดงบลเวที

ในคํ่าคืนนี้ได้มีการแสดงของโรงเรียนอนุบาลวัดคลองใหญ่ถึง 16 ชุดด้วยกัน นายอนุพันธ์ เลิศสิทธิกุล รองนายกเทศบาลตำบลคลองใหญ่ บอกว่าจะต้องรอดู สถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงนี้เริ่มจะดีอีกครั้งยังคงกลับมาอีกรอบและยังได้กล่าวว่าโครงการนี้เป็นเวทีที่ให้เด็กๆ เยาวชนได้แสดงออกทางด้านต่างๆ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พ่อค้า แม่ค้า ประชาชน นำสินค้ามาวางขายร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้พบกับกิจกรรมดีๆแบบนี้ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาโดยตลอด ทางเทศบาลตําบลคลองใหญ่ได้จัดขึ้นในปีนี้เป็นครั้งที่ 20 แล้วจะจัดแบบนี้เป็นประจําทุกๆปีอีกด้วย


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

คณะกรรมการประเมิน สถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน มัธยมศึกษา ขนาดกลาง ประจําปีการศึกษา 2566 ที่ห้องประชุมกันเกราโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม

ตราด – คณะกรรมการประเมิน สถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน มัธยมศึกษา ขนาดกลาง ประจําปีการศึกษา 2566 ที่ห้องประชุมกันเกราโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 08.00 น. วันที่ 23 ก.พ.2567 โดยมีนายคมสัน ณ รังษี ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม นายกฤษณะวัฒณ์ พานทอง รองผู้อํานวยการโรงเรียน อาจารย์ และนักเรียนให้การต้อนรับคณะกรรมการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราช ทานระดับมัธยมศึกษา ขนาดกลาง ประจําปีการศึกษา 2566 โดยมีนายพิทักษ์พงษ์ อันศ์เนตร ปลัดอําเภอคลองใหญ่, นายสําเนา บุญมาก อดีตผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม, นายคมสัน ณ รังษี ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้กล่าวรายงานต้อนรับคณะกรรมการประเมิน

โดยมีนางพรพนา บัวอินทร์ รองผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสระแก้วเขต ๑ เป็นประธานคณะกรรมการประเมิน สถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน พร้อมด้วยคณะกรรมการประเมินจํานวนอีก 6 คน เข้าร่วมประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน พร้อมด้วยสักขีพยานภาคีเครือข่ายต่างๆ และคณะครูอาจารย์ ผู้นําชุมชน ผู้นําท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆเข้าร่วม โดยมีนางวิยะดา ซวง รองประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราดให้คําแนะนําสอบถามข้อมูลต่างๆ ของสถานศึกษาที่เข้าร่วมประเมินเพื่อรับราง วัลพระราชทานระดับมัธยมศึกษา ขนาดกลาง พร้อมด้วยนายเฉลิม ปัจจันต์คิรีเขต ที่ปรึกษางานสถาเด็กและเยาวชน จ.ตราด เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษาเป็นอย่างดี และ วันที่ 22-23 ก.พ. ประเมิน จํานวน 2 วัน

จากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องคณะครูอาจารย์และศิษย์เก่าตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่า การประเมินสถานศึกษา ระดับมัธยมศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทานนี้เกิดขึ้นจากนํ้าพระทัยอันเบี่ยมด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ที่ทรงมีพระราชปรารภแด่ฯพลฯรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ม.ล.ปิ่น มาลากุล ในปี พ.ศ. 2506 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดําเนินทรงเปิดงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจําปีการศึกษา 2506 และพระราชทานรางวัลแก่โรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ซึ่งจัดการศึกษาดีเด่น ใจความของพระราชปรารภมีว่า มีนักเรียนจํานวนมากซึ่งมีความประพฤติดีและมีความมานะพยายามศึกษาเล่าเรียนได้ผลดีได้รับรางวัลมากมายในการเข้าประกวด รวมทั้งมีโรงเรียนซึ่งจัดการศึกษาดีจนนักเรียนได้รับผลการเรียนดีเป็นส่วนรวม นักเรียนและโรงเรียนทีมีคุณสมบัติดังกล่าว สมควรจะได้รับรางวัลพระราชทานและทรงยินดีจะพระราชทานรางวัลให้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมวิชาการ ซึ่งเป็นหน่วยงานในขณะนั้นได้น้อมนําพระราชปรารภมาพิจารณาดําเนินการด้วยความสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และถือเป็นภารกิจสําคัญที่ปฎิบัติสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

ดังนั้นทางโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมพร้อมด้วยคณะครูอาจารย์และภาคีเครือข่ายต่างๆได้ปรึกษาหารือทั้งพระสงฆ์ยังให้ความสําคัญสถานศึกษามาโดยตลอดมาจนถึงในปัจจุบันในชั้นมัธยมศึกษามาทุกปี จากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมเข้าร่วมประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2567 ขึ้น ที่โรงเรียนมีทั้งเรียนทั้งหมด 1.000 กว่าคน เป็นนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ มีทักษะการทํางาน มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีกิจกรรมและผลงานดีเด่นตามเกณฑ์กําหนดไว้ จึงได้มีการคัดเลือกเข้ามารับรางวัลพระราชทานระดับมัธยมศึกษา วันนี้นายคมสัน ณ รังษี ผู้อํานวยการโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จึงได้ขอบคุณที่มีหน่วยงานทุกภาคีทุกเครือข่ายและคณะครูอาจารย์และคณะกรรมการประเมินให้คําติชมเป็นอย่างดีในการร่วมกิจกรรมต่างๆและผลงานที่ผ่านมาของโรงเรียน/ภาพ/ข่าว/วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

“ไล่ล่าหนุ่มคลั่ง หลอนยา” ขับรถฝ่าด่านสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม-คำม่วน

“ไล่ล่าหนุ่มคลั่ง หลอนยา” ขับรถฝ่าด่านสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม-คำม่วน

วันที่ 22 ก.พ.67 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ประจำจุดตรวจขาออกสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 82-2219 มหาสารคาม ซึ่งมีนายอนุพงษ์ สอนอำ (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) อายุ 35 ปี สัญชาติไทย อยู่หมู่ที่ 13 ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหา สารคาม เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกคันดังกล่าวฝ่าด่านตรวจของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ขึ้นไปบนสะพานฯ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้ไล่ติดตามไป โดยรถคันดังกล่าวได้ขับวนกลับมาและฝ่าด่านตรวจขาเข้าประเทศของ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม มุ่งหน้าไปทางถนนบายพาส จึงแจ้งประสานให้ทาง สภ.เมืองนครพนม เข้าสกัดจับ โดยนำรถยนต์ของทางราชการจอดกีดขวางถนนไว้แล้วส่งสัญญาณให้รถบรรทุกดังกล่าวหยุด แต่คนขับได้เร่งความเร็วเข้าพุ่งชนรถยนต์สายตรวจ แล้วหลบหนีไป

จึงแจ้ง สภ.บ้านกลาง ดำเนินการตามยุทธวิธีทำให้รถบรรทุกดังกล่าวยางรั่วทั้ง 4 เส้น แต่ผู้ขับขี่รถบรรทุกดังกล่าวยังไม่ยอมหยุด ได้ขับขี่มุ่งหน้าต่อไปตามถนนนครพนม – ธาตุพนม ไปยังท้องที่ สภ.หลักศิลา จนกระทั่งรถบรรทุกดังกล่าวไม่สามารถไปต่อได้ จึงเข้าทำการจับกุม

จากการตรวจสอบพบว่านายอนุพงษ์ฯ อยู่ในอาการมึนเมา เมื่อตรวจวัดด้วยอุปกรณ์วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย สูงถึง 102 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และพบสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ฯ, ทำให้เสียทรัพย์, ขันรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น, เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกส่วนบุคคลโดยมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายขณะขับรถ, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

#ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม


ฟร้องข่าวสด นครพนม
เพลิงพระกาฬ
เทพข่าวร้อน
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

สวทท. ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ “94 ปี วิทยุกระจายเสียงไทย”

สวทท. ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสครบรอบ “94 ปี วิทยุกระจายเสียงไทย”

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สวทท.) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ อาทิ นางผ่องศรี เอี่ยมสนธิ นายถวิล ปานศรี นายสมชาย จรรยา เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ “94 ปี วิทยุกระจายเสียงไทย” และร่วมบริจาคสมทบทุนสวัสดิการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ในกิจการสาธารณะประโยชน์และสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

โดยพิธี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานพิธีสักการะศาลพระพรหม พิธีบวงสรวงพระอินทร์เป่าสังข์ พิธีสงฆ์ และพิธีสักการะพระรูป พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน “พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย” ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีรังสิต และมีนางสาวชนิสา ชมศิลป์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ได้ผู้แทนจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ให้เกียรติร่วมงานแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 94 ปี วิทยุกระจายเสียงไทย


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส
สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

อุตรดิตถ์ เปิดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ประจำปี 2567

จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ประจำปี 2567

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมแลบัว ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ โครงการบริหารเครือข่ายในระดับจังหวัด กิจกรรมการสร้างและพัฒนาเครือข่ายการประชาสัมพันธ์จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การอบรมเครือข่ายประชา สัมพันธ์เพื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีนายณรงค์พันธ์ เจนประกอบกิจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน สื่อมวลชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมการอบรม นางสาวปณิดา ก้อนแก้ว นักสื่อสารมวลชน ชำนาญการ นายโกเมศ ช่วยบุญ นักประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.อุตรดิตถ์ กรมประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นวิทยากร ให้ความรู้แนะนำในการถ่ายภาพทำคลิปข่าว ประชาสัมพันธ์

นายณรงค์พันธ์ เจนประกอบกิจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดโครงการครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือให้เกิดการพัฒนาเพิ่มศักยภาพด้านการประชาสัมพันธ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในงานต่าง ๆ ของจังหวัด ในอันที่จะสนองนโยบายรัฐบาลที่ได้เห็นชอบและประกาศใช้นโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันนำเสนอข่าวสารของทางราชการไปยังประชาชน ได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เที่ยงตรง ไม่บิดเบือนจากความเป็นจริง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมได้มอบเกียรติบัตร ให้แก่ผู้เข้าร่วมในการอบรมเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อผลิตและเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในครั้งนี้ด้วย


นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ต่างคนต่างหลบ!! ไม่พ้น เก๋งชนจยย.เข้าเต็มๆ เสียชีวิตคาที่

อุทัยธานี – ต่างคนต่างหลบ!! เบี่ยงขวาออกสวนคนละเลน คาดรถจยย.เลี้ยวตัดหน้าช่วงสามแยก ทำรถเก๋งดวงซวยหลบไม่พ้นชยจยย.เข้าเต็มๆ เสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 14:00 น. ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 สถานีตำรวจภูธรสว่างอารมณ์ได้รับแจ้งเหตุว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่หมู่ 6 บ้านเนินก้าว ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่าง อารมณ์ จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.ต.วสัวัตติ์ สิทธิราช สารวัตรเวร สภ.สว่างอารมณ์ พร้อมกู้ภัยจุดสว่างอารมณ์ รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณช่วงสามแยกหน้าโรงงานไฟฟ้า อ.สว่างอารมณ์ พบคนขับรถจยย. หมายเลขทะเบียน ขงว 554 นครสวรรค์ ชื่อนายอำนาจ ทองเหลือ อายุ 46 ปี เป็นชาวจ.นครสวรร์ เป็นคนงานทำสวนอยู่ที่การไฟฟ้า อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ห่างกันพบรถเก๋งทะเบียน ก 1252 เชียงราย เสียหลักพลิกคว่ำตะแคงชนเสาไฟฟ้าร่วงลงป่าข้างทาง พบคนขับเป็นชายชื่อนายพานทอง ขอสงวนนามสกุล ส่วนรถตู้อีกคันไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เนื่องจากไม่พบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น และกล้องหน้ารถของรถเก๋งก็ไม่มี ได้นำตัวคนขับรถเก๋งไปเป่าหาสารแอลกอฮอล์แต่ไม่พบจึงได้นำตัวคนขับรถเก๋งไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามคนขับรถเก๋ง นายพานทอง ได้ให้ข้อมูลว่า ตนเองได้ขับรถมาทำธุระเพื่อมุ่งหน้าจะไปทางลาดยาว จ.นครสวรรค์ เพื่อมุ่งหน้าไป จ.กำแพงเพชร พอมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงสามแยกหน้าโรงงานไฟฟ้า ตนเองวิ่งมาทางตรงจังหวะนั้นเป็นช่วงสามแยกเห็นจยย.ผู้ตายเลี้ยวออกมาจากสามแยกหน้าโรงงานไฟฟ้าเพื่อเลี้ยวขวาออกมา แต่จู่ๆ ได้มีรถตู้ขับอีกเลนไม่ทราบทะเบียน ขับรถเบี่ยงมาที่หน้าเลนของตนเอง คาดว่าน่าจะหักหลบจยย.ของผู้ตาย ที่คาดว่าจะเลี้ยวตัดหน้า ทำให้รถของตนเองที่วิ่งทางตรงเบี่ยงขวาหักหลบรถตู้คันดังกล่าว อย่างกะทันหันไปชนจยย.ที่วิ่งเลี้ยวขวาออกมาจากสามแยกชนจนเสียชีวิต ถ้าหากตนเองไม่เบี่ยงขวาออกมาก็ชนกับรถตู้คันดังกล่าว ทำให้รถเสียหลักเบี่ยงขวาออกไปชนรถจยย.เลี้ยวขวาจนเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเสาไฟฟ้าของทางราชการเสียหายพร้อมกับป้ายของทางราชการ

จากการสอบถามนายนฐกร วงล้อม อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นรปภ.อยู่หน้าโรงงานไฟฟ้า ได้เล่าว่า ผู้ตายมาทำงานรับจ้างชั่วคราว เป็นคนงานทำสวนอยู่ด้านใน ช่วงประมาณเที่ยงกว่าๆ คนตายขับรถจยย.ออกไปด้วยความไว ตนเองคาดว่าจะไปนั่งกินข้าวอยู่ที่ด้านหน้าโรงงาน แต่สักพักได้ยินเสียงรถชนอย่างดังจึงได้ออกมาดู พร้อมกับประสานงานแจ้งไปยังจนท.ตำรวจให้มายังที่เกิดเหตุ


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ศุลกากร มุกดาหาร สนธิกำลังตรวจยึดไม้พะยูง 474 ท่อน เตรียมส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน


มุกดาหาร – ศุลกากรหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ยึดไม้พะยูง 474 ท่อน/เหลี่ยม เตรียมส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนผู้ต้องหาหลบหนีไปได้

วันที่ 23 ก.พ. 67 เจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. นำโดยนายสมชาย โชคเลลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ, หัวหน้าหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. พร้อมด้วยนายอาชว์ พดด้วง ผอ.ส่วนควบคุมด่านศุลกากรมุกดาหาร, นายนพปฎล ศิริขันธ์ หัวหน้าฝ่ายปราบปรามด่านศุลกากรมุกดาหาร, พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สารวัตรสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาตินแดน อำเภอหว้านใหญ่ที่ 6. เจ้าหน้าที่ ทพ. 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตชด. 234 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. สถานีเรือมุกดาหาร และด่านป่าไม้มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับแจ้งจากสายลับ(ปกปิดนาม) ว่า จะมีการลักลอบส่งออกสินค้าประเภทไม้พะยูงอันเป็นสินค้าต้องห้ามส่งออกไปนอกราชอาณจักร โดยใช้เรือยนต์ขนาตใหญ่ในการขนย้ายไปประเทศเพื่อนบ้านโดยใชเส้นทางธรรมชาติแม่น้ำโขง มาขนถ่ายบริเวณริมแม่น้ำโขง หมู่ 1 บ.บางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กระทั่งพบ เรือยนต์ต้องสงสัยบรรทุกไม้เต็มลำเรือกำลังจะออกจากฝั่งประเทศไทย บริเวณหมู่ 1 บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มูกดาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันวางแผนและสนธิกำลัง โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงเรือและดักซุ่มอยู่ที่บริเวณตามที่สายแจ้ง และได้พบเรือต้องสงสัยดังกล่าว จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัว เพื่อขอตรวจค้นในขณะเจ้าหน้าที่นำเรือเข้าระยะประชิด เรือยนต์ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ได้ แสตงตัวและทำการส่งสัญญาณให้หยุดเรือเพื่อทำการตรวจคัน ต่อมาผู้ควบคุมเรือสำดังกล่าวได้กระโดดลงแม่น้ำโขงอาศัยความมืดหลบหนีการตรวจคันจับกุมไป

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบเรือลำตังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ ไม้พะยูง จำนวนรวมทั้งสิ้น 474 ท่อน/แผ่น/ชิ้น ซึ่งในขณะตรวจคัน เบื้องต้นไม่พบเอกสารหลักฐานแสดงการผ่านพิธีการทางศุลกากรและเอกสารหรือหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้าหรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร (รม.8 )แต่อย่างใด โดยสินค้าประเภทไม้พะยูงจัดเป็นสินค้าต้องห้ามในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรการกระทำดังกล่าวจึงมีความผิดตามมาตรา 242 ประกอบกับมาตรา 252 และเป็นของพึงต้องริบตามมาตรา 166, 167 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้ไม้พะยูงเป็นสินค้าที่ต้องห้ามให้ไม้ท่อน ไม้แปรรูป และไม้ล้อมบางชนิดเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาต และให้สิ่งประดิษฐ์ของไม้และถ่านไม้ เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ ศ. 2566 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าพ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำของกลางทั้งหมด ส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ..


อนุศักดิ์ – เสาวภา แสนวิเศษ // มุกดาหาร 081-5449094

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรเหมืองแร่ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และกงสุลกิตติมศักดิ์ สถานกงสุลสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย นำคณะพบหารือผู้แทนจังหวัดจันทบุรี แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือระหว่างกันในด้านการค้าอัญมณี

จันทบุรี – รองปลัดกระทรวงทรัพยากรเหมืองแร่ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และกงสุลกิตติมศักดิ์ สถานกงสุลสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย นำคณะพบหารือผู้แทนจังหวัดจันทบุรีแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือระหว่างกันในด้านการค้าอัญมณี

วันนี้ (23 ก.พ.67) ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสมาคม องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ นาย ซาฟิรี่ ลาเม็ค อึมบิโบ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรเหมืองแร่ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และ นายฟอร์เรนท์ อาร์ ลอเรนท์ กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานกงสุลสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย กรุงเทพ ที่นำคณะเดินทางเข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือระหว่างกันในด้านอัญมณี โอกาสในการลงทุนด้านอัญมณี การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดการค้าอัญมณีระหว่างจังหวัดจันทบุรี และสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ

ในมิติความสัมพันธ์ประเทศไทยและประเทศแทนซาเนีย ที่ผ่านมาประชาชนชาวแทนซาเนียจะเดินทางมาประเทศไทย ประมาณปีล่ะ 5,500 คน เพื่อนำวัตถุดิบพลอยก้อนมาค้าขายในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบพลอยแทนซาไนต์ ซึ่งเป็นพลอยที่ขึ้นชื่อของประเทศแทนซาเนีย ในส่วนของจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งวัตถุดิบและการแปรรูปทางด้านอัญมณีที่มีชื่อเสียงและได้ รับการขนานนามเป็น “นครแห่งอัญมณีของโลก” เนื่องจากการส่งเสริมภูมิปัญญาของพ่อค้าและช่างฝีมือด้านอัญมญีจังหวัดจันทบุรีจึงเป็นแหล่งรวมช่างเจียระไนพลอยที่มีความสามารถและมีฝีมือมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ซึ่งสินค้าที่ขึ้นชื่อของจันทบุรี คือ พลอยบุษราคัม และพลอยทับทิมสยามเมืองจันท์ ซึ่งจังหวัดจันทบุรีมีแหล่งการซื้อขายพลอยแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศ 2 แห่งหลักๆ แห่งแรกเป็นถนอัญมณีเก่าแก่บริเวณถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับชุมชนริมน้ำจันทบูร อีกแห่งคือ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เป็นศูนย์กลางการค้าและสงเสริมธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศไทย

โอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรเหมืองแร่ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และ กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานกงสุลสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และคณะได้หารือ ประเด็นการจัดตั้งโรงงานแปรรูปอัญมณี การร่วมทุนด้านอัญมณีดิบ ประเด็นการพิจารณาความคิดริเริ่มด้านเทคโนโลยีและการถ่ายโอนความรู้ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติในการประมวลผลและการค้าอัญมณีในแทนซาเนีย


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

Fcc Thailand กลับมาที่พัทยาอีกครั้งที่ FCC FORUM 27 เมษายน 2567 นี้

Fcc Thailand กลับมาที่พัทยาอีกครั้งที่ FCC FORUM 27 เมษายน 2567 นี้

ในวันที่ 27 เมษายน 2567 เวลา 17.00 น. จะมีการจัดการแข่งขัน Fcc Thailand กลับมาที่พัทยาอีกครั้งที่ FCC FORUM ในระหว่างการชกมวยที่น่าทึ่ง การชกมวยมืออาชีพ 12 ครั้งจะทำให้คุณแทบหยุดหายใจ ในขณะที่การแสดงศิลปะการต่อสู้ก่อนการชกชิงแชมป์จะทำให้คุณพึงพอใจ!

กิจกรรมหลักจะเป็นเช่นปกติการต่อสู้แบบ HEAVY WEIGHT โดยที่ ALESSIO BISUTTI หลังจาก 3 นัดหลังสุดที่ชนะโดย KO ซึ่งนำเข็มขัด WBC CONTINENTAL,ABF และ PAT มาให้เขาจะต่อสู้เพื่อให้ได้เข็มขัด IBF PAN PACIFIC ในการแข่งขันที่จะรักษาคุณไว้ ตาซ้อนอยู่บนแหวน!

ในระหว่างกิจกรรม จะมีการโต้แย้งเข็มขัดแชมป์เปี้ยนเพิ่มเติม รายละเอียดจะประกาศในอีกสักครู่ ติดตามความคืบหน้าบนหน้า Instagram ของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตทั้งหมดเกี่ยวกับกิจกรรมที่กำลังจะมาถึง : @FCC_PROMOTION

..Fcc Thailand is back to Pattaya at FCC FORUM on April 27 at 05:00PM.
During the amazing boxing event, 12 professional boxing fights will take out your breath while the martial art shows before the championship fight will delight you!

Main event will be as usual the HEAVY WEIGHT fight where ALESSIO BISUTTI after the last 3 matches won by KO that brought him the WBC CONTINENTAL, ABF and PAT belts, will fight to get also the IBF PAN PACIFIC belt in a match that will keep your eye stacked on the ring!

During the event, there will be more Champions belt to be disputed, details will be announced in a second moment.

Stay tuned on our Instagram page to receive all the updates regarding the coming event: @FCC_PROMOTION