2 รมช.เกษตรฯ​ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่​ 14 ธันวามคม​ 2562 : นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ตามโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระ เกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์, ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมพิธี ณ หอประชุมใหญ่พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ทั้งนี้นายประภัตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน​ 4,910 ตัว ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมสมทบทุนโครงการดังกล่าวเพื่อจะนำโค-กระบือ ไปส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยการคัดเลือกเกษตรกรตามคุณสมบัติที่กำหนด เพื่อให้ยืมโค-กระบือ และให้ความรู้ในการเลี้ยงและการดูแลสุขภาพโค-กระบือ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมปศุสัตว์จึงได้จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ขึ้น เป็นการสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม โดยตลอดปีมหามงคลนี้กรมปศุสัตว์กำหนดให้ปศุสัตว์จังหวัด 77 จังหวัด ดำเนินการจัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดละ 1 ครั้ง โดยกิจกรรมของส่วนกลางในวันนี้ในช่วงเช้าได้จัดให้มีพิธีสงฆ์ จากนั้นเป็นพิธีไถ่ชีวิตและมอบโค-กระบือ ให้แก่เกษตกรสมาชิกโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพศเมียจำนวน 910 ตัว เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการธนาคารโค-กระบือ (โค 820 ตัว กระบือ 90 ตัว) ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา,ศรีสะเกษ,ร้อยเอ็ด,นครพนม,กาฬสินธ์​ และชัยนาท ต่อไป

ขณะที่นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มว่า นอกจากนี้ได้มีการสนับสนุนโค-กระบือทุกตัวตามเป้าหมายโครงการฯ จำนวน 4,910 ตัว นำไปให้การสนับสนุนแก่เกษตรกรตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระดำริจำนวน 4,910 ราย ตลอดจนกิจกรรมมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ แก่เกษตกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ไม่น้อยกว่า 10,000 ราย อีกด้วย

โดย ประชาชนทั่วไป บุคลากรของกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นการ สืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร่วมกันอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนโค-กระบือ ของประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเกษตรกรที่ประพฤติดี ปฎิบัติตามกฎของโครงการจะมีโอกาสได้รับโค-กระบือ เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง และสามารถใช้ประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.อ่างทอง​ รวบ​พม่าฆ่าเขมร เหตุหึงโหด

วันที่ 13 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง​ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.ต.สังกาศ ศรีแก้ว สว. ตม.จ.อ่างทอง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติ​ ชาวเมียนมาฆ่ากัมพูชา​ เหตุหึงโหด

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 เวลาประมาณ 17.40 น. ตม.จ.อ่างทอง ร่วมกับ กก.สส.ภ.จ.อ่างทอง และฝ่ายปกครอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้ทำการจับกุมตัว นายออง อายุ 47 ปี สัญชาติเมียนมา โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมด้วยของกลางคือ ท่อนเหล็ก ยาวประมาณ 50 ซม. จำนวน 1 ท่อน ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ จับกุมได้ที่ริมถนนสาธารณะ (ข้างวัดกลางราชครูธาราม) อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

โดยสืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าวัดกลางราชครูธาราม จึงร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางลืม อายุ 47 ปี สัญชาติกัมพูชา ถูกตีศีรษะด้วยของแข็งอาการสาหัส นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ. วิเศษชัย ชาญ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบถามพยานทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายออง สัญชาติเมียนมา หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปทางที่พัก (ศาลาริมน้ำของวัด) โดยถือท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุติดตัวไปด้วย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามไปหาตัวผู้ถูกจับที่ศาลาดังกล่าว แต่ไม่พบตัว พบแต่ท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ (มีคราบเลือดติดอยู่) จึงทำการตรวจยึด และกระจายกำลังออกตามหาตัว เมื่อไปถึงบริเวณริมถนนสาธารณะ (ข้างวัดกลางราชครูธาราม) พบนายอองฯ นอนหลบอยู่ที่พงหญ้าข้างทาง จึงได้เรียกให้ออกมาแสดงตัว เมื่อผู้ถูกจับออกมาแสดงตัว ปรากฏว่าเป็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับผู้ก่อเหตุ จึงสอบถามผู้ถูกจับ รับว่าเป็นบุคคลที่ก่อเหตุจริง แต่เนื่องจากสื่อสารภาษาไทยได้ไม่ดีนัก ตม.จ.อ่างทอง จึงจัดหาล่ามแปลมาเพื่อสื่อสาร เมื่อให้การรับสารภาพ จึงนำตัวผู้ถูกจับไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการอาชญากรรมตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่มีโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้อง และให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใด พบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​อ้อ” ร่วมพิธีเปิดโครงการสานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน – วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอนเฉลิมพระเกียรติ

“บิ๊ก​อ้อ” ร่วมพิธีเปิดโครงการสานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน – วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอนเฉลิมพระเกียรติ

วันที่​ 14 ธ.ค. 62 เวลา 05.00 น.: พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 มอบหมายให้ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน-วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัด​นครราชสีมา​ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน ตม.3​ – รวบ 9 มังกร​ ใช้ศาสนาหากิน เช่าวัดตุ๋นนักท่องเที่ยว หลอกขายพระเครื่อง

วันที่ 13 ธ.ค. 62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช. สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก. สส. บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าว การจับกุมชาวจีนเช่าวัดจัดฉากหลอกตุ๋นกรุ๊ปทัวร์จีน เช่าพื้นที่วัดในจังหวัดชลบุรี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ภายในยังมีการเปิดขายพระ​ และเครื่องรางของขลังแพงกว่าปกติ โดยใช้หนุ่มตี๋-สาวหมวยเป็นเด็กวัด ตั้งแผงขายธูปเทียน ซึ่งเงินสะพัดเข้ากระเป๋านายทุนในประเทศจีน จนทำให้ประเทศไทยได้รับความเสียหายย่อยยับทั้งเรื่องภาพลักษณ์ และรายได้เข้าประเทศ ดังนี้

พล.ต.ต.อาชยนฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน สอบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบ กรณีมีกลุ่มคนต่างด้าวชาวจีนลักลอบทำงานขายสินค้า​ (พระเครื่อง) และให้บริการ นักท่องเที่ยวชาวจีน เข้าประกอบพิธีกรรมต่างๆ ภายในวัดห้วยกรุ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี​ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าว จะมีกลุ่มบริษัทซึ่งเป็นของนายทุนชาวจีนนำเที่ยวเข้ามาใช้บริการ โดยจะมุ่งให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน จะมีการจัดทำสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและพยายามโน้มน้าวให้เช่าวัตถุมงคลโดยเฉพาะพระเครื่องประเภทต่างๆโดยอธิบายพุทธคุณและอภินิหารต่างๆ​ โดยหลอกขายในราคาสูงกว่าความเป็นจริง

จากกรณีดังกล่าวได้ทำการจับกุมตัวนางสาวโยว อายุ 26 ปี สัญชาติจีน พร้อมพวกรวม 9 ราย พร้อมของกลางพระเครื่องต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยกล่าวหาว่าเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป​ และจะได้มีการขยายผลหานายทุนชาวจีนที่แท้จริงต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ธรรมนัส” ลุยพื้นที่ จ.บึงกาฬ มอบที่ดินทำกิน พร้อมสินเชื่อกองทุนฯ แก่ผู้ยากไร้

“ธรรมนัส” ลุยพื้นที่จ.บึงกาฬ มอบที่ดินทำกินผู้ยากไร้พร้อมมอบสินเชื่อกองทุนฯ เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) พัฒนาอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า​ รมช.เกษตรและสหกรณ์​ ได้เดินทางมาตรวจราขการในพื้นจังหวัดบึงกาฬ​ พร้อมกับมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ณ โรงเรียนศรีวิไลวิทยา อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ

โดยร้อยเอก ธรรมนัสฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ​ ว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ ตนได้มอบเอกสารสิททธิ์ สปก 4-01 ให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ ที่ขอรับสิทธิ์ที่เป็นไปตามขั้นตอนของทางสปกฺ.ที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด โดยจังหวัดบึงกาฬ​ มีพื้นที่ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งสิ้น จำนวน 8 อำเภอ 52 ตำบล เนื้อที่ประมาณ 1,277,306 ไร่ เดิมพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินทั้ง 8 อำเภอที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยให้แยกอำเภอบึงกาฬ, อำเภอเซกา, อำเภอโซ่พิสัย, อำเภอบุ่งคล้า, อำเภอบึงโขงหลง, อำเภอปากคาด, อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกจากเขตการปกครองของจังหวัดหนองคาย จึงมีผลให้พื้นที่ 8 อำเภอ เป็นเขตปฏิรูปที่ดินอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งมีรายละเอียดการจัดที่ดิน ประกอบด้วยที่ดินของรัฐ ได้ดำเนินการจัดที่ดินและมอบหนังสืออนุญาตให้เกษตรกร เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ไปแล้ว จำนวน 80,813 ราย 90,446 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,095,964 ไร่ และที่ดินเอกชน ได้ดำเนินการจัดที่ดินโดยการทำสัญญาเช่าและสัญญาเช่าซื้อ จำนวน 10 ราย 12 แปลง เนื้อที่ประมาณ 167 ไร่ รวมทั้งในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา ส.ป.ก.จังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรไปแล้ว จำนวน 2,900 ราย 3,249 แปลง เนื้อที่ประมาณ 33,764 ไร่ และส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 15 โครงการ

ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ตนได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 1,326 ราย 1,459 แปลง เนื้อที่ 39,230 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 4,669 ไร่ ได้มอบนโยบายให้ ส.ป.ก. เร่งดำเนินการและมอบเอกสารสิทธิ์ฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน สำหรับพื้นที่ ส.ป.ก. จังหวัดบึงกาฬ ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกยางพารา ซึ่งจากการประชุม ครม. เมื่อ 11 ธันวาคม​ 2562​ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการใช้ยางพาราและความคืบหน้าในการเพิ่มการใช้ยางพาราของแต่ละกระทรวงตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ โดยในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลมีเป้าหมายการใช้น้ำยางสด 90,356.440 ตัน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการสนับสนุนการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างยั่งยืนด้วย

นอกจากนั้นยังดำเนินการพัฒนาการเกษตรด้วยการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ (ศพก.) ซึ่ง ศพก. ด้วยการขยายผลองค์ความรู้จาก ศพก.อำเภอศรีวิไล (นายวิชิต โพธิ์ขี) โดยมีนายประวิทย์ ทุ่งคำ เป็นเจ้าของศูนย์ฯ มีสมาชิกจำนวน 36 ราย ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ป.ก.จังหวัดบึงกาฬ องค์ความรู้เด่น ได้แก่ การทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยเฉพาะด้านไม้ผล เช่น มะพร้าวน้ำหอม และการผลิตปุ๋ยชีวภาพ โดย ส.ป.ก.จังหวัดบึงกาฬ ได้เข้ามาดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดิน มีการส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตในการทำเกษตรอินทรีย์แบบกลุ่มรับรองกันเอง (PGS) และดำเนินกิจกรรมวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

ขณะเดียวกันส.ป.ก.จังหวัดบึงกาฬ ได้เพิ่มแผนดำเนินกิจกรรมการส่งเสริมพืชสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน และโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และโครงการมอบสินเชื่อเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 20 ราย เป็นเงิน 1,000,000 บาท เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ ศพก.เครือข่าย และสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่มั่นคงต่อไปอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกลุงตู่ มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

วันที่ 13 ธ.ค. 2562  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบคำขวัญ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ว่า  “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

สุโขทัย -ไฟไหม้ศาลาหอฉันวัดเกาะวงษ์เกียรติ์ เสียหายทั้งหลัง

เมื่อเวลา 13:59 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2562 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ศาลาหอฉัน ที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ภายในวัดเกาะวงษ์เกียรติ์ ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

หลังรับแจ้งเหตุ หน่วยดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลทับผึ้งและท้องถิ่นใกล้เคียง พร้อมรถน้ำรถดับเพลิง 4 คัน ได้เร่งระดมเข้าไปช่วยกันดับเพลิง โดยใช้เวลา 40 นาที เพลิงจึงสงบ เบื้องต้นพบความเสียหายศาลาหอฉัน 1 หลังได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ทัพเรือภาคที่ 1 – ภารกิจสำเร็จเข้าเส้นชัยครบ รอเชียร์ประเภทไตรกีฬาระยะไกลเข้าเส้นชัย ช่วงเย็น

ตามที่ พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ พลเรือตรี ภิญโญ โตเลี้ยง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นหัวหน้าทีมไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 และพลเรือตรี จรัญวีร์ ญาดี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อีกท่านหนึ่ง นำทีมไตรกีฬาทัพเรือภาคที่ 1 รวม 32 ชีวิต ลงทำการเเข่งขันไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ ซีซั่น 2 รายการ “อรุณเบิกฟ้า ปวงประชาและราชนาวี รวมใจภักดิ์” ตอน ถิ่นน้ำสองสี เหล่าราชนาวีเทิดจักรีวงศ์ โดยมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ผู้ปกป้องอธิปไตยตามลำน้ำโขง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ณ สนามที่ 1 จังหวัดนครพนม ซึ่งนักไตรกีฬาของทัพเรือภาคที่ 1 เข้าเส้นชัยในการแข่งขันทั้ง 32 นาย

โดยก่อนรุ่งเช้าของวันนี้ 14 ธ.ค.62 ได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดการแข่งขันและเข้าร่วมการแข่งขันด้วย เพื่อประลองความแข็ง แกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ ปรากฏว่ามีนักไตรกีฬาจากทั่วทุกสารทิศทั้งคนไทยและต่างชาติหลายพันคนเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ในส่วนของทีมนักไตรกีฬาจากทัพเรือภาคที่ 1 ได้โชว์ความแข็งแกร่งด้วยการเข้าเส้นชัยตาม พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ชนิดเรียกว่าหายใจรดต้นคอมาติดๆ เลยทีเดียว

สำหรับในการแข่งขันไตรกีฬาฯ สนามที่ 1 นี้ ทัพเรือภาคที่ 1 โดยพลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ส่งนักไตรกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ ทั้งหมด 32 นาย ผลการแข่งขันประสบความสำเร็จเข้าเส้นชัยทั้ง 32 นาย หลังจบจากสนามที่ 1 นี้แล้ว ยังได้ให้มีการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขันสนามที่ 2 ในรายการ “อาทิตย์อัสดง ริมแผ่นดิน ทอง เหล่าประชาและนาวีแซ่ซ้องพระเกียรติคุณ” ณ ชะวากทะเล จังหวัดระนองต่อไปอีกด้วย

ภาพ/ข่าวจาก กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ยะลา – จับได้แล้วทีมฆ่าหัวหน้าป่าไม้.

จับได้แล้วทีมฆ่าหัวหน้าป่าไม้. ผบช.ภาค 9 ร่วมกับ ตร.ยะลา แถลงข่าว การจับกุม ทีมฆ่า นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ หน.โครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต พบมือปืน อายุเพียง 14 ปี

จากรณีที่ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น.ได้เกิดเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธ ปืนยิงนายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ นักวิชาการปาไม้ชำนาญการ หัวหน้าโครงการจุฬาภรณ์ 7 เสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ อยู่ในซอย บนถนนอาคารสงเคราะห์ 4 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสืบสวน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ได้ทั้งหมดจำนวน 3 ราย

โดยในวันนี้ ( 14 ธค.62 ) เวลา 10.00 น. พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ร่วมกับ พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พันตำรวจเอกนราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของคดีดังกล่าว

โดยพลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามสืบสวน จากพยานหลักฐานที่ได้ เป็นของกลางที่ในที่เกิดเหตุ หัวกระสุนปืนที่ศพ จำนวน 1 ชิ้น และภาพจากกล้องวงจรปิด จึงได้การดำเนินการสืบสวน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบ รถต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ได้แก่

  1. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กฌ 2949 ยะลา มีผู้หญิงเป็นผู้ขับขี่ โดยตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ ที่อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 10 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีอยู่ที่สำนักงานป่าไม้จังหวัด
  2. รถจักยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า จีที สีแดง-ดำ ไม่ติดกระจกมองหลังและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ชายเป็นผู้ขับขี่ และผู้ชายอีกคนที่เป็นผู้ก่อเหตุยิงนายโกวิทย์ เป็นผู้ซ้อนท้าย

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ มาซักถามและให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ ให้การรับว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ คันหมายเลขทะเบียน 1 กฌ 2949 ยะลา ตามภาพกล้องวงจรปิดดังกล่าวจริง และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งคือ นายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ อายุ 33 ปี ที่อยู่ 112/9 ม.7 ต.บาโระอ.ยะหา จ.ยะลา

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัว นายตรีย์นภัทร ตามการซัดทอด มาชักถามและให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยนายตรีย์นภัทร ให้การรับว่าตนทำหน้าที่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นจีที สีแดง-ดำ ไม่ติดไม่เลขทะเบียน และได้ให้การยืนยันว่าบุคคลที่ซ้อนท้ายรถคันของตน คือ ด.ช.ยามีน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี อยู่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายโกวิทย์

จากนั้น นายตรีย์นภัทร ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจยึดเสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ หมวกกันน๊อค และ รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งนำไปจอดทิ้งไว้หลังบ้านเลขที่ 31 ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา โดยแยกขึ้นส่วนรถจักรยานยนต์ออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นได้นำตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น กึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. ยี่ห้อบาเร็ตต้า สีดำ จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนำไปซุกซ่อนไว้ริมบ่อน้ำหลังบ้านเลขที่ 8 ม.1 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของสามีพี่สาวนางอาซีซะ ซึ่งเสียชีวิตแล้ว

พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดยะลาออกหมายจับ ทั้งสามคนในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ใครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามได้แล้ว

โดยสาเหตุ ของการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งจากการทำงานในสำนักงานปาไม้จังหวัด ซึ่งนางสาวอาซีซะ กาหม๊ะ เป็นลูกน้องภายในที่ทำงาน และหวังจะเลื่อนตำแหน่ง อีกทั้งการขัดผลประโยชน์ทางการเงินอีกบางส่วน จึงได้จ้างวานให้คนรู้จัก คือนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ร่วมก่อเหตุสังหาร นายโกวิทย์ หวังทวีทรัพย์ โดยนายตรีย์นภัทร สุวรรณปฏิพัธ์ ได้หลอกให้ ด.ช.ยามีน อายุ 14 ปี เป็นผู้ลงมือยิง นายโกวิทย์ จนเสียชีวิต

โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สรุปเหตุดังกล่าว เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ใช้เหตุสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็จะถูกดำเนินคดีตวามกฏหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าวความมั่นคง.

หนุ่มจันทบุรีสุดเจ๋ง นักศึกษานิเทศฯ ฌอห์ณ อดิเทพ คว้ารางวัลนายแบบระดับโลก Best of Asia ณ ประเทศตุรกี

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562 นายอดิเทพ อุ่มมล หรือ ฌอห์ณ นักศึกษา คณะนิเทศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี หนุ่มจังหวัดจันทบุรี จากหมู่บ้านเสม็ดงาม เจ้าของตำแหน่ง รองอันดับ2 Mister Star Thailand 2019 และตำแหน่งเยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global และเจ้าของตำแหน่ง Mister Best Model Thailand 2019 คว้ารางวัล Best Of Asia ในการประกวดนายแบบบนเวทีระดับโลก Best Model of The world ซึ่งมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมกว่า 80 ประเทศ

ด้านผศ.ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดีคณะนิเทศศาสตร์กล่าว ว่าคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยา ลัยราชภัฏรำไพพรรณี ขอแสดงความยินดีกับรางวัลที่นักศึกษาได้รับมา และมีความภูมิใจที่นักศึกษาสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับโลก ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนทั่วไปรู้จัก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เพิ่มยิ่งขึ้น

สนใจศึกษาต่อในคณะนิเทศศาสตร์ มรภ.รำไพพรรณี รอบโควต้า 2 (Tel. 082-2031672 อ.ดนัย โชติแสง)

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก