“บิ๊กเด่น” ประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

“บิ๊กเด่น” ประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

         วันพุธที่ 9 ต.ค.62 เวลา 14.00 น.​ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 2 บก.จร.​ : พล.ต.ท. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.วาสิทธิ์ บางท่าไม้ นตรออ. เป็นประธานประชุมการปฏิบัติเกี่ยวกับการอำนวยการจราจรให้แก่รถฉุกเฉินในขณะมีขบวนเสด็จฯ

         โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น.,พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น., พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.จร., ผู้แทน บก.น.1-9,บก.สปพ., ศูนย์วิทยุ, ผู้แทน กระทรวงสาธารณสุข, สำนักการแพทย์ กทม., ศูนย์หน่วยกู้ชีพพระมงกุฎเกล้า, ศูนย์กู้ชีพนเรนทร, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, มูลนิธิร่วมกตัญญู, จส.100 และสวพ.91

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​สน.แสมดำ จับกุมเหตุคนร้ายพยายามลักทรัพย์ตู้ ATM ธนาคารกสิกรไทย

         วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62 เวลา 12.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เข้าร่วมแถลงข่าว สน.แสมดำ จับกุมเหตุคนร้ายพยายามลักทรัพย์ตู้ ATM ธนาคารกสิกรไทย​ โดยเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​สน.แสมดำ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางบอน และ กก.สส.บก.น.9 ได้ร่วมกันจับกุมตัว​ นายประกิจ หรือปลา วาประโคน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2018 ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ

         โดยกล่าวหาว่า “พยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.530/2562 ลง 9 ตุลาคม 2562​ พร้อมด้วยของกลางคือ​ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีชมพูขาว ทะเบียนสาธารณะ​ กขฉ 38 สมุทรปราการ จำนวน 1 คัน,เสื้อยืดคอปกสีขาว แขนสั้น มีลายที่ด้านหน้าจำนวน 1 ตัว,กางเกงกีฬาฟุตบอล ขาสั้นสีน้ำเงิน แถบข้างเหลือง ยี่ห้อ PONY จำนวน 1 ตัว, รองเท้าแบบสวม ยี่ห้อเทวิน จำนวน 1 คู่, หมวกนิรภัย แบบเต็มใบสีขาว จำนวน 1 ใบ​ และเหล็กชะแลง ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร จำนวน 1 อัน

          พฤติกรรมกล่าวคือเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดตู้กดเงินสดธนาคารกสิกรไทย​ ที่ตั้งอยู่บริเวณกลางซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯได้รับความเสียหาย เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 03.30 น.ของวันที่ 8 ตุลาคม 2562 ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุคือนายประกิจ หรือปลา วาประโคน ผู้ต้องหาในคดีนี้ พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาล​ และศาลได้อนุมัติหมายจับให้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับนี้ ต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

         จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ชะแลงงัดทำลายตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย กลางซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ และจากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ในวันที่เกิดแหตุได้ก่อเหตุทุบทำลายตู้เอทีเอ็มอีก 2 ตู้ คือตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตั้งอยู่ใน ซอยบางบอน 5 แยก 3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ และตู้เอทีเอ็มธนาคารธนชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใน ซอยบางบอน 5 แยก 3 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.ดส. แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาในคดียาไอซ์​ 132​ กก.และคีตามีน 5 กก.

         วันนี้(พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62) เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก. โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.น. เข้าร่วมแถลงข่าวการจับกุมของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก.

         วันนี้ วัน​พฤหัสบดีที่ 10 ต.ค.62 เวลา 12.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​: พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน​ และพล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผบช.​ เข้าร่วมแถลงข่าวการจับกุมของ กก.ดส. ร่วมกับ สภ.บางปลาม้าจับกุมยาไอซ์ 132 กก. และคีตามีน 5 กก.

          พล.ต.ท.สชาติฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าว​ ได้ร่วมทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญผู้ต้องหา จำนวน 1 คน​ คือนายกิติพงษ์ หรือ โม ขจัดภัย อายุ 30 ปีที่อยู่ 119 หมู่ 2 ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี​ โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน​ (ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย”

          โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 02.45 น.ที่ บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ถนน 340 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี​ พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน​ (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติก​ (ห่อใบชา) สีเขียวเข้มจำนวน 100 ห่อ สีเขียวอ่อน จำนวน 31 ห่อ,บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำจำนวน 1 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักยาไอซ์ทั้งหมดประมาณ 132 กิโลกรัม,วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกใบชาสีเขียว จำนวน 5 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักคีตามีน 5 กิโลกรัม​ และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ผธ 4316 ชลบุรี

          สืบเนื่องจากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญก่อนหน้านี้ กก.ดส.ได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจนสืบทราบว่ายังมีเครือข่ายยาเสพติดอีกเครือข่ายหนึ่งซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดยเครือข่ายนี้จะจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในย่านวุฒากาศ,ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร,ถนนกาญจนาภิเษก บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง​

         เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวน สะกดรอยติดตามมาโดยตลอด จนพบว่า พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ จะมีนายทุนอยู่เบื้องหลังผู้เป็นเจ้าของยาเสพติดเป็นคนสั่งการให้ นายบอล​ และผู้ต้องหา ไปรับยาเสพติดที่บริเวณย่านบางบัวทอง และนำไปส่งต่อให้กับเครือข่ายยาเสพติดนี้ตามคำสั่งของของนายทุน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ และทำการประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม

         ต่อมาวันที่ 7 ต.ค.62 เวลาประมาณ 23.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.ได้พบรถรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียนผธ 4316 ชลบุรี ซึ่งเป็นรถที่เครือข่ายนี้ ใช้ในการรับส่งยาเสพติดบริเวณถนนกาญจนาภิเษก เจ้าหน้าที่ตำรจ กก.ดส. จึงได้ทำการสะกดรอยติดตามเพื่อเข้าทำการจับกุมจนไปถึงถนน 340 พื้นที่ สภ.บาง ปลาม้า จ.สุพรรณบุรี

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเข้าสกัดรถคันดังกล่าวแต่ผู้ต้องหาไม่ยอมหยุดรถ​ ได้ขับหลบหนีต่อไปบนถนน 340 จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ฝั่งขาเข้า ผู้ต้องหาได้จอดรถกลางสะพานข้ามแม่น้ำแล้วกระโดดสะพานลงแม่น้ำท่าจีนเพื่อหลบหนีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.จึงได้ทำการปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวไว้ และได้ประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า มาร่วมทำการปิดล้อมและค้นหาตัวผู้ต้องหาจนพบตัวผู้ต้องหาหลบอยู่ที่บริเวณตอม่อใต้สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน

          เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันที่ผู้ต้องหาขับมาผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในห่อพลาสติก(ห่อใบชา) สีเขียว จำนวน 132 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักยาไอซ์ทั้งหมดประมาณ 132 กิโลกรัม และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีน บรรจุอยู่ในห่อพลาสติกใบชาสีเขียวจำนวน 5 ห่อ น้ำหนักชั่งรวมภาชนะบรรจุหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักคีตามีนทั้งหมดหนักประมาณ 5 กิโลกรัม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มุกดาหาร # ตม.จว.มุกดาหาร จับผู้ต้องหาตามหมายจับ คดี “ฉ้อโกงทรัพย์”

         เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 10.00 น. ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร โดยการนำของ พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม นายทศกัณฐ์ ศิริศร อายุ 21 ปี สัญชาติ ไทย อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.คำไฮใหญ่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ตามหมายจับศาลแขวงอุบล ราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

          พฤติการณ์ในการจับกุม ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบังคับการตรวจคน เข้าเมือง 4 ให้ระดมกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนเกิดเหตุวันนี้ (10 ต.ค. 2562) เวลาประมาณ 08.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปรามปราบ ตม.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่านายทศกัณฐ์ ศิริศร อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.คำไฮใหญ่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สืบค้นข้อมูลเบื้องต้นจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) เพื่อตรวจสอบข้อมูลหมายจับโดยละเอียดและประสานกับหน่วยงานเจ้าของคดีพบว่า นายทศกัณฐ์ ศิริศร เป็นบุคคลตามหมายจับข้างต้นจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบและประสานกับเจ้าหน้าที่จุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2และได้วางกำลังไว้บริเวณจุดตรวจฯ (ขาออก) จนกระทั่งถึงเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบ นายทศกัณฐ์ ศิริศร ได้ถือหนังสือผ่านแดนชั่วคราวเล่มที่ 4901001/2562 เลขที่ 3375 มายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเพื่อตรวจอนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธีการเข้าเมืองพบว่า ผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ จ.133/2562 ลงวันที่ 24 กันยายน 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์”

          จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้ทราบและร่วมตรวจสอบในกรณีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกจับเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับอ่านให้ฟังและให้ผู้ถูกจับตรวจดูข้อความในหมายจับดังกล่าวข้างต้นจนเป็นที่เข้าใจแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกจับให้การรับว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงต่อหน้าในขณะนั้นจริง และไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ////////

มุกดาหาร # อำเภอนิคมคำสร้อย เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง

         เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00น.นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำ สร้อย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุ ประสงค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย ให้มีความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เทคนิคการเขียนโครงการขอรับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ ส่งเสริมการออม การสาธิตและฝึกอาชีพการทำขนมไทย เรียนรู้การก้าวสู่สตรียุคไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง การท่องเที่ยวชายโขงเชื่อมโยงอาเซียน

          ในการดำเนินงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมุกดาหาร ประเภทเงินอุดหนุน โดยมีวิทยากรจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมดำเนินการเช่น ผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ปราชญ์ชุมชนด้านเศรษฐกิจพอเพียง และด้านอาชีพ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมุกดาหารและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอนิคมคำสร้อย ผู้นำกลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมายเป็นสตรีจากตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จำนวน 220 คน ดำเนินการ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ตำรวจยะลา ผนึกกำลังความมั่นคง 4 ฝ่าย เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่

          วันนี้ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 17.00 น. ที่บริเวณหน้าตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้มีการปล่อยแถวตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเครือข่ายภาคประชาชน ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลา ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ก่อเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งกระทำต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนด้วยยุทธวิธีที่แตกต่างกัน ทั้งการลอบยิง ลอบวางระเบิด รวมถึงการสร้างสถานการณ์ก่อกวนอื่น ๆ เพื่อให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐสูญเสียความน่าเชื่อถือและสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่ ทางตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จึงได้ระดมสรรพกำลัง 4 ฝ่าย เพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมและทำให้พื้นที่ให้ปลอด

          พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง มีความพยายามที่จะก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดยะลาถือเป็นจังหวัดสำคัญที่มีหน่วยราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคตั้งอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางการค้า ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีประชาชน เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

           ดังนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น โดยการออกปฏิบัติหน้าที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ลาดตระเวนเส้นทาง ติดตามค้นหาและจับกุมบุคคลตามหมายจับ วัตถุระเบิด อาวุธปืน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และป้องกันเหตุอาชญากรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล : NEWS ข่าวด่วน ข่าวเด่น (www.southernreports.org)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ปฏิบัติภารกิจเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

          วันนี้ (9 ตุลาคม 2562) เวลา 10.40 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ จำนวน 31 ชุด ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4416 บ้านปาแดปาลัส ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมเยี่ยมเยียนพบปะ พูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี, พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44, หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

          จากนั้นเวลา 15.40 น. องคมนตรี ได้เดินทางต่อไปยัง บ้านเลขที่ 17/3 หมู่ 2 ตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานแก่ นางสาวไมมูเน๊าะ ราแดง ภรรยา และครอบครัวนายมะหะมะ ซา อดีตเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงจนเสียขณะกลับบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา

           เวลา 16.40 น. เดินทางต่อไปยัง ที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 4 ตำบลช้างให้ตก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานให้แก่ครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด และใช้อาวุธสงครามยิงชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่

          จากนั้นเวลา 17.10 น.เดินทางต่อไปยัง ที่บ้านเลขที่ 11/4 บ้านห้วยเปอะ หมู่ที่ 3 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบกระเช้าพระราชทานให้แก่ครอบครัวสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายรอบวางระเบิดขณะออกปฏิบัติภารกิจ รักษาความปลอดภัยให้กับครู โรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายน2562 ที่ผ่านมา

          พร้อมกันนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ จำนวน 30 ชุด พร้อมพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและใช้อาวุธสงครามยิงชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางและรักษาความปลอดภัยครู ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ บริเวณบ้านควนประ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562


          ในการนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสความห่วงใยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีฯ ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เพราะทุกคน คือ คนไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญถุงพระราชทาน และสิ่งของพระราชทาน ไปมอบ และเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ยังความปราบปลื้มแก่เจ้าหน้าที่ ประชาชนทุกหมู่เหล่า อย่างหาที่สุดมิได้

          
ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์​กองอำนวยการรักษา​ความมั่นคง​ภายใน​ ภาค​4​ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ไม่ทอดทิ้ง ทหารพิการ!!จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพล ที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่”

“บิ๊กแดง” ตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพลที่พิการ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่” หวัง เป็นกำลังใจให้กับกำลังพล สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

          พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการในที่ประชุม ผบ. หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือกำลังพลที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่” เพื่อช่วยดูแลอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ เช่น สิทธิ การดำเนินชีวิตให้มีความต่อเนื่อง เป็นการแสดงความห่วงใยของกองทัพบก และเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลที่พิการ ทุพพลภาพ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ลับลวงพราง

ทุกภารกิจ ทำด้วยใจ เพื่อ ความปลอดภัย ของประชาชน

ไม่ว่าในแต่ละวัน จะต้องพบเจออะไร จะดี ร้าย หรือ จะสุข ทุกข์ อย่างไร ณ. วันนี้….ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกภารกิจ ทำด้วยใจ เพื่อ ความปลอดภัย ของประชาชน


#ร่วมสร้างสันติสุขชายแดนใต้

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง

องคมนตรี ลงพื้นที่จ.ยะลา มอบสิ่งของพระราชทาน แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ

องคมนตรีลงพื้นที่จังหวัดยะลามอบสิ่งของพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ

          เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ กองร้อยทหารพรานที่ 3311 บ้านบาเจาะ ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตาจังหวัดยะลา พร้อมอัญเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ จำนวน 57 ชุด โดยมีดยะลา พลโท สมพล ปานกุล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอบันนังสตา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

          จากนั้น เวลา 11.30 น. องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยัง ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอหนองจิกจัง หวัดปัตตานี เพื่อประชุมรับฟังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุก เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

          ในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะ เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อัญเชิญสิ่งของพระราชทานแก่ครอบครัวนางมือละ เจ๊ะโซะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิง ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา และมอบสิ่งของพระราชทานแก่นางรอกายะ ยูโซะ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอำเภอกรงปินัง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน

          ในการนี้องคมนตรีได้เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด สมาชิกอาสามัครชุดคุ้มครองตำบลละแอ อำเภอยะหา จ.ยะลา เมื่อช่วงเที่ยงในวันเดียวกัน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจำนวน 2 นาย คือ นายอุสมัน ดอหะ และ นายอับดุลเลาะ จิใจ อาสาสมัครรักษาดินแดน ทั้งนี้องคมนตรี ได้มอบกระเช้าเยี่ยมให้แก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย พร้อมพูดคุยสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความปลาบปลื้มแก่ครอบครัว และญาติของเจ้าหน้าที่ อย่างหาที่สุดมิได้

          ทั้งนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้อัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระราชินีฯ ที่ทรงห่วงใยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการสร้างความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทยเสมอมา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

สำนักข่าวความมั่นคง