ข่าวใหม่อัพเดท » ผวา !! โรฮีนจา โผล่ย่านดอนเมือง สตม.บุกรวบขบวนการขนแรงงานต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด

ผวา !! โรฮีนจา โผล่ย่านดอนเมือง สตม.บุกรวบขบวนการขนแรงงานต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด

8 มกราคม 2021
0

ผวา โรฮีนจาโผล่ย่านดอนเมือง สตม.บุกรวบขบวนการขนแรงงานต่างด้าว หวั่นโควิดระบาด

          วันที่ 7 ม.ค.64 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาทร กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ บก.ตม.1 นำโดย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 /บก.ตม.3 นำโดย พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, บก.สส.สตม.นำโดย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองดังนี้

          เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีบ้านในชุมชนแห่งหนึ่ง มีคนต่างด้าวมาพักอาศัยในชุมชนดังกล่าวฯ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้จัดกำลังไปตรวจสอบ เมื่อถึงชุมชนฯ ได้มาพบกับ ประธานชุมชนฯ ชื่อ นายนัทธีฯ โดยการนำเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านริมคลองมีประตูเหล็กปิดอยู่โดยการใช้โซ่คล้องแล้วล็อคด้วยแม่กุญแจไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานกับผู้ให้เช่าบ้านและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกรณีคนต่างด้าวดังกล่าวให้ทราบ ผู้ให้เช่าบ้านจึงยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้าน ประธานชุมชนฯ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ของชุมชนฯ ทำการตัดโซ่ที่คล้องประตูเหล็กดังกล่าวไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในพบบ้านไม้ มีลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น พบบุคคลต่างด้าวนั่งรวมกันอยู่บริเวณ ชั้น 2 จำนวน 15 คน และหลบอยู่ในห้องน้ำอีกจำนวน 3 คน รวมทั้งหมดจำนวน 18 คน เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้ไปรวมกันที่บริเวณชั้น 1 ของบ้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอตรวจสอบเอกสาร (หนังสือเดินทาง) บุคคลต่างด้าวทั้ง 18 คน ซึ่งไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้

          ผู้ให้เช่าบ้านได้แจ้งเบาะแสเพิ่มเติมว่า ผู้เช่าบ้าน 2 ชั้น หลังดังกล่าว ชื่อนางระมัยฯ และได้ซื้อบ้านไว้อีกหลังหนึ่งบริเวณท้ายซอยเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบ้านท้ายซอยดังกล่าวพบ นาย ฮุสซาฯ อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมาร์ จึงขอตรวจสอบเอกสาร (หนังสือเดินทาง) ซึ่งนาย ฮุสซาฯ ไม่สามารถแสดงเอกสาร (หนังสือเดินทาง) ให้เจ้าหน้าที่ดูได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และล่ามภาษาโรฮีนจา เพื่อให้ร่วมตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในบ้านดังกล่าว พร้อมขอใช้พื้นที่บริเวณ สน.ดอนเมือง เพื่อคัดแยกตรวจโรคคนต่างด้าว โดยมีล่ามภาษาโรฮีนจาให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว

          กรณีกลุ่มแรก จำนวน 5 คน ให้การเบื้องต้นว่า วันที่ 24 ธ.ค.63 เวลา 06.00 น. เดินทางออกจาก อ.แม่สอด จ.ตาก โดยรถยนต์เก๋งไม่ทราบสีและไม่ทราบหมายเลขทะเบียน วันที่ 25 ธ.ค.63 เวลา 03.00 น. เดินทางมาถึงดอนเมืองกรุงเทพฯ โดยลงรถบริเวณลานปูนเยื้องทางข้ามสะพานเข้าไปที่พัก แล้วเข้าไปที่พัก โดยที่พักมีหญิงไทยชื่อนางระมัยฯ กับนายบาบูฯ เป็นผู้เช่าบ้านพัก โดยอาศัยอยู่ในห้องตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.63 ถึง 3 ม.ค.64 รวมเวลาทั้งสิ้น 10 วัน

          กรณีกลุ่มที่สอง จำนวน 13 คน ให้การเบื้องต้น รับว่าเดินทางออกจากรัฐยะไข่ ประ เทศเมียนมาร์ มาที่เมืองย่างกุ้ง ทางเรือ จากย่างกุ้ง ใช้เส้นทางผ่านเมืองเมาะลำไย โดยรถยนต์ ค้าง 1 คืน แล้วจากเมาะลำไย มาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยรถยนต์ ผ่านช่องทางธรรมชาติ คืนวันที่ 31 ธ.ค.63 นอนพักบ้านไม้ชั้นเดียว 1 คืน จากนั้นเดินทางออกจาก อ. แม่สอด จ.ตาก ในคืนวันที่ 1 ม.ค.64 (ไม่แน่ใจช่วงเวลา) มาถึง กทม. ช่วงประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 2 ม.ค.64 และพักภายในบ้านหลังเกิดเหตุ

          กรณีที่สาม นายฮุสซา อะฮามา ให้การเบื้องต้นว่า วันที่ 24 ธ.ค.63 เข้ามาประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จากนั้น ขึ้นรถทัวร์ โดยมีคนไทยไม่ทราบชื่อเพศชายซื้อตั๋วและนั่งรถมาด้วย มาลงที่ สถานีขนส่งกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) จากนั้นมีการติดต่อกับหญิงไทยชื่อนางระมัยฯ วันที่ 25 ธ.ค.63 เดินทางมาถึงดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยนั่งรถแท็กซี่ (ไม่ทราบช่วงเวลาที่แน่นอน) และได้อาศัยอยู่ในบ้านพัก ภายในซอยแห่งหนึ่ง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง ถึง 3 ม.ค.64 รวมเวลาทั้งสิ้น 10 วัน

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวคนต่างด้าวทั้งหมด ไปที่ สน.ดอนเมือง ส่งพนักงานสอบ สวน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ทำการซักถามข้อมูลเพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ถูกจับกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง และ นายฮุสซาฯ รวม 19 คน ให้การสอดคล้องตรงกันว่า ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยการช่วยเหลือของนางระมัยฯ และนายบาบูฯ (Mr.Husein) สัญชาติเมียนมาร์ แต่กลุ่มผู้ถูกจับไม่ได้ต้องการมาทำงานในประเทศไทย ต้องการเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจสารคัดหลั่งของผู้ถูกจับทั้งหมด เพื่อตรวจสอบเชื้อไวรัสโควิด-19 (ทราบผลในวันที่ 4 ม.ค.64 มีผู้ติดเชื้อฯ จำนวน 7 ราย)

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ ได้ร่วมกันทำการสืบสวนขยายผล โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้นำชุมชนฯและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสอบปากคำผู้ถูกจับเพิ่มเติม เพื่อรวบรวบพยานหลักฐานต่างๆ จนพนักงานสอบสวนสามารถนำไปยื่นขอศาลอาญาออกหมายจับนางระมัยฯ และนายบาบูฯ (Mr.Husein) สัญชาติเมียนมาร์ ได้ ในข้อหา “ร่วมกันให้คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และเจ้าหน้าที่ฯจะทำการสืบสวนขยายผลต่อจนถึงขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน