ข่าวใหม่อัพเดท » “ตม.จ.อุบลราชธานี สกัดจับแก๊งลักลอบขนไม้พะยูงข้ามประเทศ ทิ้งกระบะหนี และรวบยกแก๊ง ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน

“ตม.จ.อุบลราชธานี สกัดจับแก๊งลักลอบขนไม้พะยูงข้ามประเทศ ทิ้งกระบะหนี และรวบยกแก๊ง ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน

8 ตุลาคม 2020
0

“ตม.จ.อุบลราชธานี สกัดจับแก๊งลักลอบขนไม้พะยูงข้ามประเทศ ทิ้งกระบะหนี และรวบยกแก๊ง ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน

วันพุธที่ 7 ต.ค.63 เวลา 10.30 น.ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิษณุ สิทธิฑูรย์ ผกก.สส. บก.ตม.4, และ พ.ต.อ.ดุสิตานนทร์ ทำดี ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาตามนโยบายของ ตร. ในการสกัดกั้นการกระทำผิดที่เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่ง บก.ตม.4 ได้สนองนโยบายในการปราบปรามขบวนการลักลอบขนไม้พะยูงข้ามประเทศ ทิ้งกระบะหนี ขณะขนพะยูงเลียบโขงเตรียมขายข้ามชาติ ตามยึดกว่า 200 ท่อน และรวบยกแก๊ง ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน จ.อุบลราชธานี

คดีที่ 1.”จับแก๊งลักลอบขนไม้พะยูงข้ามประเทศ ทิ้งกระบะหนี ขณะขนพะยูงเลียบโขงเตรียมขายข้ามชาติ ตามยึดกว่า 200 ท่อน” สืบเนื่องมาจากการสนธิกำลังและบูรณาการประสานความร่วมมือระหว่าง ตม.จ.อุบลราชธานี หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เขตอุบลราชธานี,กองกำลังสุรนารี และสถานีตำรวจน้ำ 4 กองกำกับการ 10 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้ร่วมกันออกลาดตระเวนสืบสวนหาข่าวการลักลอบขนแรงงานเถื่อนและกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศรวมถึงการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งอาศัยโอกาสในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID–19 บริเวณเขตแนวรอยต่อริมแม่น้ำโขงชายแดนประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยได้สืบทราบมาว่า จะมีการลักลอบนำไม้พะยูงส่งออกนอกราชอาณาจักร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโนนบก ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี จึงได้บูรณาการจัดกำลังไปดักซุ่มพื้นที่เป้าหมายจน

จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.10 น. เจ้าหน้าที่ได้สังเกตพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียนขอนแก่น และรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียนอำนาจเจริญ ตามที่สายข่าวรายงาน แล่นผ่านมายังพื้นที่เป้าหมาย จึงทำการสกัดกั้นและแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ แต่รถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คันได้เร่งความเร็วหลบหนี การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการจึงได้ออกไล่ติดตามรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คันดังกล่าวไปตามเส้นทางที่ขับหลบหนี ต่อเนื่องไปจนกระทั้งเวลาประมาณ 21.45 น. รถยนต์กระบะต้องสงสัยทั้ง 2 คันซึ่งขับหลบหนีด้วยความเร็วได้เสียหลักตกลงข้างทาง โดยคนขับรถยนต์ทั้ง 2 คันได้อาศัยจังหวะชุลมุนและความมืดวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ไปได้ ชุดปฏิบัติการจึงได้เข้าทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะดังกล่าวทั้ง 2 คัน พบไม้พะยูงถูกตัดเป็นท่อนๆ ขนาดต่างๆ 197 ท่อน และไม้ประดู่ถูกตัดเป็นท่อนๆ อีก 4 ท่อน รวมทั้งหมด 201 ท่อน มูลค่ากว่า 4 แสนบาท และ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 4 เม็ดพร้อมอุปกรณ์การเสพ

ซึ่งคาดว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ร่วมกันขนไม้พะยูงและไม้ประดู่ไปยังจุดที่นัดหมายเพื่อหลบเจ้าหน้าที่และพักไม้รอโอกาสขนข้ามริมฝั่งแม่น้ำโขงส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านโดยได้อาศัยพื้นที่บริเวณพรมแดนที่ไม่เป็นจุดสนใจและในช่วงเวลาที่คาดว่าจะไม่ถูกตรวจพบ จากเจ้าหน้าที่ ขณะที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID–19 อยู่ทั้ง 2 ประเทศ แต่ระหว่างที่เดินทางได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและสกัดจับเสียก่อน

จึงทำการตรวจยึดไม้พะยูงและไม้ประดู่ทั้ง 201 ท่อน, เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) 4 เม็ดพร้อมอุปกรณ์การเสพ และรถยนต์กระบะทั้ง 2 คัน นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นาตาล ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนซึ่งวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการได้ลงพื้นที่ออกสืบสวนหาตัวและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการ ขออำนาจศาลออกหมายจับมาดำเนินคดีและเตรียมขยายผลถึงตัวการหรือนายทุนตลอดจนผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

คดีที่ 2.“ตามรวบยกแก๊ง ขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อน จ.อุบลราชธานี” สืบเนื่องมาจากการสนธิกำลังและบูรณาการประสานความร่วมมือระหว่าง ตม.จ.อุบลราชธานี กับหน่วยงานในพื้นที่ ทำการจับกุมแรงงานชาวลาวที่หลบหนีเข้าเมืองขณะกำลังลักลอบเดินทางเข้าไปทำงานยังกรุงเทพมหานคร บริเวณจุดตรวจความมั่นคงบ้านโบกม่วง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวหลบหนีเข้าเมืองได้ทั้งหมด 26 คน พร้อมยึดของกลาง รถยนต์โดยสารประจำทาง บริษัท นครชัยแอร์ เขมราฐ–กรุงเทพมหานคร อีก 1 คัน ซึ่งในขณะนั้นผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารประจำทางได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ลงพื้นที่สืบสวนขยายผลหาเบาะแสผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว จนกระทั่งสืบทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุรวม ทั้งผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารประจำทางที่วิ่งหลบหนีการจับกุมในวันเกิดเหตุ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่และทำเป็นขบวนการ โดยพฤติการณ์กล่าว คือ หลังจากที่แรงงานสัญชาติลาวนั่งเรือข้ามพรมแดนมายังฝั่งประเทศไทยบริเวณริมน้ำโขง บ้านนาทราย ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการจะเป็นผู้ติดต่อให้คนนำรถยนต์มารับแรงงานที่ฝั่งไทยพาไปยังบ้านหรือสถานที่ที่เตรียมไว้ เพื่อพักรอเตรียมความพร้อมในการพาเดินทางต่อ โดยมีการคิดค่าดำเนินการคนละ 2,500 บาท หลังจากนั้นจะพากลุ่มแรงงานเดินทางไปส่งที่ บริษัทนครชัยแอร์ เพื่อขึ้นรถยนต์โดยสารประจำทางของบริษัทนครชัยแอร์ สาขาปากแซง พาเดินทางต่อเข้าไปยังกรุงเทพมหานคร โดยจะใช้เส้นทางเดินของรถประจำทาง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับและสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการซึ่งเป็นชาวไทยได้ ได้แก่ นายสำราญ อายุ 47 ปี, น.ส.เพชรมณี อายุ 44 ปี และ น.ส.รัตติกา อายุ 33 ปี รวมถึงสามารถจับกุม นายประสิทธิ์ อายุ 39 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารประจำทางคันที่ซุกซ่อนแรงงานพาหลบหนีเข้ากรุงเทพมหานคร รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ในข้อหา “ร่วมกันหรือนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณา จักรและรู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขมราฐ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนให้ท่านทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน