
ตำรวจภูธรภาค 1 บุกรวบผู้ค้าแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ (Nitrous Oxide) หรือแก๊สหัวเราะ ให้กับนักศึกษาในย่านรังสิต พร้อมของกลาง 607 ถัง
เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 14.00 น. : ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันขายแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ (Nitrous Oxide) หรือแก๊สหัวเราะ ให้กับนักศึกษาในย่านรังสิต พร้อมของกลาง แก๊สหัวเราะ 607 ถัง เงินสด 770,000 บาท ทองคำแท่ง 20 บาทมูลค่ารวม 3,500,000 บาท และ อายัดเงินในบัญชีมูลค่า 500,000 บาท
เจ้าพนักงานตำรวจภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1
นำโดย พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ฯ บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.ปรัชญ์ อุปริกชาติพงษ์ รอง ผกก.สส.2บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.ดนัยพร หาญกร รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ หอมดี,พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1,ร.ต.อ.ภัทรคุณ แสงทอง รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1,ร.ต.อ.กฤตย์ ปะลาวัน รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1,ร.ต.อ.ธนินท์ เสืออินทร์ รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.1
ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ดังนี้
ผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายณภัทรฯ อายุ 19 ปี ที่อยู่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ผู้ต้องหาที่ 2 คือ นายวิทวัสฯ อายุ 33 ปี ที่อยู่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ผู้ต้องหาที่ 3 คือ นายอาคมฯ อายุ 20 ปี ที่อยู่ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์
ผู้ต้องหาที่ 4 คือ นายณัฐพงษ์ฯ อายุ 31 ปี ที่อยู่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
ในข้อหา “ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบัน (แก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ Nitrous Oxide) หรือแก๊สหัวเราะ โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4(4),มาตรา 12,ประกอบมาตรา 101 ตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา” อัตราโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
พฤติการณ์แห่งการจับกุม เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินสาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิตว่ามีนายณภัทร (ผู้ต้องหาที่1) อายุ 19 ปี มีการเบิกเงินในลักษณะผิดปกติ (อ้างว่าซื้อขายอาวุธปืน) มีการเบิกเงินจากบัญชีจำนวนเงิน 600,000 บาท จึงได้สอบถามว่าเงินดังกล่าวได้มาอย่างไร นายณภัทรฯ ให้การว่าได้เงินมาจาก การขายแก๊สหัวเราะ ซึ่งจะต้องนำเงินที่ได้จากการเบิกไปส่งให้กับเจ้าของสินค้า (แก๊สหัวเราะ) อีกทั้งยังพบการติดต่อซื้อขายผ่านทางออนไลน์
นายณภัทรฯ ให้ข้อมูลว่า ได้รับมอบหมายจาก น.ส.มิ้นฯ ให้ทำหน้าที่แอดมินเพจจำหน่ายแก๊สหัวเราะ และเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับเงินค่าจำหน่ายแก๊สหัวเราะให้กับลูกค้าทั่วไปทางออนไลน์ และยังทำหน้าที่ติดต่อประสานงานการรับและส่งสินค้าแก๊สหัวเราะจากในพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้ามาเก็บไว้ตามโกดังหรือบ้านพักในเขตพื้นที่ จว.ปทุมธานี โดยมีนายวิทวัส (ผู้ต้องหาที่2) อายุ 33 ปี เป็นผู้รับสินค้าและเป็นเจ้าของบ้านที่รับสินค้า ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบแชทการสั่งการจาก น.ส.มิ้นฯ ที่จะนำมาส่งให้ นายณภัทรฯ จึงได้ทำการตกลงแล้วนัดหมายทำการสั่งสินค้าแก๊สหัวเราะมาส่งลงที่บริเวณบ้าน นายวิทวัส ฯ เมื่อสินค้ามาถึง นายวิทวัสฯได้ออกมารับสินค้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว และเข้าทำการจับกุม จากการสอบถาม นายวิทวัสฯ และผู้ทำการขนส่งสินค้าเอกชน ให้การว่ารับสินค้ามาจากโกดังถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุมจนมาถึงพบนาย อาคม (ผู้ต้องหาที่ 3)อายุ 20 ปี และนายณัฐพงษ์ (ผู้ต้องหาที่4) อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ควบคุมอาคารดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าลักษณะกล่องที่บรรจุแก๊สหัวเราะเป็นลักษณะกล่องแบบและสีเดียวกันกับที่จับกุมได้ในเขตพื้นที่ สภ.คลองหลวง จากสอบถามนายณัฐพงษ์ฯ ให้การยอมรับว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นผู้ยกแก๊สขึ้นรถขนส่งเอกชนเพื่อนำแก๊สหัวเราะส่งที่พื้นที่คลองหลวงดังกล่าวจริง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนพร้อมตรวจยึดของกลางแก๊สหัวเราะ จำนวน 607 ถัง หัวระบายแก๊สประมาณ 500 ชิ้น ลูกโป่งประมาณ 2,000 ลูก เงินสด 770,000 บาท ทองคำแท่ง 10 บาท 2 แท่ง อายัดเงินในบัญชี 500,000 บาท นำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา ยังถือไม่เป็นที่สิ้นสุด ผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน


