ป้องกันชายแดนในพื้นที่ กกล.สุรนารี ณ ปราสาทตาเมือน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จว.สุรินทร์

      เมื่อวันที่ 18​ มิ.ย.62​ เวลา​ 10.25 น. : พัน​ตำรวจ​เอก​ ปรัชญ์ สุนทรพิมล ผบ.ฉก.ตชด.21​ พร้อมด้วย พัน​ตำรวจ​โท​ บุญเลื่อน กุมภาว์ รองผบ.ฉก.ตชด.21​ และ​ ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.214-217 ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก​ กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วย ผบ.ศปก.ทบ.(2) และคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยม กกล.ป้องกันชายแดนในพื้นที่ กกล.สุรนารี ณ ปราสาทตาเมือน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จว.สุรินทร์

Cr.​ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บช.ต​ชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับที่ปรึกษาทำวิทยานิพนธ์​ ร่วมกับพวกหลอกขายที่ดินแล้วเชิดเงินมัดจำ 42 ล้านหนี

      วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 18 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ พีรศักดิ์ สวยสม สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1​ บก.ป.)​

      ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายภาคิณ วรธนธรรม อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/149 ซอยลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ตามหมายจับศาลอาญา ที่597/59 ลง 21 มี.ค.59 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 9/238 หมู่บ้านสวนดอกไม้ ซอยบรมราชชนนี 105 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.

      พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2557 นายภาคิณฯ ผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 9 ราย แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทอสังหาฯ​ แห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท จากนั้นได้ทำทีเสนอขายที่ดินของบริษัทจำนวน 3,108 ไร่ ใน ต.หนองปลาไหล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ให้ผู้เสียหายในราคา 170 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงให้ทนายความส่วนตัวไปตรวจสอบที่ดินดังกล่าวพบว่ามีอยู่จริง จึงได้โอนค่ามัดจำจำนวน 42 ล้านบาทไปให้ผู้ต้องหากับพวก

      พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายได้สอบถามไปยังบริษัทเจ้าของที่ดิน จึงทราบความจริงว่าบริษัทไม่เคยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ต้องหาพร้อมพวกก็ไม่ใช่พนักงานของบริษัท และไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินแต่อย่างใด ผู้เสียหายรู้ว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความที่กองปราบปราม กระทั่งศาลออกหมายจับไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง นายภาคิณฯ ที่หลบหนีโดยการเปลี่ยนชื่อและที่อยู่หลายครั้งกระทั่งสืบทราบว่าล่าสุดผู้ต้องหาหลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านแฟน ภายในหมู่บ้านสวนดอกไม้ เขตทวีวัฒนา กทม.จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้

      จากการสอบสวน นายภาคิณฯ ให้การภาคเสธ ว่าก่อนหน้านี้มีลูกศิษย์ที่ให้ตนเป็นปรึกษาทำวิทยานิพนธ์ในสถาบันแห่งหนึ่งชักชวนไปพูดคุยกับผู้เสียหาย โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นการหลอกขายที่ดิน ทั้งนี้ยอมรับว่าหลังพูดคุยกับผู้เสียหายแล้วก็มีเงินเข้าบัญชีตนเองจำนวน 5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์พญาไท” ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กสัปดาห์ที่ 3 นักเรียน​ (D.A.R.E.THAILAND)

      วันนี้​ วัน​อังคารที่ 18 มิ.ย.62​ ตั้งแต่เวลา 11.00-12.00 น.พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตรา​ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท) และ​ พัน​ตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง​ผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองผกก.ป.สน.พญาไท) มอบหมายให้ ร้อย​ตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ รอง​สารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท) ปฏิบัติ​หน้าที่​เป็นครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 25​ คน​ จากโรงเรียนสัมมาชีวศิลป ซอยพญานาค เขตราชเทวี กทม. ตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กสัปดาห์ที่ 3​ นักเรียน​ (D.A.R.E.THAILAND)

Cr.ทีมงาน​สนง.บก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ ร่วมพิธีอาเศียรวาท เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ​ รัชกาล​ที่​ 10

      วันนี้​ วัน​อังคารที่ 18 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ถนนพหลโยธิน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ​ : พลตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.)​ พร้อมคณะ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.),ผู้บังคับการ​ (ผบก.)​ ในสังกัดกอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล

      และคณะแม่บ้านตำรวจนครบาล นำโดย คุณสุดาพร วงษ์ปิ่น ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล ร่วมพิธีอาเศียรวาท เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดชสยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และมอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ ปอศ.รวบแก๊งจีนปลอมบัตรเครดิต รูดห้องพักโรงแรมตัวเมืองอุดรฯ​ รวมหัวคนไทยรูดปื๊ดค่าห้องพักโรงแรม 13 ล้าน ไล่ล่าอีก 4

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 18 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5 บก.ปอศ.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ธนัยวุฒิ กมลวานนท์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กองบังคับการ​ปราบปราม​อาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (สว.กก.5 บก.ปอศ.)​

      ร่วมกันจับกุมนายหลิว ฉี้ จง สัญชาติจีน และนายทัพพ์ปภพ​ หรือนาวิน เรืองประดิษฐ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 843-844/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน​ 2562​ ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมฯ,ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม,ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ,ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ” โดย​สามารถ​จับกุมตัวผู้ต้องหา​ได้ที่คอนโดฯแห่งหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 27 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา​ กทม.

      พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากทางพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้า​ และใช้บริการที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี (โลตัส คอนโดเทล ตั้งอยู่เลขที่ 43/4 ถนนร่วมจิต ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี)

      ทำรายการช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 โดยทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส cvv (ด้านหลังของบัตร) ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร ซึ่งมีธุรกรรมต้องสงสัยจำนวน 144 รายการ รวมยอดเงินจำนวน 13,276,107 บาท

      จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนทำการแกะรอยสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบไปด้วย นายธนาวุฒิ อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้าของโรงแรม,นายศักดา พงษ์เภตรา ผู้จัดการโรงแรม,นางสาวปาณิศา ซี่โฮ่ พนักงานงานโรงแรม จนกระทั่ง​พบว่ามีการทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน

      โดยขบวนการนี้มี 9 ราย ซึ่งมีนายหลิวฯ เป็นผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอม และนายทัพพ์ปภพฯ เป็นผู้นำบัตรเครดิตมารูดระบบคีย์อินเป็นค่าจองที่พักล่วงหน้า รวมทั้งมีเจ้าของโรงแรม พนักงานโรงแรม ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการธุรกรรมเกี่ยวข้อง จึงได้ทำการจับกุมโดยจับกุมนายหลิวฯ และนายทัพพ์ปภพฯ ได้ที่คอนโดฯย่านคลองเตย ส่วนเจ้าของโรงแรม พนักงานโรงแรม อีก​ 3 ราย ได้เชิญตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ยังเหลือผู้เกี่ยวข้องอีก 4 รายที่เป็นผู้รับโอนเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตาม

      พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวต่อว่า โดยวิธีการของขบวนการนี้เริ่มจากมีผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอมให้กับทางโรงแรมรูดบัตรระบบคีย์อินจำนวนเงินหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อครั้ง อ้างว่าเป็นค่าจองกรุ๊ปทัวร์ล่วงหน้าจากต่างประเทศ มีผู้จัดเตรียมสำเนาหน้าบัตรเครดิต สำเนาหน้าพาสปอร์ต แบบฟอร์มการจองห้องพัก เอกสารทั้งหมดมีชื่อตรงกัน

      ซึ่งชื่อนั้นถูกแอบอ้างว่าเป็นลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ เพื่อเป็นหลักฐานให้กับโรงแรมเมื่อธนาคารขอดูเอกสารประกอบการจ่ายเงิน โดยผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจากเงินที่ธนาคารโอนให้กับทางโรงแรม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ ก่อนขยายผล

      ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ จึงได้แจ้งข้อหา​ “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด,ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น,ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด”

      ทั้งนี้​ พ.ต.อ.ภาดลฯ​ กล่าวต่ออีก​ว่า​ ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของธุรกิจโรงแรม​ ควรระวังภัยดังกล่าว อาจตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพชาวต่างชาติ​ หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว สามารถแจ้งตำรวจได้ทันที​

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.ประจวบฯ ร่วมกับ เทศบาล​ ต.กุยบุรี,ผอ.รพ.สต., อสม. และผู้ใหญ่บ้าน รับมอบเตียงพยาบาล วีลแชร์​ และถุงยังชีพ​ จาก​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ให้แก่ผู้พิการยากไร้

      เมื่อวันที่ 17​ มิ.ย.62 เวลา 10.00 น.ถึง 12.30 น.: พัน​เอก​ กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ มอบหมายให้  พ.ท.สุภาพ เมืองนก เจ้าหน้าที่ฝ่ายยุทธการประสานงาน กกล.รส.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์,จ.ส.อ.จิระเดช พรศิริ เจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ พื้นที่ อ.กุยบุรี ร่วมกับ นางปิยะนุช ตั้งบูรพาจิตต์ นายกเทศบาลตำบลกุยบุรี,นายต่อศักดิ์ ลิบลับ รองนายกเทศบาลตำบลกุยบุรี,ชุด ชพส.1210 บ้านย่านซื่อ,มว.รส.ที่ 2 ร้อย.รส.จว.ปข. พื้นที่ อ.กุยบุรี ,นายสมเดช พันคง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รักษาการในตำแหน่ง ผอ.รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองมะซาง ,น.ส.ระพีพร คีรีนิล ,น.ส.ปวีณา ทองสวัสดิ์ จนท.ประจำ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโป่งกะสัง,นายชัยวุฒิ หนูน้อย​ ผญบ.ม.4 ( บ้านปลายน้ำ) ต.กุยบุรี ,นายทวี แก้วกุย ผญบ. ม.4 (บ้านโป่งกะสัง) ต.หาดขาม,นายพงศกร คงเพชร ผญบ.ม.1 (บ้านหนองเกด) ต.หาดขาม ,นายมนตรี บุญเกิด ผญบ.ม.8 (บ้านท่าข้าม) ต.กุยบุรี พร้อมด้วย อสม.ประจำตำบล

      ร่วมกันเข้ามอบเตียงพยาบาล และรถเข็น (วีลแชร์) พร้อมด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค และยังได้มอบถุงยังชีพ ซึ่งทาง กอ.รมน.จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์​ ได้รับการสนับสนุนจาก “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ​ ซึ่งให้กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ในพื้นที่ อ.กุยบุรี จำนวน 4 ราย ดังนี้

      1.มอบเตียงพยาบาลพร้อมเบาะให้กับ นางเอี๋ยว เที่ยงธรรม อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 157 ม.4 (บ้านปลายน้ำ) ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์​ ป่วยจากสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตก นอนป่วยติดเตียงมากว่า 10 ปี

     2.มอบรถเข็น (วีลแชร์) ให้กับ นางสรุญญา เกิดพุ่ม อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 58 ม.4 (บ้านโป่งกะสัง) ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์​ พิการไม่สามารถเดินได้
      3.มอบรถเข็น (วีลแชร์) ให้กับ นายชนินทร์ บุญเกิด อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 186/1 ม.1 (บ้านหนองเกด) ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์​ ป่วยจากสาเหตุเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถเดินได้
     4.มอบรถเข็น (วีลแชร์) ให้กับ น.ส.อุมา สนธิ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 73 ม.8 (บ้านท่าข้าม) ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์​ พิการจากสาเหตุได้รับอุบัติเหตุจากกระสุนปืนปริศนา ไม่สามารถเดินได้
      ทั้งนี้ นางปรียานุช ตั้งบูรพาจิตต์ นายกเทศบาลตำบลกุยบุรี​ ยังได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป

Cr.#ประชาสัมพันธ์​ กอ รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน.จัดกิจกรรม โครงการมวลชนจิตอาสา “คนรักคลอง ไม่ทิ้ง ไม่เท ทุ่มทำความดี”

       วันนี้ (๑๘ มิ.ย.๖๒) พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กอ.รมน. จัดโครงการจิตอาสา “คนรัก คลอง ไม่ทิ้ง ไม่เท ทุ่มทำความดี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึก เทิดทูนสถาบันหลักของชาติ และร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของแม่น้ำ ลำคลอง ร่วมกันดูแลรักษาให้มีคุณภาพ และเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและมวลชน กอ.รมน. ทุกหมู่เหล่า ให้ตระหนักถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม และเข้าร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร รับผิดชอบดำเนินการโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยกำลังพลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาราจักร และกลุ่มมวลชนจิตอาสากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, สำนักงานเขตราชเทวี และสำนักการระบายน้ำ กทม. ร่วมกับกองทัพบก และประชาชนจิตอาสา จัดทำความสะอาดบริเวณบึงมักกะสัน ทางยกระดับถนนดินแดง-พระราม๙ รวมระยะทาง ๑ กิโลเมตร ก่อนปฏิบัติงานได้จัดให้มีพิธี กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำกำลังพล และประชาชนจิตอาสากล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” จำนวน ๓ ครั้ง หลังจากนั้นได้ปล่อยแถวกำลังพลและประชาชนจิตอาสาไปปฏิบัติงานในพื้นที่ตามที่ได้รับการแบ่งมอบ ในวันนี้ เวลา ๐๘๐๐ – ๑๑๐๐ โดยมี พล.ท.ธเนศ กาลพฤกษ์ รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(๑) เป็นประธานในพิธีฯ

๑๘ มิ.ย. ๖๒

ผลงานใหญ่ จนท.สนธิกำลังร่วมกันจับแก๊งจีน-ไทย ขบวนการค้ายาไอซ์ล๊อตใหญ่ 1 ตัน ซุกตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมส่งฟิลิปปินส์

      เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิ.ย.62 ที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งร่วมกันสนธิกำลังกันได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม MR. FILUANG GLOXION อายุ 25 ปี, MR.ZHOU QIANGCH อายุ 84 ปี สัญชาติจีน, นายสุบรรณ มหาซนนท์ อายุ 35 ปี และนายจ้อย แย่แข็ง อายุ 55 ปี แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติพร้อมของกลางยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนประมาณ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม บรรจุซุกซ่อนอำพรางอยู่ในลังสินค้าประเภทรองเท้าทั้งหมด 632 กล่อง ภายในที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

     การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดระหว่างประเทศชาวต่างชาติร่วมกับคนไทยลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวน กระทั่งเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนและคนไทยเดินทางมาตรวจสอบสินค้าที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เตรียมจะส่งไปประเทศฟิลิปปินส์ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์พบกล่องบรรจุสินค้า จำนวน 34 กล่อง มีถุงชาบรรจุวัตถุต้องสงสัย ลักษณะเกล็ดใสสีขาวอยู่ภายในกล่อง กล่องละ 5-20 ถุง เมื่อนำวัตถุต้องสงสัยไปตรวจสอบด้วยน้ำยาพบยาเสพติดเบื้องต้นแสดงผลเป็นยาเสพติดประเภท (ไอซ์) รวมยาเสพติดของกลาง จำนวน 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม มูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาท

     ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามเครือข่ายในแก๊งค้ายาเสพติดที่เหลือให้สิ้นซากต่อไป.
พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทรงนงค์ ปรีเปรม

หนุ่มวัย 35 ปี พนักงาน อบต.ขับรถจักรยานยนต์ชนตอไม้ข้างทางกว่า 10 เมตร ดับคาที่

      ร.ต.อ.เอกลักษณ์ กองทรง พงส.ฯ เวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.วังโป่ง แจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกลงข้างทางมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณถนนสายชนแดน-วังโป่ง หมู่ที่ 3 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ
จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถนนแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางจราจรให้รถวิ่งสวนทางกันที่เกิดเหตุบนช่องทางขาล่องไป อ.ชนแดน บริเวณหลัก กม.ที่ 19+300 – 20 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีเทา ดำ หมายเลขทะเบียน กลต 226 เพชรบูรณ์ ลักษณะเสียหลักล้มตกลงลงข้างทางฝั่งขวามือและไปชนกับตอไม้ข้างทาง บริเวณด้านล่างของรถจักรยานยนต์พบร่างผู้ตาย ทราบชื่อต่อมานายสุชาติ พรมจิ๋ว อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 155 หมู่ 9 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ นอนเสียชีวิตถูกรถจักยายนต์อัดทับบริเวณลำตัว ใบหน้ามีร่องรอยช้ำเลือดออก คาดว่าน่าจะกระแทกแรงกับตอไม้ และรถจักรยายนต์ได้รับความเสียหายไม่มีคู่กรณี จึงตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่งร่วมทำการชันสูตรพลิกผู้ตายไม่พบร่องรอยการต่อสู้ จึงมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
      จากการสอบถามจากนายเสน่ห์ จุ้ยเย็น อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ ว่า เมื่อช่วงเช้าเวลา 6:00 น ตนได้ออกจากบ้าน มาวิ่งออกกำลังกาย บนถนนสาย วังโป่งชนแดน ตนได้สังเกตุ เห็น ข้างทาง ป่าหญ้า ล้มเป็นทางลงตนจึงวิ่งไปดูพบเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว ล้มทับ ร่างคนอยู่ ตนจึงโทร แจ้ง ตำรวจ สภ.วังโป่ง ช่วยมาตรวจสอบ
ด้านนางสาวสุรีอรณ์ บุญจำ อายุ30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 2 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง เล่าว่านายสุชาติ พรมจิ๋ว ซึงเป็นสามีของตน ไม่ดื่มเหล้า เป็นคนขยันทำงาน ได้ออมาทำงานตามปกติที่ อบต.วังโป่ง มีหน้าที่เป็นยาม ช่วงเย็นของวันที่16ยังเจอกันอยู่พอเช้าของวันที่17ญาติโทรมาบอกว่าสามีของตนเสียชีวิตแล้ว

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

หนุ่มขับสิบล้อตื่นมาตกใจโดนล่วงคอ​ ลักทรัพย์สินในรถหมดตัว

      เมื่อเวลา 06.00 น.​ วันที่17มิถุนายน2562​ ร้อยตำรวจโท​ อลงกรณ์​ ปาลวัฒน์​ รองสารวัตร(สอบสวน​)​สภ.เมืองสระบุรีได้รับแจ้งจาก 191 มีเหตุลักทรัพย์ รถสิบล้อ บริเวณ​ กม. 6 + 500 ถนนมิตรภาพ​ ตำบลตลิ่งชันอำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี​ รุดไปที่เกิดเหตุพบรถพ่วงเทรลเลอร์บรรทุกทราย​ เลขทะเบียน​ 70-0021 นครสวรรค์​ พ่วง​ 70-9896นครสวรรค์​ พบนาย​ เชิดพงษ์​ แก้วบุญเพิ่ม​ อายุ29ปี​ อยู่บ้านเลขที่213 หมู่ที่3​ ตำบลระหาน​ อำเภอบึงสามัคคี​ จังหวัดกำแพงเพชร​ เป็นคนขับ​ พร้อมกับนาง​ วันวิสาข​ ทองวัง​ 32ปี​ ตนได้ขับรถไปส่งทรายได้ออกเดินทางมาจากกำแพงเพชร​ เกิดง่วงนอนจึงได้จอดรถเพื่อนอนพักบริเวณดังกล่าวตอนตี1​ จากการอ่อนหล้านอนหลับสนิทพอตื่นมาตอนเช้าเวลาประมาณ​ 06.00น.​ ต้องตกใจเพราะไม่พบกระเป๋าเป้ได้หายไปภายในมีเงินสด28, 000บาท​ และบัตรเอทีเอ็ม3ใบ​ จึงได้โทรแจ้งตำรวจช่วยตรวจสอบให้ที่จากการที่ได้ตรวจสอบผู้สื่อข่าวจึงได้สัมภาษณ์​ นาย​ บุญนาค​ (น้อย)​ จั่นเพชร​ หัวหน้าชุดคนขับรถ​ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่มรถบรรทุกทรายกว่า40คัน​ ที่มาส่งทรายในพื้นที่จังหวัดสระบุรี​ ได้กล่าวว่าส่วนใหญ่พวกตนจะนอนบริเวณนี้เป็นประจำไม่คาดคิดว่าจะมีคนร้ายมาลักทรัพย์สินภายในรถได้จึงยากให้ทุกคนระวังตัวให้มากๆ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามตัวหาคนร้ายมาเพื่อดำเนินคดีให้ไดโดยเร็วที่สุดต่อไป

ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน