ข่าวใหม่อัพเดท » กองปราบฯ​ จับที่ปรึกษาทำวิทยานิพนธ์​ ร่วมกับพวกหลอกขายที่ดินแล้วเชิดเงินมัดจำ 42 ล้านหนี

กองปราบฯ​ จับที่ปรึกษาทำวิทยานิพนธ์​ ร่วมกับพวกหลอกขายที่ดินแล้วเชิดเงินมัดจำ 42 ล้านหนี

18 มิถุนายน 2019
0

      วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 18 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ พีรศักดิ์ สวยสม สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1​ บก.ป.)​

      ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม นายภาคิณ วรธนธรรม อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/149 ซอยลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ตามหมายจับศาลอาญา ที่597/59 ลง 21 มี.ค.59 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านเลขที่ 9/238 หมู่บ้านสวนดอกไม้ ซอยบรมราชชนนี 105 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.

      พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2557 นายภาคิณฯ ผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 9 ราย แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทอสังหาฯ​ แห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท จากนั้นได้ทำทีเสนอขายที่ดินของบริษัทจำนวน 3,108 ไร่ ใน ต.หนองปลาไหล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ให้ผู้เสียหายในราคา 170 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงให้ทนายความส่วนตัวไปตรวจสอบที่ดินดังกล่าวพบว่ามีอยู่จริง จึงได้โอนค่ามัดจำจำนวน 42 ล้านบาทไปให้ผู้ต้องหากับพวก

      พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายได้สอบถามไปยังบริษัทเจ้าของที่ดิน จึงทราบความจริงว่าบริษัทไม่เคยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ต้องหาพร้อมพวกก็ไม่ใช่พนักงานของบริษัท และไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินแต่อย่างใด ผู้เสียหายรู้ว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความที่กองปราบปราม กระทั่งศาลออกหมายจับไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียง นายภาคิณฯ ที่หลบหนีโดยการเปลี่ยนชื่อและที่อยู่หลายครั้งกระทั่งสืบทราบว่าล่าสุดผู้ต้องหาหลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านแฟน ภายในหมู่บ้านสวนดอกไม้ เขตทวีวัฒนา กทม.จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้

      จากการสอบสวน นายภาคิณฯ ให้การภาคเสธ ว่าก่อนหน้านี้มีลูกศิษย์ที่ให้ตนเป็นปรึกษาทำวิทยานิพนธ์ในสถาบันแห่งหนึ่งชักชวนไปพูดคุยกับผู้เสียหาย โดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นการหลอกขายที่ดิน ทั้งนี้ยอมรับว่าหลังพูดคุยกับผู้เสียหายแล้วก็มีเงินเข้าบัญชีตนเองจำนวน 5 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

error: Content is protected !!