รอง ผบ.ทบ. เปิดกิจกรรมเตรียมความพร้อมกำลังพลก่อนเกษียณ ประจำปี 2569 “เกษียณสุขใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า”

รอง ผบ.ทบ. เปิดกิจกรรมเตรียมความพร้อมกำลังพลก่อนเกษียณ ประจำปี 2569 “เกษียณสุขใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า”

วันนี้ (12 มี.ค. 69) เวลา 08.30 น. ณ สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) วิภาวดี พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานเปิดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้แก่กำลังพลที่จะเกษียณอายุราชการ ภายใต้หัวข้อ “เกษียณสุขใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า” ซึ่งกองทัพบกจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กำลังพลก่อนเข้าสู่ชีวิตหลังเกษียณ จากการเป็นทหารสู่การเป็นพลเรือนอย่างมีคุณภาพ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มุ่งเตรียมความพร้อมให้กำลังพลที่มีกำหนดเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2569 และ 2570 โดยมีกำลังพลจากหน่วยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมจำนวน 600 นาย และจะขยายผลให้กองทัพภาคที่ 2, กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบเดียวกันในพื้นที่รับผิดชอบต่อไป

ทั้งนี้ มีหน่วยงานสำคัญจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรม อาทิ สมาคมนายทหารนอกประจำการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรมส่งกำลังบำรุงทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กรมการเงินกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สำนักบริหารงานบุคคล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

ภายในกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้ในประเด็นสำคัญ เช่น การเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตหลังเกษียณ การป้องกันภัยไซเบอร์ การวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ สิทธิและการเตรียมเอกสารสำหรับผู้เกษียณ รวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจในวัยเกษียณ นอกจากนี้ยังมีการจัดบูธนิทรรศการให้คำปรึกษา อำนวยความสะดวกด้านเอกสาร การให้คำปรึกษาทางการแพทย์ และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่กำลังพลหลังเกษียณ



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

นที มีเดช รายงาน

เชียงใหม่ ผนึกกำลังภาครัฐ เดินหน้าลดการใช้พลังงาน 20% สู้วิกฤตพลังงาน

เชียงใหม่ผนึกกำลังภาครัฐ เดินหน้าลดการใช้พลังงาน 20% สู้วิกฤตพลังงาน

วันนี้ (12 มี.ค. 69) เวลา 9.00 น. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน เชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการลดใช้พลังงานและการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 121 หน่วยงาน ที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 25 อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 211 แห่ง เข้าร่วมงาน

โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานลง และให้ได้รับทราบและเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณา วิธีการ เก็บข้อมูล รายงานข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมทั้งกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย ข้าราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการ ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่การเป็นผู้นำภาคส่วนอื่น ๆ ในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และตรวจติดตามผลการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20

โดยมีกิจกรรมการบรรยายจากนักวิชาการ ในหัวข้อ “ผนึกกำลังมุ่งสู่เป้าหมายการประหยัดพลังงานร้อยละ 20 ในภาครัฐ” และหัวข้อ “เกณฑ์และวิธีการรายงานการใช้พลังงาน”

ทั้งนี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ ขอเน้นย้ำให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน ดำเนินมาตรการการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ โดยต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในช่วงภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานและการให้บริการประชาชน ผ่านมาตรการการประหยัดไฟฟ้าและการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ถือเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐในช่วงวิกฤตพลังงานต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาเข้มข้น

แม่ทัพน้อยที่ 3 พบปะประสานการปฏิบัติกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เยี่ยมการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาเข้มข้น

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมรับฟังบรรยายสรุปแผนเผชิญเหตุและการเตรียมการป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ที่ห้องรับรอง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก โดยมี พลตรี สมบัติ บุญกอแก้ว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310 พร้อมด้วย พันเอก เรืองเดช ฟูปินวงศ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก ฝ่ายทหาร, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น เข้าร่วมประชุมการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันจังหวัดตาก โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจภูธรจังหวัดตาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ท้องถิ่นจังหวัดตาก ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดตาก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้มีการบรรยายสถานการณ์ และการเตรียมป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าฯ โดยแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจังหวัดตากอยู่ในลำดับที่ 11 จาก 17 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีจำนวนวัน 14 วัน ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน และมีจำนวนจุดความร้อน 1,257 จุด อยู่ในลำดับที่ 2 จากทั้งหมด 17 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569) เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า จุดความร้อนลดลง 3,082 จุด หรือคิดเป็น 71.03% อีกทั้งค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงมีจำนวนวันลดลง 31 วัน หรือ 68.89% ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ โดยมีมาตรการการบังคับใช้กฎหมาย มาตรการเตรียมความพร้อมหลังฤดูการเผา ปฏิบัติการลาดตระเวนอย่างเข้มข้น เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

สั่งเข้มงวดการกระทำผิดและเผาป่า

ผอ.สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มอบนโยบาย สร้างขวัญและกำลังใจ ให้แก่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาเน้นการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดและป้องกันไฟป่า

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าพื้นที่พร้อมด้วย นายนาวี ศิลป์สุภากุล รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เดินทางพบปะให้โอวาทการทำงาน และ เยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมี นายเทพอรุณ ทองศิริ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และ เจ้าหน้าที่ภายในสังกัดให้การต้อนรับ พร้อมรับมอบนโยบายในการทำงาน ซึ่งเน้นให้มีความสามัคคีในองค์กร

นายเทพอรุณ ทองศิริ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ได้มอบหมายแนวทางการปฏิบัติงานและกำชับเรื่องการเข้มงวดกวดขันป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ การลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่า รวมถึงการประชาสัมพันธ์เฝ้าระวังไฟป่า และ การมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่เขตฯ และ ช่วงบ่ายมีการจัดฝึกทบทวนระเบียบแถว พร้อมทั้งมอบข้าวสารอาหารแห้งให้เจ้าหน้าที่เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป

สำหรับถนนในป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามถนนปริศนา ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากหน่วยเหนือ ในเรื่องการละเมิดกฎหมายขณะที่อีกด้านคือราษฎรชนเผ่าที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวได้ร้องขอใช้ถนนหากมีเหตุจำเป็นซึ่งได้รับการผ่อนผันให้ใช้ได้เป็นครั้งคราวจากเหตุจำเป็น อาทิ ผู้ป่วยหนักที่ต้องการเดินทางมาหาหมอในตัวอำเภอแม่ลาน้อย หรือ อำเภอแม่สะเรียง


–ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ติดตามสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย ได้ติดตามสถาน การณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ได้เกิดเหตุลมกระโชกแรง และมีฝนฟ้าคะนอง ทำให้บ้านเรือนประชาชน และสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย ข้อมูล ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ตรวจสอบเบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 8 อำเภอ 33 ตำบล 59 หมู่บ้าน 74 หลังคาเรือน คอกสัตว์ 3 แห่ง โรงเก็บพืชผลทางการเกษตร 7 แห่ง แผงโซลาเซลล์ 1 แห่ง อาคารเอนกประสงค์ 1 แห่ง เต็นท์ขายสินค้าหน้าที่ว่าการอำเภอคีรีมาศ จำนวน 1 หลัง ดังนี้

  1. อ.ศรีสัชนาลัย 6 ตำบล 7 หมู่บ้าน 6 หลังคาเรือน 1 อาคารเอนกประสงค์
  2. อ.ศรีสำโรง 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน 9 หลังคาเรือน 7 โรงเก็บพืชผลทางการเกษตร
  3. อ.คีรีมาศ 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน 1 หลังคาเรือน 1 เต็นท์ขายสินค้าหน้าที่ว่าการอำเภอคีรีมาศ
  4. อ.บ้านด่านลานหอย 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน 4 หลังคาเรือน
  5. อ.สวรรคโลก 9 ตำบล 17 หมู่บ้าน 26 หลังคาเรือน
  6. อ.ศรีนคร 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน 5 หลังคาเรือน
  7. อ.เมืองสุโขทัย 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน 5 หลังคาเรือน
  8. อ.กงไกรลาศ 6 ตำบล 16 หมู่บ้าน 18 หลังคาเรือน 3 คอกสัตว์ 1 แผงโซลาเซลล์

ทั้งนี้ หน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการผ่านเครือข่ายจิตอาสาจังหวัดสุโขทัย เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนและพื้นที่ประสบวาตภัยแล้ว


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 450,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 450,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.45 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณช่องทางเขาหัวโล้น บ้านหนองเต่า (บริวาร บ้านม่วงชุม) หมู่ 10 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียง ใหม่ ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 3 – 5 คน สะพายกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ หน่วยจึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการโดรน และ ชุดสุนัขตรวจค้นยาเสพติด เข้าวางกำลังควบคุม และตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบ กระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวน 450,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก เดชาธร สาหยุด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เป็นผู้แทน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับ สถานีตำรวจภูธรฝาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 268 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 273 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 152,676,019 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,947.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 169.4 กิโลกรัม และ คีตามีน 431.4 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 36 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 25 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 26,289 ล้านบาท (26,289,949,352 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง#กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

“ชปส.ภ.จว.ลำพูน” กวาดล้างยาเสพติด ตามหมายจับ รวบสาวพร้อมแฟนหนุ่ม พบยาบ้าซุกซ่อนกว่า 1.2 หมื่นเม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

“ชปส.ภ.จว.ลำพูน” กวาดล้างยาเสพติด ตามหมายจับ รวบสาวพร้อมแฟนหนุ่ม พบยาบ้าซุกซ่อนกว่า 1.2 หมื่นเม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.ณัฐพล จันมะโน ผกก.สืบสวน ภ.จว. ลำพูน นำโดย พ.ต.ท.ทนันชัย พอพิน รอง ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ลำพูน พร้อมชุด ชปส.กก. สืบ สวน ภ.จว.ลำพูน ได้ดำเนินการติดตามหมายจับคดียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเข้าดำเนินการจับกุม น.ส.ลดาวัลย์ หรือ หญิง ได้ภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน จากการตรวจค้นภายในบ้านพบนายอัครชัย หรือ ปอ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของหญิง ร่วมพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

จนท.ได้สอบถามนายปอ ว่าตนเสพยาเสพติดหรือไม่ นายปอยอมรับว่าเสพ จนท.จึงทำการค้นตัวแต่ไม่พบยาเสพติดดังกล่าวและสอบถามว่ามียาเสพติดเหลืออยู่ในครอบครองหรือไม่ นายปอให้การว่าตนมียาเสพติดเหลืออยู่ในความครอบครอง มีไว้เพื่อเสพและเตรียมจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ โดยได้เก็บซุกซ่อนไว้ภายในห้องเก็บของหลังบ้าน จนท. ได้ตรวจค้น ตรวจพบยาเสพติด จำนวนประมาณ 12,122 เม็ด พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 5 นัด ซึ่งตนได้ซื้อมาในราคา 5,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหมืองจี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลต่อไป

เพื่อเป็นการป้องกัน ปราบปราม ยับยั้งยาเสพติดแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เพื่อความอยู่ดี มีสุข ความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องชาวลำพูน โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูนและศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเข้มข้นต่อไป

ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือพบเห็นอาชญากรรม โปรดแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โทรสายตรง 053-569-790

#ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 จังหวัด ปัตตานี มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพล

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 จังหวัด ปัตตานี มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพล

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 โดยมีผู้บังคับบัญชาและกำลังพลให้การต้อนรับ พร้อมรายงานสรุปสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบ โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ ยึดมั่นในระเบียบวินัย และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการปฏิบัติงานอย่างเข้าใจบริบทของพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และวิถีชีวิตของประชาชน

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากภารกิจด้านความมั่นคงแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขและความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกลุ่มในพื้นที่

ในโอกาสเดียวกันนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อย สร้างความปลอดภัย และสนับสนุนการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดำรงอยู่อย่างสงบสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม


พรพิพัฒน์ รายงาน

อยุธยา บุกโกดัง เครือข่าย ค้าไม้ บางปะหัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วม “รมว.ทส.สุชาติ” พร้อมด้วย “รมว.ยธ. พล.ต.ท.รุทธพลฯ” ตรวจสอบโกดังบางปะหัน ลุยเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลปราบเครือข่ายค้าไม้มีค่า

วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวและนำทีมลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบโกดังของบริษัท ภาคินเทรดดิ้ง (5588) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 43/1 หมู่ 5 ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรี อยุธยา

พร้อมด้วยพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศรีโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้กำกับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายชวนินทร์ย์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชนุดม เพชรสังข์ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม พ.ต.อ.ปองพล ประสบภัย ผู้กำกับสภจ.พระนครศรีอยุธยา นายชัยชาญ ศรียงค์ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

จากผลการตรวจสอบโกดังดังกล่าว พบว่าไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรมป่าไม้จึงมีการอายัดและตรวจนับไม้ของกลาง พร้อมอุปกรณ์ในการกระทำความผิดตรวจสอบอีกครั้งเนื่องจากไม้มีจำนวนมาก ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้อายัดเอกสารและรวบ รวมพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยจะนำไปตรวจสอบเพื่อใช้ประกอบการตรวจพิสูจน์และขยายผล พร้อมทั้งรวบรวมเป็นไฟล์ข้อมูลประสานกรมป่าไม้อายัดไม้และจะนำไปสู่การดำเนินคดีต่อไป หากไม่สามารถยืนยันที่มาของไม้ได้ เบื้องต้นพบว่าเอกสารไม้ภายในบริษัทดังกล่าว มีพิรุธหลายอย่าง เชื่อได้ว่าอาจจะไม่ตรงกันจึงได้มีการอายัดไว้ เป็นไม้แปรรูป ไม้ท่อน ปีกไม้ ปลายไม้ ไม่ต่ำกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 1,100 ลบ.ม. มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหากคำนึงถึงคุณภาพไม้อาจมีมูลค่าทางการค้าสูงถึง 3,000 ล้านบาท

โดยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ติดตามขยายผลความเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 01.30 น. มีการนำเข้า – ส่งออกไม้จากโกดังแห่งนี้ โดยใช้รถบรรทุกเทรลเลอร์มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี พบไม้ประดู่จำนวน 34 ท่อน ปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดงให้กับทางเจ้าหน้าที่ จึงได้อายัดรถบรรทุกเทรลเลอร์ พร้อมไม้ประดู่ 34 ท่อน ซึ่งอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ และได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชบ.1 (บางละมุง) จ.ชลบุรี และเมื่อเวลา 10.00 น. ได้ตรวจยึดและอายัดรถบรรทุกจำนวน 2 คัน โดยได้มีการดำเนินคดี จำนวน 1 คัน ซึ่งบรรทุกไม้มาจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีลักษณะการลักลอบซ่อนไม้ประดู่โดยสำแดงสินค้าเป็นมันสำปะหลังเพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีก 1 คัน ที่บรรทุกไม้มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการอายัดเพื่อรอการตรวจสอบต่อไป

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ระบุชนิดเป็นจำพวกนกได้จำนวน 10 ชนิด 28 ซาก จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิดจำนวน 4 ชิ้นเนื้อ เกล็ดลิ่นน้ำหนัก 900 กรัม และระบุเป็นกลุ่มได้อีกจำนวน 21 กลุ่ม จำนวน 68 ซาก รวมซากสัตว์ป่าของกลางทั้งสิ้น 96 ซาก และ 4 ชิ้นเนื้อ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะนำไปตรวจสอบพิสูจน์ชนิดซากสัตว์ป่าของกลาง และเก็บรักษาตามระเบียบหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ในการเดินหน้าสืบสวนขยายผล และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินและยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อตัดวงจรการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติอย่างถอนรากถอนโคน และปกป้องผืนป่าอันเป็นสมบัติค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

รมช. กลาโหม ตรวจเยี่ยมสายการผลิตศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์กองทัพไทย

จังหวัดลพบุรี – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ ด้วยการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ของศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ที่ ลพบุรี

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมี พลโท รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป เกี่ยวกับผลดำเนินงานที่สำคัญของหน่วยเกี่ยวกับความคืบหน้า และปัญหาต่างๆ ในโครงการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติงานของกองทัพ และประเทศชาติ ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด

พร้อมทั้ง นำคณะเยี่ยมชมงานวิจัยการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ และ สายการผลิตของหน่วย ณ โรงงานสร้างปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิด และ โรงงานต้นแบบการวิจัยพัฒนาอาวุธ โดยโรงงานดังกล่าวมีภารกิจหลักในการวิจัยพัฒนาและผลิตปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดขนาดต่าง ๆ สนับสนุนให้กองทัพมาตั้งแต่ปี 2521 เพื่อเป็นหลักประกัน ในความมั่นคง ด้านการทหารที่สามารถพึ่งตนเองได้ในภาวะปกติและไม่ปกติ เพื่อลดการสูญเสียงบประมาณให้แก่ต่างประเทศให้มากที่สุด ในการที่จะต้องจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ ตลอดจนเพื่อเป็นแหล่งหารายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง หากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีความเจริญ ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตรวจเยี่ยมโครงการซ่อมบำรุงเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มม. โครงการปรับปรุงพัฒนาปืนใหญ่ขนาด 155 ม.ม. ให้เป็นอัตราจรล้อยาง เพื่อความเหมาะสมกับการใช้งานจริงตามแนวชายแดนให้แก่กองทัพไทย และ สายการผลิต ปืนเล็กยาวขนาดต่าง ๆ ที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธฯ พร้อมทั้งได้ทดสอบการยิงปืนเล็กยาวขนาดต่าง ๆ ด้วยตนเอง ณ สนามยิงปืนทดสอบของหน่วย โดยก่อนเดินทางกลับ คณะยังได้เข้ากราบสัการะ พระพิชิตไพรีศรีสยามวงศ์ ณ โบสถ์ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090