ภาคเอกชนร่วมกับโรงพยาบาลค่ายอดิศร​ จัดงานวิ่ง”MINI-FUNRUN. มาราธอน”หารายได้และเตียงผู้ป่วยอุปกรณ์พร้อมมูลนิธิหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ได้มอบรถพยาบาลให้โรงพยาบาลค่ายอดิศร

      เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่26พค.62​ ที่สนามลานเอนกประสงค์​ มณฑลทหารบกที่18​ พลตรีอัศวิน​ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​และ นายมงคล​ ศิริพัฒนกุล​ ประธานกรรมการบริษัท​ วณิชากร​ จำกัด มีพันเอก​ ปัญญา​ สุดนาวา​ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอดิศร​ กล่าววัตถุประสงค์ และ ร่วมเปิดการวิ่ง” MINI-FUNRUN.มาราธอน”เพื่อหารายได้มอบให้โรงพยาบาลค่ายอดิศร
      โดยการวิ่ง มีการแบ่งการแข่งขันเป็น 2ประเภท
      ประเภท1.มินิมาราธอน10 กิโลเมตรทุกประเภทชายหญิงทั่วไป
      ประเภท​ FUNRUN วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร และประเภทวิ่งแฟนซี ซึ่งในครั้งนี้มีนักวิ่งร่วมการแข่งขันถึง 3,000 คน
      โดยการออกกำลังกายเป็นการป้องกันและเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคไม่ติดต่อที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและทุพพลภาพในมนุษย์  การออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นหนึ่งในการออกกกำลังกายและเป็นการสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลค่ายอดิศรและเครื่องมือแพทย์และจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ที่เข้ามารักษาพร้อมเป็นสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรของโรงพยาบาลค่ายอดิศร
      ในการแข่งขันในครั้งนี้มีนายศิริชัย​ แสงทองพิทักษ์​ กรรมการผู้จัดการ​ บริษัท​ สยามฟูรูกาว่า​ (FB​ BATTERT)​จำกัด​ มอบอุปกรณ์เครื่องมือและเตียงผู้ป่วยและให้การสนับสนุน​ นาย​ ภาณุวัฒน์ คำใสยผู้จัดการประจำส่วนพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัทปูนชิเมนต์(แก่งคอย)​จำกัด มีมูลนิธิหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์มอบรถตู้พยาบาล1คันสถานที่ออกกำลังกายด้วยในเขตทหารมีบรรยากาศที่น่าชมหลายแห่งที่สวยงามอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ประชาชนที่สนใจการออกกำลังกายด้วยการวิ่งจึงรวมตัว เพื่อพัฒนาการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพื่อกระตุ้นประชาชนในจังหวัดสระบุรีและใกล้เคียงกับการออกกำลังกายพร้อมได้สัมผัสธรรมชาติในเส้นทางที่สวยงามดังกล่าว /ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เปิดอนุสาวรีย์เจ้าจันทกินรี เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก

      จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ว่ามุกดาหารและอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ประชาชนชาวมุกดาหารร่วมในพิธีเปิดอนุสาวรีย์จำนวนมาก ร่วมรำเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์เมืองมุกดาหารครบรอบ 249 ปี โดยมีผู้รำ 1,500 คน

      เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00 น ที่บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าจันทกินรี จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธานพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช ( เจ้าจันทกินรี ) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก อพยพมาจาก บ้านหลวงโพนสิม ใกล้พระธาตุอิงฮัง ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พร้อมด้วยไพ่พลประมาณ 3,000 คน มาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณปากห้วยบังมุข เพราะเห็นว่ามีทำเลที่อุดมสมบูรณ์ กว่าทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เมื่อปีพ.ศ 2310 จากนั้นได้สร้างบ้านแปลงเมืองมาตามลำดับจนถึงปีพ.ศ 2313 ได้ขนานนามเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ว่า เมืองมุกดาหาร

      ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรี เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ได้แผลแสนยานุภาพขึ้นมาถึงแถบลุ่มแม่น้ำโขง จนถึง พ.ศ 2321 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกฯ และเจ้าพระยาจักรียกกองทัพขึ้นมาตามลำน้ำโขงเพื่อปราบปรามและรวบรวมหัวเมืองใหญ่น้อยในสองฝั่งแม่น้ำโขงให้รวมอยู่ในข่าขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งให้ เจ้าจันทกินรี เป็นพระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก และได้พระราชทานนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร ตามที่ได้ขอพระราชทาน ซึ่งอาณาเขตเมืองมุกดาหาร ครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงจนจดชายแดนเวียดนาม ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ จนถึงปีพ.ศ 2347 หรืออยู่ในตำแหน่ง 26 ปี จึงถึงแก่กรรม จากนั้นได้มีลูกหลาน ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองต่อมาอีกถึง 7 คน วงเวลาเป็นเมืองอยู่ 137 ปี จึงถูกยุบลงเป็นอำเภอมุกดาหาร ขึ้นกับมณฑลอุดร และจังหวัดนครพนม ตามการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลและภูมิภาคถึง 75 ปี (พ.ศ.2450-2525) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหารเมื่อปีพ.ศ 2525 เป็นจังหวัดที่ 73 ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ 17 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เมืองมุกดาหารมีอายุ 2499 ปี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่สำคัญ ทั้งด้านวัฒนธรรมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน การค้า และวัฒนธรรมประเพณี หลากหลาย

      ดังนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ ให้ชาวมุกดาหาร และบุคคลทั่วไป ได้รำลึกและยกย่องในคุณงามความดี ของผู้ก่อตั้งเมืองมุกดาหาร รวมทั้งการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ประกอบกับเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจทั่วไป ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเมืองมุกดาหารอันยาวนานถึง 249 ปี รวมถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นที่หลากหลายของเมืองมุกดาหาร อาทิ การตั้งเมืองมุกดาหาร วิถีวัฒนธรรม 8 เผ่าพื้นเมือง โบราณสถานเป็นต้น.


Cr.นอ.หว้านใหญ่ (ต๋อง)
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

โรงเรียนสมอทอดศึกษา จัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2562

ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนสมอทอดศึกษา ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ นางพัฒนา สินมา ผู้อำนวยการโรงเรียนสมอทอดศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู จัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียน ขึ้น
โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านและโรงเรียน เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและวางแผนร่วมกับทางโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษา อบรมเลี้ยงดูบุตรหลานของตนเอง เพื่อให้ผู้ปกครองรับทราบนโยบายของทางโรงเรียน และเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งการประชุมผู้ปกครองในครั้งนี้ เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิด เป็นการพบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง โดยมีครูประจำชั้นหรือครูที่ปรึกษาดำเนินการกิจกรรม เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการจัดการศึกษา รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและผู้ปกครองในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยทางโรงเรียนสมอทอดศึกษามุ่งเน้นให้นักเรียน ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ด้วยการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ได้ทดลองปฏิบัติจริง ได้สัมผัสกับประสบการณ์ตรง ในการเรียนการสอนอย่างมีระบบแบบแผนเพื่อให้นักเรียนเป็นเติบโตเป็นคนเก่ง เป็นคนดีของสังคมต่อไป

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา

แสดงมุทิตาจิต พิธีรับตราตั้งเจ้าคณะตำบลบ้านร่อม “พระครูโกศลวรากร” หลวงตามหาชน เจ้าอาวาสวัดนางคุม อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา อดีตนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย

วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.62 เวลา11.00 น. แสดงมุทิตาจิต พิธีรับตราตั้งเจ้าคณะตำบลบ้านร่อม “พระครูโกศลวรากร” หลวงตามหาชน เจ้าอาวาสวัดนางคุม อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา อดีตนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย รุ่นสร้างทาง มี 2 อดีตนายกสมาคม น.พ.ปิยเมธ ยอดเณร (พี่หมอ) ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” พร้อมด้วยเพื่อนร่วมรุ่นสร้างทางหลายท่านร่วมงาน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ วิบูลย์ณรงค์ พ.ต.อ.ณรงค์ รัตนประสาท คุณพงษ์พจน์ หิรัญพฤกษ์ คุณศุภชัย ทัดทอง คุณรุ่งโรจน์ เผ่าประเสริฐ คุณจาลึก เอี่ยมเจริญ นาวาอากาศโทวิชัย ชื่นหทัย(ตี๋สห.ทอ.) คุณบุญสืบ จริตวงศ์ คุณก๊อง ชัยยุทธ กรองเพ็ง คุณสมภพ สุดเหลี่ยม คุณมนตรี สินธุ (ติ๊ก กูรูผู้รอบรู้) และเพื่อนๆลูกชมพู+เขียว อีกหลายท่าน
และบรรดาศิษยานุศิษย์พร้อมชาวบ้านร่วมแสดงความยินดีแก่หลวงตานริศ พระนักพัฒนาและอบรมศีลธรรม ตลอดทั้งการสอนคอมพิวเตอร์ให้เด็กนักเรียน เปิดศูนย์การเรียนรู้เพื่อเป็นพุทธคุณ ขอให้เจริญด้วยอายุวัฒนมงคล “ทหารนักบุญ”
ร.ต.สมยศ มีแสงเพชร -ถ่ายภาพ เลขาแอนนา- รายงาน

พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นเสริมรายได้”

       วันนี้​ วันอาทิตย์​ที่​ 26 พ.ค.62 เวลา 10.00 น.​ ณ บริษัท เอส.เค. สีและเคมี จำกัด​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นเสริมรายได้” เพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความรู้​ ความสามารถในการสกรีนเสื้อ และนำไปเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในภายภาคหน้าต่อไป

       โดยมี พัน​ตำรวจ​เอก​ มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รอง​ผบก.น.1),ผู้กำกับ​การ​ แต่ละสถานีตำรวจ​นครบาล​ ในสังกัด​กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผกก.แต่ละ สน.ฯในสังกัด บก.น.1),คณะ กต.ตร.บก.น.1,คณะที่ปรึกษา บก.น.1 และข้าราชการตำรวจผู้เข้ารับการอบรม เข้าร่วมพิธี

Cr.ทีมงาน​สำนักงาน​ผบก.น.1

รรท.ผบช.สตม.ขึ้นเหนือ ตรวจราชการ ตม.จ.อุตรดิตถ์,น่าน​ และ แพร่

      ต่อมาวันที่​ 25​ พ.ค.62​ เวลา 09.30 น.  พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ ณ ตม.จ.น่าน โดยมี พัน​ตำรวจ​เอก​ เอกกร  บุษบาบดินทร์ รองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 5 (รอง​ผบก.ตม.5)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ จังหวัด​น่าน​ (ผกก.ตม.จ.น่าน)​ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ตม.จ.น่าน รอรับการตรวจเยี่ยมและให้การต้อนรับ

      จากนั้นต่อมาเวลา 10.45 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ ณ ตม.จ.แพร่ โดยมี พัน​ตำรวจ​เอก​ เอกกร  บุษบาบดินทร์ รองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 5 (รอง​ผบก.ตม.5)​,พัน​ตำรวจ​โท​ ชัยวัฒน์ เกตุเอม สารวัตร​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ จังหวัด​แพร่​ (สว.ตม.จ.แพร่)​ และข้าราชการในสังกัด ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ จังหวัด​แพร่​ (ตม.จ.แพร่)​ รอรับการตรวจเยี่ยมและให้การต้อนรับ

      ในการนี้ได้มอบสิ่งของที่จำเป็นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงการทำงานอย่างตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตามนโยบายที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตุ๋นขายเพื่อนร่วมชาติ บุกค้นโรงงานวิตามินปลอมรวบ 7 ต่างด้าว

      วันนี้ 24 พค.62 เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.ศารุต แขวงโสภาพ.ต.อ.อำนาจ โฉมฉาย รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.สุรชัช สุวรรณศรี ผกก.3 ทท.1 และ จนท.ตร.กก.3 ทท.1และฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกันจับกุม
       1.Mr.Wu Bin สัญชาติจีน
       2.Ms.Wu Sixin สัญชาติจีน
       3.Ms.Huang Jingjie สัญชาติจีน
      4.Mr.Zhao Wenyu สัญชาติจีน
       5.Mr.Fu Haosen สัญชาติจีน
       6.Mr.Liang Xin สัญชาติจีน
       7.Mr.Jin Fu สัญชาติเมียนม่า
      (หลบหนีเข้าเมือง) อยู่ที่บ้านหลังที่ตรวจค้นนอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์การบรรจุวิตามินซีและฉลากปลอมตามที่ได้รับร้องเรียน มีวิตามินซีที่บรรจุเสร็จแล้วจำนวน34กล่อง กล่องละ 50 กระปุก มูลค่าความเสียหายประมาณ 3 ล้านบาทและตรวจยึดเครื่องตืดสลาก เครื่องยิงบาร์โคณดาและเครื่องรีดสติกเกอร์ ไว้เป็นของกลาง ตรวจสอบคนต่างด้าวทั้ง 7 ราย เป็นวีซ่านักท่องเที่ยว ไม่พบการได้รับอนุญาตทำงานแต่อย่างใด จึงจับกุมข้อหา “ร่วมกันปลอมเครื่องหมายค้า และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”เหตุเกิดบ้านเลขที่75/28 ซอยรามคำแหง21 เขตหัวหมาก กทม.นำส่ง.สน.หัวหมาก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ร่วมใจกันสักการะหลวงพ่อบึงสามพัน ครั้งที่ 1

      นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยคณะครู เจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ร่วมใจกันสักการะหลวงพ่อบึงสามพัน บริเวณมณฑป หลวงพ่อบึงสามพัน วัดบึงสามพันล่าง หมู่ที่ 5 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์
      โดยการนำนักเรียนนักศึกษา และคณะครู เจ้าหน้าที่ จำนวน 1,246 คน ร่วมเดินขบวน ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ไปสักการะหลวงพ่อบึงสามพันพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอบึงสามพัน ทราบถึงประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อบึงสามพัน และเพื่อแสดงถึงความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ
      ขบวนประกอบด้วย สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาเทคนิคคอมพิวเตอร์ สาขาไฟฟ้ากำลัง สาขาการตลาด สาขาการโรงแรม สาขายานยนต์ และสาขาการบัญชี อีกทั้งยังมีการแบกตราสัญญาลักษณ์วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ร่วมในขบวน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการแบกภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ ของการเป็นนักเรียนนักศึกษาในรั้ววิทยาลัยฯ แห่งนี้ ให้มีความอดทนและมุ่งมานะให้ไปสู่ความสำเร็จ
      นอกจากนี้ ด้านนายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ คณะครู เจ้าหน้าที่ นักเรียนนักศึกษา ยังได้ร่วมกัน ปลูกต้นไม้ บริเวณรอบอุโบสถ วัดบึงสามพันล่าง เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและเป็นร่มเงา สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่

รุ่งทิพย์ บำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว

ตม.สนามบิน รวบหนุ่มต่างชาติ ปลอมพาสปอร์ต​มาเลเซีย หลังระบบไบโอแมทริกซ์ จับได้ว่า เป็นคนละคนกันกับพาสปอร์ต ขยายผลพบซุกเงินกว่า 5 แสนดอลล่าร์

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 24 พ.ค.62​ : พันตำรวจ​เอก​ เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการ​ตำรวจ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (รอง​ผบก.ตม.2)​ ในฐานะโฆษก กอง​บังคับการ​ตำรวจ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​(บก.ตม.2)​ เปิดเผยว่า พลตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​ ได้รับรายงานจาก ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ ว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน เวลา 10.30​ น.จนท.ตม.ขาออก ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ พบผู้โดยสารชายชาวเอเชียถือหนังสือเดินทางชื่อ Mr.Oh chee boon สัญชาติมาเลเซียมา ทำการตรวจหนังสือเดินทางผ่านช่องตรวจทดสอบ ของระบบโครงการ Biometric โดยจะเดินทางไปกับสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน PR731 ไปยังประเทศฟิลิปปินส์

      โดยระบบประมวลผลเทียบเคียงใบหน้า facial recognition ของระบบ Biometric พบว่า ข้อมูลภาพในหน้า Data oage ไม่ตรงกับข้อมูลภาพใน chip หนังสือเดินทาง และ ภาพถ่ายผู้เดินทาง จากกล้องบันทึกที่ช่องตรวจ ตม. แสดงผลว่า ไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน

      พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ จึงสั่งการ พ.ต.อ.เพลิน กิ่งพยอมผกก.สส.ปป.บก.ตม.2 และ ว่าที่ พ.ต.ต.สมพร บัวหอม สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน​ (ชป.2) นำตัว ไปทำการสืบสวนขยายผล

      จากการซักถามเบื้องต้น ชายคนดังกล่าว ยังยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับพาสปอร์ต แต่จากการตรวจสอบทางเทคโนโลยี VSC 6000 พบว่าเป็นพาสปอร์ตปลอม นอกจากนั้น ยังพบเงินสด เป็น US DOLLA ประมาณ 500,000 USD และ มีประวัติการเข้าออกทางด่านชายแดนไทย-เมียนมาร์ ด้วยพาสปอร์ตเล่มดังกล่าวหลายครั้ง ซึ่งมีการตรวจพบด้วยระบบ Biometric ที่สุวรรณภูมิ จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด

      โดย ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ใช้หรือมีใว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม​ และใช้ดวงตรารอยตราหรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอม​ (ปลอมรอยตราประทับ) และจะทำการขยายผล ถึงจุดประสงค์ และ ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยส่ง พงส.สตม.ดำเนินคดี ขยายผลเครือข่าย ตามนโยบาย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. ต่อไป

      สำหรับ Biometric หรือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจบุคคลด้วยเทคโนโลยี Biometric เป็นโครงการ ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่นำเทคโนโลยีชีวภาพ มาใช้ควบคู่กับระบบตรวจคนเข้าเมือง โดยใช้เทคโนโลยี Biometric พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ทั้งข้อมูลลายนิ้วมือ finger print และ ข้อมูลใบหน้า facial recognition ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการพิสูจน์ตัวบุคคลเพิ่มขึ้นจากข้อมูลหนังสือเดินทางปกติ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนชื่อ หรือเอกสารเดินทาง เพื่อหลบเลี่ยงข้อมูลเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นการยกระดับการคัดกรองบุคคลเข้าออกราชอาณาจักร เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น โดยได้รับอนุมัติให้ใช้งบประมาณจากค่าธรรมเนียม ตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 2 พันกว่าล้าน ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฏหมาย และขณะนี้ อยู่ระหว่างการทดสอบการทำงาน ตาม TOR ในงวดงานที่ 4 จาก 6 งวดงาน เพื่อครอบคลุมการทำงาน ด่านชายแดนทางบก เรือ อากาศ และการตรวจขออยู่ต่อทั่วประเทศต่อไป ตามนโยบายยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงของ รัฐบาล และ ผบ.ตร.

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บก.ตม.2
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวบ้าน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ รวมตัวร้องกองปราบฯ​ ตรวจสอบกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ หลังพบความผิดปกติเงินกองทุนรวม 16 ล้านสูญหาย

วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 24 พ.ค.62​ เวลา 09.30 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พา น.ส.กาญจนะพัฒน์ มรกต อายุ 54 ปี อาชีพเกษตรกรชาว จ.บุรีรัมย์ พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.กระสังฯ จำนวนกว่า 10 คน

เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ เอกรัตน์ ขวัญฤทธิ์ รองสารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 3​ กอง​ปราบปราม​ (รอง​สว.กก.3 บก.ป.)​ เพื่อร้องขอให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกลุ่มที่ไม่โปร่งใสจากกรณีเงินสะสมสมาชิกของกลุ่มดังกล่าวจำนวน 16 ล้านบาท สูญหายไป จนทำให้บรรดาสมาชิกกว่า 1 พันคนได้รับความเดือดร้อน โดยนำเอกสารหลักฐานมายื่นให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

น.ส.กาญจนะพัฒน์ฯ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.กระสังฯ นั้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2548 โดยปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า 1 พันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและผู้สูงอายุในพื้นที่ อ.กระสังฯ ตนและชาวบ้านเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีอีกทั้งยังหวังว่าหากตนเสียชีวิตไปอย่างน้อยบุตรหลานหรือคนในครอบครัวของตนจะได้รับเงินจำนวน 4 หมื่นบาท จากทางกลุ่มกลับคืนมาบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาตนและสมาชิกรายอื่นๆก็ได้จ่ายเงินค่าสมาชิกให้กับทางกลุ่มอย่างต่อเนื่องทุกเดือนตามเงื่อนไขที่มีการตกลงกันไว้ ในข้อแม้ที่ว่าหากมีสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต สมาชิกคนอื่นๆที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้องจ่ายเงินให้กับทางกลุ่มเพื่อนำไปใช้เป็นทุนช่วยเหลือมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ศพละ 50 บาท โดยบางเดือนตนเองต้องยอมจ่ายเงินค่าดังกล่าวให้กับทางกลุ่มเป็นจำนวนเงินมากถึง 3-4 พันบาท หากเดือนนั้นมีสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิตจำนวนหลายราย

น.ส.กาญจนะพัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนเองและสมาชิกคนอื่นๆไม่เคยทราบรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่ายของทางกลุ่มเลยว่ามีการดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งเมื่อช่วงปี 2560 เริ่มมีสมาชิกบางรายไม่ได้รับเงินค่าช่วยเหลือจากทางกลุ่มตามที่ตกลงกันไว้ อ้างว่ายอดเงินกองทุนของกลุ่มมีไม่เพียงพอที่จ่ายให้กับสมาชิกที่เหลือ

ตนและบรรดาสมาชิกรายอื่นๆจึงเกิดความสงสัย เพราะหากนับเงินที่เรียกเก็บจากสมาชิกตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนกลุ่มดังกล่าวน่าจะมียอดเงินรวมไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท แต่เมื่อสอบถามทางคณะกรรมการกลับบอกว่าเงินกองทุนหมด เมื่อสอบถามทางคณะกรรมการกลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน กระทั่งเมื่อไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.กระสังฯ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง ก็ไม่มีหน่วยงานไหนให้การช่วยเหลือหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดและปล่อยเวลาล่วงเลยมานานเกือบปี ก่อนจะมาประกาศยุบกลุ่มปล่อยลอยแพสมาชิกเมื่อวันที่ 19 พ.ค.62​ ที่ผ่านมา

ส่วนยอดเงินกองทุนของกลุ่มที่เหลืออยู่ 6 หมื่นบาทนั้นก็ให้นำไปแบ่งกันเอง ตนและบรรดาสมาชิกจึงมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะพวกตนส่งเงินตามเงื่อนไขให้กับกลุ่มมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แต่กลับไม่ได้รับเงินชดเชยแต่อย่างใด อีกทั้งการตรวจสอบกลุ่มดังกล่าวก็ไม่โปร่งใสและเชื่อว่ามีผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการท้องถิ่นระดับสูงหนุนหลัง เพราะคณะกรรมการกลุ่มส่วนใหญ่เป็นข้าราชการท้องถิ่น จึงได้รวมตัวมาร้องกองปราบฯ​ ในวันนี้เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆของคณะกรรมการกลุ่มรวมถึงไขข้อกระจ่างเกี่ยวกับเงินกองทุนจำนวน 16 ล้านบาทที่หายไป

นายรณณรงค์ฯ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มดังกล่าวจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่ได้มีการจดทะเบียนหรือขออนุญาตจัดตั้งทั้งในรูปแบบสหกรณ์หรือสมาคม ซึ่งในส่วนนี้ก็คงต้องดูว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สหกรณ์ฯ รวมไปถึงความผิดฐานยักยอก หรือไม่ กรณีนี้ไม่อยากให้ปล่อยผ่านเพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านผู้สูงอายุ เงินที่พวกเค้านำมาจ่ายให้กับทางกลุ่มก็เป็นเงินเบี้ยชราที่ได้รับจากภาครัฐ เพื่อหวังว่าจะมีเงินให้ลูกหลานได้ใช้หลังจากตนเองเสียชีวิต

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่นำมามอบให้ ก่อนรวบรวมส่งต่อให้กับทางผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​