สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยพร้อมดูแลประชาชนจากฝนตกหนักและเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร

      ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ลักษณะอากาศประเทศไทยในช่วงระหว่างวันที่ ๙-๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งโดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ ๖๐ ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

      พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะปัญหาน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเมืองใหญ่ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้กำชับให้ทุกกองบัญชาการในสังกัดภูธร ๑-๙ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบินตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการวางแผนเพื่อสนับสนุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การสนับสนุนในด้านอากาศยาน การลำเลียงส่งต่อผู้ประสบภัยหรือผู้ป่วยไปทำการรักษา โดยให้ประสานการปฏิบัติกับภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง กระทรวงสาธารณสุข และภาคเอกชน

      ทั้งนี้สำหรับกรณีที่อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจรและการอำนวยความสะดวก การจราจรให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร และพื้นที่ใกล้เคียง

      ๑. สำรวจพื้นที่ที่เกิดปัญหาด้านการจราจรจากน้ำท่วมขังเมื่อเกิดฝนตก พร้อมกำหนดแนว ทางแก้ไขปัญหา เส้นทางหลีกเลี่ยง หรือเส้นทางสำรอง ไว้รองรับอย่างเป็นระบบ

      ๒. ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสภาพท่อระบายน้ำให้ พร้อมรองรับการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเร่งรัดและซ่อมแชม ปรับปรุงส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝาท่อระบายน้ำที่ชำรด สภาพผิวการจราจร หรือ
ทางเท้าที่มีลักษณะเป็นหลุม

      ๓. จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดที่เคยมีปัญหา ตลอดจนจัดชุดช่วยเหลือ ซึ่งสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีในจุดที่เคยเกิดปัญหาน้ำ ท่วมขังผิวจราจร

      ๔. จัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเป็น ได้แก่ รถยก สเปรยีไล่ความชื้น เสื้อกัน ฝน รองเท้ายาง แผ่นป้ายแสดงข้อความที่ต้องการประชาสัมพันธ์ แนะนำ หรือคำเตือน ต่างๆ ไว้ให้พร้อม สามารถนำออกใช้ได้ทันที

      ๕. จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) อำนวยความสะดวกการจราจร และจัดชุด เคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือประชาชน เป็นการรองรับและสนับสนุนการแก้ไขปัญหา การจราจรกรณีฝนตกน้ำท่วมขังผิวการจราจร

      ๖. ให้สำรวจคลองระบายน้ำ ที่ตั้งเครื่องระบายน้ำ รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในเขต พื้นที่รับผิดชอบพร้อมเบอร์โทรศัพท์

      พร้อมกันนี้ ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติต่างๆ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถรับทราบถึงสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการสร้างช่องทางการรับรู้ คำแนะนำแก่ประชาชนก่อนและขณะเกิดพายุฝนเพื่อเตรียมการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยื่นยันว่าพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น”องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา” ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับมูลนิธิพระราหู​ และอบต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย​ ช่วยเหลือผู้พิการยากไร้

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 11 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น.: พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล
รอง ผอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์​ พร้อมด้วย​ พ.อ.สมพงษ์ อารีพงษ์ หน.กลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​,พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ จนท.กอ.รมน.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ ร่วมกับ มว.รส.ที่1 (อ.บางสะพานน้อย) ร้อย.รส.จ.ประจวบ​คีรี​ขันธ์​ นายสุรพล ศรีมนฑา นายก อบต.ช้างแรกและ จนท. สาธารณสุข ต.ช้างแรก,จนท.อบต. ช้างแรก

      ลงพื้นที่พบปะผู้ยากไร้​ และผู้พิการในต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จำนวน 2 รายได้แก่
      1.นาย สำเร็จ เกตุย้อย อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 11 ม.4 ต.ช้างแรก​ อ.บางสะพานน้อย พิการไม่สามารถเดินได้ไปรับการรักษาโดยการนวดบำบัด
      2.นายวิชัย ชัยโชค ม.3 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย​ พิการไม่สามารถเดินได้ พักอาศัยอยู่ที่บ้านโครงการซ่อม​ และสร้างบ้านกาชาดช่วยผู้ยากไร้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สอบถามความเป็นอยู่และการดูแลช่วยเหลือในขั้นต้นพร้อมกับรับฟังปัญหาและให้กำลังใจในการใช้ชีวิตแก่ผู้พิการทั้ง 2 คนรวมทั้งญาติที่ดูแล

      ต่อจากนั้นร่วมกันมอบรถวีลแชร ์จำนวน 2 คัน และสิ่งของอุปโภคบริโภคซึ่งได้รับมาจากมูลนิธิพระราหู โครงการใจถึงใจโดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ​ ให้กับผู้พิการทั้งสองเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

Cr.#ประชาสัมพันธ์​กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวบ้านที่เดือดร้อน​ ถ่ายจากภายในซอยศรีพิชัย​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย​ แขวงและเขตบางซื่อ​ กรุงเทพมหานคร​

      ภาพนี้ชาวบ้านที่เดือดร้อน​ ถ่ายจากภายในซอยศรีพิชัย​ ถนนริมคลองประปาฝั่งซ้าย​ แขวงและเขตบางซื่อ​ กรุงเทพมหานคร​ บริเวณคลองลำราง​ ตื้นเขินเพราะคันดินที่มีอยู่จำนวน​มาก จึงไม่สามารถระบายน้ำได้สะดวก​ และช่วงนี้เข้าสู่หน้าฝน​ เป็นเหตุให้เวลาฝนตกตามตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมขังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน สำนักงาน​เขตบางซื่อ​ ช่วยส่งเจ้าหน้าที่​ไปตรวจสอบและดำเนินการขุดลอกคลอง​ด้วยครับ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โครงการ​ D.A.R.E.THAILAND

      วันนี้​ วันอังคารที่ 11 มิ.ย.62​ เวลา 11.00-12.00 น.: พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตรา ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองผกก.ป.สน.พญาไท​ ) มอบหมายให้ ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ​ ขันสุวรรณ รองสารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท)​ เดินทางมาเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่​ 5/1 จำนวน 25 คนให้แก่นักเรียนโรงเรียนสัมมาชีวศิลป ตามโครงการ​ การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ (โครงการ​ D.A.R.E.THAILAND)

Cr.ทีมงาน​สนง.บก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปอศ.รวบอดีตพนักงานสาวขโมยบัตรเครดิตบริษัทฯ​ ไปรูดใช้ชีวิตไฮโซผลาญเงินไปกว่า 6 ล้าน

      เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​การกระทำผิด​กี่ยวกับอาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (บก.ปอศ.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการ​ปราบปราม​การกระทำความผิด​กี่ยวกับอาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผบก.ปอศ.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองบังคับการ​ปราบปราม​การกระทำผิด​กี่ยวกับอาชญากรรม​ทางเศรษฐกิจ​ (ผกก.5 บก.ปอศ.)​

      นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ธมลวรรณ ก้อนทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1122/45 หมู่ 5 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 816/2562 ลงวันที่ 5 มิ.ย.62 ข้อหา “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ภายในบ้านเลขที่ 8/197 หมู่บ้านสตอรี่ ซอยกาญจนาภิเษก 39 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.

      พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นเดือน พฤษภาคม​ 2562 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนแห่งหนี่งใน​ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ว่ามีคนร้ายได้นำบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย ของทางบริษัทฯ​ ไปรูดใช้จ่าย มูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท

      หลังจากนั้นทาง พล.ต.ต.ไมตรีฯ​ ได้สั่งให้จัดชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี​ และเมื่อตรวจสอบรายละเอียดการใช้จ่ายของบัตรเครดิตพบว่าคนร้ายได้การมีนำบัตรไปรูดใช้จ่ายเต็มวงเงิน 500,000 บาท เกือบทุกเดือน ตั้งแต่ปลายปี 2560 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 6 ล้านบาท

      พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามไปยังฝ่ายบัญชีของบริษัทฯ​ ก็ได้ทราบว่าฝ่ายบัญชีเข้าใจว่าเจ้าของบริษัทฯ​ เป็นผู้ใช้บัตรดังกล่าวเอง จึงทำการจ่ายเงินให้กับธนาคารทุกเดือน จนกระทั่งเจ้าของบริษัทฯ​ ตรวจสอบทราบว่าบัตรเครดิต ของตนที่เปิดบัญชี​ไว้หายไป​ และมีคนนำไปรูดใช้จ่าย

      ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของคนร้าย พบว่ามีการนำบัตรไปรูดซื้อทองคำจากร้านทองใน จ.สมุทรปราการ​ ทุกเดือน ยอดแต่ละครั้ง 1-2 แสนบาท ตลอดระยะเวลาปีกว่าๆ จำนวน 50 กว่าครั้ง และพบว่ามีการรูดใช้จ่ายอย่างหรูหราเช่นจ่ายห้องพักโรงแรม รีสอร์ทหรู ตั้งแต่ราคาคืนละ 20,000 ถึง 80,000 บาทต่อคืน อีกทั้งยังรูดซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสเดินทางภายในประเทศและต่างประเทศ รูดซื้ออุปกรณ์ไอที โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ จำนวนมาก

      พ.ต.อ.ภาดลฯ กล่าวต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ น.ส.ธมลวรรณฯ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานของบริษัทฯ​ ดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา และนำหมายค้นศาลพระโขนงเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 8/197 หมู่บ้านสตอรี่ ซอยกาญจนาภิเษก 39 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม.

      เมื่อไปถึงพบ น.ส.ธมลวรรณฯ พักอยู่กับแฟนหนุ่ม จึงได้จับกุมตัวและได้ทำการตรวจยึดบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยของผู้เสียหายที่ น.ส.ธมลวรรณฯ​ นำไปรูด พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินอีกหลายรายการประกอบด้วยสร้อยทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น,สมุดสะสมแต้มซื้อทอง 4 ใบ

      จากการรูดซื้อ,ทองคำน้ำหนักรวม 80 บาท,รถยนต์ ยี่ห้อซูซุกิ สีดำ รุ่น เออติก้า ทะเบียน กม 2441 พระนครศรีอยุธยา 1 คัน,โทรศัพท์สมาท์โฟน 4 เครื่อง,กล้องโกโปร 1 เครื่อง,โทรทัศน์ LED 55 นิ้ว 1 เครื่อง,คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง,อุปกรณ์ปรับควบคุมเสียง ยี่ห้อไพโอเนีย 1 เครื่อง,สลิปการรูดใช้จ่ายและรูดซื้อทองคำ,กระเป๋าแบรนเนมจำนวนหนึ่ง มูลค่ารวม 1 ล้านกว่าบาท

      จากการสอบสวน น.ส.ธมลวรรณฯ ให้การรับสารภาพว่าทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดนั้นได้มาจากการนำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดซื้อมาจริง และยังรับอีกว่าเคยเป็นอดีตพนักงานของบริษัทฯ​ ดังกล่าว ต่อมาโดนให้ออกจากบริษัทฯ จึงได้ขโมยบัตรเครดิตของเจ้านายติดตัวมาด้วย จากนั้นได้นำบัตรเครดิตไปรูดซื้อทองคำแท่ง

      ก่อนนำไปขายเพื่อเอาเงินสดมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างฟุ่มเฟื่อย เช่น ซื้อรถยนต์ ของใช้ส่วนตัว ตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ห้องพักหรูเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยจะเก็บสลิปการใช้จ่ายไว้เพื่อคอยดูไม่ให้ใช้จ่ายเกินวงเงิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สนามบิน รวบโคลัมเบียลักทรัพย์กว่า 5 ล้าน ก่อนผ่านไทยไปเยอรมัน

      เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 23.30 น. : พลตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.ตม.2)​ ได้รับรายงาน จาก พันตำรวจ​เอก​ เพลิน กลิ่นพยอม ผู้กำกับ​การสืบสวน​ปราบ​ปรา​ม​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2)​ ว่า พันตำรวจ​โท​ ไพฑูรย์ พรไชยา สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​สืบสวน​ปราบ​ปราม​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2)​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกับ กก.3 บท.ทท.1 และ เจ้าหน้าทีาตำรวจ สภ.บางแก้ว

      ได้ร่วมกันจับกุม Mr.JOSE ARMANDO MORALES อายุ 29 ปี ชาวบังคลาเทศ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 399/2562 ลงวันที่ 24 พ.ค.62​ จากกรณีการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก ระบบ ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า หรือ APPS ( Advance Processing System ) ของ ตม.สนามบิน ได้แจ้งเตือนว่า จะมี ผู้ต้องหา ตามหมายจับไทย ดังกล่าว เดินทางเข้าไทย โดยเดินทางจาก ประเทศ สปป.ลาว ด้วย TG575 เพื่อจะเปลี่ยนเครื่องไปยังเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินลุฟทันซ่า เที่ยวบินที่ LH773

      พ.ต.อ.เพลินฯ จึงรายงาน พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ และได้รับสั่งการ ให้ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบ โดยนำกำลัง เข้าตรวจสอบเที่ยวบินขาเข้าดังกล่าว พบผู้ต้องหาว่าเป็น​ Mr.JOSE ARMANDO MORALES ตามหมายจับจริง จึงทำการจับกุม

      จากการสอบถามทราบว่า Mr.JOSE ARMANDO MORALES ได้เดินทางเข้าไทยเมื่อกลางเดือน พ.ค.62 และ เช่ารถตระเวน ลักทรัพย์ ตามบ้านเรือนประชาชน ที่ปลอดคน โดยเฉพาะในเขต จ.สมุทรปราการ มีผู้เสียหาย ถึง 3 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 5 ล้านบาท และได้ถือโอกาสหลบหนีไปประเทศ สปป.ลาว ก่อนไทยออกหมายจับ และ ขึ้นเครื่องบินจาก สปป.ลาว ผ่านไทย ไป เยอรมัน เพื่อต่อเครื่องกลับโคลัมเบีย แต่ถูก ตม.ไทย ตรวจพบ และจับกุมได้ เสียก่อน

      ชุดสืบสวน ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และนำตัวส่ง สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีต่อไป

      กรณีปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามมาตรการ นโยบายของ พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ ที่มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ สั่งการให้ทุกด่าน เพิ่มความเข้ม ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ กรณีชาวต่างชาติกลุ่มเฝ้าระวัง ที่มักแฝงตัวเป็นน้กท่องเที่ยวเข้ามาเป็นมิจฉาชีพ หรือ ก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะแก็งลักทรัพย์กลุ่มชาวโคลัมเบีย ที่เคยมีข่าวเข้ามาก่อเหตุ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และถูกจับกุมได้หลายกลุ่ม ซึ่ง พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้สั่งตม.สนามบิน ทุกแห่ง ใช้มาตรการเข้ม กับบุคคลสัญชาติเฝ้าระวังทุกกลุ่ม โดยอาจมีการสัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบ การเดินทาง แผนการท่องเที่ยว ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน สำหรับชาวต่างชาติบางราย

      หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย สามารถ แจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 ตลอด 24 ชั่วโมง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บก.ตม.2
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บริษัท จีจีไอ.กรุ๊ป และมูลนิธิพระราหู ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพใน​ “โครงการเพชรในตม” และช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

      คุณ ณัฐรยาณ์ โรจน์ธีรวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด เป็นประธานรับมอบถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดจาก​ “มูลนิธิพระราหู” เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการเพชรในตม โดยมีพลเอก​ ชนาธิป บุนนาค​ เป็นประธานโครงการฯ ซึ่งมีกลุ่มตัวแทนนิสิตนักศึกษา​ “โครงการเพชรในตม” คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ​ เป็นตัวแทนพลเอก​ ชนาธิป บุนนาค มารับมอบ ในครั้งนี้

      สำหรับถุงยังชีพทั้งหมดนี้กลุ่มนิสิตนักศึกษาจะนำไปทำความดีใน​ “กิจกรรมค่ายเพชรอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 21 ประจำปี 2562” ณ โรงเรียนวัดหนองปรือ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง และพัฒนาชุมชน สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

      นอกจากนี้ คุณณัฐรยาณ์ โรจน์ธีรวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด ยังได้มอบถุงยังชีพ จาก “มูลนิธิพระราหู”อีกจำนวน 30 ชุดโดยมี ร้อยเอก​ วรวุธ อินวอ สังกัด สบป.กอ รมน. ตำแหน่งประจำ สง.ลธ.กอ.รมน.เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปบริจาคให้กับผู้ป่วยติดเตียง ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อไป​ เมื่อเร็วๆนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับช่างเครื่องรถยนต์​ หลบหนีคดียิงคู่อริได้รับบาดเจ็บมานานกว่า 15 ปี

      เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พันตำรวจ​ตรี​เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)

ร่      วมนำกำลังจับกุม นายโชคทวี หรือคล้าว ทิณพัฒน์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/12 หมู่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ จ.1555/2547 ลงวันที่​ 26 มี.ค.47
       ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้มี่บริเวณริมถนนภายในหมู่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค.47 เวลา 22.30 น.นายโชคทวีฯ ผู้ต้องหาได้ขับขี่จักรยานยนต์ก่อนใช้อาวุธปืนที่นำติดตัวมายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในหมู่บ้านสินสมบูรณ์ 10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้ขออนุมัติหมายจับกับศาลฯไว้ แต่ผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อน​ และหนีเรื่อยมา พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวนานกว่า 15 ปี

      ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายโชคทวีฯ หลบหนีมาทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์รับทำเกี่ยวกับจูนกล่อง​ ECU เครื่องยนต์ ทางชุดจับกุมจึงได้ทำการนัดติดต่อว่าจ้างให้จูนเครื่องรถยนต์ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายจึงแสดงตัวจับกุมได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายโชคทวีฯ รับว่าเคยติดคุกในคดีชิงทรัพย์มาก่อน แต่ตอนนี้ได้กลับตัวกลับใจแล้ว​ และไม่รู้เรื่องราวดังกล่าวแต่อย่างใด โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับหนุ่มใหญ่เจ้าของอสังหาฯ​ หลอกขายบ้านสูญเงินเกือบ 2 ล้าน

      เมื่อวันที่​ 9 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ กษิดิ์เดช เจริญลาภ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)

      ร่วมนำกำลังจับกุมตัว นายธนัท อัศวเดชานนท์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ซอยลาดพร้าว 57 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ 4/2561 ลงวันที่ 26 ม.ค.61 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้บริเวณริมถนนรามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 121–123 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม.

      พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2559 นายธนัทฯ ผู้ต้องหาได้ทำธุรกิจโครงการหมู่บ้านณัชริญา ใน ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นได้รับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 1,800,000 บาท แต่กลับไม่สามารถส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา​ เพื่อให้ดำเนินคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนพบเบาะแส และตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายธนัทฯ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าได้เอาเงินมาจากผู้เสียหายจริง เพื่อนำมาสร้างบ้านในโครงการหมู่บ้านณัชริญา แต่เกิดปัญหาสถานบันการเงินไม่ปล่อยเงินกู้ให้ จึงไม่สามารถโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้เสียหายได้ เมื่อทราบว่าทางผู้เสียหายแจ้งความจึงได้หลบหนีมาเพื่อหาเงินชดใช้หนี้ ซึ่งมีผู้เสียหายที่ไม่สามารถโอนที่ให้ได้จำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง ร่วมกับศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย และสโมสรกีฬาคลองเตย​ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามวยไทย ต้านภัยยาเสพติด

      เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.62 เวลา 19.30 น.ที่ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย : ได้มีจัดกิจกรรมการแข่งขัน ต้านภัยยาเสพติด ซึ่งจัดโดย กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง ร่วมกับ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย และสโมสรกีฬาคลองเตย โดยมี คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกรุงเทพมหานคร เขต 4 คลองเตย วัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานพิธี พร้อมกล่าวเปิดงาน

      การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก พลตำรวจ​เอก​ อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร,ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป.จำกัด และ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู,คุณอภิศักดิ์ จิตตโรภาส นายกสโมสรกีฬาคลองเตย,ศูนย์เมอร์ซี่,คุณพรเพ็ญ ผ่องอำไพ สหกรณ์เคหสถานชุมชนคลองเตย,คุณสมชาย เอื้ออมรสุข ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คลองเตย,คุณสมใจ นิรันดร์ตรานุชิต โปรโมเตอร์ไฟแรง,คุณพิชาติ เผ่าพงษ์ ประธานชุมชนหัวโค้ง และกรรมการตัดสิน ชุดอาจารย์พรภิรมย์ กิจสมัย

      โดยการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ​ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสมาชิกศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย​ ที่เข้าร่วมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมวยไทย ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะให้ก้าวหน้านำข้อบกพร่องจากการแข่งขันไปปรับปรุงแก้ไข สร้างแรงจูงใจให้ตั้งใจขยันฝึกซ้อม​ และอนุรักษ์สืบสานความเป็นไทย ทางด้านกีฬา โดยให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาตัวเองในด้านกีฬามวยไทย และยังทำให้ห่างไกลปัญหายาเสพติด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนคลองเตยให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชน

      สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีเยาวชนเข้าร่วม กีฬามวยไทยทั้งหมด 39 คู่ โดยภายใต้โครงการ กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง​ และศูนย์เยาวชนคลองเตย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และยังทำการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมให้ชาวชุมชนคลองเตยให้ได้ทราบรายละเอียดต่างๆ​ ของโครงการและเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2562

      ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ และมีแนวโน้มที่จะขยายความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งกลุ่มที่มีโอกาสใช้ยาเสพติดได้ง่าย ดังนั้นการที่จะไม่ให้เยาวชน​ ไม่หันไปยุ่งกับยาเสพติด จึงต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ปลูกฝังเยาวชนให้เกิดการคิดดีทำดี

      กองทุนแม่ของแผ่นดิน ชุมชนหัวโค้ง จึงได้กำหนดแนวทางทำกิจกรรม การแข่งขันชกมวยไทย ภายใต้กรอบแนวความคิดที่ว่า “กีฬามวยไทย ต้านภัยยาเสพติด​ และอนุรักษ์สืบสานเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย อย่างเป็นระบบต่อเนื่องและยังยืน”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​