เด็กช่าง ไอเดียเก๋ ขนวัสดุอุปกรณ์ การเรียนการสอน จัดแต่งลงบนพานได้อย่างสวยงาม ลงตัว สื่อความหมายในพิธีไหว้ครู

      หลายโรงเรียนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่างจัดพิธีไหว้ครู ประจำปี 2562 กันอย่างคึกคัก ซึ่งพิธีไหว้ครูนี้ ถือเป็นประเพณีของไทยมาตั้งแต่โบราณ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงออกถึงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตัวรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้
      เช่นเดียวกับที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะนักศึกษาทั้ง ระดับ ปวช. และระดับชั้น ปวส. ต่างพากันจัดเตรียมทำพานเพื่อไหว้ครู ซึ่งนอกจากจะคงไว้ซึ่งส่วนประกอบหลัก คือ ดอกมะเขือพวง ที่หมายถึงความอ่อนน้อม, พญ้าแพรก ที่หมายถึงการเจริญงอกงาม, ดอกเข็ม ที่ให้ความหมายว่า สติปัญญาจะได้เฉียบแหลม ,ข้าวตอก หมายถึงระเบียบวินัย และ ธูป เทียนแล้วนั้น ยังพบว่ากลุ่มนักศึกษาแต่ละสาขาวิชา ต่างมีการออกไอเดียสร้างสรรค์ แต่งเติมสีสันให้แก่พานไหว้ครูในปีนี้ เช่น นักศึกษาสาขายานยนต์ ได้มีการนำเอาเศษวัสดุจากเครื่องยนต์ที่เหลือใช้ หรือ อะไหล่รถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนออกจากการชำรุด มาล้างทำความสะอาด พร้อมจัดแต่งลงพานอย่างสวยงาม ประดับด้วยดอกไม้ เพื่อสื่อถึงความเป็นช่างยนต์ ส่วนนักศึกษาแผนกไฟฟ้ากำลัง ก็ได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์จากไฟฟ้า เช่น สายไฟ ทองแดง กิ๊บสายไฟ มาเรียงร้อย ประยุกต์เข้ากับพานไหว้ครูได้อย่างลงตัว และสวยงาม สร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และทางด้านนักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มาในธีมความเป็นไทย ด้วยการร่วมแรงร่วมใจทำพานบายศรีเป็นรูปช้าง พร้อมประดับดอกไม้สัญลักษณ์สำคัญ จัดแต่งอย่างลงตัว เพื่อแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทย และแสดงความนอบน้อมต่อครูบาอาจารย์

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว

กรมคุมประพฤติร่วมประชุมระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ แก้ปัญหาระบบยุติธรรมไทย

      วันนี้ (20 มิถุนายน 2562) ศาสตราจารย์ ดร. สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ประธานกรรมการบริหาร สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุมระดับชาติว่าด้วยความยุติธรรมเชิงสมานท์ฉัน เพื่อนำเสนอนวัตกรรมด้านความยุติธรรม และร่วมแก้ปัญหาระบบยุติธรรมไทย สร้างสังคมสันติสุข ผ่านแนวคิดหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ โดยมีนายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพมหานคร
      ในการนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ได้ปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice -RJ) ว่าเป็นแนวคิดที่สามารถนำมาแก้ปัญหาระบบยุติธรรมไทยได้ โดยเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ที่ให้ความสำคัญกับการบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดสำหรับทุกฝ่าย โดยเน้นการเยียวยาชดใช้ความเสียหายให้ผู้เสียหาย การสร้างความสำนึกผิดและความรับผิดชอบของผู้กระทำผิดในการกระทำของตน ซึ่งมีแนวทางในการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยเปิดโอกาสให้ผู้เสียหาย ผู้กระทำผิด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้พบปะเจรจากันเพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหา

      การประชุมระดับชาติว่าด้วยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ จัดขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่จะนำมาจุดประกายให้หน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม และองค์กรประชาสังคมที่เชื่อมั่นในการเสริมพลังประชาชนร่วมกันผลักดันแนวคิดเรื่องหลักยุติธรรมเชิงสมานฉันท์สู่การปฏิบัติจริงในกระบวนการยุติธรรมไทยต่อไป

โจรใต้ลอบโจมตี’อส.สะบ้าย้อย’บาดเจ็บ 4 นายขณะลาดตระเวนรปภ.คร

      วันศุกร์ที่21 มิ.ย.62 เมื่อ 16. 22 น. สภ.สะบ้าย้อย รับแจ้งเหตุมีคนร้ายจำนวน 2 คน แต่งกายคล้ายทหาร ขับขี่จักรยานยนต์1คัน ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบขนาดยิง ชป.อส.อ.สะบ้าย้อย ขณะทำการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยให้กับคร และเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบบ้านห้วยเต่า ม.7 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 ราย (ยังไม่ทราบชื่อ) ถูกนำตัวส่ง รพ.สะบ้าย้อย รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบ
เบื้องต้น ผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุปะทะที่ห้วยเต่า

            1) อส.มอัสลัน ยูโซ๊ะ
            2) อส.อับดุลมูตอเละ โซ๊ะกา
            3) มญ.สมคิด สุพาพันธ์
            4) มญ.สุเมธ เพชรพยาบาล
             5) นายเจ๊าะหมุ บุญนิ่ง (ชรบ.).

เหตุเกิดบริเวณพื้นที่บ้านห้วยเต่า ม.7 ต. คูหา อ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา

พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สะบ้าย้อย จว.สงขลา โทร. 074-377-111
สว.(สอบสวน) พ.ต.ต.อำนวย วาจาสุจริต โทร. 085-910-5509
รพ.สะบ้าย้อย โทร. 074-377-100.
ศูนย์วิทยุและเฝ้าฟัง ศปก.ตร.สน. โทร. 073-203-690-1

สันติบาลจัดโครงการฝึกอบรมการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้แก่นักเรียนโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก

      เมื่อ​วันที่​ 20 มิ.ย.62​ เวลา 09.00​ น.ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก​ : นายสุรชัย มณีประกร รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมี ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ ขวัญชัย ม่วงไม้ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 3​ กอง​บังคับการ​สันติบาล​ 1​ (สว.กก.3 บก.ส.1)​ หัวหน้าตำรวจสันติบาลจังหวัดพิษณุโลก เป็นวิทยากร

      ร.ต.อ.ขวัญชัยฯ กล่าวว่า เนื่องด้วยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐฯ พร้อมทั้งดำเนินการพิทักษ์ รักษา ปกป้องไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงได้จัดการอบรมขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึก และค่านิยมให้กับประชาชนมีความเคารพรัก เทิดทูน และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และต่อต้านภัยคุกคามต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสถาบัน

      ร.ต.อ.ขวัญชัยฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้ส่งเสริมการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี โดยมีนักเรียนเข้ารับการอบรมจำนวน 130 คน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่างให้ความสนใจในการฝึกอบรมเป็นอย่างดี โดยมีการซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รรท.ผบช.สตม.สั่ง ตม. ตรวจเข้มพื้นที่จัดประชุมสุดยอดอาเซียน

      วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 21 มิ.ย.62 : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ณัฐพล แสวงกิจ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ตามจุดเฝ้าระวังความปลอดภัยโดยรอบสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่าง วันที่ 22-23 มิ.ย.62 ณ โรงแรมดิ​ แอทธินี โฮเทลแบงค็อค,อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ

      โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคนต่างด้าวที่เข้าพักในพื้นที่โดยรอบ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจบุคคลสัญชาติเป้าหมายที่อาจจะมีผลกระทบต่อความไม่สงบในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน รวมไปถึงจุดตรวจผู้โดยสารขาเข้าในท่าอากาศยานทั่วประเทศ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ให้ยกระดับการเฝ้าระวังและให้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสนองนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ ​บช.สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูตำรวจแดร์พญาไท” ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน

วันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.62 เวลา 11.00-12.00 น.: พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตราผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท) และ​ พัน​ตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองผกก.ป.สน.พญาไท) มอบหมายให้ ร้อย​ตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ รอง​สารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท) ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสัมมาชีวศิลป จำนวน 25 คนตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ (D.A.R.E.THAILAND)

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ จับสาวแสบหลอกร่วมลงทุนซื้อขายเช็ค เหยื่อหลงเชื่อสูญเงินกว่า 37 ล้านบาท

      เมื่อ​วันที่​ 19 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​สอบ​สวนกลาง​ (ผบช.ก.)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ ​(ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผู้กำกับ​การ​ 6​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.6 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ ภัทรพันธ์ พูลทวี สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 6​ กองบังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.6 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​

      นำกำลังจับกุม นางอัจฉรา หนูนุ่น หรือเก๋ หรือนางสาวณัชชา นาคาคุ้มภัย อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2479/2556 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน,กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านนวดสุกัญญาพร หมู่ 10 ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์

      ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 เม.ย.56 ผู้เสียหายกับพวกรวม 7 คน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นางอัจฉราฯ หลังหลอกลวงว่า บริษัทแห่งหนึ่งมีการขายเช็ค ในราคาที่ต่ำกว่ายอดเงินตามเช็ค แล้วจะได้เงินที่เป็นกำไรส่วนต่าง หากร่วมลงทุนกับผู้ต้องหาแล้วจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 2-10 ของเงินลงทุน ในทุกๆ 7 วันหรือทุกๆ 15 วัน

      ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อส่งมอบเงินให้ผู้ต้องหาไป ระยะแรกผู้ต้องหาให้เงินเป็นผลตอบแทนจริง แต่ต่อมาก็ไม่ยอมจ่ายเงินตอบแทน เมื่อทวงถามผู้ต้องหาแจ้งว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ผู้เสียหายกับพวก สูญเสียเงินไปจำนวนมูลค่า 37,734,300 บาท เหตุเกิดระหว่างเมื่อวันที่ 2–9 ก.พ.56 ต่อเนื่องกัน เหตุเกิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่,อ.เมือง จ.สงขลา และ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาทำงานอยู่ที่ร้านนวด ใน จ.นครสวรรค์ จึงนำกำลังจับกุมดังกล่าว

      จากการสอบสวน นางอัจฉราฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ​ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ขอแจ้งข่าวการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอแจ้งข่าวการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 ในวันที่ 22-23 มิถุนายน​ 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ โดยมี รายละเอียด ตามเอกสารที่แนบ

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​บช.น.
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ตามจับอดีตเจ้าอาวาสวัดดังใน จ.ลพบุรี ฉกพระพุทธรูปโบราณล้ำล่าของวัดกว่า 100 องค์ อ้างเอาไปให้พระผู้ใหญ่นำไปประดิษฐานในพิพิธภัณฑ์

      เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก. 2 บก.ป.)​

      ร่วมกันนำกำลังจับกุม นายอนุชาติ หรือ อดีตพระอนุชาติ อภิชาโต อายุ 44 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำตะโกพุทธโสภา จ.ลพบุรี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 4/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ในข้อหา​ “เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย” โดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ ไอยรา สปา รีสอร์ท ม.6 ต.ดู่ทุ่ง อ.เมือง จ.ยโสธร

      ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านถ้ำตะโก ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี กว่า 20 คน ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับตำรวจกองปราบฯ​ ให้ช่วยติดตามจับกุมอดีตพระครูอนุชาติ ผู้ต้องหารายนี้หลังก่อเหตุยักยอกพระพุทธรูปหลวงพ่อพุทธโสภา​ (พระประธานในโบสถ์) รวมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องลายครามสมัยโบราณ และของเก่าสมัยโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 นับ 100 รายการ ซึ่งในจำนวนนั้นมีวัตถุโบราณที่กรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนไว้ 53 รายการ ออกจากวัดในช่วงระหว่างปี 2558-2560 ก่อนนำเอาพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ซึ่งเป็นของใหม่มาตั้งทดแทนเพื่อตบตาชาวบ้าน

      ต่อมาเมื่อชาวบ้านทราบเรื่องจึงได้ทวงถามหาพระกลับคืน อดีตพระครูอนุชาติฯ กลับอ้างว่าได้รับการประสานจากวัดดังในจังหวัดสิงห์บุรี ให้นำไปไว้ที่วัดดังกล่าวแทน เนื่องจากจะมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่วัดดังกล่าว แต่ชาวบ้านไม่เชื่อและให้นำพระเหล่านั้นกลับคืนมา พร้อมกับแจ้งความเอาผิดกับอดีตพระครูอนุชาติฯ จนมีการออกหมายจับ ต่อมาภายหลังอดีตพระครูอนุชาติฯ ทราบว่าตนเองมีหมายจับก็ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ยโสธร กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวนอดีตพระอนุชาติฯ ให้การรับสารภาพว่าได้นำพระทั้งหมดไปให้กับทางพระผู้ใหญ่ของวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี เนื่องจากท่านได้ประสานขอมาและมีความประสงค์จะขอนำไปตั้งประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของวัดดังกล่าวซึ่งกำลังจะมีการจัดสร้างขึ้น ประกอบกับตนให้ความเคารพและนับถือพระท่านดังกล่าวมานานจึงยอมให้ไป

      เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.ท่าโขลง ดำเนินการตามกฎหมายพร้อมกับเตรียมขยายผลติดตามพระที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาและติดตามเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนบางโพ​ รวบ​ “เดี่ยว เมืองนนท์“ หัวหน้าแก็งทวงหนี้​ ค้ายาเสพติด​ ก่อคดีในพื้นที่เมืองนนท์​ และใกล้เคียง​

      เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ตามคำสั่งของ​ พลตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก.น.1)​ โดยสั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ นครินทร์ สุคนทวิท รอง​ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (รองผบก.น.1)​ ระดมเร่งรัดปราบปรามการกระทำความผิดทุกประเภทในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ตั้งแต่วันที่​ 12-21 มิถุนายน 2562 นั้น

      สถานี​ตำรวจ​นครบาล​บางโพ​ (สน.บางโพ)​ ภายใต้การอำนายการของ พัน​ตำรวจ​เอก​ อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​บางโพ (ผกก.สน.บางโพ)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​โท​ บุรี ศรีหล้า รองผู้กำกับ​การสืบสวน​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​บางโพ​ (รองผกก.สส.สน.บางโพ)​ ให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท รวมทั้งหมายจับค้างเก่า

ต่อมาในวันเดียวกัน​ เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน​ สน.บางโพ นำทีมโดย พ.ต.ท.บุรี ศรีหล้า รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ต.สุรชัย ทองสาลี สว.สส.ฯ.,ร.ต.อ.พรชัย ห่วงไทย,ร.ต.อ.วีระ ชุมวงศ์ รอง สว.สส.ฯ,ส.ต.ท.ธวัชชัย พรหมรักษา, ส.ต.ท.ศาสตรา กิตติคุณ,ส.ต.ท.ธีรุตม์ มูลจันทร์,ส.ต.ท.กิตติพงษ์ ทิพชัย,ส.ต.ท.ณัฐพล จันสีชา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนฯ​

      ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายปัญญา ชมปั้นทอง อายุ​ 35​ ปีผู้ต้องหาตามหมายจับ ของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 131/2561 “ข้อหา สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด​ และมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534”,หมายจับศาลอาญา ที่ 118/2559 ข้อหา “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น” และหมายจับศาลอาญา ที่ 977/2559 “ข้อหา รับของโจร”

      พ.ต.ท.บุรีฯ​ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่​ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางโพ ได้สืบหาข่าวความเคลื่อนไหว​เพื่อติดตามตัว นายปัญญาฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ สน.บางโพ 2 หมายคือ หมายจับศาลอาญา ที่ 118/2559 ข้อหา “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น” พฤติการณ์คือ นายปัญญาฯ ได้ร่วมกันกับพวกอุ้มตัวผู้เสียหายเพื่อเรียกเอาทรัพย์สิน โดยอุ้มตัวไปข่มขู่ที่ วัดกำแพง พื้นที่ จ.นนทบุรี​ และหมายจับศาลอาญา ที่ 977/2559 “ข้อหา รับของโจร” พฤติการณ์ คือ นายปัญญาฯ ได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ของนายพรชัย หรือเก่ง พึ่งจะแย้ม ซึ่งเป็นพรรคพวกของนายปัญญาฯ ซึ่งนายพรชัยฯ ในขณะนี้ได้ถูกจับกุมและถูกจำคุกในคดีชิงทรัพย์ ดังกล่าว

      จากการสืบสวนทราบว่า นายปัญญาฯ ได้รับฉายาว่า “เดี่ยว เมืองนนท์“ เป็นผู้ต้องหาสำคัญที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และเขตติดต่อ มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล และค้ายาเสพติด มีบริวารลูกน้องจำนวนมาก เวลาออกไปไหนจะมีรถนำคอยดูต้นทางและปิดท้าย ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ถ้าใครเบี้ยวค่ายาก็จะพาลูกน้องพร้อมอาวุธออกไปข่มขู่ทำร้าย จะพกปืนติดตัว 2 กระบอกตลอดเวลา เคยประกาศว่าจะไม่ยอมให้ตำรวจจับแต่โดยดี ถ้ามีการเข้ามาจับกุม​ จากการสืบสวนทำให้ฝ่ายสืบสวนต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายปัญญาฯ จะมารับยาเสพติดที่หมู่บ้านพฤกชลดา ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

      พ.ต.ท.บุรีฯ พร้อมกำลัง จึงได้วางกำลังดักใกล้ทางเข้าหมู่บ้านฯ​ บริเวณริมคลองบางไทร ถ.ทางหลวงชนบท 4098 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่. จ.นนทบุรี​ เมื่อสายลับแจ้งว่าเป้าหมายออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจุดเพื่อสกัดจับกุม แต่นายปัญญาฯ​ ไม่ยอมให้จับกุม ได้ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น อาร์ 15 ทะเบียน 4 กศ 8386 กทม.พุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้รถจักรยานยนต์ของตำรวจซึ่งมี ส.ต.ท.กิตติพงษ์ฯ เสียหาย​ และได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็สามารถเข้าควบคุมตัวนายปัญญาฯ​ กับนายอำนวย สุดใจ ซึ่งร่วมกันค้ายาเสพติด​เอาไว้ได้ ส่วนรถนำของนายปัญญาฯ​ ได้หลบหนีไป

      พ.ต.ท.บุรี​ฯ​ กล่าวต่อว่า​ จากการค้นตัวนายปัญญา​ฯ​ พบของกลาง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน​ 4,000 เม็ด​ และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 35 กรัม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ​ว่า​ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี​ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​