พสกนิกร ทำบุญตักบาตรในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ

จังหวัดลพบุรี – ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 49 รูป และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ด้วยทรงปฏิบัติพระราชกรณีย กิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งในงานพระราชพิธี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชน โดยหนึ่งในภาร กิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นจริงจัง คือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่ง นับได้ว่าทรงเป็นต้นแบบของ “พระบรมราชินี” เป็นพระคู่บุญบารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นโอกาสอันดีที่ชาวจังหวัดลพบุรีและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.37 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ภายใต้ “โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 เวลา 1500 พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 /พร้อมด้วย จิตอาสา 904 และกำลังพลภายในค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ภายใต้ “โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม พรรษา

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิ.ย. 69 โดยดำเนินการปลูกต้นไม้ จำนวน 350 ต้น ประกอบด้วย ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 10 ต้น, ต้นชัยพฤกษ์ จำนวน 20 ต้น, ต้นกัลปพฤกษ์ จำนวน 20 ต้น, ต้นราชพฤษ์ จำนวน 100 ต้น, ต้นเหลืองเชียงราย จำนวน 100 ต้น และต้นทองอุไร จำนวน 100 ต้น ณ ด้านหน้ากองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 37 และ พุทธสถานดอยเจดีย์ ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. โดยมีกำลังพลจาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช, นฝ.นศท.มทบ.37, ผศ.ช.ร. และ รร.ทบอ.บ.ว. เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

“จิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกป่า ตามโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ สนามยิงปืนทราบระยะ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรนาถ ตำบลมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก.เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนร่วมกันฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนและพื้นที่ทางทหาร

โดยมี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 /ผู้ช่วยเลขา นุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เป็นผู้กล่าวรายงานฯ มี พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ตั้งแต่ระดับกองพัน ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนกำลังพลจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรม ชาติของกองทัพภาคที่ 3 ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และการลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน อันจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์และการอนุ รักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมและทรัพ ยากรธรรมชาติ ตลอดจนสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสา เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 นำกำลังพลจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาโรงเรียนบัานพลายชุมพล เฉลิม พระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน.ภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 4 รอบ 48 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนบ้านพลายชุมพล ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมี พันเอก ประวิธ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 /ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, พันเอก เสรี ทองคู่ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 /สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสากองทัพภาคที่ 3, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3, กำลังพลทหารจิตอาสาพระราชทาน, จิตอาสา 904 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และนักเรียนจิตอาสาพระราชทานจากโรงเรียนบ้านพลายชุมพล เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทานกองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ โรงเรียนบัานพลายชุมพล ตามแนวทางโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและความห่วงใยในความเป็นอยู่ของประชาชนมาโดยตลอด

ซึ่งมีกิจกรรม เช่น การทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ทาสีรั้วโรงเรียน อาคารเรียน ห้องจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ตลอดจนแจกขนม ไอศครีมแก่เด็กนักเรียน ถือเป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกภาคส่วนในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม พร้อมทั้งเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานด้านการทำความดีเพื่อส่วนรวม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 นำกำลังพลถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาศทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนกำลังพล และจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจ กรรมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคี

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป เพื่อถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายราชสดุดี และพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนม พรรษา ครบ 4 รอบ 48 พรรษา ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างพร้อมใจกันแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายพระพรให้ทรงมีพระพลา นามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

นอกจากนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทาน ภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เปิดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อร่วมกันทำความดีและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อันเป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งการเสียสละและจิตอาสา ตามแนว ทางแห่งการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม ณ ศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ทั้งนี้ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเคียงคู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถ พระราชจริยวัตรอันงดงาม อีกทั้งยังได้ตั้งพระราชหฤทัยอันแน่วแน่ ในการสืบ สาน รักษา ต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริการทรงงาน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

กองทัพภาคที่ 3 ยังคงมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและกิจกรรมสาธารณ ประ โยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ กำลังพล และประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย ตรวจวัดในพื้นที่นาอุดม พบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก สมัครใจเข้ารับการบำบัด

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในตำบลนาอุดม หลังได้รับข้อมูลจากการข่าวว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระภิกษุเป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน ก่อนตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป มีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก เจ้าตัวยอมรับเคยเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ และสมัครใจเข้าสู่กระบวน การบำบัดรักษา ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิ ศรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้มอบหมายให้นายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกกุฏิพระลูกวัดบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการมั่วสุมในพื้นที่

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยพบพระภิกษุจำพรรษาอยู่ภายในวัดจำนวน 5 รูป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนนิมนต์พระภิกษุทุกรูปเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป คือ พระสมพร (โอ๋) อายุ 42 ปี บวชมาแล้ว 4 พรรษา มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และมาจำพรรษาอยู่ในพื้นที่บ้านขอนแก่น ตำบลนาอุดม โดยผลการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย

จากการสอบถามเบื้องต้น พระสมพรยอมรับต่อเจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่ว่า ได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จำนวน 5 เม็ด ซึ่งได้รับมาจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมชี้แจงสิทธิและแนวทางการเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยพระภิกษุดังกล่าวได้แสดงความสมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู

ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าพบเจ้าคณะตำบลนาอุดม เพื่อดำเนินการตามหลักพระธรรมวินัย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาที่มาของยาเสพติดและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชนและสถานที่สำคัญทางศาสนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

มุกดาหาร – ยังดับไม่ได้ไฟไหม้เตาอบยางพารา ปะทุซ้ำหลายระลอก

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสารฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลโพนทรายว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพารา บริษัท ธงทอง รับเบอร์ จำกัด เลขที่ 261 หมู่ 7 ตำบลโพนทราย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสะสมความร้อนสูง แม้เปลวไฟจะยังไม่ลุกลามไปยังอาคารผลิต คลังสินค้า หรือส่วนอื่นของโรงงาน แต่ยังคงเกิดการครุไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการลุกลาม

ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในระดับหนึ่ง และจำกัดวงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังทรัพย์สินส่วนอื่นของโรงงาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยางพาราแปรรูปเป็นวัสดุที่สามารถสะสมความร้อนได้เป็นเวลานาน จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการครุไหม้หรือปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา ล่าสุดเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าไฟยังคงลุกไหม้และปะทุขึ้นเป็นระยะภายในเตาอบ ทำให้ยังไม่สามารถยุติภารกิจได้ โดยทุกหน่วยยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ในเวลาต่อมา นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายอาร์ม จินตนาดิลก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมอำนวยการและบัญชาการเหตุ การณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมและมีโอกาสเกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา

กระทั่งเวลา 16.15 น. สถานการณ์เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเตาอบยางพาราเกิดการปะทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผนังคอนกรีตบางส่วนแตกร้าวจากแรงดันความร้อนสะสมและก๊าซภายใน เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากภายในเตาอบยังมีความร้อนสะสมสูงและเสี่ยงต่อการปะทุซ้ำ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


จ มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

นรข.มุกดาหาร สกัดจับเรือขน “อาโวคาโดเถื่อน” ข้ามโขงกว่า 2.4 ตัน ชี้เสี่ยงสารปนเปื้อน-ทำลายกลไกราคาช่วยเกษตรกรไทย

มุกดาหาร — นรข.เขตนครพนม โดยสถานีเรือมุกดาหาร บูรณาการกำลังร่วมกับอำเภอหว้านใหญ่ และร้อย ทพ.2103 เปิดปฏิบัติการสกัดจับขบวนการลักลอบขนสินค้าเกษตรหนีภาษี ยึดอาโวคาโดลอตใหญ่กว่า 2.4 ตัน มูลค่านับแสนบาท เผยไร้มาตรฐานเสี่ยงสารปนเปื้อน และซ้ำเติมเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าเกษตรหนีภาษีเข้ามายังราชอาณาจักร จึงวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งพบเรือยนต์หางยาวแล่นข้ามแม่น้ำโขงมาจอดเทียบฝั่งไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านหว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ระหว่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยกำลังช่วยกันลำเลียงกล่องสินค้าขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างอาศัยความชำนาญในพื้นที่ทิ้งของกลางแล้ววิ่งหลบหนีไป

ล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย. 2569) นาวาโท โอรส พุทธโค ผู้บังคับสถานีเรือมุกดาหาร ได้แถลงผลการปฏิบัติการตรวจยึดของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย อาโวคาโดหนีภาษี จำนวน 120 ลัง
น้ำหนักรวมประมาณ 2,400 กิโลกรัม (2.4 ตัน) มูลค่าความเสียหาย: ร่วม 200,000 บาท
เรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ

นาวาโท โอรส พุทธโค กล่าวเน้นย้ำถึงผลกระทบว่า “สินค้าเกษตรที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเหล่านี้ นอกจากจะไม่ได้ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งอาจมีสารเคมีตกค้างหรือสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดและระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการซ้ำเติมและทำลายราคาผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรไทยโดยตรง”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลหาตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป


วีระชัย บทมาตย์ / ข่าวสาธารณะ — รายงาน

ระทึก ! เพลิงไหม้โรงงานยางพาราเมืองมุกดาหาร ระดมรถดับเพลิง 5 พื้นที่สกัดไฟวุ่น เร่งฉีดน้ำลดความร้อนเตาอบยาง หวั่นปะทุซ้ำ

มุกดาหาร – เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพาราในพื้นที่เทศบาลตำบลโพน ทราย จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานต้องระดมกำลังพร้อมรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยมุ่งฉีดน้ำลดอุณหภูมิบริเวณเตาอบยางพารา เพื่อป้องกันการลุกลามและการปะทุซ้ำของเพลิง

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุสื่อสาร ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลตำ บลโพนทราย หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพาราแห่งหนึ่งในพื้นที่ ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากหลายหน่วยงานได้เร่งนำรถดับเพลิงและกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติการระงับเหตุ ประกอบด้วย เทศบาลตำบลโพนทราย เทศบาลตำบลมุก เทศบาลตำบลกุดแข้ เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ และเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.55 น. เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการฉีดน้ำลดความร้อนบริเวณเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้ซ้ำและลุกลามไปยังส่วนอื่นของโรงงาน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประเมินความเสียหายและสรุปรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมและความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหาร ที่บูรณาการกำลังเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่


รายงานข่าว : จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
ภาพ/ข้อมูล : ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร

ดราม่าวัดวันวิสาขบูชา ! ชาวบ้านร้องเจ้าอาวาสอารมณ์ฉุนกลางพิธีเวียนเทียน ก่อนขับรถออกจากวัด เจ้าคณะตำบลลงพื้นที่รับฟังปัญหา

มุกดาหาร – ดราม่าวัดวันวิสาขบูชา! ชาวบ้านร้องเจ้าอาวาสอารมณ์ฉุนกลางพิธีเวียนเทียน ก่อนขับรถออกจากวัด เจ้าคณะตำบลลงพื้นที่รับฟังปัญหา

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชนบ้านพรานอ้น หลังชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดศรีชมชื่น ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสมในคืนวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเกิดความไม่สบายใจ และได้เข้ายื่นเรื่องต่อเจ้าคณะตำบลเพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ในคืนวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ทางวัดได้มีการ เตรียมจัดกิจกรรมทางศาสนาและพิธีเวียนเทียนตามประเพณี โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อยู่ในช่วงฤดูทำนา ทำให้ต้องรอเสร็จสิ้นภารกิจจากไร่นาและเตรียมความพร้อมภายในครอบครัวก่อน จึงทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่วัดในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านระบุว่า ในระหว่างที่รอประกอบพิธีทางศาสนา ไม่พบเจ้าอาวาสออกมาดำเนินกิจกรรมตามกำหนด จึงเข้าใจว่าท่านอาจมีอาการอาพาธ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทราบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้พระลูกวัดและคณะกรรมการวัดดำเนินกิจกรรมทางศาสนาต่อไปจนแล้วเสร็จ

กระทั่งในช่วงท้ายของพิธีเวียนเทียน ชาวบ้านอ้างว่า เจ้าอาวาสได้เดินลงมาจากกุฏิด้วยอาการไม่พอใจ และมีพฤติกรรมแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมขว้างปาสิ่งของบางอย่างภายในบริเวณวัด สร้างความตกใจให้แก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

ต่อมาเมื่อวันที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รวมตัวเข้าพบเจ้าคณะตำบลเพื่อแจ้งปัญหาและขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเจ้าคณะตำบลได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนอย่างละเอียด

รายงานระบุว่า ในการหารือดังกล่าว เจ้าคณะตำบลได้แจ้งต่อชาวบ้านว่า หากประชาคมในพื้นที่ไม่ประสงค์ให้พระรูปดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสต่อ ก็จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของคณะสงฆ์ และอาจให้กลับไปจำพรรษาที่วัดคำสายทอง ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดเดิม

ภายหลังการพูดคุยเสร็จสิ้น มีผู้พบเห็นพระศักดินันท์ อายุ 58 ปี พรรษา 20 ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสที่ถูกร้องเรียน ขับรถยนต์เก๋งออกจากวัด โดยยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าตัวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องและคณะสงฆ์ในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน รวมถึงภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาในพื้นที่ต่อไป


รายงานข่าวโดย
จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ