เด็กนักเรียนร่วมเดินรณรงค์ป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก

      ที่ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 11 บ้านไร่ฝาย ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง เป็นประธานเปิดกิจกรรมเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก โดยมีนายประวัติ วิภาจักษณกุล นายก อบต.วังโป่ง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วย นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง พนักงาน ลูกจ้าง อบต. ,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สาธารณสุขอำเภอวังโป่ง อสม. ชาวบ้านจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ รวมทั้ง เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านไร่ฝาย ซึ่งได้นำเอา กระดาษและถุงพลาสติกสีดำแถบขาว มาตกแต่งเป็นรูปร่างลักษณะคล้ายยุงลายตัวใหญ่ เพื่อสวมใส่ ออกเดินรณรงค์ โครงการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ “วังโป่งร่วมใจ ปลอดภัย ไร้ไข้เลือดออก” เริ่มต้นจาก อาคารอเนกประสงค์หมู่ 11 บ้านไร่ฝาย เดินผ่านชุมชน หมู่บ้าน ไปจนถึงโรงเรียนบ้านไร่ฝาย หมู่ 9 รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทาง ต่างได้รับความสนใจ และการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ต่างออกมาให้ความร่วมมือกับเด็กๆ ในการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย ด้วยการคว่ำพาชนะน้ำขัง และหยอดทรายอเบตตามแหล่งน้ำ ช่วยสร้างสีสันให้แก่การเดินรณรงค์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี
      นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวว่า เนื่องจากโรคไข้เลือดออก นับเป็นปัญหาสาธารณสุขตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ยังคงพบว่าลดปัญหาโรคไข้เลือดออกได้ไม่มากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับตำบลและอำเภอเรื่อยมา ซึ่งการระบาดของไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มีนาคม-กันยายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนแรก ประกอบกับชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวัน จึงสันนิษฐานได้ว่า การแพร่เชื้อและการกระจายของโรคจะเกิดขึ้นได้ทั้งในชุมชน วัด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน
      ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่ตำบลวังโป่ง พบว่ากำลังอยู่ในช่วงฤดูการระบาด พบผู้ป่วยทั้งในโรงเรียนและในชุมชน ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออก ถ้าหากประชาชนไม่ตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกบริเวณบ้าน ที่เอื้อต่อการอาศัยเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของยุง พาหะนำโรคหรือไม่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพ อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและผลกระทบตามมาได้
      พร้อมกันนี้ นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ สุขี ผอ.โรงพยาบาลวังโป่ง ยังได้ทำการแจกทรัมไดร์ฟป้องกันไข้เลือดออก มอบให้กับ อสม.ชุมชนหมู่บ้าน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลใน ทรัมไดร์ฟ ไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันไข้เลือดออก ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในภาค 3

      เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.62 กองทัพภาคที่ 3 จัดการแข็งขันการสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร 100 ปี อนุศาสนาจารย์ไทย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำหนดกิจกรรมอนุศาสนาจารย์ไทยและจะได้มีวาระครบ 100 ปีนั้น กองกิจการอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก จึงกำหนดการประกวดแข่งขันการสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร”100ปี อนุศาสนาจารย์ไทย”เพื่อเป็นการอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมแก่ทหารกองประจำการอีกทั้งเป็นการฝึกอบรมการไหว้พระสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร ให้มีรูปแบบเป็นเอกลักณ์เดียวกันทั้งกองทัพ

      สำหรับการประกวดแข่งขันในครั้งนี้ หน่วยข้นตรงกองทัพบกทุกหน่วย จะได้ดำเนินการเลือกทีมทหารกองทัพประจำการที่ดีที่สุดของแต่ละพื้นที่กองทัพภาค จากหน่วยทหารทั่วประเทศ ทีมละ 5 นาย เพื่อเข้าร่วมการประกวดแข่งขันรอบสุดท้าย ณ.กองกิจอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก โดยประกวดการแข่งขันการไหว้พระสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหารของกองทัพ ซึ่งทหารกองประจำการทุกนาย ต้องสวดนนต์ทุกวันก่อนนอนทุกวัน บทสวดสรรเสริญพระรัตนตรัยเป็นภาษาบาลี พร้อมแปลภาษาไทยในลักษณะทำนองสังโยค

      ทังนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งทีมทหารกองประจำการของหน่วย กองพันทหารม้าที่ 18 กรมทหารม้าที่ 3 ซึ่งผ่านการคัดเลือกในการแข่งขันระดับกองทัพภาค เป็นตัวแทนเข้าประกวดการแข่งขันสวดมนต์ ผลการแข่งขันสวดมนต์ตามแบบธรรมเนียมทหาร 100 ปี อนุศาสนาจารย์ไทย ชนะเลิสอันดับ1 ระดับประเทศกองทัพภาคที่ 3 กองพันที่ 18 จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้เชิญคณะสื่อมวลชนเข้าร่วมแถลงข่าว ณ.พลทหารม้าที่ 18 จังหวัดเพชรบูรณ์

ศุภเดช ธนูศร / ข่าว / กองทัพภาคที่ 3
Cr. วิรัตน์ ฟักคำ /ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

มมร ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายชาวพุทธ ประชุมเตรียมการจัดงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔”

      เมื่อเร็วๆ นี้พระเมธาวินัยรส รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นประธานในการประชุมเตรียมการจัดงาน “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๒ เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมเตรียมการ อาทิ ผู้แทนคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ อนุศาสนาจารย์กองทัพบก ปปช. พร้อมทั้ง องค์กรเครือข่ายชาวพุทธโดยในปีนี้ “สมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔” จะมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เกิดความยั่งยืนในสังคมแห่งเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติ โดยได้กำหนดการจัดงานใน วันศุกร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ หอประชุมกองทัพอากาศ อาคารทองใหญ่ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

           สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๔๔๔-๖๐๐๐ ต่อ ๑๐๙๒-๑๐๙๕ หรือที่ ๐๙-๑๐๑๐-๒๖๓๙ www.mbu.ac.th

สตม.รวบชาวจีนมีประวัติคดีปลอมผล DNA ขอทำบัตรประชาชนไทย

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 28​ มิ.ย.62​ : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​(รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พลตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​ และพล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7​ (รอง​ผบช.ภ.7)​ รักษา​ราชการ​แทน​ รองผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​(รรท.รอง ผบช.สตม.)​

      ได้สั่งการให้ พลตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.บช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ พงษ์นคร นครสันติภาพ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.) และ พัน​ตำรวจ​เอก​ ปฏิญญา จีรชนาสิน​ ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.4 บก.สส.บช.สตม.)​

      เฝ้าติดตามสถานการณ์ กลุ่มองค์กร บุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้​ เจ้าหน้าที่​ กก.4 บก.สส.สตม.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ราย MR.YUNYONG HE หรือ นายโอภาส เหอ ซึ่งบุคคลดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) อีกทั้งยังเป็นบุคคลต้องห้ามตาม มาตรา​ 12 (6),(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ถูกบันทึกข้อมูลในบัญชีบุคคลเฝ้าดูของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ.2559

      ต่อมา MR.YUNYONG HE หรือ นายโอภาส เหอ ได้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้ชื่อ MR.AN HE สัญชาติจีน ผ่านช่องทาง ทอ.อู่ตะเภา ตม.จ.ระยอง บก.ตม.3 เมื่อวันที่ 27 เม.ย.62 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 25 มิ.ย.62 (วีซ่านักท่องเที่ยว (60 วัน) ต่อมาได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 25 ก.ค.62 โดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด จากการตรวจสอบภาพถ่ายการเดินทางของบุคคลต่างด้าวในระบบ PIBICS พบว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายคนเดียวกัน

      กระทั่งต่อมาวันที่ 26 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 19.20 น. เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.สส.สตม. ได้ไปทำการตรวจสอบพบบุคคลดังกล่าว และได้เชิญตัวมาที่ กก.4 บก.สส.สตม. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว ปรากฏว่า MR.AN HE ให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับ MR.YUNYONG HE จึงได้พาตัว MR.AN HE ไปสแกนลายพิมพ์นิ้วมือ พบว่ามีประวัติเป็นผู้ต้องกักของ กก.3 บก.สส.สตม. จริง โดย MR.AN HE ได้ให้การยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับ นายโอภาส เหอ ซึ่งตนได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงาน (แจ้งความอันเป็นเท็จ),ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร (ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม) ซึ่งได้รับโทษจำคุก 11 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วจึงถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อกลับประเทศจีนแล้วจึงได้เปลี่ยนชื่อและทำหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่​ และเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบพบในครั้งนี้

      เจ้าหน้าที่​ กก.4 บก.สส.สตม.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคม​ และประชาชน อันเป็นพฤติการณ์ ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.12 (6) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 อันเป็นพฤติการณ์ที่สมควรเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร​ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน

กองปราบฯ​ รวบมือปืนไล่ยิงหนุ่มราชบุรี จนรถเสียหลักชนเสาไฟฟ้า น้องสาวที่นั่งมาด้วยดับ 1 เจ็บ 4 รับสารภาพลูกพี่โทรตามให้มายิงหลังเกิดเขม่นกันในผั

      วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 28 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.) และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ ฐิติวัสส์ แซมเขียว สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7​ (บก.สส.บช.ภ.7)​

     ได้ร่วมจับกุม นายสุรชัย หรือปุ้ย ยางสง่า อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/2 ม.2 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม และ นายพิริยะ หรืออั๋น ใจซื่อ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/2 ม.3 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 143,144 /2562 ตามลำดับ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธ” โดยสามารถจับกุม นายสุรชัยฯ พร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอกและกระสุนอีก 5 นัด ได้ที่หน้าร้าน ส.แสงทอง​ ถ.ละม้ายสงเคราะห์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วน นายพิริยะฯ ได้นำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ สีน้ำเงิน ขาว ทะเบียน ขมค 837 นครปฐม ของกลางที่ใช้ก่อเหตุมามอบตัวที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 23 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง​ จ.ราชบุรี​ รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าบริเวณหอนาฬิกาบ้านโป่ง ต.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ห่างจาก สภ.บ้านโป่งประมาณ 100 เมตร จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพ น.ส.ชวัลญา วิชิตเดชา อายุ 18 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ประกอบด้วย นายปฐมพงศ์ วิชิตเดชา อายุ 25 ปี พี่ชาย น.ส.ชวัลญา คนขับรถ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ลำตัว 1 นัดบาดเจ็บสาหัส,นายโชติพัฒน์ จงเจริญ อายุ 29 ปี,น.ส.อารีรัตน์ ขันแข็ง อายุ 23 ปี และ นายเจริด วิเชียรสลาง อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำส่ง รพ.บ้านโป่ง

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้บาดเจ็บให้การว่าหลังกลับจากเที่ยวที่ร้านอาหาร Lit ถนนบายพาส อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก็ได้ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนไล่ยิง จึงขับรถหนีจนประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่งได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุรชัยฯ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงนำกำลังจับกุมขณะกำลังจะหลบหนีไปที่อื่น เนื่องจากเห็นข่าวหมายจับตนเองในทีวี จากนั้น นายพิริยะฯ ก็ทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ในวันเดียวกัน

      สอบสวน นายสุรชัยฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายปฐมพงศ์ฯ คนขับรถที่เกิดอุบัติเหตุจริง เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ รุ่นพี่ที่นับถือกันได้โทรศัพท์มาตามตน​ และนายพิริยะฯ บอกว่ามีเรื่องทะเลาะกับกลุ่ม นายปฐมพงศ์ฯ ที่ร้านอาหาร Lit นายพิริยะฯ จึงขับรถจักรยานยนต์พาตนเองซึ่งพกอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ติดตัวไป เมื่อไปถึงพบคู่กรณีขับรถกระบะ 4 ประตูจอดอยู่หน้าร้านอาหาร Lit ตามที่รุ่นพี่บอกมา จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ 3 นัด ก่อนขับรถพากันหลบหนี จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.จับคนต่างชาติตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL)

      วันนี้ วันศุก​ร์ที่​ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 10.30 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล​ตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ รักษา​ราชการ​แทน​ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.รอง​ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.บช.สตม.)​ และพัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.)

      ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญซึ่งได้รับการประสานงานจาก สถานเอกอัครราชทูต​ สาธารณรัฐเช็ก ประจำ ประเทศไทย และสำนักงานฝ่ายกิจการต่างประเทศ​ และกลุ่มประเทศนอร์ดิค (เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์ สวีเดน และไอซ์แลนด์) ขอให้ สตม.สืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งได้กระทำความผิดแล้วหลบหนีคดีมาพำนักในประเทศไทย จำนวน 2 ราย ดังนี้

      รายที่ 1​ : เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.โดย ว่าที่ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.​ และพ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ, พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง จับกุม MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) อายุ 38 ปี สัญชาติเช็ก ถือหนังสือเดินทางหมายเลข 45298837 ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการสาธารณรัฐเช็ก โดยมีหมายจับยุโรปออกโดยศาลแขวงกรุงปราก เขต 1 สาธารณรัฐเช็ก เลขที่ 9T82/2016 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ในคดีลักทรัพย์โดยการบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน มีพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) ได้บุกรุกเข้าไปในร้านกิ๊ฟต์ช็อปและขโมยสินค้าต่างๆ ไปรวมมูลค่า 3,790 โครูนาเช็ก (ประมาณ 5,200 บาท) ทั้งนี้ MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) ได้เคยก่อคดีลักทรัพย์และศาลแขวงกรุงปรากเขต 2 ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 34 เดือน มาก่อนหน้านี้แล้ว MR.DAVID SYKORA (นายเดวิด ซิโคร่า) เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2562 ประเภทวีซ่า ผ.30 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 7 ก.ค.62 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร

      รายที่ 2 : เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.โดย ว่าที่ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ​ และ พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รองผกก.1 บก.สส.สตม.พร้อมกำลัง จับกุม MR.AKI PETRI JOHANNES VARTIAINEN (นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส วาเทียเนียน) อายุ 39 ปี สัญชาติฟินแลนด์ ถือหนังสือเดินทางหมายเลข FP1581429 ซึ่งสำนักงานฝ่ายกิจการต่างประเทศและกลุ่มประเทศนอร์ดิค (เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, นอร์เวย์ สวีเดน และไอซ์แลนด์) ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศฟินแลนด์

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โบว์ลิ่งการกุศล สภท.54 ปี

      พลตรีวัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ เจ้ากรมสารวัตรทหารบก และ นายอรรถการ ตฤษณารังสี ประธานสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีซันชิโร่ ร่วมประธานในพิธี เปิดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี) ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศฯ โดยมีนายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อจัดหารายได้ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมฯ เช่น การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 มอบเป็นทุนการศึกษา บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ มอบเป็นสวัสดิการสมาชิกผู้สูงอายุ ตลอดจนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ ณ บลูโอริทึม แอนด์โบว์ล เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ชั้น 4 เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา
      ทั้งนี้มี คณะกรรมการบริหาร-ที่ปรึกษา-สมาชิก สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย…พร้อมด้วย คุณธีรยุทธ ผู้พัฒน์ บรรณาธิการอาวุโส พิมพึไทยรายวัน, คุณรัชพล ภู่โอบอ้อม (ต๋อง ศิษย์ฉ่อย),
คุณไพลิน เจนนท์ สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เพ้นท์เวิร์คส์ จำกัด ส่งทีม VIP เพ้นท์เวิร์คส์ เข้าแข่งขัน และร่วมงานการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลในครั้งนี้

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

กก.2 บก.สส.สตม. ระดมกวาดล้างคนต่างด้าวกระทำผิด​ จับผู้ต้องหาจีนหนีคดีบ่อนการพนันออนไลน์ หลบซุกไทย อีกรายตรวจสอบร้านสปาสำหรับผู้ชาย จับกุมหมอนวดต่างด้าวหลายราย

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 28​ มิ.ย.62​ เวลา​ 10.30​ น.​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย,พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.),พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ รักษา​ราชการ​แทน​รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.รอง​ผบช.สตม.),พลตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.บช.สตม.)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รอง​ผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบก.สส.สตม.)​ และ พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.2 บก.สส.บช.สตม.)​ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ จำนวน 2 คดี

      จากการที่ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.ได้กำชับให้ทุก บก. ระดมกวาดล้างการกระทำผิดของคนต่างด้าวที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นที่กระทำความผิด หรือก่อคดีแล้วอาศัยไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน โดยประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งของไทย และหน่วยงานระหว่างประเทศ ผลการปฏิบัติ สามารถติดตามจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งได้กระทำความผิดข้อหาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ แล้วหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย และยังจับกุมต่างด้าวลักลอบทำงานร้านนวดใจกลางกรุงเทพมหานครได้อีกหลายราย

      รายที่ 1 : รวบจีนหนีคดีข้อหาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์​ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายฉาง ยี่เฟย (MR. ZHANG YIFEI) อายุ 32 ปี สัญชาติจีน ซึ่งทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานข้อหาลักลอบเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ ร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งค์อีก 17 คน ซึ่งถูกตำรวจจีนจับกุมตัวได้หมดแล้ว แต่นายฉาง ยี่เฟย ได้หลบหนีออกจากประเทศจีน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. สามารถสืบสวนจนพบและจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งการกระทำผิดนี้ทางการประเทศจีนเกิดความเสียหายมูลค่าประมาณ 400 ล้านหยวน (2,000 ล้านบาท)

      รายที่ 2 : จับต่างด้าวลักลอบทำงานหมอนวด ร้านนวดและสปาสำหรับผู้ชาย​ โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ กก.2 บก.สส.สตม.ได้เข้าตรวจสอบร้านนวดสปา ภายในซอยสวนพลู หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีต่างด้าวลักลอบทำงานเป็นหมอนวด จากการตรวจสอบพบว่าเป็นร้านนวดแผนไทย และสปา เปิดให้บริการสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ โดยหมอนวดต่างด้าวเป็นชายทั้ง 15 คนจะนั่งรอลูกค้าผู้มาใช้บริการอยู่ในห้องกระจกที่มองเห็นได้จากล็อบบี้ เมื่อลูกค้าพอใจหมอนวดคนใดก็จะเรียกออกมาใช้บริการนวดในห้องที่เตรียมไว้ จากการตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวมีทั้งชาวเวียดนาม,เมียนมา,ลาว และกัมพูชา ทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน และมีจำนวน 2 คน ที่วีซ่าหมดอายุ จนท.กก.2 บก.สส.สตม.จึงได้แจ้งข้อหา และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังกล่าวด้วยว่า คนต่างด้าวที่ต้องการทำงานในประเทศไทยต้องลงทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะออกวีซ่าประเภท แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ให้ และงานที่ทำนั้นต้องไม่เป็นงานต้องห้ามที่สงวนไว้สำหรับคนไทย ต้องไม่แย่งอาชีพคนไทย ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะได้ระดมกวาดล้าง จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง​ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ์พระบรมราชินี

      วันที่28​ มิถุนายน2562​ เจ้าคุณพระธรรมปิฎกเจ้าคณะจังหวัดสระบุรีเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท​ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์​ พระราชธีราภรณ์​ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย​ พระวิสิฐคณาภรณ์​ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรีเจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา​ และคณะสงฆ์และนายสมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ประธานฝ่ายฆารวาส​ มีหัวหน้าส่วนราชราชการ​ พสกนิกรชาวจังหวัดสระบุรี​ พุทธศานิกชนชาวจังหวัดสระบุรีร่วมในพิธี
ตามที่สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติมีมติของมหาเถรสมาคมใ​นประเทศไทยให้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์​ พระบรมราชินีนาถ​ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง​ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาธิบดีศรีสุนทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี
พสกนิกรอำเภอเสาไห้จังหวัดสระบุรีได้ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล​ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว​ ทรงหาวงใยและคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญพระองค์มีพระราชปณิธานแน่วแน่จะทำให้ประเทศชาติมั่งคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยมีพระราชประสงค์จะสืบสาน​ รักษาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ​ พระบาทสมเด็จพระบรใชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหราช​ บรมนาถบพิตร​
ชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างชื่นชมพระบุญญาบารมีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมทรงมีต่อต่อปวงพสกนิกรชาวไทย

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน