ผอ.วช.บรรยายการประชุม “การเสวนาอารยธรรมเอเชีย” ที่ประเทศจีน (Conference on Dialogue of Asian Civilizations: CDAC) การแลกเปลี่ยนและเรียนรู้อารยธรรมเอเชีย และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน

      ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้รับเชิญให้บรรยายในการประชุมเสวนาอารยธรรมเอเชีย (Conference on Dialogue of Asian Civilizations: CDAC) ในหัวข้อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้อารยธรรมเอเชีย และประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน (Mutual exchanges of Asian civilizations and a community of shared future for mankind) ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวสุนทรพจน์ มีประมุข ผู้นำประเทศ และนักวิชาการ จาก ๔๗ ประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้บริหารองค์กรหลายพันคนจากประเทศต่าง ๆ องค์การยูเนสโก และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วม เป็นการประชุมใหญ่เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอารยธรรมของมนุษย์ และมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความเข้าใจร่วมกัน เพื่อปกป้องความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม

      ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ฯ กล่าวในการประชุมดังกล่าวว่า วัฒนธรรมและอารยธรรมจากอินเดียและจีนมีบทบาทสำคัญและได้แลกเปลี่ยนกับภูมิภาคเอเชียมานานนับพันปีแล้ว สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะประเทศไทยมีการเรียนรู้และพัฒนาทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่จากทั้งอินเดียและจีน จากการเชื่อมโยงทางบกและทางทะเล ตัวอย่างอิทธิพลทางวัฒนธรรมของอินเดียที่มีต่อไทย เช่น มหากาพย์อินเดีย เรื่องรามเกียรติ์ และศาสนาพุทธจากอินเดียซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างสูงในวัฒนธรรมและสังคมไทยในปัจจุบัน สำหรับจีนก็มีการแลกเปลี่ยน​ ทางวัฒนธรรมอันใกล้ชิดกับไทยมาเป็นเวลานานเช่นกัน เช่น ในสมัยสุโขทัย การผลิตเครื่องลายคราม ซึ่งช่างฝีมือไทยได้เรียนรู้และพัฒนาเทคนิคการเคลือบลายครามจากจีนจนกลายมาเป็นเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก และต่อมาเป็นเครื่องเบญจรงค์ในแบบของไทย รวมถึงบทบาทของชาวจีนโพ้นทะเลในการเป็นสะพานเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างสองประเทศ วัฒนธรรมจีนได้ผสมผสานกลมกลืนกับสังคมไทยดังจะเห็นได้จากการแพทย์แผนโบราณ ศิลปะการต่อสู้ วรรณกรรม (สามก๊ก) และอาหารหลากหลายประเภท (เป็ดปักกิ่ง, บะหมี่, ติ่มซำ, ซาลาเปา) และการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและจีน

      ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ฯ ยังได้กล่าวในฐานะแพทย์ว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนเอเชีย โดยเฉพาะการแพทย์แผนจีนและอินเดียถือว่ามีความสำคัญ โดยประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้แพทย์แผนโบราณจากทั้งสองประเทศ และมีการพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยว ยังก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนและช่วยขับเคลื่อนความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ จากการที่ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจีน อินเดีย และทั่วโลก ทำให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยวได้รับความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและวิถีชีวิตของคนไทย

      ​เนื่องจากความสำคัญของการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอารยธรรม ซึ่งได้กลายเป็นสะพานสากลเพื่อยกระดับมิตรภาพระหว่างชุมชนโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น
ของมนุษยชาติ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) ซึ่งปัจจุบันไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนได้สะท้อนความคิดแบบเดียวกันนี้ในแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านวัฒนธรรมและศิลปะ 2559-2568 กระตุ้นให้ประชาชนมีความรู้สึกหวงแหนสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนไว้ อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการใช้วัฒนธรรมเพื่อความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการสร้างอาชีพ ขณะเดียวกันกับที่ประเทศจีน
โดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก็ได้ริเริ่มโครงการ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) เพื่อส่งเสริมความร่วมมืออย่างสันติทั่วโลกและการพัฒนาร่วมกัน โดยมีการเชื่อมโยงของประชาชนชนเป็นกลไกผลักดันที่สำคัญอย่างหนึ่ง

      ในคำกล่าวเปิดงานการประชุมของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึง ความสำคัญของอารยธรรมเอเชียซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติและเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญในการพัฒนาของเอเชีย ซึ่งปัจจุบันจีนได้ริเริ่มโครงการ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เพื่อส่งเสริมและขยายการแลกเปลี่ยนด้านอารยธรรมในเอเชียและเติมความสมบูรณ์เพิ่มความหลากหลายให้กับอารยธรรมโลกด้วย ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ขอให้ประเทศต่าง ๆ และวัฒนธรรมต่าง ๆ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ต่อกันเพื่อความมั่นคงของมนุษยศาสตร์และร่วมสร้างสรรค์ประชาคมเอเชียและประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน

      นอกเหนือจากการประชุมในภาคผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กร และการประชุมวิชาการแล้ว ยังมีกิจกรรม ด้านวัฒนธรรมตลอดสัปดาห์กว่า 100 รายการ โดยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2562​ ได้มีการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติ (Asian Cultural Carnival) จัดขึ้นยิ่งใหญ่ที่สนามกีฬาแห่งชาติจีน หรือสนามกีฬารังนก มีผู้แสดงกว่า 8,000 คน และมีผู้เข้าร่วม 30,000 คน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ วิน จยย.เถื่อนหลอกขยี้กามเด็กนักเรียน ม.1

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 17 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้​ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กองปราบ​ปราม (ผกก.1 บก.ป.) และ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เจตนิพัฒน์ ศิริวัฒน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กองปราบ​ปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

      ได้นำกำลังร่วมกันจับกุมตัวนายประเวศน์ หรือโก๋​ เรืองภิรมย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 ม.7 ต.สาลี อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.314/57 ลง 16 ต.ค. 57 ในข้อหาว่า“กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อนการอนาจาร แม้เด็กนั้นจะยินยอมก็ตาม” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บริเวณหน้าร้าน ซีทีที เอ็กซเพรส สาขากระทุ่มล้ม ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม

      สืบเนื่องจากประมาณช่วงเดือน สิงหาคม 2557 นายประเวศน์ฯ ผู้ต้องหา ขณะนั้นทำงานเป็นช่างอยู่ที่ศูนย์โตโยต้า สาขาศรีอยุธยา กทม. ได้ทำทีเข้าไปตีสนิทเชิงชู้สาวกับด.ญ. เอ นามสมมุติ ผู้เสียหาย ขณะนั้นมีอายุ 12 ปี ซึ่งเช่าห้องพักอยู่ติดกันกับห้องของนายประเวศน์ฯ ที่หอพักแห่งหนึ่งย่านสำเหร่ เพื่อจะหลอกผู้เสียหายมามีเพศสัมพันธ์ที่ห้องพักตนเอง กระทั่งผู้ปกครองของผู้เสียหายทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ที่ สน.สำเหร่ จนมีการออกหมายและนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวดังกล่าว

      จากการสอบสวนนายประเวศน์ฯ ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายไปจำนวน 2 ครั้ง โดยทั้ง 2 ครั้งนั้นเป็นความยินยอมของผู้เสียหายเอง โดยผู้ต้องหารายนี้ยังอ้างอีกว่า ในครั้งแรกผู้เสียหายได้ดูหนังโป๊แล้วเกิดอารมณ์ทางเพศก่อนมาขอให้ตนเองสอนวิธีมีเพศสัมพันธ์ให้ จึงได้ชำเราเด็ก 1 ครั้ง ต่อมาครั้งที่ 2 ผู้เสียหายได้ไปเที่ยวตลาดคลองสานพลาซ่า ก่อนจะโทรให้ตนเองมารับและชักชวนให้มีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามภายหลังจากทราบเรื่องว่าทางผู้ปกครองของผู้เสียหายจะเอาเรือง ตนก็ได้ลาออกจากงานเพื่อหลบหนีคดี ก่อนจะมารับจ้างขับจักรยานยนต์รับจ้างเถื่อน จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สน.สำเหร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สร้างพระปางนาคปรก เนื่องในวันวิสาขบูชา 2562

      ณ สำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล จ.นครปฐม​ : ท่านเจ้าคุณอุดมวัฒนมงคล เจ้าอาวาสวัดถ้ำวัฒนมงคล​ เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางนาคปรก หน้าตัก 60 นิ้ว เนื่องในวันวิสาขบูชา โดยมี แม่ชีอนันตา นาคบุญ หัวหน้าสำนักฯ นำคณะแม่ชี 108 รูปและพุทธศาสนิกชนร่วมให้การต้อนรับ พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณศิริ สาระผล หัวหน้าทีมงานรายการธรรมะช่อง​ 7HD เป็นพิธีกรดำเนินงานคู่กับ ดร. ปัณฑิพาณ์. ธาราภิบาล เมื่อไม่นานมานี้

      ปัจจุบันสำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมสำหรับสตรีและเปิดสอนธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก หลักสูตรพระอภิธรรมแก่แม่ชีและบุคคลทั่วไปตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้อาคารที่พักไม่เพียงพอต่อผู้มาปฏิบัติธรรม ในปีนี้จึงมีโครงการก่อสร้างกุฏิแม่ชีเพิ่มอีกจำนวน 5 หลัง
ห้องน้ำ จำนวน 14 ห้อง และ สร้าง
“รัตนประสาท” อันเป็นเอกลักษณ์สัญลักษณ์ศาสนสถานของ สำนักแม่ชีไทยศาลายา พุทธมณฑล เพื่อผู้หญิงที่ประพฤติปฏิบัติธรรม จึงทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ก่อสร้าง 3 ชั้นมี 37 ซุ้ม ตั้งเป้าหมายแล้วเสร็จสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

      อีกทั้ง ได้จัดทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันธรรมดา วันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญของชาติ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ วันสงกรานต์ ตลอดจนสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกเหนือจากรับผู้มาบวชปฏิธรรมทุกวัน โดยปกติธรรมดายังเป็นสถานที่ที่ให้การอบรมปฏิบัติธรรมแก่หมู่คณะนักศึกษา หน่วยงานองค์กรเอกชนพนักงานบริษัทมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักแม่ชีไทยศาลายา ยังเป็นสถานที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสุขได้มี “โครงการทำดีเพื่อพ่อ / ทำดีเพื่อแผ่นดิน” ให้การบริการฝังเข็มฟรีโดยแพทย์แผนจีนรักษาโรคแก่ประชาชนทั่วไปทุกปีในเดือนธันวาคมมาโดยตลอด และในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลพุทธมณฑล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ใช้เป็นพื้นที่จัดโครงการบูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลประชาชนอุทิศถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลฯ อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมตัว​ นายหรือพระทองหล่อ​ ทวีบุตร​

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 17 พ.ค.62​ เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.)​ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ พร้อมด้วย พัน​ตำรวจ​เอก​ สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผบก.ป.),พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม,พัน​ตำรวจ​โท​ พจน์ พุ่มแหยม,พัน​ตำรวจ​โท​ สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์​ และพัน​ตำรวจ​โท​ อนุชา ศรีสำโรง รอง​ผู้​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก.5 บก.ป.)​

      ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมตัว​ นายหรือพระทองหล่อ​ ทวีบุตร​ อายุ 40 ปี​ อยู่บ้านเลขที่ 187 ถนนอ่าวลึก-พระแสง ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.142/2562 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2562 ข้อหา​ “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยมีอาวุธ” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่กลางไร่มันสัมปะหลังหมู่ 5 บ้านหนองปลาดุก ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

      พ.ต.อ.เนติฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้รับแจ้งจากหญิงชราอายุ 78 ปี ผู้เสียหายว่าเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 13 มีนาคม 2562 ขณะที่ตนเองเดินเข้าไปเก็บผลไม้ข้างวัดควนใหม่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ถูกพระลูกวัดดังกล่าวใช้อาวุธมีดจี้คอและฉุดเข้าไปข่มขืนภายในกุฏิร้างด้วยความกลัวจะถูกฆ่าจึงไม่กล้าขัดขึ้นภายหลังสำเร็จใคร่แล้วผู้ก่อเหตุเกรงกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไป

      จากการสืบสวนทราบว่าพระที่ก่อเหตุคือพระทองหล่อ ทวีบุตร อายุ 40 ปี ซึ่งบวชจากที่อื่นแล้วมาจำวัดที่เกิดเหตุได้ประมาณ 10 วัน ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าวโดยมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราเอะโวยวาย แต่เนื่องจากวัดดังกล่าวขณะนั้นไม่มีเจ้าอาวาสเลยต่างคนต่างอยู่ไม่มีใครสนใจใคร กระทั่งวันที่เกิดเหตุทราบว่าพระทองหล่อฯ ได้ดื่มสุราจนเมาแล้วก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้คอหญิงชราก่อนลากตัวเข้าไปข่มขืนในกุฏิร้าง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามได้ติดตามสืบสวนจนทราบว่าพระทองหล่อๆหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่ 5 บ้านหนองปลาดุก ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยหลบหนีความผิดแล้วสึกออกมารับจ้างชาวบ้านขุดมันสัมปะหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตามสืบสวนหาข่าวจนต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามสามารถจับกุมตัวนายทองหล่อได้ที่กลางไร่มันสัมปะหลัง จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน

      จากการสอบสวนนายทองหล่อฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ก่อเหตุข่มขืนหญิงชราผู้เสียหายจริงโดยก่อนก่อเหตุตนเองได้ดื่มสุราภายในวัดและดูคลิปโป๊จนเกิดอารมณ์ทางเพศเห็นหญิงชราผู้เสียหายเดินผ่านมาเก็บผลไม้ภายในวัดจึงได้ใช้อาวุธมีดจี้คอแล้วลากตัวเข้าไปข่มขืนในกุฏิหลังเกิดเหตุกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไป

      อีกรายสามารถจับกุมตัว นายอนนท์ ทวีบุตร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 9 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มจ.69/2560 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 ข้อหา​ “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.10 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมนายอนนท์ฯ ซึ่งเป็นหลานกับพระทองหล่อ ทวีบุตร ได้ ขณะทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวพระทองหล่อฯ​ นั้น ทราบว่าภายหลังก่อเหตุข่มขืน พระทวีบุตร​ฯ ได้หลบหนีไปพักอาศัยกับหลานชายคือนายอนนท์ฯ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีท้องที่สภ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวนายอนนท์ฯได้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2552 เวลาประมาณ 10.00 น.

      จากการสอบสวนนายอนนท์ฯหลานชายพระทองหล่อฯ ให้การว่า ได้คบหากับเด็กหญิงผู้เสียหายอายุ 14 ปี ในวันที่เกิดเหตุพ่อแม่เด็กหญิงผู้เสียหายไม่อยู่บ้านไปรับจ้างตัดอ้อยที่ต่างหมู่บ้าน อยู่กันเพียงลำพัง 3 คนพี่น้องที่บ้านพัก ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านพักแล้วเข้ามาภายในตัวบ้านใช้กำลังลากเด็กหญิงซึ่งเป็นพี่สาวคนโตเข้าไปในห้องนอนแล้วก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่แล้วหลบหนีไป ต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้นแม่ของเด็กหญิงสังเกตุว่าบุตรสาวมีอาการเชื่องซึมจึงเค้นถามจนทราบความจริงว่าเมื่อคืนถูกนายอนนท์ฯ​ ใช้กำลังบังคับข่มขืน จึงพาไปแจ้งความ โดยหลังก่อเหตุนายอนนท์ หลบหนีมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายทองหล่อฯ​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองท่อม และ นายอนนท์ฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยกระเจา ท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบ.ตร.ร่วมงานวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 6

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 17​ พ.ค.62​ เวลา 09.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพมหานคร​ : พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง​ผบ.ตร.)​ เป็นประธานในพิธีสดุดี​ และวางพวงมาลัยอนุสาวรีย์ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 66

      โดยมี​ พลตำรวจ​โท​ วิชิต​ ปักษา​ รักษาราชการแทนผู้บัญชากาตำรวจตระเวนชายแดน (รรท.ผบช.ต​ชด.)​ พร้อมคณะ รองผู้บัญชาการตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ (รอง​ผบช.ต​ชด.)​ อดีตผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธี​ และในเวลา 13.00 น. ได้มีพิธีมอบเครื่องหมายนักโดดร่มกิตติมศักดิ์ เครื่องหมายการต่อต้านการก่อการร้ายกิตติมศักดิ์ เครื่องหมายการต่อต้าน ปราบปรามการก่อความไม่สงบ (ตปส.) กิตติมศักดิ์ ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล หน่วยงานและข้าราชการตำรวจดีเด่นอีกด้วย

      กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2496 เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ภายใต้คุณลักษณะ 3 ประการ คือ ทำการรบในระดับหน่วยขนาดเล็กได้อย่างทหาร ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ได้อย่างตำรวจ​ พัฒนาและช่วยเหลือประชาชน ได้อย่างข้าราชการพลเรือน โดยมีพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนคนแรก กว่า​ 66 ปี ที่ตำรวจตระเวนชายแดน ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่​ ที่มีปัญหาความมั่นคงอย่างมืออาชีพ มุ่งเน้นงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมสำคัญตามแนวชายแดน ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ ส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร จนก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ประเทศชาติมีความมั่นคง เด็กเยาวชนและประชาชนในชุมชนชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

      และในก้าวต่อไปของตำรวจตระเวนชายแดนนั้น ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเสียสละ อดทน และยึดมั่นในอุดมการณ์ของตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และความผาสุกของประชาชน ดำรงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของหน่วย ครองตนอยู่ในระเบียบวินัย มีอุดมการณ์จิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและน้อมนำพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานรักษาและต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อความผาสุกของประชาชนและพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนสืบไป

Cr.ทีมงานประชา​สัมพันธ์​ ตชด.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

คณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า และพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ได้ตรวจสอบการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองทางอินเตอร์เน็ต

       ตามนโยบาย/ข้อสั่งการของ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายธัญญา เนติธรรมกุล​ พบว่ามีการประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด เช่น เหยี่ยว นกกาฮัง เสือกระต่าย และหมีควาย ในเฟสบุ๊ค ชื่อ “อ้วน ไจแอนท์ (สุขชัย จันทวงษ์)” สายลับจึงได้ทำการติดต่อล่อซื้อ หมีควาย จำนวน 1ตัว ในราคา 25,000 บาท และนายสุขชัย จันทวงษ์ ได้ให้ชำระค่าหมีควายโดยให้โอนเงินชื่อบัญชี นายกานต์รวี แก้วศรี และได้ส่งหมีควายให้สายลับทางรถทัวร์สาย กรุงเทพ – พิษณุโลก – เขาค้อ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ซึ่งได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ บก.ปทส. เพื่อจะแจ้งความดำเนินคดีภายหลัง เนื่องจากจะขยายผลไปยังบ้านพักอาศัยของนายสุขชัยฯ ในท้องที่จังหวัดสระบุรี เนื่องจากสืบทราบว่ามีการครอบครองเหยี่ยวอยู่ภายในบ้าน และอาจมีสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆอยู่ภายในบ้านอีก และเพื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดให้ได้ต่อไป
       วันนี้ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.00น. นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า และพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) สำนักงานสนับสนุนการป้องกันปราบปรามที่ 1​ (ภาคกลาง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี และตำรวจ กก.2​บก.ปทส. นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 26/2562 ลว. 16 พฤษภาคม 2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 104​หมู่ที่ 6​ ตำบลบ้านกลับ อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี พบนายสุขชัย จันทวงษ์ อยู่ภายในบ้านและนำตรวจค้น พบเหยี่ยวนกเขาชิครา จำนวน 1 ตัว ไม่มีหลักฐานการได้มาของทางราชการแต่อย่างใด และยอม​ รับว่าตนเองเป็นเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าวข้างต้น และมีการประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองจริง และสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นๆ ได้ขายไปก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการจับกุม คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 19​ 20​ และ 47 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ข้อหา “ค้าและครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงควบคุมนายสุชชัย จันทวงษ์ พร้อมเหยี่ยวนกเขาชิครา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองโดน จังหวัดสระบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกรณีขายหมีควายกับนายสุขชัย จันทวงษ์ และนายกานต์รวี แก้วศรี ที่เป็นเจ้าของบัญชีที่เจ้าหน้าที่โอนเงินให้ต่อไป รวมมูลค่าของกลางเป็นเงินทั้งสิ้น 55,000 บาท
       อนึ่งในการจับกุมครั้งนี้ นายสุขชัย จันทวงษ์ เป็นเครือข่ายการค้าสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ตรายใหญ่รายหนึ่ง มีผู้ร่วมขบวนการหลายราย ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงจะทำการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ ณ โรงฝึกอบรมบ้านหนองแคน

       เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 วลา 09.00 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดย พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานแผนและนโยบายและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหาร เป็นประธาน เปิดการอบรมโครงการปฏิบัติการจิตวิทยาและประชาสัมพันธ์ (ปจว./ปชส.) ประจำปีงบประมาณ 2562 ครึ่งปีหลัง ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม โดยมี รอง ผกก.สส.สภ.ของหลวง, ปลัดอำเภอดงหลวง ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการอบรมโครงการฯ มีผู้นำท้องถิ่น, จนท.ท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม จำนวน 100 คนโดยมีวัตถุประสงค์คือ

       ​เพื่อให้ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญและแนวความคิดในการปฏิบัติการด้านข่าวสาร ​เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความรู้ความสามารถ มีความเข้มแข็งมีจิตสำนึกในการเป็นผู้นำชุมชน ​​เพื่อให้เกิดพลังมวลชน มีอุดมการณ์ เสียสละทำงานเพื่อหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อสังคม และ เพื่อประเทศชาติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างทางการกับผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ก่อให้เกิดความสะดวกในการประสานงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ​เพื่อจัดตั้งเครือข่ายผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อเฝ้าระวัง/แจ้งเตือน ภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อความมั่งคง และเพื่อขยายผลเป็นเครือข่ายต่อ


ธานินทร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักทนายความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ ! กล่าวถึงกรณี “ม.จ.จุลเจิม ยุคล” โพสต์พาดพิงถึง “พรรคประชาธิปัตย์”

      นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์พาดพิงถึง พรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีอีแอบที่อยากเปลี่ยนแปลงสถาบันสำคัญของชาติแฝงตัวอยู่มากและกล่าวถึงบุคคลที่ลงสมัครหัวหน้าพรรคนั้น เป็นสิทธิของท่านที่จะกล่าวหาหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ แต่ทว่ามันเป็นความเท็จจึงกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติประวัติของ พรรคประชาธิปัตย์ ย่อมทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดได้

      ผมในฐานะ อดีต.สส.2สมัย ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอีแอบหรือคุณแอบตามที่ว่าแต่ประการใด ไม่มีใครที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติ เราเคารพและส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข นับแต่ก่อตั้งพรรคเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2489 ” 73 ปี ” ล่วงมาแล้วเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติอย่างที่สุดเสมอมา

      การที่ ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์กล่าวร้ายต่อพรรคเช่นนั้นย่อมทำให้พรรคเสียหายอย่างร้ายแรง ผม จึงใคร่ขอความกรุณาความเมตตาจาก ราชนิกุลชั้นสูง เช่นท่านเพื่อโปรดให้ความเป็นธรรมต่อ พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยส่วนการที่ ม.จ.จุลเจิม สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นสิทธิของท่านแต่ ผม ยืนยันได้ว่าชาวประชาธิปัตย์มีความจงรักภักดีอย่างยิ่งไม่มีใครมีพฤติกรรมอย่างที่ ม.จ.จุลเจิม กล่าวหาเลยแม้แต่น้อยและไม่ใช่เพียงจงรักภักดีแต่ปาก

      แต่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยนานัปการเช่นต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างชัดเจนอีกด้วยและยามที่มีภัยต่อสถาบันในทศวรรษที่แล้ว ส.ส.ของพรรคได้ต่อสู้และปกป้องสถาบันสำคัญของชาติอย่างไม่เกรงกลัวภัยอันตรายใดๆจากกองกำลังติดอาวุธอีกด้วยนี่คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน..


กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรีร่วมประชุมและมอบประกาศเกียรติคุณตำรวจดีเด่นพร้อมมอบหมวกนิรภัย200ใบ

      วันนี้ 16 พ.ค. 62 เวลา 18 .00 น. นายมงคล ศิริพัฒนกุล ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี , พร้อมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองสระบุรี, ที่ปรึกษาฯ, พ.ต.อ.ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ร่วมประชุมคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.ฯ ณ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสระบุรีวณิชชากร และได้มอบใบเกียรติคุณให้แก่ข้าราชการตำรวจดีเด่น พร้อมมอบหมวกนิรภัย ให้แก่ สภ.เมืองสระบุรี จำนวน 200 ใบ เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมตามโครงการ สวมหมวกนิรภัย 100%เพื่อรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จะได้ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินตามวัตถุประสงค์ต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ประธานเปิดงานสมาคมการค้าไทย – จี๋หลิน 73 มณฑล

      วันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ค.62 เวลา18.00น. ฯพณฯท่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ท่านประจวบ ไชยสาส์น อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผบ.ทบ. สนง.แห่งชาติ
      เป็นประธานเปิดงานสมาคมการค้าไทย – จี๋หลิน 73 มณฑล มี มิสยูหลิน-หลิน นายกสมาคม พร้อมด้วยศ.ดร.มานิต เอื้อทวีกุล ที่ปรึกษาอาวุโส ท่านธงชัย นิติกุล (เทพหัสดิน ณ อยุธยา) คุณชัชนภ เอื้อทวีกุล ดร.รัชต์ ไชยสุข คุณจิดาภา ยิ้มพงษ์ เฮโยคลินิก คุณชนิดา อภิธนากุล (จ้อย กาแลกซี่) คุณพรพิเศษ สมปราชญ์ กริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ (ประธานบริหารสำนักข่าวความมั่นคง+ผอ.สำนักข่าวสมาคมตำรวจ) ดร.เบริด์ นพดล ศรีทอง คุณธนพล บังครันเดช คุณผ่องพรรณ สุวรรณดี คุณรัตนาภรณ์ เยี่ยมวัฒนา คุณบุญตา – ค้าเพชรพลอย คุณรัตติกานต์ ทัศนารักษ์
      โดยมี ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ติงลี่ -เมืองไทย นำนักร้องชื่อดังของเมืองไทย เจิน- เจิน บุญสูงเนิน และหมีเซี่ย -เมืองไทย ร้องเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้และเพลงต้องสู้ถึงจะชนะ
ณ.อาคารซีซีทาวเวอร์ชั้น 12 สาธรใต้
เลขาแอนนา ถ่ายภาพ – รายงาน