กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ””กองทุนยุติธรรม”.

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

ผอ.รมน. ย้ำปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

       วันนี้ (๘ มิ.ย.๖๒) พลตรี ธนาธิป  สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบาย “ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ”เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องสานต่อการขจัดการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้น จึงได้มอบนโยบายให้ทุกส่วนราชการ   ที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังในการดำเนินงานป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะเน้นงานหลัก ๓ ด้าน ได้แก่  การป้องกันกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ, การเร่งรัดการดำเนินคดีเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด      มาลงโทษขั้นเด็ดขาดและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายตามมาตรฐานสากล

            ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับบังคับใช้กับความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  ๕ มิ.ย. ๒๕๕๑ มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ได้ครอบคลุม ๓ ด้าน ได้แก่

       ขยายความเหยื่อหรือผู้เสียหายจากผู้หญิงและเด็กเป็นบุคคลโดยไม่จำกัดเพศและอายุ กำหนดนิยามคำว่าค้ามนุษย์ไว้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรูปแบบการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ที่สอดคล้องและครอบคลุมกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม กำหนดให้ผู้กระทำการค้ามนุษย์เป็นขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรม มีความผิด แม้สมาชิกองค์กรอาชญากรรมนั้นไม่ได้ลงมือกระทำผิดเอง ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับสภาวะไร้พรมแดนของสังคมในปัจจุบัน

                        อย่างไรก็ตามการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจึงจำเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือของทุกภาคส่วนร่วมกันผนึกพลังต่อต้านการค้ามนุษย์เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ

                        และจากความร่วมมือมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทำให้เกิดผลสำเร็จจากการปรับสถานะของประเทศไทยเป็นอันดับ ๒ ( TIER 2 ) คือประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่แต่มีความพยายามที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๔๓ ของประเทศสหรัฐอเมริกา             

                        การค้ามนุษย์นับว่าเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจเพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงหลายมิติ ยากต่อการแก้ไข และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรซึ่งเป็นหน่วยงานบูรณาการจะร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามนโยบาย ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตราฐานสากล

รรท.ผบช.สตม.แถลงข่าวการกวดขันปราบปรามกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ

      วันนี้​ วันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น ณ ห้องแถลงข่าว กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (บช.สตม.)​ ซ.สวนพลู : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 1​ (ผบก.ตม.1)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​,พลตำรวจ​ตรี​ พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 6​ (ผบก.น.6)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3),พัน​ตำรวจ​เอก​ รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผู้กำกับ​การ​สืบ​สวนสอบ​สวน​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผกก.สส.บก.ตม.3)​ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันแถลงข่าว

      พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ฯ กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวน ตม.1 มีผลการจับกุมดังนี้
      1.จับหนุ่มอังกฤษหนีหมายจับยาเสพติด class A มากบดานในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้สืบทราบว่า MR.REECE BLAIN สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นบุคคลที่ประเทศอังกฤษ ต้องการตัว ตามหมายจับคดียาเสพติด class A หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูล หมายจับคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) และประสานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จนทราบแน่ชัดว่าคนต่างด้าวดังกล่าวจะเดินทางมาสถานทูตอังกฤษ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้วางกำลังไว้ ที่บริเวณสถานทูตฯ เมื่อพบตัวจึงทำการจับกุมและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร การจับกุมครั้งนี้เป็นการ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ตม.ไทย และสถานทูตอังกฤษ
      2.จับหนุ่มเกาหลีหนีหมายจับเว็ปพนันออนไลน์และฟอกเงิน มาทำงานในประเทศไทย เป็นกรณีที่คนต่างด้าว MR.JAEHEE CHO สัญชาติเกาหลีใต้กระทำความผิดที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วเดินทางเข้ามาอยู่​ และทำงานในประเทศไทย โดยเดินทางเข้ามาในประเทศเมื่อวันที่ 09/04/2019 มีวีซ่าประเภท NON-B ได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27/05/2019 และเมื่อวันที่ 23/5/2019 ได้มายื่นเรื่องขออยู่ต่อฯ ประเภทธุรกิจ ที่ กก.2 บก.ตม.1 ต่อมาได้รับการประสานจากสถานทูตเกาหลีใต้ ว่าคนต่างด้าวดังกล่าวเป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ ต้องการตัว ตามหมายจับเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ตม.1 จึงได้ตรวจสอบข้อมูลและจัดกำลังไปติดตามควบคุมตัวมาได้ในที่สุด โดยได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการ ส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
      3.รวบ ดี เจ หนุ่มอิหร่าน คาผับดังย่าน RCA โอเวอร์สเตย์และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้รับการร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติมาทำงานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน รูท 66 ย่านอาร์ซีเอ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวและเข้าตรวจสอบ ตามที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว พบ นายแคชยา คาราชมี่ (MR.KASHAYAR KHARAZMI) สัญชาติอิหร่าน อายุ 26 ปี ทำงานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน จากการตรวจสอบนายแคชยาฯ มีการลงข้อความเชิญชวนในเฟสบุ๊คว่าตนจะมาเปิดเพลงที่ร้านรูท 66 ย่าน อาร์ซีเอ ช่วงกลางคืน นายแคชยาฯ​ ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ และรับว่าตนเองเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ขณะจับกุมมีนายสมุทร เพชรแอ แสดงตนเป็นผู้จัดการร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการทางกฎหมาย กับเจ้าของร้านต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย
      4.จับสาวจีนนั่งดริ้งค์ร้านคาราโอเกะ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทราบว่าจะมีผู้หญิง ชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและเข้ามาลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาพักอาศัยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้จัดกำลังไปเฝ้าสังเกต และหาข่าวบริเวณห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดาภิเษก พบว่าจะมีผู้หญิงจีนจำนวนหนึ่งมักจะเดินทางออกจากที่พัก ในช่วงเวลากลางคืน โดยแต่งกายในลักษณะสวยงามสะดุดตาและกลับเข้าที่พักในช่วงดึกหรือเช้ามืด หลังจากหาข่าว จนแน่ใจก็ทราบว่าสาวจีนเหล่านั้นจะออกไปทำงานช่วงกลางคืนตามร้านคาราโอเกะและสถานบริการที่มีแขกชาวจีน มาใช้บริการ จนกระทั่ง​เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้าน GOLDEN CLUB ซอยรัชดาภิเษก 18 ห้วยขวาง พบสาวชาวจีน จำนวน 7 คน กำลังให้บริการนั่งดริ้งค์กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าทั้งหมดเป็น นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจากการตรวจสอบเอกสารประจำตัว​ และจากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าสาวชาวจีนทุกคนเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนใหญ่มีวีซ่าประเภท ท่องเที่ยว ทุกคนไม่มีใบอนุญาตทำงาน แต่มาทำงานให้บริการกับลูกค้าชาวจีนด้วยกัน โดยมี น.ส.หงส์ม่าน หวัง อายุ 51 ปี สัญชาติไทย เป็นเจ้าของ​ และผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมและนำส่ง พงส.บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ เปิดเผยว่า พบชาวต่างชาติมีพฤติการณ์เดินทางมายังประเทศไทย และใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นทางผ่าน เพื่อลักลอบเดินทางไปยังประเทศที่สาม โดยแสดงเอกสารยืนยันการตรวจลงตราปลอม หรือ ETA : Electronics Travel Authorization ในการเช็คอิน​ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.62 เวลา 22.30 น.เจ้าหน้าที่​ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุม นายอัลวา ฮัสสัน (Mr.Anwa Hussain) อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย ขณะแสดงเอกสารตรวจลงตราประเทศแคนาดา หรือ ETA : Electronics Travel Authorization เพื่อเช็คอินเดินทางไปยังกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ สายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ PR733 ก่อนจะต่อไปยังเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา เที่ยวบินที่ PR118

      และเมื่อวันที่ 25 พ.ค.62 เวลา 14.00 น. จับกุม นายลูเซนี กาบา (Mr.Lounceny Kaba) อายุ 21 ปี สัญชาติกินี ขณะแสดงเอกสารตรวจลงตราประเทศแคนาดา หรือ ETA : Electronics Travel Authorization เพื่อเช็คอินเดินทางไปยัง สายการบินไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU9854-MU597 เส้นทางเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน-เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งในการเดินทางไปประเทศแคนาดาสำหรับสัญชาติที่ไม่ต้องขอวีซ่าจากสถานทูต จะต้องขอ ETA : Electronics Travel Authorization ผ่านทางเว็บไซด์ที่กำหนด หากไม่มีวีซ่าหรือการยืนยันการยื่นสมัคร ETA สายการบินจะไม่สามารถ ออกบัตรที่นั่งเพื่อเดินทางไปยังประเทศแคนาดา​ ได้ โดยเจ้าหน้าที่​ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้จับกุมชาวต่างด้าวทั้ง 2 ในข้อหา “ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ (E-VISA Canada ปลอม)”

      พล.ต.ต.อาชยนฯ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ฯ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6, พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ ผกก.สน.จักรวรรดิ และ พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ ดังนี้

      เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 เวลาประมาณ 01.15 น. เกิดเหตุชาวต่างชาติ ร่วมกัน ใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นกำแพงบ้าน ประตูบ้าน รถยนต์ ตู้ชุมทางสายโทรศัพท์ ได้รับความเสียหาย จำนวนหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่อมาได้เป็นข่าวเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวอย่างแพร่หลาย ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายและกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศเป็นอย่างมาก ต่อมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม. 3 และเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่ก่อเหตุให้ได้โดยด่วนที่สุด และจากการสืบสวนเบื้องต้น ทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น เป็นชาวต่างชาติ จำนวน 3 คน (ชาย 2 หญิง 1) ซึ่งจำนวน 2 ใน 3 คน คือ นายเทิร์นโบส (MR.TURNBEAUGH SHEA COTE) และ นางสาวกอลแลน (MS.GOLLAN NICHOLE FRANCES LOUISE) ทั้งคู่เป็นแฟนกัน ได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 27 มิ.ย.62 พักอาศัยอยู่บริเวณห้องเช่าชุมชนริมทางรถไฟสายท่าเรือ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงได้วางสายเพื่อเฝ้าติดตามตัว

      ต่อมาสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้หลบหนีไปอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี จึงได้บูรณาการกำลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.จักรวรรดิ สน.พลับพลาไชย 2 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามไปพบตัว ที่โรงแรม Pump station house ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ เข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียล และก่อเหตุดังกล่าวจริง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

      สตม.ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินคดีแล้ว จะทำการส่งตัวกลับประเทศ และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต่อไป ซึ่งกรณีที่ปรากฏนั้น ได้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว หรือพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมในหลายๆ ลักษณะของชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ชั่วคราวหรือมาท่องเที่ยวในประเทศ ที่ผ่านมาได้รับบทลงโทษและโดนขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน

      พ.ต.อ.กฤชมงกุฎฯ เปิดเผยว่า ได้มีการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญโดยรวบมาม่าซังอุซเบกีสถานหนีหมายแดงค้ามนุษย์ตำรวจสากล เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม.ได้จับกุมตัว นางซาโยร่า เมลิโคว่า (Mrs.SAYORA MELIKOVA) สัญชาติอุซเบกีสถาน อายุ 62 ปี โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ร่วมกับ จนท.กงสุลอุซเบกีสถาน ประจำประเทศไทย ติดตามสืบสวนจับกุม นางซาโยร่าฯ ได้จากห้องพักแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เนื่องจากตำรวจสากลอุเบซกีสถานได้ออกประกาศหมายแดง (Interpol Red notice) ต้องการตัว นางซาโยร่าฯ เพื่อกลับไปดำเนินคดีในประเทศอุซเบกีสถาน ในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์,การเป็นธุระจัดหาซึ่งการค้า ประเวณีฯ,หน่วงเหนี่ยวกักขัง และองค์กรอาชญากรรม เหตุเกิดที่ เมือง KHOREZM ตอนใต้ของประเทศอุซเบกีสถาน เมื่อปี 2011 หรือ พ.ศ.2554 โดยเมื่อ พ.ศ.2557 ตำรวจสากลอุเบซกีสถานได้แจ้งหมายแดงมายัง ตำรวจสากลไทย และ สตม.ได้บันทึกเป็นบุคคลมีหมายแดงตำรวจสากลไว้ในระบบแล้ว ทำให้ นางซาโยร่าฯ ซึ่งเดินทางเข้าออกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2009 (ปี​ 2552) จนกระทั่งปี 2015 (ปี​ 2558) หลังจากนั้นได้หลบหนีการจับกุม ไม่พบการเดินทางออกประเทศไทยหรือขออยู่ต่ออีกเลย จนกระทั่งถูกจับกุม รวมอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตมากว่า 7 ปี นำตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป นอกจากนี้ ขณะจับกุมในที่เกิดเหตุ พบหญิงชาวอุซเบกีสถานอีกจำนวน 3 คน พักอาศัยรวมอยู่ในห้องดังกล่าว ลักษณะเป็น หญิงลักลอบค้าประเวณีให้กับนักท่องเที่ยว จึงได้เชิญตัวมาสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยพนักงาน​สอบสวน​บก.สส.สตม.ร่วมกับ จนท.พม.และกงสุลอุซเบกีสถาน สรุปว่า ทั้ง 3 คนสมัครใจเข้ามาในประเทศไทยเพื่อลักลอบค้าประเวณีด้วยตัวเอง ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในประเทศทั้ง 3 คน ควบคุมตัวเพื่อประสานกับ สอท.อุซเบกีสถาน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

      ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​สน.พญาไท อบรมให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน โรงเรียนสัมมาชีวศิลป ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ (โครงการD.A.R.E.THAILAND)

      วันนี้​ วันศุกร์ ที่ 7 มิ.ย.62​ เวลา 11.00-12.00 น.ณ​ โรงเรียนสัมมาชีวศิลป​ : พัน​ตำรวจ​เอก​ เจษฎา รอดศาสตรา​ ผู้กำกับ​การ​ สถานี​ตำรวจ​นครบาลพญาไท (ผกก.สน.พญาไท)​ และพันตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์​ รองผู้กำกับ​การ​ป้องกัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท (รองผกก.ป.สน.พญาไท)​ มอบหมายให้ ร้อยตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ​ รองสารวัตรป้องกัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสว.ป.สน.พญาไท)​ อบรมให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนสัมมาชีวศิลป ให้แก่นักเรียน 22 คน ตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน​ (โครงการD.A.R.E.THAILAND)

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหนุ่มห้วใสเปิดเพจเฟสบุ๊คอ้างเป็นตัวแทนจำหน่ายบริษัทครีมหลอกตุ๋นเงินเหยื่อ

      เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)

      ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมนายนัฑเศรษฐ์ ทิพย์ศิริ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 6 ต.หนองหญ้าไซ อ.วัง สามหมอ จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลแขวงแขวงนครปฐม ที่ จ.35/62 ลง 22 ก.พ.62 โดยกล่าวหาว่า ฉ้อโกง จับกุมได้ที่ ริมถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายนัฑเศรษฐ์ฯ มีพฤติกรรมเปิดเพจเฟสบุ๊คแอบอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทครีมชื่อดังแห่งหนึ่ง​ ( icecream ) พร้อมโฆษณาชวนเชื่อว่าหากซื้อครีมของบริษัทดังกล่าวผ่านเพจเฟสบุ๊คของตนเองจะสามารถซื้อครีมได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด จึงทำให้มีผู้หลงเชื่อสั่งซื้อครีมและยอมโอนเงินให้กับผู้ต้องหารายนี้เป็นค่าสินค้าจำนวนมาก

      แต่เมื่อถึงกำหนดรับสินค้าผู้ต้องหารายนี้กลับไม่สามารถนำสินค้ามาส่งให้กับผู้เสียหายได้ ก่อนจะปิดเพจหนีหายไป อย่างไรก็ตาม​ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบันผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวติดตัวอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม และกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ​ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติการก่อเหตุพบว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกหลอกเพราะพฤติกรรมผู้ต้องหานั้นหลังจากหลอกเหยื่อได้แล้วก็จะปิดเพจเฟสบุ๊ค​หนี​ จากนั้นก็ไปเปิดเฟสฯใหม่แล้วหลอกเหมือนเดิมอีกซึ่งก่อเหตุในหลายท้องที่ หลอกลวงเรื่อยมาพอรายไหนแจ้งความก็จะไปเคลียร์คดีซึ่งมูลค่าไม่มากบางรายก็ไม่อยากแจ้งความ ทำให้ผู้ต้องหาย่ามใจทำเรื่อยมา อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงเพื่อต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.นครชัยศรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองหนองปรือ จัดโครงการคัดกรองป้องกันภัยสุขภาพ ให้กับพี่น้องประชาขน ประจำปี 2562

      วันที่ 6 มิถุนายน 2562 ที่เวทีสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติฯเทศบาลเมืองหนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เป็นประธานพิธีเปิด โครงการคัดกรองป้องกันภัยสุขภาพ ประจําปี 2562

      เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาสาธารณสุขที่เป็นปัญหาสําคัญและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องที่มีความสําคัญต่อการป่วย พิการและตายก่อนวัยอันควรจํานวนมาก ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคไตวายเรื้อรัง โดยเฉพาะ โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งกําลังเป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนชนชาวไทย มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารไม่มีประโยชน์ ขาดการออกกําลังกาย โดยประชาชนจํานวนมาก ไม่รู้ตัวเองว่ามีความเสี่ยงหรือป่วยเป็นโรคแล้ว และไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการ รักษาที่เหมาะสม จะทราบต่อเมื่อเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลัน หรือ เกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้ ซึ่งโรคเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้เป็นโรคเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงครอบครัวและสังคม
      ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาเพื่อไม่เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากได้รับการตรวจพบและรับการรักษาตั้งแต่ แรกเริ่ม การส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีความรู้ สามารถปฏิบัติตนในการดูแลรักษา สุขภาพของตนเมื่อเป็นโรคได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิด ภาวะแทรกซ้อน ความพิการและการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการคัดกรองสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ โดยการตรวจสุขภาพ ประกอบด้วย ตรวจคัดกรองค้นหาโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความ ดันโลหิตสูง โรควัณโรคปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก โดยจะจัดกิจกรรม จํานวน 3 ครั้ง เป้าหมาย 1,000 คน ระหว่าง วันที่ 6 มิถุนายน2562ที่เวทีสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติเทศบาลเมืองหนองปรือ วันที่ 11มิถุนายน2562 ที่โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ และวันที่ 13มิถุนายน 2562 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเมืองหนองปรือ
      กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการบริการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลบางละมุง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลในเขตพื้นที่.

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง. คัมภีร์ อาบสุวรรณ์. ทนงค์ ปรีเปรม.

“เทศบาลหนองปรือ ร่วมอาสาชาวประชา ร่วมใจ” ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะทำความสะอาด ขุดลอกคลองปรับภูมิทัศน์ ภายใต้ โครงการ ทำบ้านเราให้น่าอยู่ ประจำปี2562

      วันที่ 6มิถุนายน 2562 เวลา 09.00น. ที่บริเวณศาลตายาย ถนนเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นประธานเปิด กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ ด้วยการทำความสะอาด ขุดลอกคลองปรับภูมิทัศน์ ภายใต้โครงการ ” เทศบาลอาสา ชาวประชาร่วมใจ” ทำบ้านเราให้น่าอยู่ ประจำปี2562 โดยมี นายอเนก พัฒนงาม ,นายนิยม เที่ยงธรรม รองนายกเทศบาลฯ พันตำรวจเอก สมนึก จันทร์เกตุ ที่ปรึกษานายกเทศบาลเมืองหนองปรือเข้าร่วมพิธีเปิด พร้อมสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหนองปรือร่วม อาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน. เทศกิจ และชุมชนจิตอาสา

      สำหรับวัตถุประสงค์ของกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ ด้วยการทำความสะอาด ขุดลอกคลองปรับภูมิทัศน์ ครั้งนี้เพื่อตอบรับนโยบายเทศบาลฯ โดยการร่วมใจกันกับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และ ประชาชนที่อาสาเข้ามาช่วยงานราชการหน้าที่ของ อาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ ศ.2550 มาตร41 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน พศ.2553 ว่าด้วยให้ความช่วยเหลือให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายและตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด การจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะความสะอาด ขุดลอกคลอง ภายใต้โครงการ ” เทศบาลอาสา ชาวประชาร่วมใจ” ทำบ้านเราให้น่าอยู่ ประจำปี2562
      ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาชิก อาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือนและยังเป็นการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการระงับเหตุและป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน บรรเทาทุกข์ สร้างสุขแก่พี่น้องประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ…

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง. คัมภีร์ อาบสุวรรณ์. ทนงค์ ปรีเปรม

“ตม.จว.มุกดาหาร!จับกุมผู้ต้องหาหญิงตามหมาย คดี “รับของโจร”

      เมื่อวันที่ (5 มิ.ย. 62) เวลา 16.00 น. ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม. จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 และพ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รอง ผกก.ตม.จว. มุกดาหารโดยการนำของ พ.ต.ท. ยศพร มาศรีนวล สว.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม น.ส.ชญานิศ จันอิ่มบุญ (น.ส.ศศินันท์ มณีจันอิ่มบุญ)อายุ 52 ปี สัญชาติ ไทย อยู่บ้านเลขที่ 101/304 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เลขประจำตัวประชาชน 3-10050-0207-04-0 ตามหมายศาลอาญา ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 494/2560 ลงวันที่ 9 สิงหา คม 2560 ข้อหา “รับของโจร” สถานที่จับกุม บริเวณจุดตรวจบุคคลและพาหนะสะพานมิตรภาพ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

      พฤติการณ์ในจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่อยู่ประจำจุดตรวจบุคคลและพาหนะ ได้ตรวจพบ น.ส.ชญานิศ จันอิ่มบุญ (น.ส.ศศินันท์ มณีจันอิ่มบุญ) อายุ 52 ปี สัญชาติ ไทย อยู่บ้านเลขที่ 101/304 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เลขประจำตัวประชาชน 3-10050-0207-04-0 ถือหนังสือเดินทางเลขที่ AA6857718 มายื่นแสดงกับเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจ จากการตรวจสอบข้อมูลตามระเบียบพิธีการเข้าเมืองพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อนเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุม และนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่ง ศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.!!

ขอขอบคุณพ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.อก.สตม.เอื้อเฟื้อข้อมูลข่าวสาร!!

บุกกวาดล้างยากระตุ้นทางเพศและอุปกรณ์ลามกอนาจาร วางขายโจ่งครึ่ม ไม่เกรงกลัวกฏหมาย พร้อมยึดของกลางรวม 2 หมื่นชิ้นมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท!!

      เมื่อเวลา​ 21.00​ น.​วันที่​ 5 มิ.ย.​ 62 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.)โดย พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท)พร้อมด้วย พ.อ.วิโรจน์​ หนองบัวล่าง​ หัวหน้าฝ่ายข่าว กอ.รมน.กทม.,พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย รองหัวหน้ากลุ่มงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กอ.รมน.กทม., ร.ต.อ.มณฑล สุพรรณเภสัช รองสารวัตรสืบ, สนง.จัดหางาน กรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 กรมจัดหางาน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร​กอ.รมน.กทม. และเจ้าหน้าทหาร ร้อย​ รส.ร.19 พัน 13 เขตวัฒนา,เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตวัฒนา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ​สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (สปพ.)และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รวมกำลังทั้งหมดกว่า 70 นาย

      ระดมกำลังเข้ากวาดล้างจับกุม​ แผงร้านขายอุปกรณ์เซ็กส์ทอย​ และยาไวอากร้า​ รวมทั้งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยผิดกฎหมาย​ บริเวณตั้งแต่ซอยสุขุมวิท​ 3 จนถึง สุขุมวิทซอย 17 แขวงคลองเตยเหนือ​ เขตวัฒนา​ กรุงเทพมหาคร จับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางหลายรายการ มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

      พล.ต.มนัส เผยว่า​ ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการวางแผงขายอุปกรณ์เซ็กส์ทอย​ และยาไวอากร้า​ ริมถนนย่านซอยนานา ให้กับนักท่องเที่ยว​อย่างโจ่งครึ่ม​ ไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุมได้ทั้งสิ้น​ 30​ แผงลอย​ พร้อมผู้ต้องหา​ 4​ คน​ เป็นคนต่างด้าว 1 คนและคนไทย 3 คน ยึดสินค้าทั้งอุปกรณ์เซ็กส์ทอยหลายรายการ​ และยาไวอากร้า​ ยาปลุกเซ็กส์หลายยี่ห้อ​ รวมทั้งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รวมมูลค่าทั้งหมด​กว่า​ 5 ล้านบาท​ ยึดของกลางทั้งหมดรวมกว่า​ 2 หมื่นชิ้น

      พล.ต.มนัส จันดี เผยอีกว่า​ ก่อนหน้านี้เคยได้ทำการจับกุมและยึดสินค้าในลักษณะอย่างนี้มาแล้ว​จำนวนถึง 3 ครั้ง​ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว​ และ​ ช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา​ แต่ยังคงวางขายอย่างไม่เกรงกลัว​ต่อกฏหมาย จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมและยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับได้ตรวจยึดสมุด ลงบันทึกการขายได้จำนวน 2 เล่ม 2 แผงร้านค้าเป็นลายมือของคนต่างด้าว ซึ่งตรวจสอบยอดขายแล้ว มียอดขายอยู่เฉลี่ยวันละ 5,000 ถึง 10,000 บาท ต่อวัน/ต่อแผง หากรวมทั้งหมด 30 แผง คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียน วันละ 150,000 บาท ถึง 300,000 บาทหรือเดือนละ4,500,000 – 9,000,000 บาทโดยคาดว่ามีนายทุนรายเดียวที่อยู่เบื้องหลังและออกเงินให้กับคนต่างด้าว ในการขายสินค้าที่ผิดกฏหมายเหล่านี้

      อย่างไรก็ตามการขายสินค้าดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด​ และยาบางชนิดก็เป็นอันตราย​ อีกทั้งยังเป็นการทำลายชื่อเสียงของประเทศอีกด้วย เบื้องต้น​ได้ควบคุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหา​ มีไว้ซึ่งสิ่งลามกอนาจาร และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย​ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต​ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พล.ต.มนัสกล่าวทิ้งท้ายในที่สุด!!

กองอำนวยการรักษาความสงบภายใน​ ภาค1สั่งการให้กอ.รมน.จังหวัดสระบุรีบูรณาการตรวจค้นสินค้าผิดกฏหมายลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า

      เมื่อเวลา13.20น.วันที่5มิถุนายน2562ตามที่ผู้ประกอบการสินค้าจากต่างประเทศได้ร้องเรียนไปยัง กอ.รมน.ภาค.1ว่ามีการลอกเลียนเครื่องหมายสินค้าและละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์ของตน สั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัดสระบุรีบูรณาการร่วม กับ ส่วนประสานงาน กองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติจังหวัดสระบุรีร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย​ มทบ.18เจ้าหน้าที่​ สห.มทบ.18เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี​เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์ทางปัญญา​ ปลัดอำเภอเมืองสระบุรี ฝ่ายความมั่นคง​ เจ้าหน้าที่​ ป้องกันจังหวัดสระบุรี​ และพันตำรวจตรี​ พงษ์ศธณ​ กิ่มเพชร​ สาวัตรปราบปราม​ สภ.เมืองสระบุรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี​ ตำรวจสืบสวนสอบสวนจังหวัดสระบุรี​ ฝ่ายปกครอง​ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี ลงพื้นที่ ตลาดโรงเกลือโบ๊เบ๊สระบุรี ตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
      ร่วมดำเนินการตรวจค้น จับกุมร้านค้าขายสินค้าละเมิดด้านลิขสิทธิ์ เครื่องหมายตราสินค้าในพื้นที่ตลาดโรงเกลือโบ๊เบ๊สระบุรี จึงได้เข้าตรวจค้นในพื้นที่โซนเสื้อผ้าชุดกีฬาและรองเท้ากีฬา พบเสื้อผ้า​ ,ชุดกีฬา,รองเท้า,จำนวนมาก หลากหลายยี่ห้อเช่น Nike ,Under Hammer,Adidas ฯลฯ เสื้อทีมฟุตบอลแมนยู​ ,เชลซี ฯ ซึ่งเป็นสินค้าผิดกฏหมายลิขสิทธิ์​ จึงแจ้งข้อกล่าวหาผิดกฎหมาย มีผู้กระทำความผิดประมาณ 15​ ร้านค้า ได้ผู้ต้องหา ขั้นต้นจำนวน 3​ ราย ได้แก่​ น.ส.กนกพร​ สุจริตตานันท์อายุ​ 32ปี​ อยู่บ้านเลขที่52/156 หมู่10​ตำบลห้วยบง​ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ​ จังหวัดสระบุรี​ น.ส.​นพวรรณ​ สาทรนนท์​ อายุ54ปี​ อยู่บ้านเลขที่89หมู่ที่12​ ตำบลคชสิทธิ์​ อำเภอหนองแค​ จังหวัดสระบุรีนาย​สูข​ ทะวารี​ อายุ56ปีอยู่บ้านเลขที่​ 2/22​ ซอย10​ ถนนเทศบาล4​ ตำบลปากเพรียว​ อำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี​ จึงได้นำตัวพร้อมสินค้าทั้งหมดนำส่ง​ สถานีตำรวจภูธร สภ.เมืองสระบุรีเพื่อเข้าตรวจนับ จำนวนของกลาง​ จำนวน 4 คันรถบรรทุกขนาดเล็ก ความเสียหายมูลค่ารวมประมาณ 3​ ล้านบาท ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.เมืองสระบุรี​ ดำเนินคดีต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน