แม่บ้านมหาดไทยสระบุรีขานรับนโยบาย “ครอบครัวมหาดไทย ห่วงใยสิ่งแวดล้อม” ยึดหลัก 3Rจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือนเป็นทางเลือกใหม่เริ่มที่ จวนผู้ว่า บ้านพักรองผู้ว่า เป็นต้นแบบของการกำจัดขยะ

ปัญหาขยะนับวันจะทวีความรุนแรงและสร้างปัญหาเป็นวงกว้างทั่วประเทศ การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ตามหลัก 3R ที่ประกอบไปด้วยด้วย การลดการใช้ (Reduce) โดยให้ใช้ตามความจำเป็นหลีกเลี่ยงการใช้อย่างฟุ่มเฟือย รณรงค์ใช้วัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติโดยหลีกเลี่ยงการใช้โฟมและพลาสติก การใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดและการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การใช้แก้วน้ำแทนการใช้แก้วพลาสติคหรือถุงพลาสติก การบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่มีสภาพดีให้กับผู้ที่ขาดแคลน และสุดท้าย คือ การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เน้นการคัดแยกขยะในครัวเรือน เช่น การคัดแยกกระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะเพื่อรวบรวมให้ร้านรับซื้อของเก่า และที่สำคัญคือ การผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ที่เป็นแนวทางหนึ่งในการลดปริมาณขยะ
โดยทางแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีได้ขานรับนโยบาย “ครอบครัวมหาดไทย ห่วงใยสิ่งแวดล้อม”ของแม่บ้านมหาดไทย ในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร ด้วยวิธีการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้กับแปลงผักสวนครัว และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีได้ออกประชาสัมพันธ์ให้กับทุกภาคส่วน ได้รับทราบถึงวิธีการในการปฏิบัติ เน้นการสร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างพฤติกรรมในการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง โดยที่สำคัญที่ต้องทำให้เห็นว่า เรื่องขยะเป็นหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง และการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากในครัวเรือนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดที่สระบุรี ได้นำ ให้นำหลัก 3R ไปเริ่มปฏิบัติในจวนผู้ว่าราชการ และบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และจะขยายผลไปยังบ้านพักหัวหน้าส่วนราชการ และบ้านเรือนพี่น้องประชาชนต่อไป
สำหรับ การหมักขยะอินทรีย์ในถังหรือบ่อซีเมนต์ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้เกิดการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลายให้เกิดเป็นแร่ธาตุ เมื่อกระบวนการย่อยสลายเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลา 2-3 เดือน จะได้ปุ๋ยหมักใช้ผสมดินปลูกต้นไม้หรือเป็นปุ๋ย เพิ่มธาตุอาหารในดิน ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำได้ทันทีไม่ยุ่งยาก ไม่เกิดก๊าซกลิ่นเหม็น ได้ผลิตภัณฑ์เป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ใช้ที่ว่างสร้างอาหาร ด้วยวิธีการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้กับแปลงผักสวนครัว ที่ปลูกตามที่ว่าง ริมรั้ว ในกระถาง เป็นต้น

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

อธิบดีกรมการปกครองและคณะตรวจเยี่ยมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนสระบุรี

      วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา09.00น.​นายกองเอก​ อาทิตย์​ บุญญะโสภัต​ อธิบดีกรมการปกครองหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการ​ กองอาสารักษาดินแดนกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล​ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี​ มีนายกองเอก​ แมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา​ ผู้ใต้บังคับบัญชาและกำลังพลให้การต้อนรับ คณะผู้ตรวจเยี่ยม พร้อมด้วยนายกองเอก​ พีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรี​ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ​ กองบังคับการ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี กล่าวรายงาน​ มีกำลังพล​ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี​ ร้อยบังคับการและบริการจังหวัดสระบุรี​ จำนวน 50 นาย​ ตั้งแถวรอรับการตรวจเยี่ยม​ มีนายหมู่ใหญ่​ ทวีสุข​ เย็นตา​ผู้บังคับหมู่​ ได้รายงานเหตุการณ์ ต่ออธิบดีกรมการปกครองและคณะเพื่อรอรับการเคารพ จากกำลังพล​ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ
      จากนั้น นายหมวดโท​ รุ่งนิรันต์​ นามวิชา​ ผู้ควบคุมแถว ได้รายงานยอดกำลังพล จากอธิบดีกรมการปกครอง​ ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กำลังพลโดยให้ผู้แทนรับ​ ต่อจากนั้นผู้ตรวจคณะผู้ตรวจเยี่ยมรับฟังการบรรยายสรุปในการก่อสร้างอาคารกองร้อยบังคับการและบริการจังหวัดสระบุรีจากนั้นคณะฯได้ตรวจการก่อสร้างอาคารโดยมีผู้อำนวย​การ​ กองบังคับการ​ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีได้นำตรวจอาคารที่กำลังก่อสร้างได้กว่า70%
ต่อมาคณะผู้ตรวจเยี่ยมได้เดินทางไปตรวจการปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดสระบุรี(หลังเดิม)​เพื่อติดตามการปรับปรุงตัวอาคารเพื่อมอบให้เป็นที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี​ มีว่าที่เรือตรี​ ศรัณยวัชร​ พูลสวัสดิ์​ นายอำเภอเมืองสระบุรีให้การต้อนรับและนำคณะตรวจการปรับปรุงอาคารที่กำลังปรับปรุงได้กว่า70% แล้วเช่นกัน

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

ตรวจพบไม้พยุง ซุกใส่ถังน้ำมันเปล่าฝังดินซุกซ่อนไว้ในโกดังผลไม้ร้าง เขตอำเภอมะขาม บูรณาการทหาร ตำรวจ ตชด.ฝ่ายปกครองเข้าตรวจยึด สอบสวนขยายผล

      วันนี้ ( 9 ก.ค.62 ) ที่บริเวณโกดัง ล้งผลไม้ร้าง พื้นที่หมู่ 11 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี/ ผกก.ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 11 / ทหารเรือกองร้อยรักษาความสงบที่ 3 /ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง / ตำรวจทางหลวง / หน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอมะขาม/ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ / กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน / เทศบาลตำบลปัถวี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบไม้พยุงที่ถูกฝังดินซุกซ่อนไว้ใกล้ ๆ โกดัง ล้งผลไม้ร้างในพื้นที่ตำบลปัถวี หลังสายข่าวรายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวได้มีการลักลอบซุกซ่อนไม้พยุง จึงได้จัดกำลังมาเฝ้าติดตามและปิดล้อมพื้นที่ ทำการตรวจสอบ โดยการนำรถแบ็คโฮจากเทศบาลตำบลปัถวี เข้าทำการขุดพื้นที่ที่ผิดสังเกต ตรงจุดที่มีรถแบ็คโฮจอดอยู่ พบถังน้ำมันขนาด 20,000 ลิตรฝังดินอยู่ภายในมีไม้พยุงเป็นท่อนอยู่ประมาณ 20 กว่าท่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายวรพล เงินเปี่ยม หรือลุงลบ อายุ 53 ปี รับว่าได้รับจ้างเฝ้าโกดัง ล้งผลไม้แห่งนี้มาประมาณ 2 เดือนได้ค่าจ้างวันละ 100 บาทไม่รู้ว่าในพื้นที่ป่าจะมีสิ่งของซุกซ่อนไว้และไม่เคยเดินมาใกล้พื้นที่อังกล่าว ได้เจ้าหน้าที่จึงกันตัวไว้เป็นพยาน สำหรับไม้พยุงที่ตรวจยึดได้ หากมีการนำออกไปขายต่างประเทศจะมีราคาสูงหลายล้านบาท เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม้พยุงทั้งหมดที่พบ ทั้งนี้เจ้าหน้าสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นขบวนการกลุ่มผู้ลักลอบค้าไม้พยุงส่งออกต่างประเทศ แต่ทั้งนี้มาถูกเจ้าหน้าที่สืบทราบและเข้าตรวจยึดได้เสียก่อน สำหรับไม้พยุงที่พบทั้งหมดทางเจ้าหน้าที่จะมอบให้กับทางป่าไม้จังหวัดจันทบุรี เก็บรักษา พร้อมจะมีการนำตัว นายวรพล เงินเปี่ยม หรือลุงลบไปทำการสืบสวนขยายผลเพื่อผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นักเรียนชายเครียดโดดตึกชั้น 4 ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

เมื่อเวลา 8.00 น.วันนี้ 9 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.มงคล ลารินทา ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุนักเรียนตกจากตึกเรียนชั้น 4 โรงเรียนปราจินราษฎรอำรุง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนำส่งโรงพยาบาล หลังรับแจ้ง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเดินทางไปห้องฉุกเฉิน พบผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส ชื่อนายนภัทร อานันต์อิทธิ อายุ 16 ปี อยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังทำการรักษา และทำการปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้เสียชีวิตในที่สุด
จากการสอบสวนทราบว่า นายนภัทร อานันต์อิทธิ ผู้ตาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เป็นเด็กเรียนดี วันนี้เป็นวันสอบกลางภาควันแรก ช่วงขณะที่นักเรียนกำลังเข้าแถวเคารพธงชาติอยู่หน้าเสาธง และแนะนำครูสอนภาษาคนใหม่ อยู่บริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน ขณะนั้นมีนักเรียนมาแจ้งว่ามีคนโดดจากอาคารเรียน เป็นตึก 4 ชั้น ด้านหลัง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาตรวจสอบ พบนักเรียนอยู่ที่พื้นได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการรักษาเป็นการด่วน ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเครียดเรื่องการเรียน ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนหาสาเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สร้างชุมชนเกษตรต้นแบบในภาคเหนือ

      สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา พัฒนาระบบจัดการฟาร์มกระบือแบบประณีต ภายใต้แผนงานจัดการความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม โดยวช.ได้สนับสนุนการดำเนินงานโครงการ “การพัฒนาชุดความรู้การใช้นวัตกรรมในการจัดการฟาร์มกระบือแบบประณีตในภาคเหนือ” แก่มหาวิทยาลัยพะเยา ในการพัฒนาเกษตรกรต้นแบบ ในภาคเหนือ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.แพร่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มอนุรักษ์โคกระบือบ้านดงเจริญ ต.หัวง้ม และกลุ่มผู้เลี้ยงโคกระบือ ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นชุมชนเกษตรต้นแบบที่ได้นำระบบการจัดการฟาร์มกระบือแบบประณีตไปใช้ ซึ่งครอบคลุมระบบและแอพพลิเคชั่นหลัก ได้แก่ การผสมพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์ แปลงพืชอาหาร การคำนวนสูตรอาหารต้นทุนต่ำ มาตรฐานอาหารปลอดภัย และโปรแกรมเตือนการทำวัคซีน ทั้งนี้ระบบข้างต้น ช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตรายได้แก่เกษตรกร
      โคงการดังกล่าวมีผศ.ดร.พยุงศักดิ์ อินต๊ะวิชา จากมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากปศุสัตว์จังหวัด และองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการ

ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/ สภท.54ปี

ทหารพราน 2110 ยึดยานรกเครือข่าย 2ฝั่งโขง 110,000 เม็ด บริเวณหัวดอนบ้านหนองหล่ม ดอนตาล

      มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และตำรวจตระเวนชายแดน สกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน มีเครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลักลอบขนยาบ้าข้ามโขงนำเข้ามาวางอยู่ริมตลิ่งแล้วขับเรือกลับไป เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นยาบ้า110,000 เม็ด

      เมื่อกลางดึกของคืน วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 ร่วมฝ่ายความมั่นคง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหารนำกำลังร่วมลงตรวจสอบแนวชายแดนริมฝั่งโขงหลังได้รับแจ้งจากสายว่ามีเครือข่ายค้ายาบ้าสองฝั่งโขงกำลังขนยาบ้าจำนวนมากจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามโขงทางเรือหางยาว เตรียมนำส่งให้กลุ่มเครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งไทย

      อยู่บริเวณพื้นที่ หลังวัดบ้านมุจลินทค์ ตรงข้าม หัวดอนอยู่กลางแม่น้ำโขงบ้านหนองหล่ม ม.3 ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ได้พบเรือกีบเพลาหางยาวแล่นออกมาจากหัวดอนบ้านหนองหล่มดังกล่าวโดยมีคนนั่งมากับเรือ 2 คนเข้า มาจอดบริเวณท่าน้ำริมฝั่งโขง หลังวัดดังกล่าว และได้มีชายฉกรรจ์ 1 คน เดินขึ้นมาบริเวณท่าน้ำพร้อมทั้งอุ้มถือกระสอบปุ่ย

      เจ้าหน้าที่จึง ได้ให้สัญญานหยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ชายดังกล่าวได้ทิ้งกระสอบปุ่ย และได้วิ่งลงเรือขับหลบหนีไปทางหลังดอน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ยดังกล่าว และได้แกะกระสอบปุ๋ย พบเป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยม จำนวน 9 ก้อน แกะออก พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) จึงได้นำของกลาง มาตรวจนับ ที่ อุทยานสมเด็จย่า(ฐานวรพัฒน์) บ้านนาม่วง ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จากการตรวจสอบยาบ้ารวมจำนวน 110,000 เม็ด เจ้าหน้าที่เตรียมนำของกลางยาบ้าส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายพร้อมเตรียมสืบหากลุ่มเครือข่ายค้ายาบ้า2 ฝั่งโขงกลุ่มนี้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ชัยสิทธิ์, ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ครูตำรวจแดร์พญาไท​

      เมื่อวัน​อังคารที่ 9​ ก.ค.62​ เวลา 11.00-12.00 น.​: พันตำรวจ​เอก​ เจษฎา คุ้มศาสตรา​ ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (ผกก.สน.พญาไท)​ และ​ พัน​ตำรวจ​โท​ การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผู้กำกับ​การ​ป้อง​กัน​ปราบปราม​ สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รอง​ผกก.ป.สน.พญาไท) มอบหมายให้ ร้อย​ตำรวจ​เอ​ก​ เรืองยศ ขันสุวรรณ รองสารวัตร​ป้องกัน​ปราบปราม​สถานีตำรวจ​นครบาล​พญาไท​ (รองสวป.สน.พญาไท) ครูตำรวจแดร์ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1​ โรงเรียนสัมมาชีวศิลป ราชเทวี จำนวน 24 คน​ ในโครงการ​ “การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติด”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ วิทยากรการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปราม

      วันนี้​ วันอังคารที่ 9 ก.ค.62 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​ เป็นวิทยากรการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปราม การแข่งรถในทางสาธารณะและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (บช.น.)​ โดยมีตัวแทน เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จากกองบังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​-9​ (บก.น.1-9)​,กอง​บังคับการ​ตำรวจ​จราจร​ (บก.จร.)​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สืบสวน​ตม.รวบปากีสถาน 48 ราย อ้างสิทธิผู้ลี้ภัยลักลอบอยู่ไทยนานกว่า 5 ปี

      วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.30 น.ณ​ ห้องแถลงข่าวชั้นล่างอาคารจอดรถ​ บช.สตม.สวนพลู : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้บังคับการ​กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.สส.บช.สตม.)​,พันตำรวจ​เอก​ วิญญู อำนวยสมบัติ รองผู้บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง (รอง​ผบก.สส.บช.สตม.)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผกก.2 บก.สส.บช.สตม.)​

      ได้ร่วมกัแถลงข่าวการจับกุมคดีสำคัญ ดังนี้​ กก.2 บก.สส.บช.สตม.ระดมกำลังเข้าตรวจสอบอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งภายในซอยแบริ่ง แขวงบางนา เขตบางนา กทม. พบชาวปากีสถานลักลอบอาศัยอยู่ 48 คน ตรวจสอบเอกสารการเดินทางพบหนังสือเดินทางใช้เดินทางเข้ามาตั้งแต่ปี 2556 การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดแล้ว บางส่วนไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดงแต่พบว่าใช้บัตรที่เคยลงทะเบียนกับ UNHCR ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วกลุ่มปากีสถานกลุ่มนี้ไม่ได้รับสิทธิเป็นผู้ลี้ภัยจาก UNHCR แต่อย่างใด และผู้ถูกจับกุมกลุ่มนี้ผ่านพิจารณาแล้วว่าไม่เข้าคุณสมบัติของการเป็นผู้ลี้ภัย

  1. มีหนังสือเดินทางแสดง 26 ราย
  2. ไม่มีหนังสือเดินทาง 14 ราย
  3. ถือบัตร UNHCR 8 ราย

      กก.2 บก.สส.สตม.ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กลุ่มองค์กรเอกชน (NGO)เพื่อผู้ลี้ภัย ดำเนินการคัดกรองชาวปากีสถานทั้ง 48 ราย เพื่อให้เป็นไปตามกลไกการคัดกรอง คุ้มครองผู้ขอสิทธิ์ลี้ภัยที่เป็นเด็กเยาวชน ให้อยู่ในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมปลอดภัยสำหรับเด็ก เพื่อจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ การล่วงละเมิดทางเพศ การกดขี่แรงงานต่างด้าว

      ปฏิบัติการออกระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากประชาชนในชุมชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่ คนต่างด้าวลักลอบอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จึงได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายแหล่งที่อยู่คนต่างด้าว นอกจากนี้ยังได้ออกตรวจสถานบริการ โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ใประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบ​ฯ​ รวบสาวทอม 18​ มงกุฎ เปิดบริษัทวิดีโอเกมส์หลอกตุ๋นเหยื่อลงทุน ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายกว่า 50 ล้านบาท

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 9 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังการกอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับ​การ​ 3​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.3 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 3​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.3 บก.ป.) ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมน.ส.ธนิดา หรือคาเมล พรมภิชัย อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/44 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.156/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย. 62 ข้อหา ฉ้อโกง โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านพักเลขที่ดังกล่าว

      โดยสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ น.ส.ธนิดาฯ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นทอมบอยและเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับขายเครื่องเล่นวิดีโอเกมส์ (ทีพี มอร์ กรุ๊ป จำกัด) ตั้งอยู่บนถนนป๊อปปูล่า ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้นำเงินมาร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง และหากผู้เสียหายรายใดนำเงินมาลงทุนจำนวนมากจะได้รับสิทธิ์พิเศษไปเที่ยวต่างประเทศฟรี แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุน น.ส.ธนิดาฯ กลับไม่ยอมจ่ายเงินปันผลตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามก็พยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบริษัทมีปัญหาทางการเงิน ก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อกว่า 30 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าน.ส.ธนิดาฯ ปัจจุบันยังคงกบดานซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพัก จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน น.ส.ธนิดาฯ ยังคงให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้รายละเอียดในชั้นสอบสวนโดยจะขอให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่านอกจากคดีดังกล่าวแล้ว น.ส.ธนิดาฯ ยังมีหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 205/25652 ลง 12 มิ.ย. 62 ในข้อหาฉ้อโกง ติดตัวอีกหนึ่งคดี หลังก่อนหน้านี้ได้หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษา เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน​ สน.บางนา รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​