ตม.รวบชาวรัสเซีย เปิดบริษัทนอมินี ประกอบธุรกิจต้องห้าม เปลี่ยนหนังสือเดินทาง หลบหนีหมายจับกว่า 3 ปี

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ที่ห้องแถลงข่าว​ สตม.สวนพลู​ : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล​ตำรวจ​ตรี​ กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พลตำรวจ​ตรี​ ณฐพล แสวงกิจ,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รอง​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รองผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 7 (รอง​ผบช.ภ.7)​ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3)​,,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภาส สิริสุขะรองผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3 (รอง​ผบก.ตม.3) และพัน​ตำรวจ​เอก​ สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับ​การ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​จังหวัด​ชลบุรี​ (ผกก.ตม.จ.ชลบุรี)​

      ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีคนร้ายซึ่งมีหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ไม่ประสงค์แจ้งนาม) แจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 505/4 หมู่ที่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เนสต้า เอเชีย กรุ๊ป จำกัด มีคนต่างด้าวเป็นหญิงชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับหลบซ่อนตัวอยู่ ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่าบุคคลดังกล่าวคือนางสาวนาตาเลีย (NATALIA) สัญชาติรัสเซีย ถือหนังสือเดินทางประเทศรัสเซีย

      ต่อมาวันที่ 2 ก.ค.62 ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ 211/2559 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2562 จึงได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยาเพื่อขอหมายค้นบริษัท เนสต้า เอเชีย กรุ๊ป จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่อยู่ดังกล่าว เมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าวพบตัว นางสาวนาตาเลียฯ โดยได้นำหนังสือเดินทางประเทศรัสเซียของตนมาแสดง จากการสอบถามผู้ถูกจับกุม​ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลซึ่งถูกออกหมายจับดังกล่าวและไม่เคยถูกจับในคดีดังกล่าวมาก่อน​ แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม​จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ประกอบธุรกิจนายหน้า หรือตัวแทน ที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจ”

      ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร​ กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร เพิ่มศักยภาพคนมุกดาหารให้ก้าวทันยุคไทยแลนด์ 4.0

      เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ต.นาสีนวน อ.เมือง จว.มุกดาหารนางไพวรรณ พลวัน อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเพิ่มศักยภาพคนมุกดาหารให้ก้าวทันยุคไทยแลนด์ 4.0 วิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า กลไกการพัฒนาผู้สูงอายุครบวงจร โดยมี นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายศศิพงษา จันทรสาขา หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเครือข่าย อปท. รพ.สต. และผู้สูงอายุทั้ง 7 อำเภอ จำนวนกว่า 600 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้

      ในปีงบประมาณ 2562 วิทยาลัยชุมชนมุกดาหารได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ ให้ดำเนินการเพิ่มศักยภาพคนมุกดาหารให้ก้าวทันยุคไทยแลนด์ 4.0 กิจกรรมหลัก วิทยาลัย ฒ. ผู้เฒ่า : กลไกการพัฒนาผู้สูงอายุครบวงจร มีพื้นที่ดำเนินการ 28 ตำบล วงเงินประมาณ 2,070,000 บาท โดยมีกิจกรรมดำเนินการประชุมภาคีเครือข่ายระดับจังหวัด/อำเภอ เพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน การประชุมแกนนำผู้สูงอายุและภาคีเครือข่ายระดับตำบล การประชุมเพื่อจัดตั้งและออกแบบการดำเนินงาน วิทยาลัย ฒ.ผู้เฒ่า มีการค้นหาแกนนำ การพัฒนาแกนนำ การสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงาน และการประสานภาคีเครือข่ายสนับสนุนกิจกรรมของ วิทยาลัย ฒ. ผู้เฒ่า แต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

กอ.รมน.มุกดาหาร รับไม้ต่อจาก กกล.รส.จว.มห. เดินหน้า ดูแล แก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

      เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมแก่งกะเบา ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร/ผอ.รมน.จังหวัด มุกดาหาร เป็นประธานพิธีรับมอบงานจาก กำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดยมี พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

      กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ได้จัดกำลังตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) ที่ 16/57 ลง 28 มิ.ย.57 และเคลื่อนย้ายจากที่ตั้งปกติ เข้าปฏิบัติงานที่จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้ได้มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ ภารกิจของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร สิ้นสุดลง จึงได้มีการส่งมอบงานให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร

      จากนั้นนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร/ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร และ พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงนามในสมุดเพื่อ​ส่ง-มอบเอกสารและข้อมูล ของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร หลังจากนั้นได้ลงมาพร้อมกันบริเวณลานด้านหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ทำการมอบมาลัยดอกไม้และส่งกำลังพล กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร กลับที่ตั้งปกติ เป็นอันเสร็จพิธีส่งมอบงาน


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, ชัยสิทธิ์ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

นร.หญิง ป.4 เก็บเงินได้ กว่าแสนบาท นำส่งคืนเจ้าของ

เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ 12 กรกฎาคม 2562 ร.ต.ต.นิคม สุขพ่วง รอง.สวป.สภ.ระเบาะไผ่ (จนท.ประจำวัน) รับแจ้งเหตุจาก นายขุนทอง ดีมาก อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 38 ม.11 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่าตนได้ทำกระเป๋าสตางค์หายขณะนำของขึ้นรถยนต์กระบะ ที่บริเวณหน้าร้าน ชัยยงศิลป์ ถนนสาย 3079 ครองรั้ง-กรอกสมบูรณ์ ตลาดครองรั้ง ม.4 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ โดยก่อนหน้านั้น ตนได้รับเงินจาก นายทรงวิทย์ ชัยยงศิลป์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายส่ง (โชว์ห่วย) ได้มอบหมายให้ตนนำเงินในกระเป๋า จำนวน 148,000 บาท เพื่อนำไปเข้าบัญชีธนาคาร ที่ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี สาขา 304 ตนได้นำกระเป๋าเงินสีดำซึ่งบรรจุเงินจำนวนดังกล่าวหนีบกับรักแร้ แล้วตนก็ได้เดินมาที่รถยนต์กระบะ เพื่อขึ้นสินค้าที่จะนำไปส่งลูกค้าขึ้นรถ ตนลืมไปว่าหนีบกระเป๋าตังอยู่ และกระเป๋าตังได้ตกหล่นไปตอนไหนตนไม่ทราบ
      เมื่อมาถึงธนาคารไม่พบกระเป๋าเงินแล้ว จึงได้โทรศัพท์กลับไปที่ร้าน แจ้งว่าตนได้ทำกระเป๋าเงินตกหาย นายทรงวิทย์ เจ้าของร้านจึงได้พา นายขุนทอง ลูกจ้าง มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ ร.ต.ต.นิคม สุขพ่วง เจ้าหน้าที่ประจำวันกำลังลงบันทึกอยู่นั้น ได้มี น.ส.ปิยะรัตน์ แซ่ปัง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.3 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย ด.ญ.ญาณัจฉรา ธรรมพิชัย บุตรสาว อายุ 9 ปี เป็นนักเรียนชันประถมปีศึกษาที่ 4 โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง ซึ่งได้เดินทางเข้ามาที่ สภ.ระเบาะไผ่ เพื่อแจ้งว่าบุตรสาวของตนได้เก็บกระเป๋าเงินได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้นับแต่อย่างใด จึงมาเพื่อขอลงบันทึกประจำวันเพื่อส่งคืนเจ้าของ
      เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำวันได้สอบถามในเบื้องต้นจนทราบแล้วว่า เป็นเงินของ นายทรงวิทย์ ที่มาแจ้งหายพอดี จึงได้ตรวจสอบภายในกระเป๋าเงิน พบกระดาษ ที่เขียนระบุ จำนวนเงินที่ได้นำให้ นายขุนทอง เพื่อเข้าบัญชี และได้ตรวจสอบนับจำนวนเงินแล้ว ตรงกับในกระดาษ ซึ่งมีจำนวนเงิน 148,000 บาท จากนั้นจึงได้มอบเงินสดพร้อมกระเป๋าเงินคืนให้กับ นายทรงวิทย์ ชัยยงศิลป์ เจ้าของเงิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย นายทรงวิทย์ ได้มอบเงิน จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นสินน้ำใจ ให้กับ ด.ญ.ญาณัจฉรา ต่อหน้ามารดา แต่ ด.ญ.ญาณัจฉรา ไม่ยอมรับเงินแต่อย่างใด จนต้องผู้ให้ใช้คำพูดใหม่ โดยขอมอบให้เด็กดีมีน้ำใจไว้เป็นทุนการศึกษา และให้นำเข้าบัญชีธนาคารไว้ เพื่อจะได้จดจำได้ว่า เมื่อครั้งเป็นเด็ก ป.4 หน้าได้เก็บเงินสดได้ แล้วนำส่งคืนเจ้าของ จากนั้น ด.ญ.ญาณัจฉรา พร้อมมารดา จึงยอมรับเงินจำนวนดังกล่าวไว้

ภาพ/ข่าว ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จัดงานเลื้ยงนักกีฬาสนุกเกอร์มือทองของไทย ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ร้านสุนทรี ริมบึงหนองโภชน์

     คุณสุพาพรรณ เหล่าเกียรติพงษ์ และคุณพงษ์ลดา ไชยคูณ (คุณป้าและคุณแม่ของน้องพลอย ขอนแก่น) เป็นเจ้าภาพ เลี้ยงรับรอง คุณสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย, คุณศักดา รัตนสุบรรณ, คุณสุทธิเทพ นกเทศ และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดิไอดอล ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, ตั้ม ศิษย์ฉ่อย, คุณพีรพล แสงสุนีย์ คณะที่ปรึกษาของสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย …

      ในโอกาสการจัดการแข่งขัน รายการ Thailand Ranking 2019 ขอนแก่น… ที่ร้านสุนทรี ริมบึงหนองโภชน์ ให้ทุกคนได้ชิมอาหารพื้นเมือง แบบไทยเท่ห์ … Amazing Thailand และอะเมสซิ่งอาหารอีสานอย่าง ต้มยำไข่มดแดง และอื่นๆ อีกมากมาย … อย่างอื่นอุบไว้ก่อนนะ ถ้าอย่างรู้ต้องลองมาเยือนขอนแก่น

      พรุ่งนี้ 14:30 น. (13 ก.ค.62) วันดีเดย์ ชิงชนะเลิศ ถ่ายทอดสดทาง True for You, TSport และเพจสมาคมฯ ระหว่าง ดิไอดอล ต๋องศิษย์ฉ่อย vs นุ๊ค สากล

สนุ้กเกอร์ก็สนุก ท่องเที่ยวก็สะดวกสบาย อาหารอีสานก็แซ่บอีหลี .. ม่วนหลายๆ กันนะครับพี่น้องชาวไทยทุกภาคเลย

สนับสนุนโพสต์โดย
-Fulda(m)berhad
– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท
– Amazing Thailand 🇹🇭
– CrunchyChilliSPMพริกอบงารสเด็ด
– การกีฬาแห่งประเทศไทย
– สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

ศุภเดช ธนูศร/ข่าว/ สภท.54ปี

“ทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือตรวจการณ์ ลาดตระเวนเก็บศพลอยทะเลอ่าวสัตหีบ”

       เมื่อเวลา 13.30 ของวันนี้ 12 ก.ค.62 พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผอ.ศรชล.ภาค 1) ได้รับแจ้งจาก เรือประมงว่า มีศพลอยทะเล บริเวณ ห่างจากเกาะลิ้น แบริ่ง 278 ประมาณ 5.6 ไมล์ทะเล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งได้สั่งการไปยัง เรือโทพีระพันธุ์ คำภิระแปง ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ 270 (ต.270) นำเรือเข้าตรวจสอบพบศพลอยทะเล ก่อนเก็บกู้แล้วนำขึ้นเรือเข้าเทียบท่ายังท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
      ต่อมาในเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน ร.ต.ท.พัฒนนันท์ สมนวล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธนา วิเศษชัย สารวัตรสืบสวน สภ.สัตหีบ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ บริเวณท่าเรือ จากการตรวจสอบสภาพศพ พบเป็นเพศชาย อายุประมาณ 35-45 ปี ไม่สวมเสื้อและกางเกง สวมเพียงกางเกงในสีดำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7-10 วัน เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดยัง รพ.สัตหีบ กม.10 เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผู้ตายเป็นคนสัญชาติใดส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากสภาพศพเปื่อยยุ่ย ยากต่อการตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องรอผลการชันสูตรที่แน่ชัดจากแพทย์
      พลเรือโทบรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 กล่าวว่าทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 ได้รับการประสานจากเรือประมง ที่แล่นอยู่กลางทะเล ว่าพบศพลอยทะเล จึงได้ส่งเรือตรวจการณ์ ที่กำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่ใกล้เคียง ปรับภารกิจออกค้นหาในทันที่ ก่อนจะพบร่างผู้เสียชีวิตและทำการเก็บกู้ร่างเข้าฝั่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบขณะนี้ได้ประสานยัง ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO)ตามจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกว่ามีการแจ้งลูกประมงพลัดตกน้ำทะเลสูญหายหรือไม่ เพื่อติดต่อเจ้าของเรือ มาสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตและติดตามญาติผู้ตายมารับศพเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งในทาง

      วันที่12 กรกฎาคม 2562 เวลา 18.00 น. พ.ต.อ.พีระเพชร อุบลจิตต์ ผกก.สภ.วิเชียรบุรี, พ.ต.ท.อดิพัฒน์ สีไพสน รอง ผกก.ป.สภ.วิเชียรบุรี, พ.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ช่วยบุญ สวป.สภ.วิเชียรบุรี, พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี ประกอบด้วย ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ สายตรวจจักรยานยนต์ ชุดปราบปรามยาเสพติด ชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการสายตรวจจราจร ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งในทาง และได้ประชุมชี้แจง เรื่อง มาตรการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางทาง รถดัดแปลงสภาพและรถจักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ แก่ประชาชน โดยการวางมาตรการและวิธีปฏิบัติ ให้ผู้เข้าประชุมได้ทราบเพื่อเป็นการปราบปรามผู้กระทำผิด ในการดัดแปลงสภาพรถและก่อความเดือนร้อนรำคาญแก่ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.วิเชียรบุรี

ศุภเดช ธนูศร / ข่าว/ เพชรบูรณ์

เทศบาลตําบลหาดเล็กจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดในพื้นที่ชุมชนหมู่ 1 ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

      วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ทําการกํานันตําบลหาดเล็กหมู่ 1 บ้านคลองมะขาม เมื่อเวลา 09.00 น. นายปิยะวุฒิ ประสิทธิเวช กํานันตําบลหาดเล็กหมู่ 1 บ้านคลองมะขาม เป็นประธานกล่าวเปิดจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชมบ้านคลองมะขามหมู่ 1 ต.หาดเล็ก พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก ในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วย นส.กิจปภา ประสิทธิเวช อคีตนายกเทศบาลตําบลหาดเล็ก สมาชิกสภาเทศบาลตําบลหาดเล็ก หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลหาดเล็ก โรงเรียนบ้านคลองมะขาม อสม.และประชาชนในชุมชนบ้านคลองมะขามกว่า 300 คน โดยมีนายอุดม กุมภะ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชํานาญงาน รักษาการ ผู้อํานวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลตําบลหาดเล็ก ปลัดเทศบาลตําบลหาดเล็กเข้าร่วม จัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม พร้อมด้วยจัดโครงการรณรงค์กําจัดลูกนํ้ายุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออกตามชุมชนบ้านคลองมะขาม เทศบาลตําบลหาดเล็ก จึงได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการมีส่วนร่วมในการจัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนบ้านคลองมะขาม ซึ่งโรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญูเสียชีวิตและค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลและความสูญูเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สําคัญของประเทศมานาน โดยเฉพาะตําบลหาดเล็ก อําเภอคลองใหญ่เป็นอําเภอที่จัดเป็นอันดับหนึ่งที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกของจังหวัดตราด มีผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกแล้วจํานวน 38 ราย และรอดูอาการอีก 8 ราย โดยมียุงลายเป็นพาหะนําโรคโดยสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาโรคดังกล่าว เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรค และปฎิบัติตนไม่ถูกตามหลักสุขอนามัย จึงทําให้เกิดภาวะโรคไข้เลือดออกในชุมชนได้ ทางเทศบาลตําบลหาดเล็ก จึงจําเป็นต้องระดมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชุมชนบ้านคลองมะขามให้จัดเก็บขยะมูลฝอยในชุมชนเป็นประจําและกําจัดลูกนํ้ายุงลายที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายที่เป็นพาหะนําโรคจึงได้รณรงค์ให้ชุมชนตระหนักถึงความสําคัญของปัญหาโรคไช้เลือดออกและร่วมมือกันเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไข้เลือดออก เช่น เด็กนักเรียน เยาวชน อาสามสมัครชุมชน ผู้นําชุมชน และประชาชน มั่นทําความสะอาดรอบๆบ้านของตนเองและสถานที่ทั่วไปในชุมชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกองค์กรชุมชน และประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงความสําคัญในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนอย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองปราบฯ​ ตามรวบหนุ่มออแกไนซ์เซอร์ชักปืนมาเล่น ลั่นใส่เด็กชายสาหัส

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 12 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)​

      ร่วมนำกำลังจับกุม​ นายชนะพันธ์ วิจิตชัยพงษ์ หรือ สุเมธ รอดเสงี่ยม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/1 ถ.สุคนธวิท ต.ตลาด อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.726/2549 ลงวันที่ 19 มิ.ย.49 ข้อหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชุมชน” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณริมถนน หมู่ 12 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

      ทั้งนี้สืบเนื่อง​มาจาก​เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ม.ค.49 ขณะที่ นายชนะพันธ์ฯ ผู้ต้องหาและเพื่อนๆ รวม 5 คน หนึ่งในนั้นมีเด็กชายด้วย 1 คน นั่งเล่นในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 2 หมู่ 11 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ระหว่างนั้น นายชนะพันธ์ฯ ได้ชักอาวุธปืนมาโชว์แล้วยิงเล่น 3 นัด จากนั้นได้นำปืนกระบอกดังกล่าวมาหยอกล้อกับเด็กชายปรากฏว่าปืนลั่น 1 นัด เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

      ต่อมาผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.กระทุ่มแบน ผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เปลี่ยนชื่อนามสกุล อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวและหลบหนีนานกว่า 13 ปีิ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายชนะพันธ์ฯ ได้มาทำงานเป็นออแกไนซ์เซอร์รับจัดงานตามห้างฯต่างๆ จึงได้ติดตามจับกุมได้ในที่สุด จากการสอบสวน นายชนะพันธ์ฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทร​สาคร​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“SACICT Craft Fair 2019” สะพานเชื่อมชุมชนหัตถกรรม

      วันนี้​ วันศุก​ร์ที่​ 12​ ก.ค.62​ ณ​ Grand Hall ชั้น 1​ ห้างฯ​ The Mall บางแค​ : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) -SACICT ร่วมพันธมิตรยกระดับชุมชนหัตถกรรมไทย นำผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ร่วมสมัยจัด​ “SACICT Craft Fair 2019” เปิดโอกาสผู้ผลิตพบผู้ใช้

      นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน SACICT Craft Fair 2019 นี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงและจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรมร่วมสมัยซี่งเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีการพัฒนาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เป็นผลงานของ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมละ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และนักสร้างสรรค์ทั้งที่เป็นสมาชิกของ SACICT และผู้ผลิตงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น โดย SACICT มุ่งเน้นคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่สามารถสอดคล้อง กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน” หรือ “Today Life’s Crafts”

      นางอัมพวันกล่าวต่อไปว่า “ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจงานศิลปหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มของผู้ผลิต และผู้บริโภค มีผู้นิยมนำงานคราฟต์มาใช้ในชีวิตประจำวัน​ แสดงให้เห็นว่า งานหัตถกรรมฝีมือดียุคนี้ ไม่ได้มีเอาไว้โชว์อีกต่อไปแต่มีเอาไว้ใช้ SACICT เพื่อสนองตอบกระแสนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง SACICT จึงได้จัด“SACICT Craft Fair 2019”ขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกของ SACICT ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 37 ชุมชน 381 ครัวเรือน ทั้งในกลุ่มที่เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนผู้ประกอบการรายใหม่ ได้มีโอกาสพบปะกับกลุ่มผู้ซื้อที่ชื่นชอบในผลงาน ซึ่งจะทำให้ได้รับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคด้วยตนเองโดยตรง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่รัก และชื่นชอบงานคราฟต์ได้ชื่นชมกับผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความสร้างสรรค์ ได้อย่างสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น”

      ผู้อำนวยการ SACICT กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของการจัดงาน SACICT Craft Fair 2019 คือ การสร้างการรับรู้และความตระหนักในคุณค่าและภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนจากผู้บริโภค เพื่อ นำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นกลุ่มครูฯและทายาทฯ รวมทั้งสมาชิกของ SACICT ได้เกิดการพัฒนาตนเอง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด เพิ่มโอกาสทางการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความแข็งแกร่ง เป็นการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน โดยคาดหวังยอดจำหน่าย จากการจัดงาน 4 ครั้ง กว่า 50 ล้านบาท

      “SACICT Craft Fair 2019” นี้กำหนดจัด 4 ครั้ง ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เป็นพันธมิตร SACICT โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall บางแค ระหว่าง 12-16 ก.ค.62​ นี้ ส่วนครั้งที่ 2 จัดที่ Grand Hall ชั้น 1-The Mall โคราช ระหว่าง 25-29 ก.ค.62​ ครั้งที่ 3 จัดที่ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M–ICONSIAM ระหว่าง 14-18 ส.ค.62​ และ ครั้งที่ 4 จัดที่ Event Hall ชั้น 1-The Mall ท่าพระ ระหว่าง 22-26 ส.ค.62​

      ภายในงาน SACICT ได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์หลากหลายประเภทจากทั่วประเทศมาแสดง​ และจำหน่ายกว่า 50 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมสมัยและนำไปใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน สามารถตอบโจทย์ สำหรับคนที่มองหางานคราฟต์ที่มีดีไซน์ มีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สำหรับท่านที่สนใจงานหัตถศิลป์สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​