จันทบุรี-สโมสรโรตารีจันทบูร ร่วมพิธีมอบบ้าน “โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้” หลังที่ 15

วันจันทร์ที่ 12 ส.ค.2562 เวลา 11:00 น. สโมสรโรตารีจันทบูร นำโดย คุณธนนวพรรณ์ หลิมเจริญ นายกสโมสรฯ พร้อมด้วยสมาชิกเดินทางไปร่วมพิธีมอบบ้าน “โครงการปันน้ำใจเพื่อผู้ยากไร้” หลังที่ 15

ตามที่ คุณธิติวัฒน์ รัตนธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตามูล(รัฐประชาสงเคราะห์) ได้ขอความอนุเคราะห์มายังนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองท่าช้าง จังหวัด ร่วมกับ สโมสรโรตารีจันทบูร ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร ประธานกลุ่มชายแดนกรุ๊ป และกองทุนสังฆประชานุเคราะห์ ร่วมกันสมทบทุนในการสร้างที่พักอาศัยให้กับ คุณยายช้อย คุณสิงห์ เสร็จเรียบร้อย ทางคณะผู้ใจบุญจึงได้จัดให้มีพิธีมอบบ้านในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 12 สิงหาคม 2562

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวนตม.จับแก๊งหลอกลวงคนมาทำงานแล้วปลดทรัพย์

”บก.สส.สตม.จับกุมชาวปากีสถาน​ และอินเดีย​ แก๊งหลอกลวงคนมาทำงานแล้วปลดทรัพย์”

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วิญญู อำนวยสมบัติ รองผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม. และ จนท.กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาดังนี้

          ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายชาวอินเดีย ได้เข้าไปอ่านข้อมูลในเว็ปเพจเฟชบุ๊ค ชื่อ TESCO MAN POWER PVT Ltd Thailand ซึ่งเป็นเว็ปเพจเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวอินเดียเพื่อมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งผู้เสียหายได้ติดต่อกับผู้ดูแลเว็ปเพจ​ และได้พูดคุยกันจนหลงเชื่อ และได้บินมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.62 และเมื่อมาถึงประเทศไทย กลุ่มคนร้ายได้นัดพบผู้เสียหายที่ย่านสุขุมวิท ซึ่งกลุ่มคนร้ายมากันจำนวน 2 คน ได้หลอกผู้เสียหายว่า ต้องไปพักรอที่พัทยาระหว่างดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารใบอนุญาตทำงาน จากนั้นคนร้าย 2 คน และผู้เสียหาย ได้นั่งรถยนต์ออกจากกรุงเทพมหานคร เพื่อไปพัทยา แต่ในระหว่างทางคนร้ายผู้ขับขี่ได้ออกนอกเส้นทางไปยังเส้น หนองแหนะ-บ้านห้วยพลู ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ทันใดนั้นคนร้ายคนที่ 1 ทราบชื่อภายหลังคือ MR.MOHAMMAD ได้บังคับเอาเงินสด​ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายรวมมูลค่าประมาณ 1​ แสนบาทไป โดยได้โยนหนังสือเดินทาง​ และกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายออกจากตัวรถ เมื่อผู้เสียหายลงจากรถ คนร้ายทั้ง 2 คนได้ขับรถยนต์หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้ ขอความช่วยเหลือ​ และแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.หนองแหน

          ต่อมาฝ่ายสืบสวน สภ.หนองแหน ได้ประสานมายัง กก.1 บก.สส.สตม. เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยจับกุมคนร้าย 2 คนดังกล่าว ซึ่งคนร้ายทราบชื่อคือ MR.MOHAMMAD สัญชาติปากีสถาน พงส.ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 227/2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” จนกระทั่งวันที่ 20 ก.ค.62 จนท.กก.1 บก.สส.สตม.ได้สืบสวนจนกระทั่งจับกุม MR.MOHAMMAD ไว้ได้บริเวณบ้านเอื้ออาทร อ.ปางปู จ.สมุทรปราการ ต่อมาเมื่อวันที่​ 25 ก.ค.62 ผู้เสียหายได้เดินทางมายังประเทศไทย และได้ยืนยันว่า MR.MOHAMMAD คือผู้ร่วมก่อเหตุ และยังมีคนร้ายอีกคนหนึ่ง ซึ่ง กก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวน​ และรวบรวมข้อมูลจนผู้เสียหายยืนยันว่าคนร้ายอีกคน คือ MR.KULDIP สัญชาติ อินเดีย พงส.สภ.หนองแหนะ จึงได้ยื่นคำร้องขอหมายจับและศาลจังหวัดฉะเชิงเทราได้อนุมัติหมายจับที่ 280/2562 ลง 31 ก.ค. 2562 ข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่คอนโดย่านอ่อนนุช-ลาดกระบัง นำส่ง พงส.สภ.หนองแหน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ประชาชื่น​ จับกุมคนร้ายชาวพม่าฆ่าชิงทรัพย์เสี่ยโรงน้ำแข็ง

          วันนี้​ วัน​อังคารที่ 13 ส.ค.62เวลา 11.00 น. ณ ลานแภลงข่าว ชั้น1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายา รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.เอกชัยบุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 และ​ พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่นแถลงข่าว​ ผลการจับกุม​คนร้ายชาวเมียนมาร์ฆ่าชิงทรัพย์เสี่ยโรงน้ำแข็ง ผู้ต้องหานายมิน ทุย​ (MIN HTWE) สัญชาติเมียนม่า​ อายุ 19 ปี​ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1210/2562​ ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2562​ ความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา”

         สืบเนื่องมาจาก​เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับรายงานว่า วันที่ 12 ส.ค.62 เวลาประมาณ 06.30 น. มีเหตุชายไทยเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 453 ซอยวงศ์สว่าง 19 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พื้นที่ สน.ประชาชื่น ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 73 ปี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ในตู้เสื้อผ้า ชั้นสองของบ้านที่เกิดเหตุ​ จาการตรวจสอบพบบาดแผลถูกตีบริเวณศีรษะ บริเวณใบหน้า จำนวนหลายแผล สอบถามญาติผู้เสียชีวิต ได้ความว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.62 ช่วงบ่ายผู้ตายได้ขนของเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านซื้อใหม่และได้เข้ามาตกแต่งพร้อมกับคนงานชาวพม่าชื่อนาย มิน ทุย (MIN HTWE) ซึ่งพักอาศัยอยู่ซอยดังกล่าว ภายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

          โดยในที่เกิดเหตุพบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย บริเวณชั้นล่าง​ และพบคราบเลือดตามบันไดทางขึ้นของผู้เสียชีวิตนำร่างมาซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้าบนชั้นสอง ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น สืบสวนจนทราบว่าคนร้ายหลบหนีไปพักอาศัยบ้านญาติแถวย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร จึงได้ติดตามตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย​ เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง​ สาเหตุที่ลงมือผู้ต้องหา​อ้างว่าได้รับค่าแรงงานน้อย

          จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหานายมิน ทุย (MIN HTWE) ไม่พบการกระทำความผิดข้อมูลผู้ต้องหาเข้ามาประเทศไทย หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเข้ามาประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ทางด่านแม่สอด จ.ตาก​ เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ จึงนำตัวผู้ต้องหา​ ส่งพนักงานสอบสวน​ สน.ประชาชื่น​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป​

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จับหนุ่มเกาหลี แก๊ง SMISHING SCAM ก่อคดีฉ้อโกง มีผู้เสียหายกว่า 170 ราย

“ชุดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สตม.จับกุมหนุ่มเกาหลีแก๊ง SMISHING SCAM ก่อคดีฉ้อโกง มีผู้เสียหายกว่า 170 ราย”

         วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5, พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.บช.ปส., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส., พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ปฏิบัติราชการ สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังนี้

          ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายแดฮุง อายุ 35 ปี (Mr.Daehung) บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยใช้คอมพิวเตอร์” และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว โดย นายแดฮุงฯ นั้นมีพฤติการณ์หลอกลวงล้วงข้อมูลของเหยื่อผ่านทางการส่งข้อความ SMS บนมือถือ หรือเรียกว่า Smishing scam โดยหลังจากที่เหยื่อหลงเชื่อและกรอกข้อมูลทางการเงินให้กับนายแดฮุงฯ แล้ว นายแดฮุงฯ​ ก็จะนำข้อมูลทางการเงินที่ได้ไปทำธุรกรรมซื้อสินค้าออนไลน์ กับเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง Coupang ของประเทศเกาหลีใต้ โดยได้สั่งซื้อสินค้าเช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นต้น

          หลังจากนั้นก็จะทำการยกเลิกการสั่งซื้อสินค้า เพื่อที่จะได้รับเงินคืนจากระบบ เข้าบัญชีธนาคาร NH Bank ระบบชื่อเป็น Mr.LEE หมายเลขบัญชี 3561157027xxx ซึ่งเป็นบัญชีที่นายแดฮุงฯ ได้ทำการลงทะเบียนไว้เป็นบัญชีสำหรับรับเงินคืนจากกรณียกเลิกการสั่งซื้อสินค้า โดยนายแดฮุงฯ ได้ทำการซื้อและยกเลิกมากกว่า 170 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย รวมประมาณ 73,921,600 วอน (เกาหลีใต้) หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.9 ล้านบาท เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 25 มกราคม 2560 ต่อเนื่องกัน ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้ มีผู้เสียหายรวมจำนวน 170 ราย และนายแดฮุงฯ ก็ได้หลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีข้อมูลจากทางการเกาหลีใต้ว่า ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ใน ประเทศไทย

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ จึงขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สตม.ได้สืบสวนจนทราบว่า นายแดฮุงฯ​ ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหลายครั้งตั้งแต่ปี 2561 และครั้งล่าสุดได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ได้รับประเภทวีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า นายแดฮุงฯ พักอาศัยอยู่ที่ อกัสตันคอนโด ซอยสุขุมวิท 22 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. จึงได้ไปเฝ้าอยู่ที่หน้าอกัสตันคอนโดฯ จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.20 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม 2562 พบนายแดฮุงฯ ได้เดินลงมาจากห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นายแดฮุงฯ อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้​ ต้องการตัว จึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ ได้กำชับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง กรณีที่เจ้าบ้าน เคหสถาน หรือโรงแรม ที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ซึ่งกรณีดังกล่าว สตม. ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของที่พัก เป็นเงินจำนวน 1,600 บาท และแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม.บูรณาการกำลัง จับกุมขบวนการรับจ้างเปิดบัญชี

         วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ ร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ บูรณาการกำลังกับ​ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

          เมื่อวันที่ 10 ส.ค.62 นำหมายค้นศาลจังหวัดนาทวี​ เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจาก พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ รับข้อมูลจากผู้เสียหายถูกแฮ็กไลน์หลอกลวงขอยืมเงิน ซึ่งเกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับประชาชนทั่วไป จึงได้สั่งการชุดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนทราบว่ามีจุดถอนเงิน​ และเปิดบัญชีอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา และพื้นที่​ใกล้เคียง

          จากการสืบสวนทราบว่ามีหัวหน้าขบวนการหาคนไทยรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารเพื่อส่งไปยังบริษัทจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ต่างประเทศแต่เปิดสำหรับลูกค้าชาวไทย ยังพบอีกว่ากลุ่มลูกค้าการพนันของบริษัทแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแก็งค์มิจฉาชีพต่างๆ เช่น ปลอมไลน์ ปลอมเฟสบุ๊ค​ หลอกสนทนากับเพื่อนเพื่อขอยืมเงิน,หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์,หลอกขายสินค้าออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็จะโอนเงินเข้าบัญชีที่ได้มาจากการรับจ้างเปิดข้างต้นซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทการพนันออนไลน์ หลังจากนั้นเงินก็จะถูกโอนมายัง Username ที่มิจฉาชีพสมัครไว้สำหรับเล่นการพนัน เมื่อผู้เสียหายมาทราบว่าถูกหลอกลวงมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ยากแก่การหาผู้กระทำความผิดที่แท้จริง

          เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นให้แก่นายเย (MR.YEOH) หรือเดวิด อายุ 42 ปี สัญชาติมาเลเซีย เป็นเจ้าบ้านนำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางบัตรเอ ที เอ็ม ของผู้อื่น รวม 87 ใบ,เครื่องคอมพิวเตอร์​ และโน้ตบุ๊คจำนวน 5 เครื่อง,โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ซิมการ์ดสำหรับบัญชีจำนวน 13 ชิ้น เอกสารเกี่ยวกับคดีความที่ผู้รับจ้างเปิดบัญชีส่งมาให้นายเดวิดฯ และของกลางอื่นๆรวมของกลางทั้งหมด 119 รายการ

          จากการสอบสวนนายเดวิดฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการชักชวนจากเจ้าของบริษัทการพนันออนไลน์แห่งหนึ่ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทำหน้าที่หาคนรับจ้างเปิดบัญชีได้รับเงินเดือนฯละ 150,000 บาท โดยนายเดวิดฯ​ จะว่าจ้างคนไทยให้เงินเดือนๆละ 15,000 บาท ทำหน้าที่ช่วยหาคนรับจ้างเปิดบัญชี ส่วนผู้รับจ้างเปิดบัญชีจะได้ค่าตอบแทน 3,000 บาท/เล่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเช่น คำสั่งอายัดทรัพย์สินของ ปปง.ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนันทางเว็ปไซด์แห่งหนึ่ง แจ้งอายัดทรัพย์สินเงินในบัญชี 7 ล้านบาท หมายเรียกคดีฉ้อโกงหลอกขายบัตรคอนเสิร์ต LAUV มูลค่าความเสียหาย 4,600 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี เมื่อเดือนมีนาคม 2562,หมายเรียกคดีฉ้อโกงประชาชนโดยปลอมเฟสบุ๊คผู้เสียหายหลอกผู้อื่นเพื่อขอยืมเงินมูลค่าความเสียหาย 5,000 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้น

          ความเสียหายเบื้องต้น 8,539,459 บาท ซึ่งนายเดวิดฯ​ ชี้แจงว่าเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่รัฐส่งมาให้ผู้รับจ้างเปิดบัญชี​ และส่งต่อมาให้นายเดวิดฯ​ เนื่องจากมีลูกค้าบางกลุ่มเป็นมิจฉาชีพฉ้อโกงประชาชนโดยรูปแบบต่างๆแล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทเพื่อตัดวงจรก่อนจะนำเงินดังกล่าวเข้ามาใน Username ที่ตนเองสมัครไว้สำหรับเล่นการพนัน โดยนายเดวิดฯ​ จะต้องรวบรวม​ และส่งเอกสารเหล่านี้ให้สำนักงานใหญ่เพื่อดูแลเยียวยาจัดหาคนให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาข้อหา ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนติดตามผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ เพื่อดำเนินคดีกับนายเดวิดกับพวก ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอวบ” ร่วมแถลงตำรวจ 191 สกัดจับยาบ้า​ 2​ ล้านเม็ด, ทลายเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ย่านบางนา​

          วันนี้​ วัน​อังคารที่ 13 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบช.น.,พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.,พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8,พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี,พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบก.สปพ.,พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์,พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รองผบก.น. 8,พ.ต.อ.คมกฤช รักไทย ผกก.สส.บก.น.8​ และพ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจฯ​

          แถลงข่าวผลงานตำรวจ 191​ ร่วมบก.น.8​ สกัดจับยาบ้านับล้านเม็ด และ ทลายเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ย่านบางนาโดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​คือ นายกรีฑา หรือไอซ์ โพธิ์ปลุก อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 250/11 ซอยรามคำแหง 112 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร​ และนายบัณฑิต หรือตั้ม กองแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ถนนกาญจนาภิเษก แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร​ พร้อมด้วยของกลาง
     1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) จำนวน ประมาณ 2,000,000 เม็ด
     2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาไอซ์ ) จำนวน ประมาณ 15 กิโลกรัม
      3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาอี ) จำนวน ประมาณ 4,000 เม็ด
     4.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน ประมาณ 1                 กิโลกรัม

          สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ได้เฝ้าติดตามขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดเรื่อยมา​ จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวจะมีการลำเลียงยาเสพติดจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก และจะนำมาเก็บซุกซ่อนภายในหมู่บ้านสัมมากรฯ เพื่อพักคอยรอส่งต่อให้ลูกค้าโดยมีนายกรีฑาฯ ใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ถฐ – 2301 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีนายบัณฑิตฯ ขับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีเทา หมายเลขทะเบียน ญร – 5989 กรุงเทพมหานคร นำทางและคอยระวังด่านตำรวจให้แก่ตน

          ต่อมาได้มีรถต้องสงสัยทั้ง 2 ขับออกมาจากชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร มุ่งหน้าถ.รังสิต-นครนายก เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงปั้มน้ำมัน ปตท.สาขาองค์รักษ์ จ.นครนายก และเฝ้าดูพฤติกรรมซึ่งลักษณะมีพิรุธคล้ายผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการมารอรับยาเสพติดแล้วลำเลียงกลับไปซุกซ่อนที่ชุมชน ซึ่งทั้ง 2 ได้ขับรถออกไปจากปั้มน้ำมันพร้อมกันเข้าไปบริเวณถนนเปลี่ยวห่างจากปั้มประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ติดตามเข้าไป​ และเฝ้ารถทั้ง 2 กลับออกมา

          จนกระทั่งเวลา 03.00 น. รถยนต์ทั้ง 2 ได้ขับกลับออกมามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามเรื่อยมา​ และได้ขับเข้าไปจอดภายในลานจอดรถหน้าห้างแม็คโคร ปากซอยรามคำแหง 110 จนกระทั่งเวลา 04.00 น.รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ถฐ-2301 ขับเข้ามาในซอยรามคำแหง 110 หมู่บ้านสัมมากร จนมาถึงบริเวณกลางซอยหมู่บ้านสัมมากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังดักรออยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้น เนื่องจากเชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าว​ ซุกซ่อนยาเสพติดมา ผลปรากฏพบยาบ้า จำนวนประมาณ 2,000,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสา เทียนไขสีเหลือง ประทับตราสัญลักษณ์ 999 สีน้ำเงิน แบ่งบรรจุเป็นมัดมัดละประมาณ 2,000 เม็ด จำนวน 1,000 มัด รวมจำนวนประมาณ 2,000,000 เม็ด

          ตรวจพบที่นั่งด้านหลังภายในรถยนต์และในเวลาเดียวกัน นายบัณฑิตฯ ได้ขับรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ญร – 5989 ออกจากลานจอดไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตามไปจนถึงบริเวณริมถนนคู่ขนาน กรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้นและจากการสอบถามขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับว่า ยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปตรวจค้นบริเวณป่าด้านหลังเพิงพัก ในชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร ซอย 56 ซึ่งเพิงพักดังกล่าวอยู่ใกล้กับบ้านพักของนายบัณฑิตฯ ผลการตรวจค้นพบ ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 15 กิโลกรัม และ ยาอี จำนวนประมาณ 4,000 เม็ด และเคตามีนจำนวนประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำและมีไม้กระดานปิดทับอยู่

          จากนั้นจึงนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาจัดทำประวัติเพื่อทำการขยายผลและทำบันทึกจับกุมที่ กองกำกับการสายตรวจ บก.สปพ.เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา​ทั้ง 2 คน​ “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์,ยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

         หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือโทรศัพท์สายด่วน 191​

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.พะเยา​ รวบครูอเมริกันลักลอบ สอนภาษา มีประวัติเคยต้องโทษคดีละเมิดทางเพศเด็ก หวั่นก่อเหตุซ้ำ

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผบก.ตม.5,พ.ต.อ.วิฑูรย์ เดโช ผกก.สส.บก.ตม.5 และ พ.ต.ต.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จ​.พะเยา ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้

          ด้วย สตม.ได้รับการประสานจากสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ผู้ช่วยทูตส่วนภูมิภาค (HSI) ว่า Mr.Eric (อีริค) สัญชาติอเมริกัน อายุ 66 ปี เคยมีประวัติต้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดเด็กที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศาลได้พิพากษาให้จำคุก 4 ปี ปรับ 11,500 ดอลลาร์สหรัฐ (โทษปรับรอลงอาญา) และจ่ายค่าชดเชย 4,248.51 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหลังพ้นโทษแล้ว คนต่างด้าวนี้ ได้เข้ามาพักอยู่ในราชอาณาจักรไทย หวั่นก่อเหตุซ้ำ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ฯ เร่งรัดสืบสวนติดตามคนต่างด้าวดังกล่าวนั้น

          เมื่อวันที่ 11 ก.ค.62 เวลาประมาณ 17.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย กก.สส.บก.ตม.5,ตม.จ.พะเยา และ จัดหางานจังหวัดพะเยา ได้ร่วมกันเข้าตรวจค้นบริเวณบ้านเลขที่ 5/1 ซ.ออมสิน ถ.ประสาท อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นโรงเรียนสอนภาษาให้แก่เด็กนักเรียน พบคนต่างด้าวดังกล่าวข้างต้นกำลังสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กนักเรียน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว​ และใบอนุญาตทำงาน

          ซึ่งผู้ต้องหารับว่าไม่ได้ขออนุญาตทำงานตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ จากนั้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และได้ส่งตัวให้ กก.3 บก.สส.สตม. ขึ้นบัญชีต้องห้าม (Black List) ผลักดันส่งกลับประเทศ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.62

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ฝากประชาสัมพันธ์​ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

          หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ​ นครศรีธรรมราช​ จัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาลำคลอง และพัฒนาถนนสายหลัก เฉลิมพระเกียรติ​ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา​ 12​ สิงหาคม​

ข่าว​ภูมิภาค​ (สังคม)

          เมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562​ เวลา 09.30 น. : นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช/ผอ.ศอ.จอส.904 วปร.จ.นครศรีธรรมราช​ ให้เกียรติ​เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาลำน้ำ ลำคลอง และพัฒนาถนนสายหลัก โดยการพัฒนาคูระบายน้ำริมถนน 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ (หน้า รร.เบญจราชูทิศ-สี่แยกเบญจม) ระยะทางมาณ 300 เมตร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช 2562

          โดยมี​ นายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช/เลขานุการ ศอ.จอส.904 วปร.จ.นคร​ศรี​ธรรมราช​ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้​ และมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ เอกชน จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ทุกภาคส่วน​ เข้าร่วมกิจกรรม ณ สนามหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เชียงราย​ จับผู้ต้องหาตามหมายจับเกาหลีใต้ คดีฉ้อโกงมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาทก่อนเดินทางเข้าไทย

https://youtu.be/4r5X22JMd6E

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่​ 13​ ส.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.​ ณ ห้องมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ,พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม.,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.เชียงราย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมดังนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ตม.เชียงราย ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้ คือนางปาร์ค (MRS.PARK)​ อายุ 59 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศเกาหลีใต้ ฐานฉ้อโกงทรัพย์​ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.62 เวลา 11.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงราย ปฏิบัติหน้าที่ ณ งานบริการส่วนแยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้พบคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้ที่มีลักษณะรูปพรรณตรงตามข้อมูลที่ได้รับการประสานมายื่นเรื่อง ขอสงวนสิทธิ์กลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก (Re-entry)

          ตรวจสอบข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลตำรวจสากล (INTERPOL) พบว่าหนังสือเดินทางดังกล่าว มีการลงในระบบหนังสือเดินทางแจ้งหาย จึงได้ประสานกับแผนกกงสุลสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย พบว่านางปาร์คฯ เป็นบุคคลที่มีหมายจับจากตำรวจเกาหลีใต้ในคดีฉ้อโกงจริง โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ฉ้อโกงเงินบริษัทจำนวนกว่า 440 ล้านวอน หรือประมาณ 10 ล้านบาทก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตม.เชียงราย จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม มาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ควบคุมตัว คนต่างด้าวผลักดันส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรต่อไป

         คดีดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในต่างประเทศ​ และเข้ามาหลบหนีอยู่ในราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล​ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้มงวดในการตรวจสอบคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อเป็นการป้องกันมิให้คนต่างด้าวที่กระทำความผิด​ ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ในการหลบหนีและอาจก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ แจ้งประชาสัมพันธ์​ว่า​ ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร # “แถลงข่าว” ศุลกากร ภาคที่ 2 จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มูลค่ากว่า 11.25 ล้านบาท

https://youtu.be/orjo0m4w038

          ตามที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปราม การลักลอบและหลีกเลี่ยงการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อความเป็นธรรม ในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม จึงได้สั่งการให้ นายวิจักษณ์ อภิรักษ์นันท์ฃัย ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี มอบหมายให้ นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 เข้มงวดเป็นพิเศษในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปราม

          “แถลงข่าว”เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 น. ณ ด่านศุลกากรมุกดาหาร นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สั่งการให้ นายถาวร เอี่ยมพิบูลย์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 มาร่วมตรวจสอบสินค้านำเข้าทางด่านศุลกากรมุกดาหาร เนื่องจากสืบทราบว่า จะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้า เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นจำนวนมาก โดยจะปะปนมากับสินค้าที่ผ่านพิธีศุลกากรอย่างถูกต้อง จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามด่านศุลกากรมุกดาหารและกรมศุลกากร ดำเนินการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้า ของบริษัท สุวรรณภูมิ โลจิสติกส์ (ไทยแลนด์ ) จำกัด ผลการตรวจสอบพบเป็นสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ครบชุดยี่ห้อต่างๆ อาทิ SMOK, OUKITEL LARK, VGOD SMOUNT เป็นต้น รวมปริมาณ 197 กล่อง จำนวน 21,533 ชิ้น ซึ่งเป็นของที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร บรรจุอยู่ในลังไม้จำนวน 6 ลัง ซุกซ่อนปะปนมากับสินค้าอื่น โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นจำนวน 11.25 ล้านบาท

          บุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวมีการออกแบบใหม่ ตามแฟชั่นของกลุ่มผู้สูงวัยรุ่น เช่น มีลักษณะเป็นนาฬิกา เครื่องเล่นเกม ไฟฉาย และ power bank นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นเป็นรสผลไม้ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากนำไปใช้ จะมีผลต่อสุขภาพของเยาวชนและผู้สูบบุหรี่ เพราะน้ำเคมีที่ใช้สูบเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก

          กรณีเป็นความผิดฐานสำแดงราย ละเอียดสินค้าเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อจำกัด อันเป็นความผิดตามมาตรา 202, 243, 244 และ 252 แห่งพรบศุลกากร พ.ศ.2560 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากุ่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงได้ส่งเรื่องพร้อมของกลาง ให้ด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยง ตามนโยบายของศุลกากรอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด เพื่อให้ความคุ้มครองกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่สุจริต และประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพรช /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน