“ทหารเรือจะอยู่เคียงข้างประ ชา ชน” คำสัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยน แปลง

         ผบ.ทัพเรือภาคที่ 1 ลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนบน สมุทรสาคร สมุทรสง คราม และจังหวัดชุมพร เยี่ยมให้กำลังใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวบ้านที่กองทัพเรือส่งมอบบ้านให้ผู้ประสบอุทกภัยเมื่อปี 2561 จำนวน 48 หลัง คำสัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และประชุมการสนับสนุนโครงการต่อต้านโรคขาดสารไอดีนฯ

         ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย.62 ที่ผ่านมา พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี นำคณะเข้าเยี่ยมเยียนบ้านเรือนราษฎร เพื่อมอบเครื่องอุปโภคและบริโภคให้แก่ ประชาชนชาวจังหวัดชุมพร โดยมี นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและร่วมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร จ.ชุมพร และลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่ประชาชนตามบ้านเรือนที่ประชาชนประสบอุทกภัยและได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือ ในการสร้างและส่งมอบบ้านพักให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย จำนวน 48 หลัง เมื่อปี พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือที่กล่าวไว้ว่า “ทหารเรือจะอยู่เคียงข้างประชาชน” เป็นคำสัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง สร้างความดีใจให้กับพี่น้องประชาชน ที่คณะของผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1ได้ลงมาเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของให้ในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง

          นอกจากนี้แล้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ยังได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม สรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ในปี พ.ศ.2562 ที่สนับสนุนโครงการต่อต้านโรคขาดสารไอดีน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดชุมพร รวมทั้งชี้แจงการเตรียมการเข้าเฝ้าฯ ในวันศุกร์ที่ 13 ก.ย.62 เวลา 15.00 น. ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          โดยมี นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร องค์กรภาคประมง สมาคมการประมงจังหวัดต่างๆ ประกอบด้วย จังหวัดตราด จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และองค์การสะพานปลา เข้าร่วมการประชุม เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโดยพร้อมเพรียงกัน

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว ปชส.บก.ทรภ.1

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ประดับเครื่องหมาย ยศนายทหารประทวนอย่างสมเกียรติ ยังความภาคภูมิใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างยิ่ง

          พลรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ ให้กับ นายทหารชั้นประทวนสังกัด ทัพเรือภาที่ 1 ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 17 นาย โดยมีผู้บังคับบัญชาของทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมเป็นเกียรติในวันนี้อย่างพร้อมเพรียง

          หลังจากพิธีประดับเครื่องหมายยศเรียบร้อยแล้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้กล่าวแสดงความยินดีและให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ มีใจความตอนหนึ่งว่า การที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้นนั้น หมายถึงทุกคนได้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตรับราชการอีกระดับหนึ่ง สิ่งที่จะติดตามมานั้นก็คือ ภาระหน้าที่ที่จะได้รับย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย นับจากนี้ต่อไปทุกคนจะต้องใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อทางราชการอย่างสูงสุด และที่สำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น จะต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความเสียสละ ความจริงจังและความจริงใจ ทั้งต่อหน่วยงานและเพื่อนร่วมงาน อันจะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิตรับราชการยิ่งๆ ขึ้นไป

          จ่าเอกหญิง อธิตา สุขเกษม และพันจ่าโท สถาพร อ่ำสกุล ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้นในครั้งนี้ด้วย ได้กล่าวขอบคุณและมีความซาบซึ้งใจในความกรุณาของผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ที่ได้เป็นประธานในพิธีประดับยศให้ในวันนี้ นับเป็นเกียรติประวัติอันสูงยิ่ง และพร้อมที่จะเป็นข้าราชการที่ดีของกองทัพเรือและประเทศชาติสืบไป โดยมีข้าราชการทัพเรือภาคที่ 1 และผู้ที่ทราบข่าวต่างได้เข้าร่วมแสดงความยินดีและมอบช่อดอกไม้ให้เป็นที่ระลึก เพื่อร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออ

งานเทศกาล “Japan in J-park Festival” ชมงานวัดสไตล์ญี่ปุ่น ดูโคมไฟยักษ์สุดอลังการ

          เมื่อเร็วๆนี้ที่ เจพาร์ค นิฮอน มูระ ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย คุณปัทมา วิวัฒน์วานิช นายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีราชา นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ และ สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางมาร่วมใน งานเทศกาล Japan in J-park Festival โดยมี นายทินกร บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะ ผู้บริหาร เจพาร์ค นิฮอน มูระ ศรีราชา แห่งนี้ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เจพาร์ค นิฮอน มูระ ศรีราชา ให้การต้อนรับ

          นายทินกร บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในฐานะ ผู้บริหาร เจพาร์ค นิฮอน มูระ ศรีราชา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงาน Japan in J-park Festival ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมข้ามชาติ ระหว่าง ญี่ปุ่น กับ ไทย เป็นแนวนโยบายของ เจพาร์ค นิฮอน มูระ ที่จะมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นการเตรียมการเข้าสู่สังคม Smart City ในเรื่องของ Smart livng อันนี้เป็นวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งเราพยายามที่จะชี้นำว่าเราสามารถนำเอาวัฒนธรรม มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

         สำหรับในงานนี้ เราได้มีการจัดทำโคมไฟ ให้เข้ากับเทศกาลโคมไฟของญี่ปุ่น และ ได้มีการนำเอา กลองไทโกะ มาตีสร้างสีสันให้เกิดความคึกคักสำหรับผู้มาเที่ยวชมงาน และมีการละเล่นสไตล์งานวัดของญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ที่มาเที่ยวงาน ได้รู้ ได้ศึกษา ว่าที่ประเทศญี่ปุ่น งานวัดญี่ปุ่นเขามีการละเล่น มีการแต่งโคมไฟกันแบบไหน โดยที่ไม่ต้องไปเที่ยวถึงประเทศญี่ปุ่น และในช่วงนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่สะพานข้ามบายพาสสวนเสือ ที่ปิดซ่อมแซมมาหลายเดือน ได้เปิดใช้งานเป็นปกติแล้ว ผู้ที่จะเดินทางมาเที่ยวชม เทศกาลโคมไฟญี่ปุ่น ณ เจพาร์ค นิฮอน มูระ แห่งนี้ ก็จะได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่ง เทศกาลโคมไฟญี่ปุ่น ที่ทาง เจพาร์ค นิฮอน มูระ จัดขึ้นในครั้งนี้ จะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 6-8 กันยายน 2562 นี้เท่านั้น จึงขอเชิญชวนทุกๆท่านได้มาเที่ยวชมกัน นายยำยยยย กล่าว

          นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ประธานเปิดงาน กล่าวว่า ก่อนอื่นขอเชิญชวนทุกท่านได้มาเที่ยวชมกัน จะเป็นคนไทยหรือคนญี่ปุ่น ก็ขอเชิญมาเที่ยวงาน Japan In J-Park Festival 2019 ซึ่งจัดโดยโครงการ เจพาร์ค นิฮอน มูระ หรือในนามของ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น คือ วันที่ 6-8 กันยายน 2562 นี้เท่านั้น ซึ่งภายในงานจะมีการจัดกิจกรรม และการแสดงต่างๆมากมาย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก จึงอยากเรียนเชิญทุกท่าน นอกจากผู้ที่มาเที่ยวชมงาน จะได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังได้มาเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย

          นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีการจับของขวัญของรางวัลให้กับผู้มาเที่ยวงานอีกมากมาย ก็ขอเรียนเชิญและขอการันตีว่า ทุกท่านที่มางานเที่ยวงานในครั้งนี้ จะได้รับความสุข ความสนุกสนาน และความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน นายนิติ กล่าวเชิญชวนในที่สุด
สำหรับ เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ Community Mall ศรีราชาสไตล์ญี่ปุ่น แห่งเดียวในย่าน ศรีราชา – ชลบุรี บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ และมีร้านค้ากว่า 47 ร้านด้วยกัน เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ หรือ Community Mall ศรีราชาแห่งนี้ มีการตกแต่งอย่างเก๋ไก๋สไตล์ญี่ปุ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงมาจากหมู่บ้านของชาวญี่ปุ่น ในสมัยเมจิ ช่วงยุคปลายเอโดะ ซึ่งคำว่า Nihon และ Mura แปลว่า หมู่บ้านญี่ปุ่น และที่พิเศษไม่ซ้ำกับที่ไหน ก็คือจะมีการตกแต่งไปตามฤดูกาล และเทศกาลของประเทศญี่ปุ่น นักท่านเที่ยว หรือผู้มาเยือน ไม่ว่าจะมาช่วงไหน สามารถหามุมถ่ายรูปได้ไม่ซ้ำช่วงเทศกาลอย่างแน่นอน

          และที่ เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ ศรีราชา แห่งนี้ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสถานที่ ห้ามพลาดเด็ดขาด ผู้มาเยือนสามารถ ที่จะเช่าชุดยูกาตะ เพื่อใส่เดินเล่น หรือ ถ่ายรูปตามมุมต่างๆได้อย่างสวยงาม โดยร้านเช่าชุดยูกาตะ และ ชุดกิโมโน ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ของ เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ แห่งนี้ ที่บริการให้เช่าชุดใส่ถ่ายรูปในเจพาร์คได้ทั้งวันใน ราคาเพียง 250 บาท ต่อวันเท่านั้นเอง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“เสมา 3” ลงพื้นที่ปากน้ำโพ​ รับฟังข้อเสนอ พร้อมทลายทุกข้อจำกัดเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาเอกชน

          เมื่อ​วันที่​ 6 ก.ย.62​ เวลา 14.00 น.​ณ โรงเรียนสามมิตร อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม​ และมอบนโยบายด้านการศึกษา

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวว่า “โรงเรียนสามมิตรให้ความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “ลูกเสือ-เนตรนารี” นวัตกรรมการเรียนการสอนระดับอนุบาล รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนว HighScope ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยและผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ การเรียนการสอนแบบบูรณาการ STEM TO SEARM การจัดการเรียนรู้รูปแบบ Thinking School การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ “เด็กพิการเรียนรวม” และส่งเสริมความสามารถพิเศษ ตามรูปแบบพหุปัญญา ซึ่งมีการวางแบบแผนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ”

          ดร.กนกวรรณ กล่าวตอนหนึ่งว่า “การที่จะทำให้การเรียนการสอนมีคุณภาพได้นั้น สวัสดิการครูเอกชน ก็ต้องดีด้วย ขณะนี้ได้ผลักดันนโยบายการเพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชนจากไม่เกินคนละ​ 100,000​ บาทต่อคนต่อปีมาเป็น​ 150,000 บาทต่อคนต่อปี

          เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ ส่งผลให้ครูที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อขวัญกำลังใจของครูโรงเรียนเอกชน นั้น ขณะนีได้มอบหมายให้กองทุนสงเคราะห์ และ สช. ศึกษาแนวทางการเบิกจ่ายตรง เพื่ออำนวย ความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายของครูที่เจ็บป่วยโดยเร็ว

          นอกจากนี้ในส่วนของการพัฒนาครูเอกชนนั้น ตอนนี้ตนและทาง สช. ได้จัดสรรงบประมาณ ในการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน เพื่อเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาเพิ่มศักยภาพครูเอกชนไว้แล้ว ประมาณ 22 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการทันทีกระจายไป 18 ศึกษาธิการภาค​ (ศธภ.) ทั่วประเทศ ให้เข้าไปช่วยจัดอบรมพัฒนาครูได้อย่างเต็มที่

          โดยเฉพาะการอบรมครูสอนเด็กพิเศษที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อดูแลเด็กให้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการอบรมชุดแรกประมาณ 18,000 คน จากครูเอกชนทั้งหมดกว่า​ 100,000 คน โดยจะจัดให้มีการอบรมใน 4 หลักสูตร คือหลักสูตรการออนไลน์ หลักสูตรวิทยาการคำนวณในระดับประถมและมัธยม หลักสูตรอบรมลูกเสือ และหลักสูตรการอบรมครูปฐมวัย​ และที่สำคัญ ตนจะร่วมผลักดันจะ​ทลาย ทุก​กำแพงข้อจำกัด และ​จะ​ไม่​ทิ้ง​ใคร ไว้​ข้าง​หลัง “กนกวรรณฯ กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบ ปื้ด หัวหน้าแก๊งค์ปล้นหัวลากรถบรรทุก จอดนอนข้างทาง ประวัติโชกโชน

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 7 ก.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม : ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ ได้สั่งการ​ให้​ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง.ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก,พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุมนายประดิษฐ์ หรือปื้ด แสนกล้า อายุ 39 ปี  อยู่บ้านเลขที่​ 528/8​ ถ.ไชยประชา ต.มะขามหย่ง อ.เมือง จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 66/2555 ลง 3 ก.พ.55​ คดีอาญาที่ 263/2554 กล่าวหาว่า “ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน”

          ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ผู้ประกอบการรถหัวลาก​ และรถบรรทุก ภาคตะวันออกได้มาร้องทุกข์ต่อ ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยติดตามจับกุม แก๊งค์ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนปล้นเอาหัวลากจากรถบรรทุก ตามรายทาง ทำให้ คนขับรถต่างหวั่นกลัวไปทั่ว และเกิดความเสียหาย หลายสิบล้านจากแก๊งค์ปล้นนี้ อย่างมาก พล.ต.ต.จิรภพฯ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือฯ​ เร่งจัดชุดสืบสวนติดตาม หัวหน้าแก๊งค์มาให้ได้ เพื่อมาขยายผลและปราบปราม ทำลายเครือข่าย แก๊งค์นี้

          จนกระทั่งวันที่ 7 กันยายน 2562​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายประดิษฐ์ฯ หัวหน้าแก๊งค์จะมาปรากฏตัวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายประดิษฐ์ฯ เดินอยู่ภายในบริเวณชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ นายประดิษฐ์ฯ ดู และควบคุมตัวมายังกองบังคับการปราบปราม

          ส่วนพฤติกรรมในการก่อเหตุ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2554 เวลาประมาณ 22.30-23.00 น.นายประดิษฐ์ฯ กับพวกจำนวน 3 คน ร่วมกันปล้นรถบบรรทุกฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-5254 ปทุมธานี โดยใช้อาวุธปืนจี้ ก่อเหตุบนถนนสายต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่อง ต.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

          โดยแก๊งค์นี้จะเลือกรถบรรทุกที่จอดพักหรือนอนตามข้างถนนสายดังกล่าว และขับรถยนต์ปาดหน้ารถบรรทุก แล้วใช้อาวุธปืนจี้คนขับ​ และจับมัดมือมัดเท้าแล้วปล่อยลงข้างทาง โดยมีนายประดิษฐ์ฯ เป็นผู้สั่งการ​ และเป็นคนขับรถบรรทุกที่ปล้นมาแล้วหลบหนี​ โดยนำไปจอดไว้ยังจุดนัดพบในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จะได้รับส่วนแบ่งครั้งละ 50,000 บาท

          แก๊งค์นี้ได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ในท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2554 ก่อเหตุ พื้นที่สภ.หนองแหน จำนวน 1 คดี และ สภ.บางน้ำเปรี้ยว จำนวน 1 คดี และปี 2554 พื้นที่ สภ.บางปะกง จำนวน 1 คดี  ท้องที่จังหวัดนครนายก เมื่อปี 2554 พื้นที่ สภ.เมืองนครนายก จำนวน 1 คดี และพื้นที่ สภ.บ้านนา จำนวน 1 คดี สมาชิกในแก๊งค์นี้ได้ถูกจับดำเนินคดีไปหมดแล้วยังคงเหลือนายประดิษฐ์ฯ ที่ยังหลบหนีอยู่ จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ติดตามจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ต.จิรภพฯ​ กล่าว​ว่า​ กองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ชอบจอดพักหรือนอนตามข้างถนนให้ใช้ความระมัดระวัง

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง​ ขอฝากประชาสัม พันธ์ ผู้ใช้ทาง

          แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง​ ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ การดำเนินการโครงการก่อสร้าง ทำการบูรณะผิวทางคอนกรีต ในทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กม.11+700-กม.12+000 มุ่งหน้าชลบุรี ด้านซ้ายทาง (บริเวณทางเบี่ยงเข้าสู่สถานีขนส่งสินค้า ICD) ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 21 กันยายน 2562

ขออภัยในความไม่สะดวก
ขอบพระคุณครับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบหัวหน้าแก๊งค์หลอกตุ๋นเหยื่อ ร่วมลงทุนซื้อแร่ “หินกินเหล็ก” สูญเงิน ล้านกว่าหนีมา 9 ปี

          วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 7 ก.ย.62 : พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รองผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม,พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป,พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล,พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รองผกก.3 บก.ป.,พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป.

          ร่วมกันจับกุมนายพงศ์ธร สุขเมือง อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.1 ต.ม่วงคอม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสกลนครที่ จ.2353/2554 ลง 27 มิถุนายน 2554 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” เมื่อประมาณปลายปี 2553 มีอดีตข้าราชการเกษียณอายุพื้นที่จังหวัดสกลนคร เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาทำทีตีสนิท พูดจาหว่านล้อม จนผู้เสียหายเชื่อสนิทใจ แล้วหลอกตุ๋นเหยื่อเข้าร่วมลงทุนซื้อเหล็กแร่​ “หินกินเหล็ก” นำไปขายต่างประเทศได้กำไรกว่า 100 ล้าน จนหลงเชื่อ จึงตกลงร่วมลงทุนด้วยกับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยยอมควักเงินในกระเป๋าจากการเกษียณอายุราชการ มาลงทุนกับแก๊งมิจฉาชีพ ภายหลังทราบว่า ถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด

          โดยพฤติกรรมของ นายพงศ์กร สุขเมือง พร้อมเพื่อนร่วมแก๊งยังหลบหนี จะหาเหยื่อที่มีฐานะทางการเงิน หลงเชื่อคนง่าย หลังจากนั้นก็จะมีหน้าม้าในแก๊งทำทีว่ารู้จักกับชายชาวลาวคนหนึ่งที่ครอบครองหินกินเหล็กอยู่ แล้วชักชวนพาเหยื่อเดินทางไปดูชาวลาวนำหินกินเหล็กที่กล่าวอ้างมาทดลอง โดยการนำตะปูวางบนก้อนหินดังกล่าวนานประมาณ 1-2 นาที จากนั้นตะปูก็กลายเป็น “ขี้เถ้า” โดยอ้างว่าเมื่อนำแร่หินกินเหล็กไปขายจะได้เงินตอบแทนสูงถึง 700,000,000 ล้านบาท

          จนผู้เสียหายหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหากับพวก และได้ร่วมลงทุน นำเงินไปติดต่อซื้อขายสินค้าดังกล่าวซึ่งเกิดจากการหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหา ได้สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 1,170,000 ล้านบาท ให้กับผู้ต้องหากับพวกโดยทุจริต และไม่ได้สินค้าตามที่ผู้ต้องหากล่าวหากล่าวอ้างแต่อย่างใด สำหรับ นายพงศ์ธรฯ กองปราบปราม สืบสวนจนทราบว่าหลังถูกออกหมายจับได้หลบหนีคดีมา 9 ปี ซึ่งเหลืออีก 1 ปี ก็จะหมดอายุความ

          ผู้ต้องหาเก็บตัวเงียบไม่พบปะกับใคร​ หลบซ่อนตัวในอาคารพาณิชย์ ติดถนนสวนสยาม 26-28 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงขออนุมัติค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการตรวจค้น และจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ ปัจจุบันยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง​
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“รองเฉลิม​เกียรติ” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม ตามโครงการ กต.ตร.สน.ฯ​ พบประชาชน

          วันพฤหัสที่ 5 ก.ย.62​ เวลา 16.00​ น.​: พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.​พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผบก.น.1,พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย ผกก.สน.ชนะสงคราม,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารองผบ.ตร.และประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน) และดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ที่ปรึกษารอง ผบ.ตร.และที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและ ประธานกต.ตร.บก.น.1/สน.ชนะสงคราม

          ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม ตามโครงการ กต.ตร.สน.ฯ​ พบประชาชนโดยมีผู้อำนวยการเขตพระนคร,เจ้าหน้าที่สาธารณสุข,ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังเวชฯ,กต.ตร. และที่ปรึกษา บก.น.1,กต.ตร. และที่ปรึกษา สน.ชนะสงคราม โดยมีผู้สนับสนุน เข้าร่วมการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนโดยพร้อมเพรียงกัน

          ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1,พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1,พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม,ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ,ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ และผู้สนับสนุนจำนวน 10 ท่าน ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนวัดสังเวชฯ จำนวน 10 ทุน,แจกข้าวสารให้กับประชาชน จำนวน 100 ถุง และมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

แขวงทางหลวงสมุทรสาครแจ้งประชาสัมพันธ์การทดลองปิดจุดกลับรถ ทางหลวงหมายเลข 3242

แขวงทางหลวงสมุทรสาคร กรมทางหลวง แจ้งประชาสัมพันธ์การทดลองปิดจุดกลับรถ บริเวณทางหลวงหมายเลข 3242 (ถนนเอกชัย) ที่ กม.2+795 ตัดกับถนนสุรินทร์เทพกาญจนา (ซอยอู่ปรีชา) ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

แนะนำประชาชนผู้ใช้เส้นทางสามารถใช้จุดกลับรถ ดังนี้.-
1.ออกจากซอยอู่ปรีชา เข้าเมืองสมุทรสาคร กลับรถที่ กม.3+485
2.ออกจากบางบอน เข้าซอยอู่ปรีชา กลับรถที่ กม.1+975

แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายบรรยงค์ ยอดแก้ว หัวหน้าหมวดทางหลวงเศรษฐกิจ โทร. 0891239962

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ ร่วม ตม.จับกุมเครือข่ายยาบ้าเจ้นาง จาก สะหวันเขต สปป.ลาว

          วัน​ศุกร์​ที่​ 6​ ก.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.,พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ,พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์,พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์,พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง,พ.ต.ท.ภคพล สุชล รองผกก.1.บก.ป.​ สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รองผบก.ฯ รรท.ผบก.ตม.2,พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผบก.ตม.2,พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.ท.วิศรุต วัจนะพุกกะ รองผกก.สส.ปป.บก.ตม.2

          เจ้าหน้าที่​ตำรวจ กก.1. บก.ป.ผู้จับกุมประกอบด้วย พ.ต.ต.อาจินต์ วังวรรธนะ สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์,ร.ต.ท.อนวัช ตันตินันทกุล รองสว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.,ร.ต.ท.อดิศร อายุโย,ร.ต.ต.ณัฐวัฒน์ จำปาสาร รองสว.(ป.) กก.1 บก.ป.,ด.ต.ธีรภัทร คงตะแบก ผบ.หมู่ กก.1.บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่​ตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธราธร อาภรณ์ศิริพงษ์ รองสว.ฯรรท. สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2,ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ หอมนาม รองสว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2

          ได้ร่วมกันจับกุม Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY อายุ 36 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันฟอกเงิน” โดยการจับกุมผู้ต้องหา​ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีเครือข่ายยาเสพติดของเจ้นางฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว มีภูมิลำเนาอยู่บ้านหนองบัวท่า เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดย ติดต่อกับสายลับเสนอขายยาบ้า ให้กับสายลับในราคา มัดละ 40,000 บาท

          โดยการติดต่อได้มีการสนทนาทางไลน์ และทางโทรศัพท์ ซึ่งการสนทนา มีการต่อรองราคาโดยสายลับได้ส่งเงินมัดจำราคายาบ้า จำนวนเงิน 10,000 บาท โดยมีการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร เมื่อส่งเงินไปแล้ว เจ้นางฯ​ ยืนยันว่าจะมีทีมขนยาเสพติด ส่งให้ตามที่สั่งซื้อ เจ้าหน้าที่​ จึงได้ประสานกับ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ ได้รับทราบ เพื่อทำการสืบสวน

          จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดจะมีการนัดส่งยาบ้ากันที่บริเวณถนนสายยุทธศาสตร์ เขมราฐ -สามแยกถ้ำเสือ หลัก กม.2 ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองบัวท่า ฝั่ง สปป.ลาว จึงได้ประสานกำลังความมั่นคง ในพื้นที่เพื่อสกัดกั้น จับกุมผู้กระทำผิด โดยได้มีการแบ่งกำลังออก เป็นชุดๆ ไปวางตามจุดที่คาดว่า จะมีการนำยาบ้ามาส่งมอบกัน

          และต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ ทหารหน่วย นรข.ได้ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 34 มัด (ประมาณ 48,000 เม็ด) ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 91.1 กรัม จากชาย จำนวน 3 คน ซึ่งกำลังนำยาเสพติดใส่กระสอบเดินอยู่ริมแม่น้ำโขง​ และขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว ชายทั้ง 3 คนได้วิ่งหลบหนีไป

          ในทางการสืบสวนทราบว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของเจ้นางและจากข้อมูลที่เครือข่ายยาเสพติดได้ติดต่อกับสายลับเป็น หมายเลขบัญชีเพื่อให้สายลับโอนเงินให้จึงเชื่อว่าเป็นบัญชีธนาคารที่ เกี่ยวกับกิจกรรมการทำนิติกรรมทางการเงิน ของเครือข่ายยาเสพติด

          ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เจ้นางฯ​ ได้โทรศัพท์ติดต่อกับสายลับอีกและได้บอกกับสายลับว่าสามารถส่งยาบ้าให้สายลับได้อีกในราคามัดละ​ 40,000 บาท เช่นเดิม หากสนใจให้โอนเงินมัดจำค่ายาบ้าให้ จำนวน 10,000 บาท​ ไปยังธนาคารทหารไทย หมายเลขบัญชีเดิม

          จาการตรวจสอบพบว่าบัญชีดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวเงินเป็นจำนวนมาก 20 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งมั่นใจว่า เป็นบัญชีที่เปิดทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด​ จนต่อมาศาลจังหวัดอุบลราชธานี​ ได้อนุมัติหมายจับ Mr CHANTHAVONG SIMIXAY ตามหมายจับ ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562

          จนท.ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY กำลังจะเดินทางเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้ประสานงาน กก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม. 2 ให้ทำการตรวจสอบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ

          จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.2 จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY (ทราบชื่อภายหลัง) มีลักษณะตรงกับตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหา จึงได้ทำการเชิญตัว มายังห้องสืบสวน กองกำกับการสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 เพื่อทำการตรวจสอบ

          จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงแสดงหมายจับให้ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูเมื่อ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้แต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งกับ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ว่าจะต้องถูกจับกุมตัว และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “สมคบกันฟอกเงิน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​