เยาวชนรุ่นใหม่​ อ.วังโป่ง​ ร่วมใจต้านภัยยาเสพติดเนื่องในวันเยาวชน​แห่งชาติ

          วันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการจัดงานเยาวชนแห่งชาติขึ้นภายใต้โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยยาเสพติด. มีนายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอาวุโสอำเภอวังโป่ง เป็นประธานในพิธี

         โดยมีนางสาวฉัตรนภา เมืองแป้น นายก อบต.ท้ายดง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ” เพื่อให้เยาวชนนักเรียนนักศึกษาได้รับรู้และรับทราบถึงปัญหาและพิษภัยของยาเสพติด สร้างผู้นำเยาวชนในการต่อต้านและป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต มีทักษะทางความคิด สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกายจิตใจด้วยวิถีแห่งหลักธรรมและเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการจัดระเบียบสังคม และร่วมแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม “

           สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักเรียนจากโรงเรียนวังโป่งพิทยาคม จำนวน 60 คน ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากโรงพยาบาลวังโป่ง สถานีตำรวจภูธรวังโป่ง และกองพันทหารสื่อสารที่11 กองพลทหารม้าที่1 ค่ายพ่อขุนผาเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งกิจกรรม Walk rally ให้ความรู้ทั้งด้านการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์/เศรษฐกิจพอเพียง /ครอบครัวคุณธรรมและการป้องกันยาเสพดิตและโรคเอดส์


ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว

ลพบุรี – พิษเศรษฐกิจตกต่ำแม่พาลูกสาวรมควันตายในอ้อมอกในรถยนต์ที่ตนรัก

          เหตุการณ์สลดพ่อเรียกลูกสาวคนโตให้ไปปลุกแม่ เรียกน้องเพื่อไปโรงเรียน แต่ต้องทรุดกองกับพื้นเมื่อพบว่าภรรยาใช้เตาถ่านรมควันภายในรถ ที่สุดสะเทือนใจเมื่อพบว่าลูกสาวคนเล็กวัย 11 ปี ดับคาอ้อมอกแม่ ส่วนแม่ยังหายใจรวยริน คาดปมเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ไม่พอรายจ่าย อีกทั้งไฟแนนท์ตามทวงยึดรถที่ใช้ทำมาหากิน

         เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2562 พ.ต.ต.นิพนธ์ ศรีไพบูลย์ สารวัตรเวรสอบ สวน สภ.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรมควันภายในรถ ที่ร้านขายไม้เก่า ถ.สายลพบุรี-วังม่วง หมู่ที่ 9 ต.พัฒนานิคม ลพบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี นคร88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

          ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายไม้เก่า พบมีชาวบ้านและญาติผู้เสียนั่งร้องให้ฟูมฟาย อยู่จำนวนหนึ่ง ที่ท้ายรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บม-7778 สระบุรี พบศพ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) อายุ 11 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู กางเกงขายาวสีดำ ใกล้กันพบเตาถ่านที่มอดแล้ววางอยู่ใกล้ศพ ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ ในเบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า10-12 ชั่วโมง

          จากการสอบสวนนายสุจิตร บุญหยาด สามีผู้เสียชีวิตทราบว่ายังมี นางพิสมัย บุญหยาด อายุ 50 ปี ภรรยา ซึ่งหมดสติจากการสูดดมควันภายในรถถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช ในอาการสาหัส โดยเมื่อช่วงเช้าได้บอกกับ น.ส.พรรณิดา บุญหยาด อายุ 26 ปี ลูกสาวคนโตให้ไปเรียกแม่ ปลุกน้องเพื่อไปโรงเรียน แต่หามาพบที่บ้าน ตนเองและลูกสาวจึงเดินออกตามหาจนมาพบว่าภรรยาและลูกสาวนอนอยู่ในรถ เมื่อเปิดประตูต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าลูกสาวตาย ภรรยาหายใจรวยริน

         โดยนายสุจิตรให้การว่าเมื่อสองคืนที่ผ่านมา ภรรยาและลูกสาวคนเล็กได้ขอนอนอีกที่ โดยไม่คิดว่าจะมีการวางแผนเพื่อฆ่าตัวเองตายพร้อมกับลูกภายในรถ ซึ่งสาเหตุมาจากเครียดปัญหาหนี้สินรุงรัง ตนเองและครอบครัวบ้านเดิมอยู่ ต.คำหรั่ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราช ธานี ย้ายประกอบอาชีพ ทำมาหากินภายในจังหวัดลพบุรีหลายสิบปี ทำทุกอย่างที่ได้เงิน แต่ระยะหลังเศรษฐกิจตกต่ำ ย่ำแย่ ค้าขายไม่ดี ชักหน้าไม่ถึงหลัง จนทำให้ภรรยาเครียด และที่สำคัญบริษัทไฟแนนท์รถ ได้ยื่นคำขาดจะยึดรถที่ภรรยารักมาก เพราะเป็นเครื่องมือในการออกทำมาหากิน จนทำให้อยากจะตายภายในรถที่ตนเองรัก ทั้งนี้สารวัตรเวรได้นำร่าง ด.ญ. เอ(นามสมมุติ) ส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิตเฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี รายงาน

จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ร่วมพัฒนา ทำความสะอาดคูคลองและชุมชนเขตบ้านอำเภอ

         วันนี้ 18 กย.62 ที่อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนสัตหีบวิทยาคม ต.นาจอมเทียน อ.สัต หีบ จ.ชลบุรี นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ร่วมพิธีเปิดและร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน ทหาร ประชาชน นักเรียน ภายใต้โครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

         สำหรับกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมาน สามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมอันเป็นสาธารณ ประโยชน์แก่สังคม ชุมชน และประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่างๆ

         โดยในวันนี้ได้นำจิตอาสา และประชาชนทั่วไป ร่วมกันพัฒนาและทำความสะอาดฟื้น ฟูลำน้ำและ คูคลองเพื่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน โดยได้มีการทำความสะอาดและกำจัดวัชพืชภายในคูคลองบ้านอำเภอบริเวณด้านหลังโรงเรียนสัตหีบวิทยาคมและตัดหญ้าในบริเวณถนนรวมทั้งทำความสะอาดบริเวณภายในโรงเรียนและรอบโรงเรียนรวมทั้งภายในแหล่งชุมชนภายใน ซอยนาจอมเทียน15 เพื่อให้เกิดความสะอาดตาให้กับสถานศึกษารวมทั้งชุมชนเพื่อความน่าอยู่


ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/ ชาวบ้านดีใจบ้านริมนํ้าถูกกฎหมายจํานวน 395 ครัวเรือน ครั้งที่ ๑

          วันที่ 17 กันยายน 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษาของอําเภอคลอง ใหญ่ ครั้งที่ ๑ ของหมู่บ้านในเขตเทศบาลตําบลคลองใหญ่ ตั้งแต่หมู่ 2-3-7 ชาวบ้านดีใจบ้านริมนํ้าถูกกฎหมาย จํานวน 395 ครัวเรือน ครั้งที่ ๑ นําโดย นายพีระ การุญ นายอําเภอคลอง ใหญ่ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมด้วยกล่าวถึงกระบวนการออกใบอนุญาตของพื้นที่ในเขตเทศบาลตําบลคลองใหญ่ และยังกล่าวว่ามีความยินดีด้วย ที่หมู่บ้านในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลคลองใหญ่ ได้ร่วมมือร่วมใจกันเป็นจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยในคณะนี้มีจํานวนที่ได้รับอนุญาตเกือบ 8,000 รายแล้ว จึงได้ร่วมตัวกระบวนการขับเคลื่อนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตําบลคลองใหญ่และหมู่บ้านในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลคลองใหญ่

         โดยมีนายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ ได้กล่าวรายงาน ยังมีตกค้างอีกจํานวนหลายรายและได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่องของการรับใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายในวันนี้ จํานวน 395 ครัวเรือน ยังได้กล่าวรายงานและต้อนรับคณะเจ้าหน้า ที่และผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาจังหวัดตราด นายวงศกร นราธารา ผู้อํานวยการสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดตราด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ติดตาม ยังกล่าวปัญหาของประชาชนที่ได้สร้างบ้านในที่ปลูกสร้างล่วงลํ้า ลําแม่นํ้าได้กันอย่างคบทั่วหน้ากัน พร้อมด้วยปลัดอําเภอคลองใหญ่และหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น เทศบาลตําบลคลองใหญ่ สมาชิกสภาเทศบาลตําบลคลองใหญ่ และ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมในพิธีและร่วมกันรับมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงลํ้าลําแม่นํ้าจํานวน 395 ครัวเรือน ในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลคลองใหญ่ ตั้งแต่ หมู่ 2-3-7 จํานวน 395 ครัวเรือน ในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลคลองใหญ่ หลังจากมอบใบอนุญาตเสร็จทั้งหมดตั้งแต่หมู่ 2-3-7 แล้ว ได้ร่วมกันนําเงินมาชําระค่าเช่ารายปี ตารางเมตรละ 5 บาท พร้อมกันด้วย ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงลํ้าลําแม่นํ้าด้วย ตามกฎหมายกระทรวงฯต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ฮือฮา!! ยีนส์ลีวาย “หนังคอม้า เอว 34 ยาวทั้งตัว 40 สภาพเต็ม ๆ เข้มปี๊ด เอาได้เอาครับราคา 200,000 บาท

ผู้ใช้เพซบุ๊คชื่อ “Sarn N Tong” ได้โพสต์ขายกางเกงยีนส์ ยี่ห้อลีวาย 1 ตัว ด้วยราคา 200,000 บาท สร้างความฮือฮาให้ผู้เห็นโพสต์ของ “Sarn N Tong” จนกระทั่งต่างกดถูกใจจำนวนนับร้อยคนและมีการแชร์จำนวนมากด้วย

          โดย “Sarn N Tong” ระบุข้อความเกี่ยวเนื่องกับกางเกงยีนส์ตัวดังกล่าวว่า “หนังคอม้า เอว 34 ยาวทั้งตัว 40 สภาพเต็ม ๆ เข้มปี๊ด บรรยายด้วยภาพ มีใจก็ทักมาได้นะ 2xx,xxx B เอาได้เอาครับ” นอกจากนั้น “Sarn N Tong” ยังโพสต์ภาพกางเกงยีนส์ตัวดังกล่าวอีกหลายภาพ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปดูตลาดการซื้อขายกางเกงและเสื้อยีนต์ในเพจต่าง ๆ เช่นเพจ “ตลาดยีนส์ลีวายและแบรนด์วินเทจ ทั่วโลก” พบว่า มีโพสต์ขายกางเกงและเสื้อยีนส์ด้วยราคาหลากหลายจำนวนมาก ตั้งแต่ตัวละนับหมื่นบาทไปจนถึงไม่กี่ร้อยบาทต่อตัว ซึ่งเป็นน่าสังเกตด้วยว่า หลายโพสต์ได้รับความสนใจการสอบถามรายละเอียดเพื่อซื้อกางเกงและเสื้อยีนส์ หลายเพจมีความคึกคักในการซื้อขายกางเกงและเสื้อยีนส์อย่างยิ่ง //

          นายพลกฤต สงวนศักดิ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/7 หมู่ 5 ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ยึดอาชีพค้าขายมานานและเป็นคนรักกางเกงยีนส์มากที่สุด ซื้อสะสมกางเกงยีนส์ เสื้อยีนส์มาตั้งแต่อายุ 17 ปี จนมีสะสมเกือบ 100 ตัว ราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงตัวละเกือบ 70,000 บาท กางเกงยีนส์ของ “Sarn N Tong” ไม่ใช้เพียงตัวแรกที่มีการโพสต์ขายในราคาหลักแสน ล่าสุดเมื่อกว่า 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ตนเห็นคนโพสต์กางเกงยีนส์ยี่ห้อลีวายขาย 1 ตัว ราคา 150,000 บาท และเพียงไม่กี่วันก็มีคนซื้อไป ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเพราะเห็นมีการซื้อขายกางเกงยีนส์ราคาหลักแสนในเพจเป็นประจำ

          นายพลกฤต เปิดเผยอีกว่า ตลาดกางเกง เสื้อยีนส์มีคนซื้อขายเฉพาะกลุ่ม เป็นกลุ่มใหญ่ มีทุกเพศ ทุกวัย ตลาดนี้มีคล้ายคลึงกับตลาดพระเครื่อง ยิ่งเก่า ยิ่งหายาก ราคายิ่งแพง และจะต้องดูเป็นจึงไม่ถูกหลอกให้ซื้อของปลอม โดยส่วนมากจะดูกันที่กระดุม ป้ายกางเกงหรือเสื้อยีนส์ และเนื้อผ้า กับรายละเอียดอื่น ๆ ที่จะต้องอาศัยประสบการณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน อีกอย่างการซื้อขายยีนส์บางครั้งโพสต์ขายเพียงไม่นานก็ขายได้แล้ว แต่บางครั้งกว่าจะขายได้ต้องใช้เวลานานมาก มันเป็นเหมือนกับการหาแฟน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะถูกใจยีนส์ตัวไหน เหมือนกับว่า “ใครจะเจอเนื้อคู่ใครหรือยัง” นายพลกฤต กล่าว พร้อมกับเสริมด้วยว่า ที่ตนเคยเห็นมา คือกางเกงยีนส์ยีห้อลีวาย ผลิตเมื่อปี ค.ศ.1953 เจ้าของไม่ขาย เก็บสะสมเพราะเป็นกางเกงยีนส์ที่หาได้ยากมาก ยีนส์ที่ซื้อขายกันในเพจส่วนใหญ่เป็นยีนส์นำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา ช่องทางนำเข้าใช้ทางภาคใต้ของไทย ในอดีตตลาดโรงเกลือ อ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดังมาก แต่ระยะหลัง ๆ นักสะสมไม่นิยมซื้อจากตลาดโรงเกลือเท่าไหร่ เพราะเป็นสินค้าต่างเกรดจากที่นำเข้ามาจากมาเลเซีย จากสหรัฐอเมริกา

          “ด้วยความที่ราคาแพง หายาก นักสะสมยีนส์ คนชื่นชอบยีนส์ส่วนใหญ่จึงไม่นิยมซักกางเกงหรือเสื้อยีนส์ ถือเป็นกฎตายตัว ห้ามทำให้ยีนส์โดนน้ำเป็นเด็ดขาด การทำความสะอาดจะมีวิธีเฉพาะที่ไม่เหมือนกับการซักผ้าชนิดอื่น คือจะใช้แอลกอฮอร์หรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดพิเศษ เช็ดถูยีนส์ ก่อนพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่เย็น และนำสวมใส่ต่อไป ซึ่งส่วนมากในแต่ละปี จะสวมใส่เพียง 1 – 2 ครั้งเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กางเกงหรือเสื้อยีนส์ชำหรือเสียรูปทรง” นายพลกฤต เปิดเผยในที่สุด


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

น้ำใจชาวจันทบุรี ตั้งโรงครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี รอบ 2 ขณะกู้ภัยเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือได้ที่สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

น้ำใจชาวจันท์เตรียมวัตถุดิบ ลงพื้นที่ตั้งโรงครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดอุบลราช ธานี รอบ 2 ขณะกู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี เผยจากการลงพื้นที่ปชช.ยังต้อง การความช่วยเหลือ เชิญร่วมบริจาคและร่วมเดินทางช่วยเหลือได้ที่สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี

         ที่ลานแอโรบิค เทศบาลเมืองท่าช้าง นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเมืองท่า ช้างสันนิบาตจันทบุรี กำลังรวบรวม วัตถุดิบ และวัสดุอุปกรณ์ ในการตั้งโรงครัวประกอบอาหาร เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะเดินทางไปพร้อมคณะกู้ภัยสว่างตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ในวันที่ 19 กันยายน โดยนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่าประชาชน ยังคงต้องการความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคืออาหาร จึงได้ประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลรับบริจาควัตถุดิบในการปรุงอาหาร ซึ่งครั้งนี้ได้รับน้ำใจจากชาวจันท์อย่างล้นหลามพร้อมใจกันร่วมบริจาค เป็นจำนวนมาก เช่น กระหล่ำปลี ถั่วฝักยาว หัวชายเท้า และหมู ไก่ และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้ในส่วนที่บริจาคมาเป็นเงิน ทางคณะจะนำไปซื้อวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่อุทกภัย ต่อไป

         ด้านนายอำนาจ ประกอบสัตย์ หัวหน้าชุดประดาน้ำ กู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี เปิดเผยว่า การไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำกำลังอาสากู้ภัยฯกว่า 300 นาย เรือท้องแบนจำนวน 10 ลำ และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินด้านการแพทย์ ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้ำขึ้นสูงมาก ส่วนใหญ่ พบผู้ป่วยทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงผู้ป่วยที่ถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย ที่ติดอยู่ภายในบ้าน ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ และอีกส่วนหนึ่งคือกลุ่มที่สูญเสียทรัพย์สินที่ต้องการรับความเยียวยา จึงฝากเตือนไปยังพี่น้องชาวจันท์หรือพี่น้องที่อยู่ใกล้เคียงที่มีความประสงค์ที่จะร่วมบริจาคสิ่งของ อยากให้ร่วมบริจาคเป็นเงินมากกว่า และบริจาคร่วมกับส่วนราชการหรือสมาคมเท่านั้น เพราะอาจเกิดมิจฉาชีพฉวยโอกาสได้ อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคก็ติดต่อได้ที่สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรีได้


ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ จัดโครงการฝึกอบรมพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม) และหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง (อพป)

ตราด/อําเภอคลองใหญ่ จัดโครงการฝึกอบรมพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม) และหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง (อพป) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ของอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ปีงบประมาณ 2562

         วันที่ 18 กันยายน 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษาของอําเภอคลอง ใหญ่ จ.ตราด เมื่อเวลา 09.30 น. นายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม) และหมู่ บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง (อพป) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ปีงบประมาณ ๒๕๖๒

         โดยมีนายนริทร์ รัตนะเรือง ปลัดอําเภอกลุ่มงานความมั่นคงอําเภอคลองใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงาน ถึงโครงการวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น ผู้นําชุมชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ตํารวจ พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม และผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมโครงการฯ กว่า 500 คน ตําบลละ 30 คน 20 หมู่บ้าน 3 ตําบลในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการดําเนินการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐ กิจพิเศษให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

          และกรมการปกครองได้กําหนดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของอําเภอคลองใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เพื่อสร้างความพร้อมในการสนับสนุนการดําเนินงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และพัฒนาสังคมตามแนวชายแดน และการส่งเสริม ความร่วมมือความสามัคคีในการปฎิบัติหน้าที่ เพื่ออํานวยความสะดวกและบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และสามารถนําความรู้ไปต่อยอดบูรณาการ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพของคณะกรรมการหมู่บ้านและหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง ให้มีความคล่องตัว สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ได้และการตอบสนองต่อบริบทของการเปลี่ยนแปลงในสังคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมีส่วนร่วมของชุมชนและหมู่บ้าน การบริหารงานของคณะกรรมการหมู่บ้านและหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง

         อําเภอคลองใหญ่จึงได้มีการดําเนินการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของ อําเภอคลองใหญ่ ให้มีประสิทธิภาพที่ดีต่อไป สําหรับการฝึกอบรมโครงการตั้งแต่วันที่ 17-19 กันยายน 2562 ต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศบภ.ทรภ.1 เข้าฟื้นฟูเกาะช้างหลังพ้นวิกฤติน้ำท่วมสะพานพัง ผวจ.ตราด ประกาศเกาะช้างเป็นพื้นที่ช่วยหลือผู้ประสบภัยฉุกเฉิน

“ ศบภ.ทรภ.1 เข้าฟื้นฟูเกาะช้างหลังพ้นวิกฤติน้ำท่วมสะพานพัง ส่งเรือรบฝ่ามรสุมเข้ารับ-ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย ผวจ.ตราด ประกาศเกาะช้างเป็นพื้นที่ช่วยหลือผู้ประสบภัยฉุกเฉิน “

          จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกาะช้าง จังหวัดตราด เริ่มพ้นวิกฤตแล้วในขณะนี้ กองทัพเรือโดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 (ศบภ.ทรภ.1) ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลเกาะช้าง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 17 และป้องกันภัย จ.ตราด ได้เข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และซ่อมแซมคอสะพานที่ถูกน้ำพัดขาดให้รถยนต์สามารถแล่นผ่านไปมาได้ พร้อมเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

         ในวันนี้ 18 ก.ย. 62 พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผอ.ศบภ.ทรภ.1/ผบ.ทรภ.1 จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า หลังเกิดสภาวะน้ำท่วมที่เกาะช้าง จังหวัดตราด อย่างรุนแรง ได้สั่งการให้ ศรภ. ทร.เกาะช้าง ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด บูรณาการในการช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยออกนอกพื้นที่โดยนำไปพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมชั่วคราว (วัดคลองพร้าว) จัดกำลังพลพร้อมเครื่องฉีดน้ำกำลังดันสูง และยุทโธปกรณ์ เข้าฟื้นฟูบูรณะซ่อมแซมอาคารสถานที่ถนนและสะพานที่ชำรุด เตรียมกำลังพลจากฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 (ฐตร.ทรภ.1) พร้อมยุทโธปกรณ์เข้าปฏิบัติการได้ในทันที เมื่อได้รับการร้องขอ

         ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.62​ หลังเกิดฝนตกหนักคลื่นลมแรงและน้ำท่วมในพื้นที่เกาะช้าง ได้สั่งการให้​ ร.ล.หัวหิน และ เรือ ต.267 ออกเรือช่วยเหลือ รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าฝั่งได้ จากเกาะหมากมาส่งที่ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมนำรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ลำเลียงนักท่องเที่ยวและผู้ประสบภัยจาก​ ฐตร.ทรภ.1​ ไปส่งที่ อ.แหลมงอบ​ โดยปลอดภัย

          นอกจากนี้ยังได้ส่งเรือรบหลวง เข้าทำการช่วยเหลือลูกเรือ 2 คน จากเรือลูกโป๊ะ มรกต 8 ที่หลุดจากเรือแม่ มาเกยตื้นอยู่ในบริเวณ ระยะ 5 ไมล์ จากเกาะช้างน้อย เนื่องจากทางเรือโป๊ะไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของ พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ให้ไว้ว่าทหารเรือจะอยู่เคียงข้างประชา ชน และประชาชนเดือดร้อนที่ไหน จะมีทหารเรืออยู่ที่นั่น ทั้งนี้เพื่อให้กองทัพเรือเป็นกองทัพที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ และจากสถานการณ์น้ำท่วมเกาะช้าง ค่อนข้างรุนแรงในครั้งนี้

         นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้ประกาศให้พื้นที่เกาะช้าง หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะช้าง และหมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4 ,หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะช้างใต้ จังหวัดตราด เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่อำเภอเกาะช้างแล้ว เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งภัยดังกล่าวเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินก่อให้เกิดความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยประจำ เครื่องมือประกอบอาชีพ พื้นที่และทรัพย์ สินทางเกษตร พืชสวน พืชไร่ ประมง ปศุสัตว์ และสิ่งสาธารณประโยชน์ ส่งผลให้ราษฎรได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ เป็นวงกว้าง จึงได้มีประกาศให้พื้นที่เกาะช้างในหมู่บ้านดังกล่าว เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้องตามระเบียบของทางราชการต่อไป


ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1

มุกดาหาร # เหตุ ว.40 สภ.ดอนตาล จับกุมคนขับรถบรรทุกพ่วง บรรทุกน้ำหนักเกิน 12 ตัน ข้ามสะพานเบลี่ย์หักพังทลายกลางสะพาน

         จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กย 2562 เวลา 21.30 น บนทางหลวงหมายเลข 2034 (สะพานข้ามห้วยถ่ม) บ.หินขัน อ. ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ได้มีรถบรรทุกพ่วงนำหิน จาก อ. เขมราฐ มุ่งหน้าไปทาง อ. ชานุมาน เพื่อไปก่อสร้างกำแพงกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง เขต อ.ดอน ตาล จ.มุกดาหาร ได้บรรทุกหินน้ำหนักเกินกฏหมายกำหนด เป็นเหตุทำให้สะพานเบลีย์ที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 ได้วางเอาไว้เพื่อให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว โดยกำหนดน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 12 ตัน แต่รถคันดังกล่าวฝ่าฝืน เป็นเหตุให้สะพานเบลีย์พังทลาย นอกจากนี้ยังทำให้สะพานคอนกรีตเดิมพังทลายเสียหายเพิ่มเติมอีก 20 ม.(210 ม.) รวมเสียหายทั้งสิ้น 40 ม.(410 ม.) เบื้องต้นตำรวจ สภ. ดอนตาล จับกุมพนักงานขับรถไว้สอบสวนดำเนินคดีฐานบรรทุกน้ำหนักเกินกฏหมายกำหนด และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย

         เหตุการณที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และแขวงทางหลวงมุกดาหาร ได้ทำการประสานกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 เพื่อวางสะพานชั่วคราวอีกครั้ง เพื่อประชาชนสัญจรผ่านได้โดยเร็ว และแขวงจะได้ฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

พวงเพชร จันทร์ดี / หัวหน้าศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

สภากรุงเทพมหานคร และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญชวน “รณรงค์รักษ์แม่น้ำเจ้าพระยางดทิ้งขยะลงคูคลอง”​

สภากรุงเทพมหานคร และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ลงเรือบริเวณท่าช้างวังหน้า (ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าในเขตพระนคร) เชิญชวน “รณรงค์รักษ์แม่น้ำเจ้าพระยางดทิ้งขยะลงคูคลอง”..( มีคลิป​)​
 

          วันจัน​ทร์ที่​ 16 กันยายน​2562 เวลา 09:30 น. นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย คณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่อง คณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตพื้นที่ ผู้แทนจากกองทัพเรือ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แก่พี่น้องประชาชนที่พักอาศัยริมแม่น้ำ โดยลงเรือบริเวณท่าช้างวังหน้า ( ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ) เขตพระนคร กรุงเทพฯ

          ทั้งนี้ในการลงพื้นที่วันนี้มี นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” พร้อมด้วย นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ร่วมรอให้การต้อนรับคณะสภา.กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมวันนี้เพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมแม่น้ำงดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และ น้ำเสียลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระปิ่นเกล้า ถึง สะพานพระพุทธยอดฟ้า จากนั้นเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาโดยงดทิ้งขยะและน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง ณ.บริเวณตลาดวังหลังและชุมชนวังหลัง เขตบางกอกน้อย

          ทางด้าน นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ กล่าวว่า ในการลงเรือรณรงค์ในวันนี้มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมแม่น้ำงดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียลงในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะช่วงสะพานพระปิ่นเกล้า ถึงสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อสนับสนุนการปรับภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้รับการเสนอขึ้นบัญชีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2562 และกองทุนโบราณสถานโลกได้ประกาศให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 1 ใน 28 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ 2018 ส่วนการนำคณะเดินรณรงค์ภายในตลาดวังหลังและชุมชนวังหลัง เขตบางกอกน้อย มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีความใส สะอาด สวยงาม ปราศจากขยะ โดยขอความร่วมมืองดทิ้งขยะ น้ำเสียลงแม่น้ำ คู คลอง ติดถังดักไขมัน และปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ด้วย

          ต่อมา นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครยังไม่มีโรงบำบัดน้ำเสีย ทำให้น้ำเสียจากแหล่งต่างๆ ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในอนาคตกรุงเทพมหานครจะเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียธนบุรี บริเวณด้านหลังสำนักงานเขตบางกอกน้อย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองบางกอกน้อย คลองชักพระ คลองบางขุนนนท์ คลองมอญ คลองบางบำหรุ และแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ชุมชนเขตบางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และ บางส่วนของเขตแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสายน้ำแห่งชีวิตของแผ่นดินต่อไป.

สภากรุงเทพมหานคร #หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง #ลงเรือบริเวณท่าช้างวังหน้า #ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าในเขตพระนคร #เชิญชวนรณรงค์รักษ์แม่น้ำเจ้าพระยางดทิ้งขยะลงคูคลอง #เขตพระนคร​ #เทศกิจ​ #พลตำรวจเอกอัศวิน​ขวัญเมือง​ #ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร​ #Nowทำ​จริง​_เห็น​ผลจริง​

——————

ภาพ/ข่าว ธีรพล ปลื้ม​ถนอม “พนักงาน​เทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน