ลพบุรี – ความคืบหน้าสองสาวปลอมเฟซบุ๊คบิณฑ์ ขอรับเงินบริจาคถูกตำรวจวารินชำราบ ออกหมายเรียก

         วันที่ 18 ก.ย. 62 สำหรับความคืบหน้ากรณีสองสาวพี่น้องที่ปลอมเฟซบุ๊ค นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ดาราดัง และเป็นคณะกรรมการมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เปิดขอบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี โดยล่าสุดตำรวจ สภ.วาริชำราบ จ.อุบลราชธานี ออกหมายเรียก น.ส.นภัสสร ทองบุตร อายุ 16 ปี และเด็กหญิงรุ่งไพริน ทองบุตร อายุ 14 ปี ที่ ได้แอบอ้างโดยการนำภาพของนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ หลอกให้ผู้อื่นหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี โดยให้เดินทางไปให้การที่ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 นี้ หลังจากตำรวจ สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ว่ามีการเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสินสาขาหนองม่วง และได้ไปขอรายละเอียดในการเปิดบัญชีธนาคารออมสิน โดยวันที่16 กันยายน 2562 วันเดียวมีเงินเข้ามาในบัญชี ประมาณ 3-4 พันบาท โดยมีเงินหมุนเวียน เข้าออกบัญชีก่อนที่จะถูกถอนออกจากบัญชีออกไปจำนวน 2 พันบาท

          ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางเรนู ทองบุตร อายุ 67 ปี ป้าของ (น้องเบส อายุ 14 ปี) เล่าว่าน้องเบสเพิ่งมาที่บ้าน เมื่อวานนี้ แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้ฟัง เพราะปกติน้องเบสไม่ค่อยได้มาที่บ้านหลังนี้ เพราะจะไปอยู่บ้านแฟนที่ ต. หนองแขม อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี นาน ๆจะมาหาสักครั้ง ส่วนเรื่องปลอมเฟซบุ๊ค ของคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่ขอบริจาคเงินแล้วเอาบัญชีคนอื่นไปขอรับบริจาคนั้น ตนเองไม่ทราบเรื่อง แต่ก็อยากจะขอโทษกับประชาชนชาวไทยทุกคนที่ตั้งใจบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่หลานกลับมาทำอย่างนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ตนเองไม่ทราบจริงๆ แต่ขอให้สังคมให้อภัยหลานตนเองเพราะเด็กอายุเพียงแค่14 ปี อาจทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด

         ด้านนายเสียง คำจันทร์ พ่อของน้องทราย อายุ 16 ปี พูดแบบมีอารมณ์โกรธและไม่พอใจน้องเบส และยังเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้เป็นคนทำเรื่องนี้แน่นอน เพราะบัญชีธนาคารลูกสาวเปิดไว้เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว เพื่อรับเงินค่าคลอดบุตร แต่น้องเบสยืมบัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็มไป 2-3 เดือนแล้ว อ้างว่าแม่จะโอนเงินมาให้ แล้วก็ยังไม่เอาบัตรเอทีเอ็มของน้องทรายมาคืน แต่อย่างไรก็ตามหากลูกสาวตนเองรู้เห็นกับการกระทำครั้งนี้ตามโลกโซเซียล ก็ต้องว่ากันอีกที ซึ่งคงต้องปล่อยให้เป็นขบวนการของกฎหมายบ้านเมือง


ภาพ/ข่าว – นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 – รายงาน

นักยกน้ำหนักทั่วโลกกว่า 122 ประเทศ 1,200 คน ร่วมเปิดศึกแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2562 ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา

         วันที่ 18 ก.ย.2562 Mr.Tamas Ajan ประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ​ เป็นประ ธานพิธีเปิดการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2562 (รอบคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 32 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น) โดยมี นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย​ กล่าวต้อนรับและกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน​

          ซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก​ อาทิ​ นายธรรมศักดิ์​ รัตนธัญญา​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายสนธยา​ คุณปลื้ม​ นายกเมืองพัทยา​ นายบรรลือ​ กุลละวณิชย์​ รองนายกเมืองพัทยา นายอธิพัชร์ ยิ่งศิริธัญรัฐ รองปลัดเมืองพัทยา ดร.กาหลง​ เย็นจิตต์​ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยภาค​ 1 พลอากาศเอกจิระศักดิ์ ภูวนารถนุรักษ์ อุปนายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน นายเสรี​ จำปาเงิน​ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา​ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยว​ นายประดิษฐ์​ ทองฉาย​ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว​ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก​ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          เมืองพัทยาเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ มีความสวยงามและมีกิจกรรมหลากหลายให้ได้สัมผัสเป็นประสบการณ์ของชีวิต โดยแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นภารกิจหลักของเมืองพัทยาคือการสร้างกิจกรรมต่างๆที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และด้วยศักยภาพและความพร้อมในทุกๆด้าน สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ร่วมกับเมืองพัทยา จัดการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2562(รอบคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2563 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น )ระหว่างวันที่ 18-27 กันยายน 2562 ณ อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา ซึ่งจะมีประเทศสมาชิกสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมแข่งขันประมาณ 122 ประเทศ 1,200 คน ซึ่งหวังว่าตลอดทั้งสัปดาห์ของวันแข่งขันจะมีนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ติดตามและครอบครัวจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนสู่ท้องถิ่นทั้งทางตรงและทางอ้อม

          ขอเชิญประชาชนทุกท่านร่วมชมและเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ประจำปี 2562(รอบคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2563 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ) ระหว่างวันที่ 18-27 กันยายน 2562 ณ อาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายพัฒนาการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ส่วนพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักนักส่งเสริมการท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 0 3825 3127-8


พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

ตราด – ขยะเกลื่อนชายหาดเกาะช้าง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก เทศบาลฯเตรียมระดมมวลชนทำความสะอาด

          วันที่ 18 ก.ย.62 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตามชายหาดแหล่งท่องเที่ยวของเกาะช้าง จ.ตราด พบว่าได้มีขยะที่ถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง มากองอยู่บนชายหาดคลองพร้าว พื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จำนวนมาก ตลอดแนวชายหาด ระยะทางยาวกว่า 2 กม.ไม่สามารถประเมินน้ำหนักของขยะทั้งหมดได้ ขยะที่ถูกคลื่นซัดเข้ามากองทับถมบนชายหาด จะมีทั้ง ท่อนไม้ เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ลูกมะพร้าวแห้ง ตู้เย็นเก่า ถังแช่น้ำแข็ง ขวดแก้ว ขวดพลาสติก โฟม ที่นอน วัสดุใช้ในครัวเรือน และขยะจากธรรมชาติจำนวนมาก

          ซึ่งขยะที่เกิดขึ้นเต็มชายหาดดังกล่าว เนื่องจากเมื่อช่วงวันที่ 15-16 ก.ย.62 ที่ผ่านมาได้เกิดมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาคลองพลูไหลหลากลงมาด้านล่าง และไหลเข้าท่วมขังในอาคารบ้านเรือนของประชาชนและสถานประกอบการ ก่อนจะไหลลงสู่ทะเล โดยจะมีขยะประเภท เศษกิ่งไม้ ใบไม้ จากบนเทือกเขา ไหลมาพร้อมกระแสน้ำ จำนวนมาก รวมไปถึงขยะประเภทอื่นๆที่อยู่ในชุมชนต่างๆก็ได้ถูกกระแสน้ำพัดพาลงทะเล และก็ได้ถูกคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง มากองอยู่บนชายหาดดังกล่าว

          ด้าน นายสัญญา เกิดมณี นายกเทศมนตรี ต.เกาะช้าง กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ต.เกาะช้าง ออกสำรวจอย่างละเอียดแล้ว หลังซ่อมสะพานที่ชำรุดให้ยานพาหนะสามารถสัญจรไป-มาได้ และฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนที่เสียหายเรียบร้อยแล้ว ทางเทศบาล ต.เกาะช้าง ก็จะเร่งดำเนินการทันที โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ-เอกชน-มวลชนจิตอาสา ซึ่งจะต้องใช้เครื่องจักร พร้อมระดมมวลชน จัดเก็บขยะทำความสะอาดตามชายหาดต่างๆครั้งใหญ่ เพื่อให้ชายหาดกลับมาสวยงามเหมือนเดิม


ภาพ/ข่าว วรโชติ เกาะช้าง-วิเชียร ม่วงสี ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่จะถึง..

สายตรวจ 3 ประสาน “เขตพระนคร” ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย บริเวณซอยสามเสน 5 วัดสามพระยา​ เขตพระนคร เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่จะถึง..

         วันพุธที่ 18 กันยายน​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมาย​ให้​ว่าที่ร้อยตรี​ ฤทธิพันธ์​ นันทศุภกร​ “ผู้​ช่วยผู้อำนวยการ​เขตพระนคร” นำกำลัง​ จนท.สายตรวจ 3 ประสาน เขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบ​ความเรียบร้อยและปรับ ปรุงภูมิ​ทัศน์​ เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกมนการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค บริเวณซอยสามเสน 5 วัดสามพระยา​ เขตพระนคร กทม.

          เบื้องต้นในวันนี้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ จนท.ฝ่ายโยธาฯ “เขตพระนคร”​ ร่วมกับ จนท.ตำรวจ “สน.ชนะสงคราม” จนท.ทหารฯ ร่วมกันตรวจความ​เรียบร้อยเเละปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ตลอดในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกทั้ง เพื่อเน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีฯ” โครงการ สายตรวจ 3 ประสาน “ทหาร ตำรวจ กทม” พร้อมทั้ง เน้นย้ำการปฎิบัติงานตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน. ขวัญเมือง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ในเรื่องการรักษาความสะอาด เเละ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง.. NOW ทำจริง เห็นผลจริง …

#สำนักงานเขตพระนคร #สายตรวจ3ประสาน#ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์, #ตามนโยบาย #ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบริเวณภายในซอยสามเสน5 #วัดสามพระยา #เขตพระนคร #บริเวณภายในซอยสามเสน5 #วัดสามพระยา #เขตพระนคร # NOW_ทำจริง_เห็นผลจริง #เพจข่าวสารบ้านเรา_HomeNews3


ภาพ/ข่าว​ ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ “พนักงานเทศกิจ ส.๑ เขตพระนคร” รายงาน

วช. ผลักดันแนวทางการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ไมโครพลาสติก เพื่อการวิจัย

          สังคมไทยเริ่มมีการตื่นตัวเรื่องการใช้พลาสติกและขยะพลาสติกกันมากขึ้น นับเป็นเรื่องที่ดี ที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้มีส่วนในการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การกำหนดแผนงานการสนับสนุนทุนวิจัยภายใต้ โครงการท้าทายไทย ชื่อ “ทะเลไทย…ไร้ขยะ” ซึ่งกำลังดำเนินการได้ดีอยู่ในปัจจุบัน

          และสืบเนื่องจากที่มีการพบว่า ไมโครพลาสติกมีการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำ ดิน และตะกอนดินในหลายพื้นที่ของประเทศ และมีความจำเป็นที่ต้องมีการวิจัยในอีกหลายประเด็นของหน่วยงานวิจัยทั่วประเทศทั้งในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งการติดตามสถานการณ์การตกค้างของไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต อย่างไรก็ตามการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ของหน่วยงานวิจัยมีความแตกต่างกันและในบางประเด็นไม่มีกำหนดวิธีการไว้ จึงเป็นการเรียนรู้และทดลองของนักวิจัยเอง ทำให้อาจมีปัญหาในการเปรียบเทียบผลการวิจัย

         วันนี้​ วันพุธ​ที่ 18 กันยายน 2562 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ กรุง เทพมหานคร​ : ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวความร่วมมือและสัมมนาทางวิชาการแนวทางการเก็บตัว อย่างและวิเคราะห์ไมโครพลาสติก ว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เห็นถึงปัญหาและผลกระทบของขยะพลาสติกตกค้างมากกว่าการเป็นขยะในแหล่งน้ำและส่งผลกระทบต่อชีวิตของสัตว์น้ำ เช่น พยูนมาเรียมน้อย หรือเศษขยะพลาสติกขนาดใหญ่ตกค้างในร่างกายของสัตว์น้ำ

          โดย วช. ได้มองไปถึงการแตกตัวหรือย่อยของพลาสติกเหล่านี้ การตกค้างของไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อม น้ำ ดิน ตะกอนดิน สิ่งมีชีวิตและห่วงโซ่อาหาร ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจเฉพาะนักวิจัยในบางประเทศ การกำหนดการขนาดของไมโครพลาสติกเพื่อเทียบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ยังไม่มีการกำหนด ทำให้เปรียบเทียบการตกค้าง หรือความรุนแรงของปัญหาไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นวิธีการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ของแต่ละหน่วยงานวิจัยที่มีความแตกต่างกันและในบางประเด็นไม่มีการกำหนดวิธีการไว้ จึงเป็นการเรียนรู้และทดลองของนักวิจัยเอง ทำให้อาจมีปัญหาในการเปรียบเทียบผลการวิจัย

         ซึ่งสถานการณ์ในเวทีโลกยังอยู่ระหว่างการหารือกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในหลายประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เวทีนานาชาติในการหารือส่วนใหญ่จะเน้นการเก็บตัวอย่างในระบบนิเวศในทะเลเป็นหลัก ส่วนในน้ำจืดและน้ำกร่อยยังไม่มีการเตรียมการ ดังนั้น วช. จึงได้ร่วมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ WESTPAC หรือ ION Sub-Commission for the Western Pacific ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้​ UNESCO เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นแนวทางในการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ไมโครพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต และเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของนักวิจัยหรือบุคคลที่สนใจในการวิเคราะห์ไมโครพลาสติก


สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.รวบชาวไนจีเรีย ขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ (Romance Scam) พบผู้เสียหายคนไทยมากถึง 13 ราย

         วันนี้​ วัน​พุธที่ 18 ก.ย.62 เวลา 14.00 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) เขตสาธร​ กทม.​: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 ปฎิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ​ ผกก.ฝอ.ศทก.ปฏิบัติราช การ สตม., พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ผอ.สยศ.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.สมพงษ์ มั่นหมาย​ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.ทล.ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส. ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.จิรพงศ์ รุจิดำรงชัย รอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รอง ผกก.4 บก.ปปป.ปฏิบัติราชการ สตม.

         ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รอง​ ผกก.สส.กก.สส.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.ต.บรรจง ทัพภูมี สว.ฝอ.บก.น.1 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.ต.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.กก.สส.บก.น.4 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.ต.อชิรพงศ์ ประจง สว.ฝอ.ภ.จ.มุกดาหาร ปฏิบัติราชการ สตม., ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.ฝอ.สส. ปฏิบัติราชการ สตม., ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.1 ปฏิบัติราชการ สตม.

          ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายนีซีมิกา (MR.NZEMEKA) อายุ 37 ปี สัญชาติไนจีเรีย โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นอั้งยี่ และร่วมกันฟอกเงิน” ตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 86/2562 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อประมาณกลางปี 2561 ได้มีคนร้ายก่อเหตุฉ้อโกงประ ชาชนในลักษณะ Romance Scam เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมข้อ มูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ในแต่ละคดี จึงพบว่ามีผู้เสียหายจำนวน 13 ราย ในหลายท้องที่ โอนเงินให้กับกลุ่มคนร้าย รวมมูลค่าความเสียหาย 2.9 ล้านบาท ซึ่งมีบัญชีธนาคารสัม พันธ์กัน

         และต่อมาจึงได้มีการจับกุม น.ส.กนกกาญจน์ฯ ซึ่งรับหน้าที่กดเงินแล้วโอนเงินต่อไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีกลุ่มชาวไนจีเรีย ที่เกี่ยวข้อง 5 ราย และชาวไทย 5 ราย ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สตม. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายนีซีมิกา (MR.NZEMEKA) ได้ที่บริเวณจุดตรวจตำรวจทางหลวง ถนนมอเตอร์เวย์ สายกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ กม.6 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

          ซึ่งผู้ต้องหาดังกล่าว มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเป็นกลุ่มจัดการทางการเงิน หรือ “โพยก๊วน” ทำหน้าที่เปิดบริษัทส่งออกสินค้าประเภทต่างๆ เพื่อรับเงินจากกลุ่มคนร้าย​ และส่งออกสินค้าไปยังประเทศแถบแอฟริกา และยังทำหน้าที่รับแลกเงินสกุลต่างประเทศ อีกทั้งจะนำเงินออกนอกประเทศด้วยวิธีการแลกเงินเป็นสกุลตามที่ต้องการแล้วถือเงินสดออกไป หรือส่งไปยังปลายทางที่ต่างประเทศตามต้องการโดยผ่านระบบโพยก๊วน หรือระบบโอนเงินใต้ดิน ซึ่ง สตม. จะดำเนินการสืบสวนติดตามและจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญ ชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชา ชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กอ.รมน.จัดพิธีเกษียณอายุราชการ ข้าราชการ และ พิธีมอบเงินขวัญถุงให้กับลูกจ้างชั่วคราว ประจำปี ๒๕๖๒

         วันนี้ (18 ก.ย. ๖๒) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กอ.รมน. จัดพิธีเกษียณอายุราชการให้กับข้าราชการที่ปฏิบัติงาน จำนวน 74 นาย และพิธีมอบเงินขวัญถุงให้กับลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 14 คน ที่สิ้นสุดการจ้างงาน ประจำปี ๒๕๖๒ กำหนดจัดงานในวันพุธที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๐๐๐ น ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น ๑ อาคารรื่นฤดี

          โดยมี พลเอก ธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณา จักร เป็นประธานในพิธี การจัดงานดังกล่าวได้จัดขึ้นทุกปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกย่อง และให้เกียรติกับข้าราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่เกษียณอายุรับราชการ ซึ่งรับราชการด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ และประพฤติตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมและคุณธรรมต่อการปฏิบัติงาน

         การอำลาชีวิตรับราชการตามวาระในครั้งนี้ นับว่าทุกคนได้ให้ความสำคัญ และได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการรับราชการ และการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ส่งผลให้เกิดความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ในส่วนของพิธีในวันนี้ พลเอก ธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เป็นผู้แทนข้าราชการทุกคน กล่าวคำอวยพรให้กับข้าราชการและลูกจ้างชั่วคราว ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี ๒๕๖๒ เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตต่อไป

          การรับราชการนั้นถือเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติอย่างยิ่ง เพราะผู้รับราชการมองถึงความพร้อม ด้วยความเสียสละ มุ่งมั่น ทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา เพื่อที่จะให้ภารกิจที่ได้รับมอบประสบความสำเร็จ อันจะยังประโยชน์ให้กับหน่วยงาน ประเทศชาติ และประชาชนต่อไป


นายกรัฐมนตรีมุ่งพัฒนาพื้นที่ กระจายความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจ ไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง บนหลักการเคารพ คุ้มครอง เยียวยา

          วันนี้ (18 กันยายน 2562) เวลา 08.00 น. ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพคฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุมของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน  ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์  เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการและประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน โดยมี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานถึงแนวคิดการจัดประชุมในครั้งนี้ว่า “พัฒนาพื้นที่ไทย เชื่อมไทย ก้าวไกล เชื่อมโลก” เพื่อนำเสนอประเด็นสำคัญระดับพื้นที่ในมิติต่าง ๆ ผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น สร้างการรับรู้ความเข้าใจทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคีการพัฒนาบูรณาการพัฒนาระดับพื้นที่

         โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดการประชุมพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนเชิงพื้นที่” ความตอนหนึ่งว่า พัฒนาพื้นที่ไทย เป็นการผลักดันให้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ถูกนำไปปฏิบัติจริง ทำจริง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อทำให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในมิติต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนการพัฒนาในช่วงแผนฯ 12 ซึ่งเป็น 5 ปีแรก ของยุทธศาสตร์ชาติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นก้าวย่างที่สำคัญของการวางรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศ ด้วยการเร่งกำจัดจุดอ่อน ก่อนที่จะเร่งพัฒนาและเสริมจุดแข็งในช่วงเวลาต่อไป โดยมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี เป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องบรรลุ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามเกณฑ์มาตรฐานนานาประเทศ และที่สำคัญคือ ประเทศไทยเป็นสังคมที่คนไทยมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความปรองดองสมานฉันท์ ทุกคนมีที่ยืนสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

          นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ มีความพร้อมที่จะเป็นจุดศูนย์กลางด้านคมนาคมของอาเซียนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ สามารถเชื่อมกับประเทศในคาบสมุทรอินโดจีนและเชื่อมโยงเอเชียเหนือ โดยเฉพาะจีนกับเอเชียตะวันตกโดยเฉพาะอินเดีย ทั้งมีศักยภาพขยายความเชื่อมโยงไปสู่ทวีปยุโรป แต่ละภาคของไทยมีจุดเด่นเฉพาะตัว ในด้านอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายทางชีวภาพ ทำอย่างไรจะพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ เป็นการค้าต่างตอบแทน เขาซื้อเรา เราซื้อเขา ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถนำมาใช้ต่อยอดเพิ่มมูลค่าสร้างการค้าสู่ระดับสากล

         ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ได้กำหนดให้การพัฒนาเชิงพื้นที่เป็นหนึ่งในประเด็นหลักของแผนฯ เน้นกระจายความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึงมากขึ้น พัฒนาเมืองศูนย์กลางของจังหวัดให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกกลุ่ม และเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของเมืองต่าง ๆ ให้สูงขึ้น พัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ฐานเศรษฐกิจหลักให้ขยายตัวอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลประชา ชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงมุ่งพัฒนาพื้นที่เศรษฐ กิจใหม่ ทุกภาคส่วนต้องนำหลักการเคารพ คุ้มครอง เยียวยา นำไปใช้ในการพัฒนาให้ประชา ชนมีความสุข มีระบบการศึกษาที่สร้างการเรียนรู้เป็นการศึกษาตลอดชีวิต รวมทั้งสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาในพื้นที่อย่างยั่งยืนด้วย

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน  การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนเดินทางกลับ


ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รัฐบาลขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมช่วยเหลือบรรเทาทุกข์อุทกภัย

          ศาสตราจารย์นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และประชาชน ที่ร่วมใจกันบริจาคเงินช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านรายการ “ ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม”

          โดยเงินทุกบาททุกสตางค์จากการบริจาคนี้ จะนำไปช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทั่วถึง ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคโดยการรับบริจาคเข้าบัญชีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกองทุนที่เปิดไว้เพื่อรองรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาคช่วยเหลือประชาชนในยามที่ประสบภัยในช่วงเวลาต่างๆ และรัฐบาลทำหน้าที่ดูแลและเป็นตัวกลางนำเงินบริจาคนี้ส่งให้ประชาชนที่ประสบภัย โดยมีกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เงินบริจาคนี้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริงนอกจากนี้ ที่สำคัญรัฐบาลต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนต่างๆที่ได้ช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ ผู้ประสบภัยกันมาอย่างต่อเนื่องด้วย


รัฐบาลเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

         วันนี้ (18 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 1/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการในพระองค์ เข้าร่วมหารือด้วย

          รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ให้บริการประชาชน ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดสมพระเกียรติ และเป็นไปตามพระราชประสงค์

         โดยที่ประชุมเห็นชอบแผนถวายความปลอดภัย รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พร้อมรายงานการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะเรื่องพื้นที่จอดยานพาหนะและรถบริการรับ-ส่งประชาชน เข้ามาในพื้นที่รับเสด็จฯ   สามารถนำยานพาหนะมาจอดได้บริเวณถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่สถานีจอดรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลาดพร้าว สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลอาญารัชดา อาคารจอดรถยนต์ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ซึ่งสามารถรองรับรถยนต์ ได้ 8,550 คัน ส่วนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดต่างๆ ที่ต้องการจะเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถตู้โดยสาร สามารถนำมาจอดได้ในพื้นที่ 4 มุมเมือง 30,450 คัน ตั้งแต่เมืองทองธานี ศูนย์ราชการแจ้ง วัฒนะ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ศูนย์การค้าอิเกีย/ไบเทคบางนาพุทธมณฑล ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระราม 2 /ศาลายา /เซ็นทรัลเวสเกตต์ และอาคารจอดรถสถานีรถไฟฟ้าท่าอิฐ โดยจะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและมีรถบริการของ ขสมก.ให้บริการรับ-ส่งในพื้นที่ที่กำหนดโดยไม่คิดค่าบริการ

          เมื่อเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานและนำอาหารพระราชทานมาบริการประชาชน บริเวณพื้นที่รองรับประชาชนจำนวนมากยังได้ขอความร่วมมือให้มีหน่วยแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร ให้บริการตรวจร่างกายและให้คำแนะนำด้านสุขภาพก่อนที่เข้าพื้นที่รับเสด็จ สำหรับผู้สูงอายุได้ขอความร่วมมือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้จัดรถเข็นรถวิลแชร์พร้อมจิตอาสาให้บริการ ณ พื้นที่รับเสด็จ ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งจุดคัดกรองจำนวน 16 จุด ก่อนเข้าพื้นที่รับเสด็จ

          ทั้งนี้รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในการเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ซึ่งจะประชาชนจะได้ร่วมชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด และได้ชื่นชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคที่สืบทอดมาแต่โบราณราชประเพณีเพียงแห่งเดียวในโลก

          ในตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันภัยคุกคามทุกชนิดที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้การถวายความปลอดภัย รักษาความความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารถ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ รวมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์เส้นทางการจราจรผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเส้นทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง รวมไปถึงการดูแลบริการในเรื่องของอาหาร เครื่องดื่ม และรถสุขาให้เพียงพอกับประชาชานที่เดินทางมาร่วมรับเสด็จฯ ตลอดจนการดูแลบริการทางการแพทย์ด้วย ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และให้การทำงานประสบผลสำเร็จตามแนวทางและแผนที่กำหนดไว้


ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก