จันทบุรี- เรือนจำร่วมกับ สนง.หนังสือเดินทางชั่วคราว และ อบจ. เปิดร้านเสี้ยวจันท์ ต่อยอดเรือนจันท์ครัวไทย รองรับอาชีพผู้พลั้งเผลอหลังพ้นโทษ

เรือนจำจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว และ อบจ.จันทบุรี เปิดร้านเสี้ยวจันท์ ต่อยอดเรือนจันท์ครัวไทยรองรับอาชีพผู้พลั้งเผลอหลังพ้นโทษได้มีอาชีพสุจริต สร้างรายได้

         ที่บริเวณลานค้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และ ภาคเอกชนได้จัดร้านจำหน่ายอาหาร ข้าวแกง และเครื่องดื่ม เพื่อรองรับผู้มาติดต่อราชการหนังสือเดินทางและส่วนราชการใกล้เคียงในพื้นที่ ซึ่งเป็นการต่อยอด ขยายสาขาเรือนจันท์ครัวไทย ที่จำหน่ายอาหาร และ สินค้าของผู้ต้องราช ทัณฑ์ ผู้พลาดพลั้งในเรือนจำจังหวัดจันทบุรี ได้มีโอกาสฝึกอาชีพ ก่อนที่จะกลับคืนเป็นคนดีของสังคม

         โดยร้านเสี้ยวจันท์จะนำอาหารจากเรือนจันท์ครัวไทยมาจำหน่ายในราคาเดียวกัน คือ ข้าวราดแกง 1 อย่างราคา 30 บาท / 2 อย่างราคา 35 บาท ถ้าใส่ถุงราคา 30 บาท พร้อมมีเครื่องดื่ม และ ขนมเครปเค้ก คุกกี้ และขนมไทยหลากหลายฝีมือของผู้ต้องราชทัณฑ์ ในเรือนจำนำมาวางจำหน่าย ก่อนนำผลกำไรกลับไปเป็นรายได้ปันผล แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เป็น การสร้างงานให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์และอดีตผู้พลาดพลั้งที่กลับคืนสู่สังคมได้มีอาชีพสุจริตสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

          โดยร้านเสี้ยวจันท์ นอกจากจะเป็นร้านสาขาร้านแรกที่ขยายโอกาสมาจากร้านเรือนจันท์ครัวไทย ยังเป็นร้านข้าวแกง เครื่องดื่มที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนที่ไม่ได้ใช้งบประมาณของส่วนราชการในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแสดงถึงความมีส่วนร่วมของกระทรวงการต่างประเทศ กับ หน่วยงานราชการท้องถิ่นในการคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้าน การทูตเพื่อประชาชน เปิดจำหน่ายข้าวแกง และ เครื่องดื่ม พร้อมขนมต่าง ๆ ในวันและเวลาราชการตั้งแต่ 08.30 น.ถึง 16.30 น.

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

คลังจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ รับเงิน 1,000 บาท ขณะที่ยอดผู้ประกอบการร้านค้าที่พักทะเบียนรวม 657 ราย

คลังจังหวัดจันทบุรี เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว ชิม ช็อป ใช้ รับเงิน 1,000 บาท ขณะที่ยอดผู้ประกอบการร้านค้าที่พักทะเบียนรวม 657 ราย

         นางลาวัลย์ พันธุ์นิล คลังจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกเปิดให้ลงทะ เบียนรับเงิน 1,000 บาท ตามมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว “ชิม ช้อป ใช้” ของรัฐบาลแล้ว โดยประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิตามมาตรการฯ ผ่านเว็บไซต์ www. ชิมช้อปใช้.com ระหว่างวันที่ 23 กันยานยน ถึง 15 พฤศจิกายน 2562 โดยรับลงทะเบียน 1 ล้านคนต่อวัน ต่อเนื่องทุกวันจนกว่าจะครบ 10 ล้านคน

         พร้อมยังได้เน้นย้ำในเรื่องของเงื่อนไข และวิธีการรับสิทธิอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนที่สนใจได้เตรียมตัวลงทะเบียน ดังนี้ ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน, มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต และมี E-mail ของตัวเอง ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ด้วยเบอร์โทรศัพท์และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และต้องเลือก 1 จังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดใดก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ผู้ที่ลงทะเบียนได้แล้ว รอรับ SMS หรือ E-mail ผลการลงทะเบียนรับสิทธิภายใน 3 วันทำการ

          จากนั้นดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อใช้สิทธิ์ผ่าน G-Wallet โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) โดยไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เป็นจำนวนเงินที่จะสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น เท่านั้น โดยเมื่อได้รับสิทธิแล้วจะต้องเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้ ภายใน 14 วัน หลังได้รับ SMS (หากเกินเวลาเงินจะถูกดึงกลับ) และหากมีการเริ่มใช้สิทธิแล้วจะสามารถใช้วงเงิน 1,000 บาท ต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562

          และนอกจากการรับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) แล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) ได้อีกด้วย โดยหากมีการเติมเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น เพิ่มเติม (G-Wallet 2) รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 15 ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน เช่น หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท จะได้รับเงินคืน 225 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 4,500 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินคืนที่สูงที่สุดที่จะได้รับ

          อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดจันทบุรี มีผู้ประกอบการร้านค้าโรงแรมที่พักสมัครเข้าร่วมโครงการ รวม 657 ราย แยกเป็น ชิม คือ ร้านอาหาร 288 ราย ช็อป ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้า OTOP 211 ราย และ ใช้ คือโรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 158 ราย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลา – “ทหารพราน..พร้อมบริการประชาชน”

          ทหารจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ ร่วมกับชุดแพทย์ จากศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านบือซู จัดกิจกรรมแพทย์เคลื่อนที่ ออกให้บริการตรวจสุขภาพประชาชน ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่เข้ารับการบริการเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล :
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก Army PR Center //หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33

สำนักข่าวความมั่นคง

ผนึกกำลังเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุข และปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กลุ่มลูกเหรียง ร่วมกับ ส.ส. และ ส.ว. จังหวัดชายแดนใต้ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และองค์กรภาคีโดยการสนับสนุนจาก สสส. และองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save The Children) ผนึกกำลังปักธงพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุขและปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

          เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ณ หอประชุมหลังเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา องค์กรภาคีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 36 หน่วยงาน ร่วมกันจัดมหกรรม “เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เด็กเยาวชน อยู่ดี มีสุข และปลอดภัย” หวังสานต่อการขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัยรอบด้านให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยภายในงานเป็นการจัดแสดงความสำเร็จจากการดำเนินงานตลอด 17 ปี ของกลุ่มลูกเหรียงและองค์กรภาคี ในมิติของยุทธศาสตร์ การปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและปลอดภัยในวิถีชีวิต

          นางสาววรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ในฐานะองค์กรผู้รับผิดชอบหลักในการจัดงาน กล่าวว่า ทุกปีเราเฝ้าติดตามสถิติตัวเลขเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นจากภัยพิบัติ และภัยจากมนุษย์ ข่าวดี คือ ตัวเลขลดน้อยลง แต่ยังคงมีความท้าทายที่ต้องช่วยกันทำงานต่อไป เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผลักดันพัฒนากลไกปกป้องคุ้มครองเด็กในทุกระดับให้แข็งแรง ช่วยให้เด็กที่ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ได้เติบโตด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนมากที่เผชิญชีวิตยากลำบาก แต่เขาเติบโตได้ เมื่อมีใครสักคนมองเห็นความหวังในตัวเขา และเชื่อมั่นในศักยภาพของเขาอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ลูกเหรียงและผู้ใหญ่ทุกคนในสังคมต้องช่วยกัน

           เด็กหญิงแวซีตีอัชชะห์ แวหลง ตัวแทนเด็กในโครงการ “รู้ รอด ปลอดเด็กจมน้ำ” กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายของเด็ก ๆ ในชายแดนใต้ ว่า เด็กในชายแดนใต้อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตรอบด้าน เราอยู่ท่ามกลางพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและการใช้อาวุธ และหลายกรณีเด็ก ๆ อย่างหนูก็ได้รับผลกระทบ เราอยู่ในพื้นที่ที่มีภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ เรามีสถิติการจมน้ำเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่เรากลับไม่ถูกเตรียมความพร้อมในเรื่องอะไรเลย เพื่อให้เราปลอดภัยมากขึ้น หนูอยากเรียกร้องให้พี่ ๆ คุณน้าคุณอา สร้างความพร้อมให้กับเรา ด้วยการให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ทักษะการช่วยเหลือเพื่อนที่ตกลงไปในน้ำอย่างปลอดภัย ทักษะการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติ ทักษะการปฐมพยาบาลและการทำ CPR เพื่อให้หนูสามารถช่วยเหลือตนเองและเพื่อน ๆ ให้ปลอดภัยได้

          สำหรับกิจกรรมหลักภายในมหกรรมครั้งนี้ประกอบด้วย การปาฐกถาของผู้แทนหน่วยงานและชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งเสียงจากเด็กและเยาวชนเอง ที่มาสะท้อนถึงสภาพปัญหาและความต้องการของพวกเขาในการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ การนำเสนอข้อมูลสถิติและการทำงานในโครงการ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การนำเสนอพื้นที่ความเสี่ยงต่อการจมน้ำพร้อมแนวทางแก้ปัญหาในมุมมองเด็กชายแดนใต้ การเปิดตัวสื่อความปลอดภัยด้านต่าง ๆ อาทิเช่น “คู่มือทักษะการระวังป้องกันตัวเบื้องต้นในสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับเด็กในพื้นที่ชายแดนภาคใต้” นิทานชุดโรงเรียนปลอดภัยรอบด้าน Survival Skills ตอน “ความปลอดภัยทางน้ำ” อดัมกับฟาตีมา ตอน “พิชิตเพลิงไหม้” การและการฝึกทักษะเพื่อความปลอดภัย อาทิเช่น การช่วยคนตกน้ำ ด้วยวิธีตะโกน โยน ยื่น การทำ CPR และอื่น ๆ อีกมากมาย

ขอบคุณข้อมูล : NEWS

มทภ.4 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

         วันนี้ ( 22 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.กอร. ถปภ. ทภ.4 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องประชุม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต. กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ก่อนเดินทางตรวจความเรียบร้อยเส้นทางเสด็จ และความปลอดภัยบริเวรที่ประทับ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยในการทรงงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

         สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, จ.สงขลา และ จ.พัทลุง โดยประทับแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 23- 27 ก.ย.62 นั้น กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการถวายความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 4 ขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อวางแผนอำนวยการควบคุมประสานงาน และกำกับดูแลการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสมพระเกียรติ โดยได้ทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ของกองทัพภาคที่ 4 และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการเขาวางกำลังในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมาจนจบภารกิจ

         โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้ข้อเน้นย้ำต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ” ขอให้การถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง โดยต้องไม่มีข้อบกพร่องหรือเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติใดๆ ทั้งปวง ที่จะส่งผลกระทบต่อภารกิจถวายความปลอดภัย โดยให้ ผบ.หน่วย จะต้องกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล และรักษามาตรการความปลอดภัยตามแผนทุกประการอย่างใกล้ชิด และเข้มงวด ทุกหน่วยต้องร่วมมือบูรณาการให้ประสานสอดคล้องและให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้การถวายความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติยิ่ง

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวทหาร ทภ.4

สำนักข่าวความมั่นคง

สงขลา/สะเดา สุดยิ่งใหญ่อลังการพิธีเปิดงานโครงการชุมชนสัมพันธ์อำเภอสะเดา หลากหลายสีสันขบวนพาเหรด

สงขลา/สะเดา สุดยิ่งใหญ่อลังการพิธีเปิดงานโครงการชุมชนสัมพันธ์อำเภอสะเดา หลากหลายสีสันขบวนพาเหรด

         เมื่อวันที่21 กันยายน 2562 นายสุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองสะเดาได้เปิดงาน โครงการชุมชนสัมพันธ์ โดยในช่วงเช้ามีขบวนพาเหรดจาก 19 ชุมชน ในพื้นที่อำเภอสะเดามาร่วมเดินขบวนพาเหรดกันอย่างคึกคัก แต่ละขบวนพาเหรดของชุมชนต่างๆ แต่งกายด้วยชุดแฟนซี

          โดยนำวัสดุรีไซเคิลมาทำเป็นชุดแต่งกายให้มีสีสัน ซึ่งแต่ละชุมชน ต่างประชันโฉมเครื่องแต่งกายไม่ให้น้อยกว่าใครในแต่ละชุมชน มีทั้งเครื่องแต่งกายที่ทำจากวัสดุประเภทหนังสือพิมพ์ ลอตเตอรี่ ถุงพลาสติก กระป๋อง ฯ แล้วในช่วงบ่ายจะมีการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภททั้ง แอโรบิค วิ่งผลัดลูกโป่งน้ำ วิ่งผลัดกระสอบคู่ ส่งบอลข้ามหัว วิ่งผลัดตีล้อยาง วอลเล่ย์บอลน้ำ ฯ

          ไฮไลภายในขบวนพาเหรดของแต่ละชุมชนต่างโชว์ลีลาในการเดินที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนอย่างมีสีสัน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในชุมชนที่ได้ทุ่มแรงกายแรงใจ เพื่อให้งานเกิดขึ้นและดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งนี้การจัดโครงการชุมชนสัมพันธ์ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ขอบคุณข้อมูล : NorthernNews
ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ผู้ว่าฯ ปัตตานี อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทาน พิธีพระราชทานเพลิงศพอาสาสมัครรักษาดินแดน

           เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 12.30 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ สมาชิก พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี เป็นกรณีพิเศษ โดยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี ได้อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทาน ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

          อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว เจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ในขณะที่ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว พร้อมกำลัง อส. รวม 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรับ-ส่ง ครูโรงเรียนบ้านควนประ เพื่อนำส่งครูไปยังถนนสายหลัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก นำมาวางไว้ที่ริมทางแบบเร่งด่วน ก่อนที่คนร้ายได้กดฉนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ขณะที่คณะครู และเจ้าหน้าที่ อส. ขับรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี และ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะและลำตัวอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ แต่ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าโรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ตำบลนาประดุ่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

ขับเคลื่อน “กำปงตักวา” กำหนดยุทธศาสตร์ 1 มัสยิด 1 ตำบล หนุนสร้างสันติสุขชายแดนใต้

คณะทำงานขับเคลื่อน “กำปงตักวา” กำหนดยุทธศาสตร์ปี 2562 ต้องเกิดมัสยิดกำปงตักวา 1 มัสยิด 1 ตำบล เพื่อหนุนเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้

          วันนี้ (22 ก.ย.) ความคืบหน้าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ปีงบประมาณ 2562 เพื่อหนุนเสริมการสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีข้อสรุปที่ขับเคลื่อนให้เกิดหมู่บ้านตักวาเป็นรูปธรรมเป็นหลัก หลังจากที่ได้มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจถึงหลักการกฎเกณฑ์ของกำปงตักวาที่ถูกต้องว่าคืออะไร มายาวนานถึง 6 ปี

          “ตักวา” เป็นนิยามมาจากภาษาอาหรับ แปลว่า ยำเกรงต่อการทำบาป หรือละเมิดคำสั่งต่อผู้อภิบาลอย่างสิ้นเชิง ไม่เกี่ยวข้องสิ่งผิดบาปทุกกรณี จึงอาจจะเข้าใจได้ว่า เมื่อคนในหมู่บ้านเลือกไม่กระทำบาป เลือกที่จะทำแต่ความดี แน่นอนการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ย่อมจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อให้สู่เป้าหมายที่ทุกคนคาดหวังไว้ ทางคณะอำนวยการ คณะทำงานขับเคลื่อนกำปงตักวา จึงมีความเห็นตรงกันว่า ในปีงบประมาณ 2562 นี้ จะเน้นสร้างหมู่บ้านตักวาเป็นรูปธรรมนำร่องเป็นต้นแบบอย่างน้อยต้องให้เกิด 1 ตำบล 1 มัสยิด เป็นหมู่บ้านกำปงตักวาเป็นจริงให้ได้ จากจำนวน 290 ตำบล ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

           โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และคณะทำงาน ภายใต้คำสั่งของ กอ.รมน. ที่มีแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงนามในคำสั่งที่ 659/61 ลงคำสั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกำปงตักวา ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติติตามนโยบายของการขับเคลื่อนกำปงตักวา และประสานการปฏิบัติติงานร่วมกันกับองค์กรศาสนา ภาคประชาสังคม และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้หลักศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมายตามยุทธศาสตร์ที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กำหนด จึงได้มีการแต่งตั้งในระดับอำนวยการ และระดับจังหวัด โดยมีองค์ประกอบ และกรอบอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ

          นายอับดุลเลาะ เจะแว ประธานชมรมมุสลิมภราดรภาพ กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ได้ร่วมกันหารือเพื่อหาข้อสรุปการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ในปีงบประมาณปี 2562 นี้ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นชอบที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนในเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้มีการนำร่องหมู่บ้านกำปงตักวา 1 มัสยิด 1 ตำบลให้เกิดขึ้นให้ได้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการทันทีภายในงบประมาณปี 2562 นี้

ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

ย้อนสถิติโจมตี”ชุดคุ้มครองตำบล” เมื่อสงครามชิงประชาชนเอาชนะที่หมู่บ้าน!

          ระยะหลังเวลาเกิดเหตุรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มักได้ยินข่าว “ชุดคุ้มครองตำบล” หรือ “ชคต.” ตกเป็นเป้าบ่อยครั้ง อย่างล่าสุดกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้กำลังพล อส. (อาสารักษาดินแดน) เสียชีวิตถึง 2 นาย เป้าโจมตีก็คือ ชคต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครู

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ปีเดียวกัน เกิดเหตุรุนแรงสุดอุกอาจ คนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจและฐานปฏิบัติการ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้กำลังพลของทหาร ชรบ. หรือ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และ อส. เสียชีวิตรวมถึง 4 นาย

          ปัจจุบันพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา (จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี) มีชุดคุ้มครองตำบลอยู่ทั้งสิ้น 164 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 288 ตำบล โดย ชคต.ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 ตามแผนการถ่ายโอนภารกิจการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ จากทหารหลักสู่กองกำลังประจำถิ่นและกองกำลังประชาชน อยู่ในความรับผิดของฝ่ายปกครอง และบรรจุ อส.เข้าไปเสริมปฏิบัติการ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยให้กับชุมชนของตนเอง โดยมีภาครัฐสนับสนุนและให้สวัสดิการ

          เป็นที่รู้กันดีว่ายุทธศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนที่ชายแดนใต้ คือ “สงครามประชาชน” และให้แนวร่วมขบวนการอยู่ปะปนกับชาวบ้าน ฉะนั้นจุดชี้ขาดของสงครามลักษณะนี้คือการ “เอาชนะที่หมู่บ้าน” เหตุนี้เองการใช้ ชคต.แทรกซึมเข้าไปยังพื้นที่ระดับตำบลหมู่บ้านต่างๆ ทั่วชายแดนใต้ จึงปะทะเข้ากับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของกลุ่มขบวนการเข้าอย่างจัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ ชคต.ตกเป็นเป้าการโจมตีบ่อยครั้ง และมีแนวโน้มถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องเสริมศักยภาพ ชคต. เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการดูแลพื้นที่

          “ทีมข่าวอิศรา” ย้อนสถิติเหตุโจมตี ชคต. โดยเน้นการเข้าทำที่ฐานปฏิบัติการเป็นหลัก กระทั่งพบตัวเลขเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ

10 เม.ย.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกะรุบี หมู่ 1 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายลอบวางเพลิงเผาป้อมชุดคุ้มครองตำบลกะรุบี ส่วนแยกบ้านคอลอกาปะ หมู่ 6 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหาย

– คนร้ายลอบวางเพลิงเผาป้อมชุดคุ้มครองตำบลตะโละดือรามัน หมู่ 8 บ้านคอลอกาลี ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหาย

12 เม.ย.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบ้านลูโบะกาเย๊าะ หมู่ 5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิงาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

12 ส.ค.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลุโบะบายะ หมู่ 4 บ้านกูแบบาเดาะ ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

26 ม.ค.58

– คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลุโบะบายะ หมู่ 4 บ้านกูแบบาเดาะ ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

31 ก.ค.58

– คนร้ายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ หมู่ 8 บ้านบาโบ ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย

13 มี.ค.59

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 8 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลยุโป หมู่ 1 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

19 เม.ย.60

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลตะปอเยาะ บ้านบูเก๊ะบากง ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลโต๊ะเด็ง หมู่ 1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 ราย

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเกาะสะท้อน บ้านปูยู หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดค้มครองตำบลบาโงสะโต หมู่ 7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดค้มครองตำบลรือเสาะออก บ้านบลูกา หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

1 ส.ค.60

– คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเกาะสะท้อน บ้านปูยู หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

29 ก.ย.60

– คนร้ายลอบวางระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์บริเวณข้างฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลป่าไร่ หมู่ 5 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี มีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย

19 ต.ค.60

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลอภิชัย หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

14 ก.พ.61

– คนร้ายขับรถกระบะแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลโฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจของฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตะปอเยาะ หมู่ 2 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

23 ก.พ.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตะโละไกรทอง บ้านดินเสมอ หมู่ 1 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

12 มี.ค.61

– คนร้ายลอบวางระเบิดใกล้ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบ้านนอก ต.บ้านนอก อ.ปะนาเระ จงปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

29 เม.ย.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ป้อมฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกรงปินัง ริมถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) อ.กรงปินัง จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

15 พ.ค.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามและเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโงยซิแน บ้านลีมาปูโล๊ะ หมู่ 3 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

17 พ.ย.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลคอลอตันหยง หมู่ 2 บ้านบาโงสากอ ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

21 ธ.ค.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเงาะกาโป บ้านเงาะกาโป หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

27 ธ.ค.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกรงปินัง หมู่ 3 บ้านบราแง ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

28 ธ.ค.61

– คนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา บ้านกาหนั๊วะ หมู่ 5 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ฐานได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ

10 ม.ค.62

– คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลประจัน เสียชีวิต 4 นาย ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านบูโกะ หมู่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

2 เม.ย.62

– คนร้ายซุ้มยิงฐานชุดคุ้มครองตำบลดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

23 ก.ค.62

– คนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจและฐานปฏิบัติการ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้ทหาร ชรบ. และ อส. เสียชีวิตรวม 4 นาย

16 ก.ย.62

– คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะทำหน้าที่ รปภ.ครูกลับบ้าน ทำให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบถ้วยรางวัลพระราชทาน การแข่งขันเรือ ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี ๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบถ้วยรางวัลพระราชทาน การแข่งขันเรือ ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี ๒๕๖๒

         เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ย. ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. ที่ บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติ ครบรอบ ๕๐ ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบรางวัลชนะเลิศ แก่ทีมเรือที่เข้าร่วมการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ประจำปี ๒๕๖๒ ในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีพลตรี สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า , ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, ส่วนราชการ ,ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

         การแข่งขันเรือกอและ เรือยอ-กอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ปีนี้ มีทีมเรือที่สมัครเข้าแข่งขันทั้งสิ้น ๕๒ ทีม แบ่งเป็นทีมเรือกอและ ๑๘ ทีม ทีมเรือยอกอง ๒๒ ทีม และทีมเรือคชสีห์ ๑๒ ทีม ผลการแข่งขันเรือกอและ ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเรือฉลามเสือ รองชนะเลิศลำดับที่ ๒ ทีมเรือศรียะกัง๓, ส่วนการแข่งขันเรือยอกอง ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเรือบ้านทอน รองชนะเลิศลำดับที่ ๑ ทีมเรือสองพลังพิฆาต, ส่วนผลการแข่งขันเรือคชสีห์ ชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ ทีมเรือศรีนครินทรา รองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ ทีมเรือนราทัศน์ A

         โอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วมชมขบวนแห่เรือบุปผชาติ จำนวน ๑๐ ลำ ซึ่งตกแต่งขบวนเรือ ใช้รูปแบบเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และการน้อมนำสานต่อ ศาสตร์พระราชา ภายใต้ร่มพระบารมี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกภาคส่วนและประชาชนได้นำไปใช้ประโยชน์ ในการสานต่อ ต่อยอดแนวพระราชดำริฯ นอกจากนี้ยังมีการแสดงหน้าพระที่นั่งมี จำนวน ๒ ชุด จากนักเรียนโรงเรียนนราสิขาลัย สลับกับการแข่งขันเรืออีกด้วย

         บรรยากาศในการชมการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ชิงถ้วยพระราช ทาน ประจำปี ๒๕๖๒ ในรอบชิงชนะเลิศนี้ มีประชาชนจากอำเภอต่างๆ เดินทางมาร่วมชม และเชียร์ฝีพายเป็นจำนวนมาก โดยร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ทีมที่ตนเองชื่นชอบ อีกทั้งถือเป็นการร่วมสืบสานประเพณีการแข่งเรือของประชาชนในพื้นที่ที่มีมาอย่างยาวนาน

         สำหรับงานแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระ ที่นั่ง มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและเป็นความภาคภูมิใจของชาวนราธิวาส เนื่องจากเป็นงานแข่งเรือมีการแข่งขันหน้าพระที่นั่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชานุญาต และได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นมา และกลายเป็นงานประเพณีมาจนถึงปัจจุบันนี้

ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง