สภ.หนองสูง รับแจ้งเหตุ ว.40 รถบรรทุกไก่แช่แข็ง หลับในหลุดโค้งเสียหลักลงข้างทางชนต้นไม้พังยับ บาดเจ็บสาหัส ไปไม่ถึงที่หมาย

       มุกดาหาร หนุ่มขับรถกระบะบรรทุกไก่สดแช่แข็งโดยมีแฟนสาวโดยสารมาด้วย คนขับเกิดหลับในขับพุ่งลงข้างทางชนต้นไม้อย่างแรงส่งผลให้รถพังยับเยิน คนขับพร้อมแฟนสาวติดในซากรถ ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างเหล็ก เพื่อช่วยเหลือออกมาได้โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส

      เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ร.ต.อ.วัฒนา ชินหงษ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีรถกระบะพุ่งลงข้างทางชนต้นไม้รถพังยับ โดยมีคนติดอยู่ภายในรถ ที่ถนนสายมุกดาหาร-สมเด็จ เป็นทางโคร้ง ตรงหน้าเยื้องๆหมวดการทางหลวง อ.หนองสูง บ้านหนองสูงใหม่ หมู่ 6 ต.หนองสูงเหนือ อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ตรงกิโลเมตรที่ 49 จึงนำกำลังรุดออกตรวจสอบพร้อมนายแพทย์เทพพิทักษ์ พันสีหะ แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองสูง จ.มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งตรงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง

      พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บว 944 ร้อยเอ็ด บรรทุกไก่สดตู้แช่แข็งมาเต็มคันรถ พุ่งชนต้นไม้จนสภาพรถพังยับตู้ทำความเย็นแช่แข็งไก่สดหลังกระบะ เปิดหลุดออกจากตัวรถไปค้ำยันทับตรงคนขับพอดี ทำให้คนขับติดภายในรถบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีพบเห็นไม่สามารถช่วยนำร่างคนขับออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ได้รับการประสานจึงนำเครื่องมือตัดถ่างเหล็กเพื่อช่วยเหลือคนขับบาดเจ็บสาหัสออกมาได้

      ทราบชื่อคนขับนายวีระชัย วุธวงศ์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 67 หมู่ 3 ต.อีสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ยังพบอีกคนติดภายในรถข้างคนขับทราบชื่อน.ส.ประภัสสร โสภา อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 304 ซ.เพชรเกษม 28 แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สอบถามผู้พบเห็นรถที่เกิดอุบัติเหตุ โดยมีนายวีระชัย วุธวงค์ และ น.ส.ประภัสสร โสภา พากันไปรับไก่สดแช่แข็งมาจาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดเมื่อยล้าง่วงนอน จึงทำให้บังคับรถไม่ได้เกิดเสียหลักขับรถลงข้างทางพุ่งชนกับต้นไม้จนทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนำส่งโรงพยาบาลหนองสูง จ.มุกดาหาร ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร็งด่วนส่วนทางด้าน เจ้าหน้าที่ ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ล้างบางจับแก๊งสาวลาว9คน ค้ากาม! ย่านตลาดสดเมืองทองแลนด์ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

      พัทยา- เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค. 62 จากการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พร้อมด้วย เจ้าหนาที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล นำโดย พันตำรวจโท กรณ์พงษ์ สุขวิสิฎฐ์ สว.กก.1.บก.ส.1.บช.ส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี นำโดยพันตำรวจเอก สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน นำโดย พันตำรวจเอก ปพนพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.บ่อวิน ร่วมกันนำกำลังกวาดล้างจับกุมหญิงสาวสัญชาติลาว ซึ่งมีพฤติกรรมแอบแฝงมาทำงานอยู่เมืองไทยเพื่อลักลอบขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณี จำนวนทั้งหมด 9 ราย คือ
           1.นางสาวตุ๊กตา อายุ 24 ปี
            2.นางสาวจันศรี อายุ 21 ปี
            3.นางสาวสมสุข อายุ 23 ปี
            4.นางสาวก็อต อายุ 24 ปี
            5.นางสาวติ๊ก อายุ 26 ปี
            6.นางสาวดวงใจ อายุ 24 ปี
            7.นางสาวสอยดา อายุ 24 ปี
            8.นางสาวนิพบ อายุ 24 ปี
             9.นางสาวอัส อายุ 30 ปี
      โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงาน(ขายบริการ) โดยไม่ได้รับอนุญาต,เข้าติดต่อชักชวน แนะนำตัว รบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณะหรือที่อื่นใดเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนแก่สาธารณชน”
การเข้าจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ ทั้งลาว พม่า กัมพูชา หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร และมาแอบแฝงมาทำงานเป็นหญิงขายบริการหรือกระทำการค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย ในย่านตลาดสดเมืองทองแลนด์ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันวางแผนเข้าจับกุม
       โดยเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค. 62 เจ้าหน้าที่ได้ทำการปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปติดต่อล่อซื้อบริการกับหญิงสาวลาวที่แต่งกายด้วยชุดนุ่งน้อย ห่มน้อย ผิวขาวแต่งหน้าสวย จำนวนหลายคนซึ่งมีพฤติกรรมยืนคอยผู้ชายที่ผ่านไปมาและจะเข้าไปพูดคุยรบเร้าเสนอตัวเพื่อขายบริการทางเพศไปร่วมหลับนอนแบบชั่วคราวไม่เกิน2ชั่วโมงโดยคิดราคาค่าบริการครั้งละ1พันบาทต่อคน เจ้าหน้าที่จึงแน่ใจว่าหญิงสาวลาวมีการขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณีจริงจึงทำทีตกลงซื้อบริการ ซึ่งสาวลาวได้พาขึ้นไปยังห้องเช่าในย่านดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้าจับกุมพร้อมกับกระจายกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงทั้งหมดโดยตรวจสอบบัตรประจำตัวของหญิงสาวทุกคนที่มีพฤติกรรมขายบริการทางเพศหรือค้าประเวณี ก็สามารถจับกุมตัวหญิงสาวสัญชาติลาวที่มีพฤติกรรมดังกล่าวได้ทั้งหมดรวม9คน ซึ่งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อวิน ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งยังได้ควบคุมตัวชายไทยที่น่าจะมีส่วนรู้เห็นในการขายบริการทางเพศของสาวลาวดังกล่าวไปสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องหรือไม่อีกด้วย
     ทั้งนี้การเข้าจับกุมหญิงสาวชาวลาวที่มีพฤติกรรมลักลอบค้าบริการทางเพศหรือค้าประเวณีข้ามชาติครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐในการกวาดล้างปราบปรามจับผู้กระทำผิดหรือขบวนการลักลอบค้าประเวณีข้ามชาติในประเทศไทยให้สิ้นซากอย่างต่อเนื่อง….

กอ.รมน.มุกดาหาร รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มหมู หลังได้รับร้องเรียน

      เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร โดยการอำนวยการของ พันเอก พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.ร.ม.น.มุกดาหาร ดำเนินโครงการ การเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนกลไกด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร โดยบูรณาการร่วมกับ ปศุสัตว์ จว.มุกดาหาร, สาธารณสุข จว.มุกดาหาร, ศดธ.จว.มุกดาหาร, ปลัด อ.เมืองมุกดาหาร, กกล.รส.จว.มุกดาหาร(ร้อย.รส.ร.3 พัน.1 ) ,เทศบาล ต.คำอาฮวน, ทสจ.มห., ผญบ. เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ กรณีฟาร์มเลี้ยงสุกรสหไทย และ ฟาร์มบุญบันดาล บ.เหมืองป่า ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จว.มุกดาหาร เนื่องจากชาวบ้านจำนวน 548 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น เรื่องปล่อยน้ำเสียลงลำห้วยแข้ ทำให้น้ำเสียและปลาตาย

      โดย พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.จว.ม.ห.(ท.) เป็นประธานในการจัดการประชุมและเข้าตรวจสอบพื้นที่ จำนวน 2ฟาร์ม คือ สหไทยฟาร์ม มีนายประวิทย์ฯ เป็นเจ้าของ และ บุญบันดาลฟาร์ม มีนายสันติฯ เป็นเจ้าของ จากการเข้าตรวจสอบแล้ว เรื่องน้ำเสีย ทั้งสองฟาร์ม ได้มีการขุดบ่อเพื่อบำบัดนำเสียแล้วมีการนำกลับหมุนเวียนภายในฟาร์ม น้ำมีความสะอาดในระดับหนึ่ง สำหรับเรื่องกลิ่น ทั้งสองฟาร์มมีกลิ่นเหม็นในระดับหนึ่ง ทางฟาร์มได้มีมาตรการกำจัดกลิ่นอยู่แล้ว ในที่ประชุมสรุปว่า ทั้งสองฟาร์มจะต้องมีมาตรการบำบัดน้ำเสียโดยเพิ่มอีเอ็มบอล หรือ อาจขุดบ่อพักน้ำเพิ่มเติม และมาตรการกำจัดกลิ่นโดยการปลูกต้นไม้รอบฟาร์มเพิ่มเติม, เพิ่มอีเอ็มบอลในน้ำเสียมากขึ้นและหมั่นทำความสะอาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฟาร์มยินยอมปฏบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้ร้องมีความพึงพอใจในการตอบรับของเจ้าของฟาร์ม เพื่อทั้งผู้ประกอบการและชุมชนจะอยู่ร่วมกันได้ต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ตม.จว.มุกดาหาร จับคนลาวอยู่เกินกำหนด(Overstay) 2,169 วัน

      ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างจับกุมคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) และผู้กระทำผิดตามกฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

      เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.40 น. ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ภายใต้อำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.ชนะพณ สุวรรณศรีนนท์ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4, พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒน์ รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร บก.ตม.4 นำโดย พ.ต.ท.ยศพร มาศรีนวลสว.ตม.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ได้ทำการจับกุมนางลำแก้ว แก้วปันยาวง อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว ถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1190518 ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

      พฤติการณ์แห่งคดีและการจับกุม ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้ตรวจพบ นางลำแก้ว แก้วปันยาวง อายุ 24 ปี สัญชาติ ลาว (ทราบชื่อ-สกุล อายุ และสัญชาติภายหลัง) เดินอยู่บริเวณที่เกิดเหตุมีรูปร่างลักษณะคล้ายคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผู้ถูกจับได้ยื่นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (LAISSEZ-PASSER) แสดงตนว่าเป็นบุคคลสัญชาติลาว แต่ไม่มีรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด

      เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวผู้ถูกจับมายังที่ทำการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหารฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ระบบ Pibics) พบข้อมูลว่าผู้ถูกจับถือหนังสือเดินทางเลขที่ P1190518 ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 (27 JUN 2013) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 (26 JUL 2013) แต่ผู้ถูกจับได้อยู่ในราชอาณาจักรมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

      ต่อมาชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการจับกุม ท้าวสอนธารา อายุ 33 ปี สัญชาติลาว ในข้อหา อยู่ในราชอาณาจักร เกินกำหนด 781 วัน ที่บริเวณ สถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ในขณะที่นั่งรอรถ

      เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดข้อหา“อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป


ธานินทร์,ฐานิตา,สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

วัดด่านพญานาคนิคมฯ จัดพิธีบวชป่า ปลูกต้นไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ

      เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานในพิธี บวชป่าปลูกต้นไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายในบริเวณ วัดด่านพญานาค โดยมีหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน องค์กรภาคประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านโนนสว่าง ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกัน บวชต้นไม้ ปลูกป่า และสร้างฝายชะลอน้ำ ภายในบริเวณวัดด่านพญานาค

      พระมหาทรงยศ โสภิโต ได้จัดพิธีบวชต้นไม้ขึ้น เพื่อต้องการยับยั้ง การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นไม้พยุง ที่มีอยู่ในบริเวณวัด ป่าบริเวณต้นน้ำลำธาร ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าว ได้เผยแพร่ไปสู่สาธารณชน ชาวบ้านโนนสว่าง ก็ตระหนักและมีความเชื่อว่า พญาต้นไม้ที่ผ่านการบวชแล้ว จะคุ้มครองรักษาต้นไม้ต่างๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งจะมีผลทำให้น้ำไม่แห้ง ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเป็นการยับยั้งการทำลายธรรมชาติ และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรักษาป่าไม้ ที่เป็นต้นน้ำลำธารให้อุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญคือ สร้างความสำนึกให้แก่ชุมชน ในการดูแลรักษาสภาพธรรมชาติ อนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของสัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป.


สมเกียรติ, ธานินทร์ / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด มอบเงินสนับสนุน จำนวน 233,000 บาท ให้โรงเรียนบ้านทุ่งกลม ตามโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน

วันที่ 4 กรกฏาคม2562 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งกลม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เป็นประธานเปิดโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ คณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านทุ่งกลมเข้าร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งมีนางสาว อภิณห์พร สินมณีฐานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งกลม กล่าวให้การต้อนรับคณะของบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด นำคณะโดยนายสมพร ช่างเกวียน ผู้จัดการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งคณะผู้ร่วมเดินทางของบริษัท ไทยวา(มหาชน)จำกัด จำนวนกว่า 100คน เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมในครั้งนี้
โดยในครั้งนี้ทางบริษัท ไทยวา (มหาชน) จำกัด ได้มอบเงินสนับสนุน ในกิจกรรม โครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชน โรงเรียนบ้านทุ่งกลม จำนวน 233,000 บาท เพื่อสนับสนุนงบประมาณ บำรุงซ่อมแซมอาคาร ห้องน้ำอ่างน้ำล้างหน้าแปรงฟัน รวมไปถึงสนับสนุนด้านของเศรษฐพอเพียงตามปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชได้มีพระราชดำรัชแก่พสกนิกรชาวไทย ในปี พ. ศ.2517 เป็นต้นมา โดยมีการสนัยสนุนสร้างโรงเพาะเห็ด ปุ๋ยหมักต่างเพื่อในในการเกษร ปลูกฝังให้นักเรียนได้ใช้แนวความคิดปฏิบัติแบบอย่างเศรษฐพอเพียง
จากนั้น ดร.มาย จึงตัดริบบิ้นเปิดงานโครงการ ไทยวาอาสาพัฒนาชุมชนของโรงเรียนบ้านทุ่งกลม พร้อมกล่าวขอบคุณทาง บริษัท ไทยวา(มหาชน)จำกัด ที่ให้การสนับสนุนเติมเต็มให้กับโรงเรียนบ้านทุ่งกลม พร้อมกับจะได้นำเงินสนับสนุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับทางโรงเรียนบ้านทุ่งกลมตามวัตภุประสงค์ต่อไป

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร-ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878

เทศบาลเมืองหนอง

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร นำกำลัง จนท.เขตพระนคร เข้าแถวเคารพธงชาติพร้อมทั้งมอบหมายงานภารกิจประจำวัน บริเวณหน้าเสาธง สำนักงานเขตพระนคร เขตพระนคร.

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 08:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการเขตพระนคร นำกำลัง จนท.เขตพระนคร โดยมี นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” และ นายคณิต ชุ่มช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” พร้อมด้วย จนท.ฝ่ายเทศกิจฯ เขตพระนคร ชุด 511,512,513,514,515,533 จนท.ฝ่ายการคลังฯ เข้าแถวเคารพธงชาติ พร้อมทั้ง มอบหมายงานภารกิจประจำวัน บริเวณหน้าเสาธง สำนักงานเขตพระนคร เขตพระนคร กทม.
เบื้องต้นกิจกรรมใยเช้าวันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรมเช้าวันนี้เป็นจำนวนมาก..

ขอบคุณภาพข่าว >> cr.กลุ่มงานสายตรวจ สนง.เขตพระนคร
เนื้อข่าว >> ธีรพล ปลื้มถนอม รางาน

เปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมการบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100%

      ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของสำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในงาน Open House เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า วช. ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ
      โดยในงานดังกล่าวได้มีการเปิดตัวระบบพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ทุนพัฒนาบุคลากรและการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ ที่เป็นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิจัยทั้งระบบ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับนานาชาติ และทุนวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นสำคัญของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นผู้กำหนด
ในปัจจุบัน วช. ได้พัฒนาให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (National Research Management System : NRMS) ให้สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100% เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและเกิดการบูรณาการระหว่างนักวิจัย หน่วยงานให้ทุน ผู้พิจารณาทุนวิจัย (Reviewer) และทีมบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวก (Convenient) และลดระยะเวลา (Speed) ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Accurate) และสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ (Traceable) และเกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Efficient) อีกทั้งนักวิจัยสามารถติดตามสถานะข้อเสนอโครงการวิจัยได้ทุกขั้นตอน พร้อมมีระบบแจ้งเตือนการส่งงาน สนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัยของหน่วยงาน
      ปัจจุบัน วช. มีความพร้อมในวิธีการทำงานแบบใหม่ โดยได้ยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่โดยแนวทาง “วช. 5G” ประกอบด้วย Speed ทำงานได้รวดเร็วขึ้น Start เริ่มทำงานได้ทันที ตอบสนองฉับพลัน Scope ขยายขอบข่ายการทำงาน ในระดับชาติ และนานาชาติ Connectivity เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ Efficient ทำงานคุ้มค่า ใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง Smooth ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น และทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งแนวทางทำงาน 5G ดังกล่าว วช. จะเป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติได้ทันที พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต่อไป

ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/ Cr. นายก อนันท์ นิลมานนท์ ( สภท.54 ปี)

พ.ม.จัดงาน Thailand Social Expo 2019 มหกรรมแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมที่ใหญ่ที่สุดของไทย

      วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 5 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี : นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainability” โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียนกว่า 100 หน่วยงาน เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ

      ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยเข้าร่วมงาน
นายปรเมธี กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านสังคมได้ดำเนินภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และกรอบแนวทางในการพัฒนาประเทศด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงทางสังคม การพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ และการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล นำไปสู่การการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อีกทั้งการพัฒนาระบบสวัสดิการและระบบการคุ้มครองทางสังคม เพื่อรองรับการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสังคมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม และการพัฒนานวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศในมิติด้านสังคม

      นายปรเมธี กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียนกว่า 100 หน่วยงาน กำหนดจัดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน – Partnership for Sustainability” ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นมหกรรมที่รวบรวมผลงานของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคม นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยการจัดงานครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบทบาทในการเป็นองค์กรนำด้านการพัฒนาสังคม และแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคม รวมถึงเป็นการต่อยอดและขยายผลของนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย พร้อมทั้งนำเสนอผลงานและบทบาทด้านสังคมของไทยในอาเซียนอีกด้วย
นายปรเมธี กล่าวต่ออีกว่า งาน Thailand Social Expo 2019 นับเป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลแลงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดและขยายผลจากการจัดงานครั้งที่ 1 เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียน กว่า 100 หน่วยงาน ร่วมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายและหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย อาทิ สมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก และ การยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาสังคมในการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการของแต่ละหน่วยงาน โซนที่ 2 การบริการทางสังคม อาทิ บริการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น โซนที่ 3 การแสดงบนเวทีและการแสดงนวัตกรรมทางสังคม โดยเฉพาะ Pavilion กลาง มีการแสดงผลงาน การพัฒนาคนทุกช่วงวัย ประกอบด้วย ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ รวมทั้งการแสดงนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การแสดง Application งานด้านสังคม และการแสดงบนเวทีกลาง อาทิ การแสดงดนตรีของคนพิการ Fight for Dream การแสดงจำอวดหน้าม่าน ตอน การให้ทานถูกวิธีลดวิถีการขอทาน และโซนที่ 4 การออกร้านจำหน่ายอาหาร สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผลิตภัณฑ์ทอฝันbyพม. ผลิตภัณฑ์OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการ ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมที่พร้อมนำเสนออีกมากมายภายในงาน

      นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับวันนี้ (5 ก.ค. 62) เป็นวันแรกของงาน Thailand Social Expo 2019 โดยมีกิจกรรมที่น่าใจมากมาย อาทิ 1) การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง กรอบและทิศทางการพัฒนาด้านสังคมของไทย ภายใต้ยุคนวัตกรรมและดิจิทัล นนทบุรี โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 2) การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การขยายผลการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ” ระหว่าง กระทรวง พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 3) การแสดงบนเวทีกลาง ณ Pavilion กลาง ได้แก่ กิจกรรมวงดนตรีลูกทุ่งจากโรงเรียนวินิตศึกษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การรำพื้นบ้านวิถีไทยสไตล์หนองแหน การแสดงดนตรีจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง (คุณสุรชัย สมบัติเจริญ คุณตู้ ดิเรก คุณดาว มยุรี คุณอังคณา ทิมดี และคณะ) การแสดงชุด “เชียร์ลีดดิ้ง” จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี การแสดงชุด “มโนราห์ราชประชาพนมศิลป์” จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 37 จังหวัดกระบี่ และการแสดงความสามารถบนเวทีของสภาเด็กและเยาวชน 5 ภาค เป็นต้น 4) การบริการทางสังคม อาทิ การตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ การสาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น 5) การออกร้านจำหน่ายอาหาร สินค้า และผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผลิตภัณฑ์ “ทอฝัน by พม.” ผลิตภัณฑ์ OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และ เบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการและผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคม อีกทั้งมีศิลปินดารามาร่วมมอบความสนุกกับประชาชนที่เข้าร่วมงาน พร้อมเล่นเกมร่วมกิจกรรมแจกของรางวัลมากมาย

      นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับเวทีเสวนาวิชาการโครงการ Conference มีทั้งเวทีภายในประเทศและระหว่างประเทศ อาทิ 1) การประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสวัสดิการและการพัฒนาของภาคธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Workshop on the Promotion of CSR in Social Welfare and Development) 2) งานสัมมนาวิชาการระดับชาติ ด้านคนพิการครั้งที่ 11 ประจำปี 2562 เรื่อง “นวัตกรรมและการออกแบบเพื่อสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค” (Innovation and Universal Design for Inclusive Society) 3) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพและทักษะการเรียนรู้เพื่อพัฒนาด้านอาชีพ แก่สตรี 4) การบรรยายจาก 5 พื้นที่ ตำบลบูรณาการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง และ 5) การประชุมคณะกรรมการเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ด้านผู้ประกอบการอาเซียน ครั้งที่ 3 (The 3rd Meeting for the Network of Expert on Inclusive Entrepreneurship for ASEAN) เป็นต้น
“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ทุกช่วงวัย เข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2019 ระหว่างวันที่ 5 – 7 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อร่วมมือ ร่วมใจ และร่วมพัฒนาสังคมไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป” นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มหื่นหนีคดีลวงเด็กกระทำชำเรา

      วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

      ได้นำกำลังจับกุมตัว นายพชร หรือพงษ์พิทักษ์ พิทักษ์ทรายทอง อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่ 182/2555 ลง 9 ต.ค.55 ในข้อหา​ “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน,พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 551/2 ซ.ลาดพร้าว 48 แยก 1 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.

      สืบเนื่องจากจาก เมื่อปี 2553 นายพชรฯ ผู้ต้องหารายนี้ขณะนั้นอายุ 17 ปี ได้คบหากับ ด.ญ.ดี (นามสมมุติ)​ อายุ 13 ปี นักเรียนขั้น ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านบึงกุ่ม ก่อนจะมีการพามาร่วมหลับนอนที่ห้องพักหลายครั้งต่อเนื่องติดต่อกัน จนกระทั่งผู้ปกครองของ ด.ญ.ดีฯ​ ทราบเรื่องจึงพยายามให้ทั้งคู่เลิกรากัน แต่นายพชรฯ ไม่ยอมเลิก จนช่วงระยะหลัง ด.ญ.ดีฯ เริ่มพยายามตีตัวออกห่างไปคบหากับผู้ชายอื่น จึงทำให้นายพัชรฯ​ เกิดหึงหวงและไม่พอใจ ตามไปทำร้ายร่างกาย ด.ญ.ดีฯ จนทำให้ผู้ปกครองของ ด.ญ.ดีฯ ไม่พอใจ จึงนำเรื่องทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายพชรฯ กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าวจนนำไปสู่การจับกุม

      จากการสอบสวน นายพชรฯ ให้การปฏิเสธ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สน.ลาดพร้าว ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​