วัดพระพุทธแสงธรรม​ ธรรมยุต​ จัดพิธีปลงผมและบรรพชาในโครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ​ สมเด็จพระเจ้าอยู่หั

วันที่1พฤษภาคม​ 2562​ ท่านเจ้าคุณ​ พระสุนทรธรรมภาณเจ้าคณะจังหวัด​สระบุรี​ ธรรมยุต​ ประธานสงฆ์​ นายเกียรติศักดิ์​ ตรงศิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อม นาง​ พรศรี​ ตรงศิริ​ รองนายกเหล่ากาชาดสระบุรีมีนายแปลก​ เทพรักษ์​ นายอำเภอหนองแค​ หัวหน้าส่วนราชการ​ และประชาชนได้ร่วมกันปลงผมนาค จำนวน90 นาค​ ณ​ วัดพระพุทธแสงธรรม​ ตำบลหนองนากอำเภอหนองแคจังหวัดสระบุรี​
เนื่องด้วยในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิกเษก​ ข้าราชการ​ พี่น้องประชาชน​ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีพร้อมใจกันบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ​ ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ​ ที่พระองค์ทรงพระเมตตาช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดในการบรรพชาอุปสมบทตามโครงบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้จำนวน90รุปที่วัดพระพุทธแสงธรรม​ เป็นพระสงฆ์​ ธรรมยุต​
ในวันนี้2​พฤษภาคม​2562เวลา08.00น.มีนาย​ เกียรติศักดิ์​ ตรงศิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเป็นประธานฝ่ายฆารวาส ได้อุปสมบทนาคทั้ง90รูป​ ณ​ พระอุโบสถ​ วัดพระพุทธแสงธรรมและปฏิบัติธรรมในระหว่างวันที่​ 2-16พฤษาคม2562เป็นต้นไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

มุกดาหารบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูป มหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

จังหวัดมุกดาหาร เนื่องในวาระอันสำคันยิ่ง จึงร่วมกับคณะสงฆ์ จัดทำโครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ 110 รูปเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ณ วัดศรีบุญเรือง ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ร่วมจัดโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีพิธีปลงผมและบรรพชาสามเณร และจัดพิธีอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์ ณ พัทธสีมา วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พัทธสีมา วัดศรีมงคลใต้ พระอารามหลวง และพัทธสีมา วัดเกษมสุข อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นพระภิกษุสงฆ์ที่อุปสมบทในโครงการ จะอยู่ประจำ ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งโครงการบรรพชาอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำหนด ดำเนินการ ในช่วงระหว่างวันที่ 12 – 16 พฤษภาคม 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อส่งเสริมการศึกษาพุทธธรรมและสัมมาปฏิบัติซึ่งเป็นแก่นแห่งพระพุทธศาสนาอันจะทำให้ผู้อุปสมบท ได้รับคุณค่าและประโยชน์สูงสุดในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะสงฆ์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันประกอบการกุศล เพื่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด้วยสำนึกแห่งความจงรักภักดี

ด้านนายสิทธิลักษณ์ จิตอาคนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับประชาชนที่อาษาเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทที่มีศรัทธาอันแรงกล้าในบวรพระพุทธศาสนา โดยโครงการที่เปิดโอกาสให้ชายไทยได้แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมาหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียติ สมเด็จพระเจ้าอู่หัวมหาชิรา ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยการศึกษาและปฎิบัติธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาตามแนวทางที่ถูกต้องอย่างแพร่หลาย

และที่สำคัญการอุปสมบทในครั้งนี้นอกจากจะเกิดอานิส่งส์แก่ตนเองยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญูกตเวที ความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดทั้งเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวพุทร ทดแทนพระคุณบุพการี และสืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาให้สถิตสถาพรสืบไป โครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ มีผู้สมัครเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท โดยการสนับสนุนของหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งสิ้น จำนวน 110 ราย มีระยะเวลาในการศึกษาอบรม และปฏิบัติธรรม ตั้งแต่วันที่ 12 -16 พฤษภาคม 2562 และจะประกอบพิธีลาสิกขา ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 โดยยึดแนวทางการจัดทำหลักสูตรพุทธศาสนศึกษา สำหรับผู้บวชระยะสั้น 15 วันและเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมของโครงการ โดยการให้พระภิกษุผู้อุปสมบทในโครงการ ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จำนวน 10 คาบ ของตารางเรียนในหลักสูตร รวมทั้งศึกษาหลักธรรมขั้นพื้นฐาน เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เป็นแนวปฏิบัติขณะอยู่ในสมณเพศ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในโอกาสต่อไป .


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

พล.ต.อรชัย บุญสุขจิตเสรี ผช.จเร กอ.รมน. และคณะ ได้ตรวจการปฏิบัติราชการ กอ.รมน.จังหวัด ร.ย.

พล.ต.อรชัย บุญสุขจิตเสรี ผช.จเร กอ.รมน. และคณะ ได้ตรวจการปฏิบัติราชการ กอ.รมน.จังหวัด ร.ย. โดยมี นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ./ผอ.รมน.จังหวัด ร.ย., นายธีรวัฒน์ สุดสุข (รอง ผวจ.), น.อ.อำนรรฆ อมรพล ร.น.(รอง ผอ.รมน.จังหวัด ร.ย.(ท.)) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการร่วมการประชุม/ชี้แจง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดระยอง

ค่ายคุณธรรม เสริมสร้าง รัก สามัคคี

ค่ายคุณธรรม เสริมสร้าง รัก สามัคคี ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุดครูฝึกเยาวชน) ดำเนินการจัดกิจกรรมนันทนาการและกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ สนับสนุนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในกิจกรรม ” ค่ายคุณธรรมพื้นฐานนักเรียนใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๒ ” เพื่อเป็นการปลูกฝังคุณธรรม เสริมสร้างความสามัคคี ความปรองดองในหมู่คณะ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีในสังคมของ นักเรียน นักศึกษา ณ ห้องอบรม ชั้น ๔ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมีนักเรียน นักศึกษา และคณะครู อาจารย์เข้าร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ จำนวน ๓๕๐ คน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภค บริโภค

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภค บริโภค

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2562)เวลา 09.30 น. สมเด็จพระจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามสถานการณ์การเกิดวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูประถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 689 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และช่วยบรรเทาความเดือนร้อน โดยมีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนจิตอาสาและประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ
ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุวาตภัยให้รับทราบ กับทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารกลางวันแก่ราษฎรที่เดินทางมารับถุงพระราชทาน และองคมนตรี ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 ราย ที่บ้าน นางย้อน จันทพรึก บ้านเลขที่1 หมู่ 3 ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรีและนางสาวสมบูญ ศรีวิลาศ บ้านเลขที่ 32 หมู่ 3 ต.เขาดินพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
จังหวัดสระบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 973 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำแผ่ปกคุม ทำให้เกิดฝนตก ลมกระโชกแรง ในพื้นที่ต่างๆของจังหวัดสระบุรีโดยเฉพาะในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้เกิดเหตุ วาตภัยเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ บ้านเรือนเสียหาย 8 อำเภอ 22 ตำบล 55 หมู่บ้าน 700 หลังคาเรือน ซึ่งจังหวัดสระบุรีได้บูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในเบื้องต้นแล้ว/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

มทบ.18​ ต้อนรับญาติและครอบครัวทหารใหม่​ รุ่นที่1/2562​”ที่น้องๆก้าวมาสู่ชีวิตการเป็นทหาร”

วันที่1พฤศภาคม2562​ เวลา13.00น.​ พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ ให้การต้อนรับญาติและครอบครัวทหารใหม่ที่น้องๆที่ก้าวมาสู่ชีวิตทหารในวันนี้ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกได้มีแนวทางให้มีการจัดกิจกรรมต้อนรับญาติทหารในพื้นที่​ มณฑลทหารบกที่18​ เพื่อคัดแยกเข้าสังกัดในพื้นที่ทหารในจังหวัดสระบุรี
ทางด้านผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ ได้นำเรียนให้ญาติๆและครอบครัวได้ไว้วางใจในการดูแลน้องๆทหารใหม่จะมีการดูแลน้องๆทหารใหม่เปรียบเสมือนน้องคนสุดท้องน้องคนสุดท้าย​ หน่วยฝึกทหารใหม่จะมีการจัดการทั้งที่นอนและที่อาศัย​มีการฝึกฝนวิชาทหารให้น้องๆมีการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายจะมีการจัดกิจกรรมพร้อมญาติในคราวต่อไป​
ด้านการสร้างความคลายกังวล​ ต้องปรับความรู้สึก​ ในการ​ อดทน​ ในการฝึกวิชาทหารทางญาติไม่ต้องกังวลและไว้ใจด้านการดูแลบุตรหลานของท่านอย่างเป็นญาติพี่น้องที่อยู่รวมกันเสมือนญาติให้ไว้วางใจในการดูแลเป็นอย่างดีแน่นอน/ดำรงค์​ ชื่นจินดา​ ผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ร้อย ตชด.235 สนธิกำลังตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งกว่า 480 กิโลฯ คาดเตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นใน

กลางดึกของคืนวันที่ 30 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 21.30 น.ร้อย ตชด.235 นำโดย พ.ต.ต.สุรพร บุญสอาด ผบ.ร้อย สนธิกำลังร่วมกับ กองกำลังสุรนารี สภ.ธาตุพนม ปกครองธาตุพนมร่วมกันตรวจยึดกัญชาอัดแท่งจำนวน 480 กก.ที่บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแพรว ต.ทรายมูล อ.ธาตุพนม จว.นครพนม

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 12 กระสอบๆละ 40 กิโลกรัม 48 แท่ง รวมน้ำหนัก 480 กิโลกรัม ที่บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแรว ต.ทรายมูล อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างมุกดาหาร-นครพนม

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ร้อยตชด.235 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการขนส่งยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ขึ้นมาจากฝั่งแม่น้ำโขงประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณท่าน้ำบ้านคำผักแพรว เพื่อเตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ออกตรวจบริเวณท่าน้ำดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ กำลังขนของบริเวณท่าน้ำ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ต่างก็พากันวิ่งหลบหนี หายไปในความมืด เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามไปก็ไม่ทัน

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบกระสอบสีดำบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสสีดำกันน้ำกันชื้นอย่างดี ด้านในบรรจุกระสอบปุ๋ยสีขาว มีตัวอักษรเป็นภาษาเวียดนาม จำนวน 12 กระสอบ บรรจุกระสอบละประมาณ 40 แท่ง คาดจะมีกว่า 480 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้นำไปตรวจอีกครั้งที่ร้อยตชด.235 และจะมีการแถลงผลอีกครั้ง.


เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวสมาคมตำรวจ มุกดาหาร รายงาน

พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่กอ.รมน.ภาค4ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหา ภัยความมั่นคง ยาเสพติด

พลตรีสมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการความมั่นคงภายในภาค4สวนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า
นายไกรศร วิศิษฏ์ศ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำทัพสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหา ภัยความมั่นคง ยาเสพติด การพัฒนาชุมชนและการสร้างความเข้าใจในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 ส่วน ได้แก่ การป้องกัน การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและการฝึกอาชีพแก่ผู้ผ่านการทำบำบัดยาเสพติด ฟการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้องอาทิ ป.ป.ส. และภาคประชาสังคม

โดย​ พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า โครงการเวทีสภาสันติสุข เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบูรณาการทำงานร่วมกันทั้ง ภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ภายใต้การกำกับดูแลของนายอำเภอ ซึ่งเป้าหมายหลักของเวทีสภาสันติสุขตำบล คือ เป็นเวทีที่รับฟังความคิดเห็นและความต้องการที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล ในการกำหนดแผนงานโครงการ

​ทั้งนี้ เวทีสภาสันติสุข จะเป็นเวทีที่ใช้ในการเปิดเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสภาสันติสุขตำบล ทั้ง 290 ตำบล ซึ่งจะเน้นในเรื่องหลัก 4 เรื่อง คือ 1. ต้องการให้ยุติการใช้ความรุนแรง และให้หันหน้าเข้ามาแก้ปัญหาเชิงสันติวิธี 2. ต้องการให้มีการพัฒนาด้านอาชีพ เนื่องจากมีความเป็นห่วงปากท้องชาวบ้าน 3. ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นทุกข์ของชาวบ้านและเป็นภัยต่อความมั่นคง 4. ต้องการให้มาดูในเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ ทั้งความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในความรู้สึก

ส่วนการจัดการด้านปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เจ้าหน้าที่มีแผนดำเนินการจัดการกับผู้ค้ารายย่อยตามชุมชนและสร้างการรับรู้ถึงปัญหาระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ รวมถึงคุมเข้มกลุ่มผู้มีอิทธิพลด้านยาเสพติดในพื้นที่เนื่องจากที่ผ่านมาพบการเชื่อมโยงโดยตรงและการเอื้อผลประโยชน์ ร่วมกัน

ด้าน นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอโคกโพธิ์ ระบุถึง แนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5 ขั้นตอนที่ทางทุกภาคส่วนในอำเภอได้บูรณาการร่วมกันโดยมีโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานีเป็นเจ้าภาพหลักเพื่อใช้ประกอบแนวทางการดำเนินงานปัตตานีโมเดล ในส่วนของแนวทางการบำบัดรักษา 5 ขั้นตอน คือ 1 .กระบวนการค้นหาผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนโดยการสำรวจข้อมูลการทำประชาคมแล้วทำบัญชีรายชื่อผู้ป่วยยาเสพติดเป็นรายหมู่บ้าน
2 .คัดกรองผู้ป่วยยาเสพติดโดยศูนย์คัดกรองระดับอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ออกเป็นระดับผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติด และผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต
3.การบำบัดรักษายาเสพติดกับผู้ป่วยระดับผู้ใช้และผู้เสพที่โรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลทั่วไป ก่อนส่งค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดหรือ Camp 35
4.กระบวนการติดตามดูแลต่อเนื่องในชุมชน อำเภอ จาก Take care team (เทคแคร์ทีม) ในทุกตำบล ซึ่งจะมีหน้าที่ในการค้นหาผู้ป่วยยาเสพติด ติดตามดูแลป่วยที่ผ่านการบำบัดแล้ว ต้องไม่ให้กลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
และขั้นตอนที่ 5.กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยการฝึกอบรมวิชาชีพ พร้อมมอบวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้กับผู้ที่ผ่านการรักษา

ด้านภัยความมั่นคงของจังหวัดชายแดนใต้เกิดความรุนแรงในรอบสามเดือนแรกกว่า 100 เหตุการณ์มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยประเด็นที่น่าพิจารณาคือจำนวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและยาเสพติดรวมถึงเหตุการณ์ที่ไม่สามารถระบุได้

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.ภาค4 สน.ได้นำทัพสื่อมวลชนเข้าร่วมพูดคุยกับนาย ธอยาลี นิมะนิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่หนึ่งตำบลบาราโหมอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานีเพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่โดยผู้นำชุมชน

โดยชุมชนบาราโหมเป็นหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสของเมืองปัตตานีเดิมและเกี่ยวโยงไปยังเมืองลังกาสุกะ เดิมทีประชาชนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานเป็นเมืองพุทธมลายู อยู่แห่งราชอาณาจักรลังกาสุกะ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนครรัฐพุทธเป็นรัฐอิสลามโดยพญาอินทิราที่เป็นผู้ก่อตั้งรัฐปัตตานีดารุสลาม หรือ นครรัฐแห่งสันติ
โดยได้พูดคุยถึงการนำสันติสุขคืนสู่ตำบลรวมถึงความต้องการจากคนในพื้นที่ชุมชนบาราโหมที่ต้องการให้ชุมชนเป็นเขตปลอดความรุนแรงและชาวบ้านในพื้นที่ปลอดภัย จากความรุนแรง รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจเนื่องจากที่ผ่านมาภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงการค้าขายและด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ค่อนข้างซบเซาจึงต้องการให้ภาครัฐเข้ามาปรับปรุงและเสริมสร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยชุมชนบาราโหมได้ออกแบบผลิตภัณฑ์จากการรวมตัวกันของชาวบ้านจัดทำผลิตภัณฑ์ของชุมชน ด้าน ของใช้เพื่ออุปโภคบริโภค และอาหารคาวหวาน เสื้อผ้า ผ้าบาติก ข้าวพอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ด้านอาหารของชาวชุมชนบาราโหมได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.แล้ว
รวมไปถึงด้านพหุวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันของ 2 ศาสนาในชุมชนทั้งชาวพุทธและอิสลามในพื้นที่ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำชุมชนเองก็ได้ร่วมกับทางวัดเพื่อร่วมกิจกรรมกันซึ่งกิจกรรมต่างๆที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกันโดยที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนา อาทิ การรับส่งพระตามวัดต่างๆ ที่ได้รับความร่วมมือจากชาวชุมชนที่นับถือศาสนาอิสลาม
ต่อมาได้เข้าเยี่ยมชมสุสานสุลต่านชาห์ ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพ ของเจ้าเมืองปัตตานีคือพญาอินทิรา ซึ่งเป็น กษัตริย์องค์แรกที่หันมานับถือ ศาสนาอิสลามและสถาปนาเมืองปัตตานีเป็นนครปัตตานีดารุสาลาม หรือ นครรัฐแห่งสันติ มีเรื่องเล่าขานกันว่าเหตุที่พญาอินทิรา เข้านับถือศาสนาอิสลามนั้น เนื่องจากทรงหายจากอาการประชวรจากแพทย์ที่นับถือศาสนาอิสลาม เมื่อครั้งมีโอกาศเข้ามารักษา อาการประชวรของพระองค์ถึงสามครั้ง โดยหมอคนนั้นกล่าวขอให้พญาอินทิรา รับปาก ว่าหากตนเองรักษาให้พญาอินทิราหายป่วยได้แล้วขอให้พญาอินทิรา ปฏิญาณ ตนเข้านับถือศาสนาอิสลาม

จากนั้นได้เข้าไปเยี่ยมชมวัดบ้านดี วัดแห่งแรกของจังหวัดปัตตานี ซึ่งก่อสร้างในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา จากการมอบที่ดินที่เคยเป็นที่เลี้ยงช้างของกษัตริย์มูซัฟฟาร บุตรชายของพญาอินทิรา เมื่อครั้งนำทัพเข้าร่วมรบกับพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา จึงได้เชลยชาวเขมรและพม่ากลับมา 160 คน ซึ่งคนเหล่านี้นับถือศาสนาพุทธ พระองค์จึงได้มอบที่ดินที่เป็นที่เลี้ยงช้างและพื้นที่โดยรอบวัดบ้านดี ให้เป็นชุมชนของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธและสั่งให้จัดสร้างเจดีย์และสร้างวัดบ้านดีแห่งนี้

ไม่เพียงแต่สร้างวัดบ้านดีเท่านั้นพื้นที่โดยรอบห่างออกไปได้มีการจัดสร้างมัสยิดกรือเซะ มัสยิดที่ถูกก่อสร้างห่างกันเวลาไม่นานจากการก่อสร้างวัดบ้านดีเนื่องจากในขณะนั้นและกษัตริย์มองว่าเมื่อมีวัดของชาวพุทธแล้วควรที่จะมีมัสยิดให้แก่ชาวมุสลิมด้วย
มัสยิดกรือเซะ หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ ชาห์ ” ที่สร้างเวลาใกล้เคียงกันหลังเจ้าเมืองยุคนั้นเปลี่ยนมาปฏิญาณตนเข้าศาสนาอิสลาม
มัสยิดกรือเซะ เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีใน จ.ปัตตานี มีชื่อเรียกอีกอย่างคือ มัสยิดปิตูกรือบัน (คำว่า ปิตู=ประตู ,กรือบัน = ช่องประตูที่มีรูปโค้ง) ชื่อเรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอทิกของชาวยุโรป กับแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง
เป็นพื้นที่สำคัญทางศาสนาแล้วยังเคยเป็นพื้นที่ก่อเหตุความรุนแรงมากที่สุดช่วงประกาศกฎอัยการศึก ปี 2547 ด้วย
กลุ่มหัวรุนแรงตั้งหลักที่มัสยิดกรือเซะ ในวันที่28 เมษายน 2547 เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่มัสยิดกรือเซะ 34 ศพ
โดยก่อนหน้านี้จากการพูดคุยกับ ผู้นำชุมชนบาราโหม ได้กล่าวขอร้องว่าอย่าออกอากาศในเรื่องของการสูญเสียในขณะนั้น อย่ารื้อฟื้นวันคอบรอบที่จะมาถึงในวันที่ 28 นี้ เพราะทำให้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกสูญเสีย ที่ชาวบ้านลืมกันไปหมดแล้ว
มัสยิดกรือเซะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาณเมื่อปี 2478 และมีการบูรณะอยู่หลายครั้งแต่ปัจจุบันยังคงคงไว้ในสภาพเดิมและอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร

กอ.รมน.เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน.เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน.ได้เปิดเผยว่า พล.ท.กนก ภู่ม่วง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือ (กอ.รมน.) และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าร่วมงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ร่วมกับภาคี 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กอ.รมน. , จังหวัดสุพรรณบุรี , องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี , เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี , ผู้แทนบริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด ในการขับเคลื่อนโครงการ “สานต่อที่พ่อทำ” ขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ (1ไร่แก้จน) เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตสินค้าเกษตร ตำบลทัพหลวง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งโครงการนี้เป็นการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ถึงแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐีกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเริ่มจากการดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและประสบปัญหาขาดแคลนน้ำให้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง  โดยการขุดสระกักเก็บน้ำเพื่อ ไว้ใช้การเกษตรได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ำสำรองทางการเกษตรให้เกษตรกรไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป  รวมทั้งดูแลเรื่องน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้พืชผลได้เจริญเติบโต และยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพเสริม ลดรายจ่ายสร้างรายได้ในครอบครัวทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สร้างฝายมีชีวิตต้นแบบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สร้างฝายมีชีวิตต้นแบบ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่30​เมษายน​ 2562​เวลา10.00น.​ พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานมอบฝายมีชีวิตต้นแบบ โครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสามัคคี สดุดี องค์ราชัน” มีนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พลตรีอัศวิน บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พร้อมด้วย พันเอกเพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสระบุรี ประชาชนจิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมพิธีรับมอบ ณ ลำห้วยผีหลอก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
ทั้งนี้จังหวัดสระบุรี ได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาว จ.สระบุรี ในรูปแบบประชารัฐ ได้ร่วมกันสร้างฝายมีชีวิตต้นแบบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ป้องกันอุทกภัย แก้ไขปัญหาการจัดการน้ำของชุมชน ตลอดจนอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อคืนความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศอย่างยั่งยืน การสร้างครูฝายมีชีวิตของจังหวัดสระบุรีและแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำของชุมชน รวมทั้งปลุกจิตสำนึกสร้างการมีส่วนร่วมให้กับทุกภาคส่วนในการรักษา หวงแหน และให้มีการขยายผลไปตามหมู่บ้านตำบลต่าง ๆ ต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดา​ ผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน