กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ปล่อยคาราวานมังคุดกระจายผลผลิตเกษตรกรสู่ผู้บริโภคเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุด @จันทบุรี ช่วยเหลือเกษตรกร นำผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภค

จันทบุรี – กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ปล่อยคาราวานมังคุดกระจายผลผลิตเกษตรกรสู่ผู้บริโภคเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุด @จันทบุรี ช่วยเหลือเกษตรกร นำผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภค

วันนี้ (27 เม.ย.67) ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองจันทบุรี ตำบล พลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยกแผนงานในการเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุด @จันทบุรี ระหว่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2567 ตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ฤดูการผลิต ปี 2567 ให้สอดรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบครบวงจร

การจัดกิจกรรมปล่อยคาราวานกระจายผลผลิตมังคุด จังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีร่วมเป็นประธาน และเป็นสักขีพยานการลงนามสัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน สินค้ามังคุด มีนายกรนิจ โน้นจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภาย ใน คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับห้างค้าส่ง – ค้าปลีก ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้โครงการเชื่อมโยงการรับซื้อมังคุด @จันทบุรีช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายของผลผลิตช่วยเหลือเกษตรกร และชาวสวนมังคุดสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกโดยตรง และทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าสดใหม่ในราคาจากสวน พร้อมการสร้างค่านิยมเพิ่มมูลค่าของผลไม้ไทย โดยการบูรณาการเเบบเชื่อมโยง การจัดทำกิจกรรมยุคใหม่ร่วมกับองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อกระจายผลผลิตเชื่อมต่อระหว่างผู้บริโภคให้เกิดการเข้าใจ เข้าถึง นอกจากช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ยังเพิ่มช่องทางในการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดนอกแหล่งผลิตได้มากยิ่งขึ้นด้วย

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่ากรมการค้าภายในมีเป้าหมายการรับซื้อมังคุดในครั้งนี้กว่า 24,000 ตัน รวมมูลค่ากว่า 960 ล้านบาท หากปริมาณผลผลิตออกมากหรือล้นตลาด เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และระบายผลผลิตออกสู่ช่องทางต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การจำหน่ายมังคุดผ่านห้างค้าส่ง – ค้าปลีก ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง นำไปเปิดจุดจำหน่ายในห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ แหล่งชุมชนต่างๆ เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้มีการบริโภคผลไม้มังคุดเพิ่มมากขึ้น


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี 089-6767346
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

พิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ธรรมศึกษา จํานวน 90 คน พร้อมมอบประกาศนียบัตรพระที่สอบได้นักธรรมตรีและนักธรรมเอก จํานวน 3 รูปและฉลองอายุวัฒนมงคล 62 ปี

ตราด – พิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ธรรมศึกษา จํานวน 90 คน พร้อมมอบประกาศนียบัตรพระที่สอบได้นักธรรมตรีและนักธรรมเอก จํานวน 3 รูปและฉลองอายุวัฒนมงคล 62 ปี

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2567 โดยมีพระครูสุนทรวรธัช เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธรรมยุต)เจ้าอาวาสวัดวรดิตถาราม เป็นประธานในพิธีกล่าวรายงานสัมโมทนียกถาในโอกาสมอบประกาศนียบัตรให้แก่พระที่สอบนักธรรมตรีและนักธรรมเอก จํานวน 3 รูป พร้อมด้วยนายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ได้เป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้ธรรมศึกษา จํานวน 90 คน โดยมีพระครูวิโรจน์วิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดวิสิทธิการาม(วัดไม้รูด)เข้าร่วมรับมอบสิ่งของ พร้อมด้วยเจ้าคณะพระสังฆาธิการ พระสังฆาธิการและคณะสงฆ์เข้าร่วม

พระครูสุนทรวรธัช เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธรรมยุต)ได้กล่าวว่า ในนามคณะสงฆ์ ได้ขอแสดงมุทิตาจิตยินดีกับผู้ที่สอบไล่ได้ธรรมศึกษาทุกระดับชั้นและได้เข้ารับประกาศนียบัตรในครั้งนี้ เนื่องด้วยอาศัยความเพียรที่มีอยู่ในตนเอง และสติปัญญาที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ หากแต่การศึกษาในพระธรรมคําสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มิใช่หยุดที่ศึกษาโดยตําราและเข้าสอบไล่ได้เท่านั้น แต่ยังต้องนําเอาหลักธรรมที่ได้ศึกษานํามาปฎิบัติใช้ในชีวิตประจําวัน จึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ดังความตอนหนึ่งของคําปราศรัยที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯแม่กองธรรมสนามหลวง ได้ประทานไว้เมื่อวันเปิดสอบว่า ความรู้ทางธรรมที่ได้จากการเรียนธรรมศึกษาย่อมอํานวยผลให้นักเรียนมีความประพฤติชอบ เป็นประชาชนผู้ดํารงตนอยู่ ในศีลธรรมของพระพุทธศาสนา กฎหมายบ้านเมืองและระเบียบวัฒนธรรมของชาติไทย การสอบธรรมศึกษาสนามหลวงในวันนี้ เป็นการทดสอบภูมิธรรมของนักเรียนตามมาตร ฐานการศึกษาที่คณะสงฆ์ได้กำหนดประกาศนียบัตรที่นักเรียนจะได้รับเมื่อสอบได้ ย่อมแสดงถึงคุณสมบัติของกัลยาณชน เป็นคนดีที่สังคมต้องการ

หลังจากนั้นศิษยานุศิษย์พุทธศานิกชนชาวตําบลไม้รูดและอําเภอคลองใหญ่กว่า 300 คน เข้าร่วมพิธีแสดงมุทิตาจิตฉลองอายุวัฒนมงคล 62 ปี สรงน้ำพระของพระครูวิโรจน์วิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดวิสิทธิการาม(วัดไม้รูด)โดยมีพระครูสุนทรวรธัช เจ้าคณะจังหวัดตราด เจ้าอาวาสวัดวรดิตถาราม เป็นประธานพิธีแสดงมุทิตาจิตฉลองอายุวัฒนมงคล 62 ปี พร้อมพระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ โดยมีนายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ให้เกียรติร่วมสรงนํ้าพระ และศิษยานุศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาได้จัดงานขึ้น ณ. ศาลาการเรียนวัดวิสิทธิการาม(วัดไม้รูด)พร้อมกันนี้รับ เหรียญเป็นที่ระลึกเพื่อเป็นศิริมงคลต่อตนเองและครอบครับอีกด้วย


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัด ประจำปี 2567

ผู้ว่าฯอยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2567 และลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

วันที่ 27 เมษายน 2567 ณ ห้องชวนชม ชั้น 3 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประจำปี 2567 โดยมีนายเกรียงไกร ด่านชัยวิจิตร กรรมการหอการค้าไทย, รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโสสายงานวิชาการและการวิจัย, ท่านคณะกรรมการหอการค้า สมาชิก YEC หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา และร่วมในการประชุมครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของหอการค้าฯ ในปี 2566 ที่ผ่านมา ตลอดจนให้สมาชิกของหอการค้าฯ ได้มีโอกาสประชุมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานด้านธุรกิจร่วมกัน

และยังมีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง วิชาการ ระหว่าง หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยาได้กรุณาบรรยายหัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยากับภาครัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด” การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 ของหอการ ค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหอการค้าเป็นศูนย์รวมของภาคธุรกิจเอกชน มีบทบาทที่ชัด เจนในการพัฒนาเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาของประเทศ

ตลอดระยะเวลา 41 ปี ที่หอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้น ได้ทำหน้าที่เป็นแกนนำสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่ไปสู่ระดับประเทศโดยขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายความร่วมมือ อันประกอบไปด้วยภาครัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายหอการค้าไทย การทำงาน ที่ร่วมมือกันนี้ส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็ง ความเจริญก้าวหน้า ให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างยั่งยืนต่อไป


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนเธอร์แลนด์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนเธอร์แลนด์ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๗ ดังสำเนาข้อความพระราชสาส์นที่ส่งมาพร้อมนี้

สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อะเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์
กรุงเฮก

ในโอกาสอันเป็นมงคลแห่งวันคล้ายวันพระราชสมภพของฝ่าพระบาท หม่อมฉัน ขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จ สันติสุข และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และประชาชนชาวเนเธอร์แลนด์สืบไป

หม่อมฉันมีความยินดีที่ได้เห็นประเทศและประชาชนของเราทั้งสองมีสัมพันธไมตรี
อันดีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระราชวงศ์ของเราทั้งสองต่างมีความใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน เช่นกัน หม่อมฉันเชื่อมั่นว่า ด้วยพื้นฐานความสัมพันธ์อันมั่นคงดังกล่าว ประเทศไทยจะยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนหลากหลายด้าน ทั้งในบริบททวิภาคีและในกรอบความร่วมมืออาเซียน-สหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี และการจัดการสิ่งแวดล้อมอันก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศและประชาชนของเราทั้งสองในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


ผบช.ภ.4 เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สดุดีตำรวจกล้าอย่างสมเกียรติ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว และดูแลสิทธิประโยชน์

ผบช.ภ.4 เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สดุดีตำรวจกล้าอย่างสมเกียรติ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว และดูแลสิทธิประโยชน์

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2567 พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 เป็นประธานในพิธีพระราช ทานเพลิงศพ ร.ต.อ.เวหา สายสิงห์ อายุ 59 ปี รอง สวป.สภ.ผาขาว จ.เลย ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ขณะขับรถพาตัวนายวัชรากรฯ ผู้ป่วยจิตเวช ไปฉีดยารักษาที่โรงพยาบาลผาขาว ก่อนที่นายวัชรากรฯ เกิดอาการคุ้มคลั่งในรถ จึงได้ต่อสู้และยื้อแย่งพวงมาลัยรถ จนเสียการควบคุม พลิกคว่ำลงข้างทางเป็นเหตุให้ ร.ต.อ.เวหาฯ เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ ถนนสายบ้านโนนสมบูรณ์-บ้านหนองตานา ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว จ.เลย

พิธีพระราชทานเพลิงศพถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ที่วัดศิริมงคล อ.ผาขาว จ.เลย ท่ามกลางข้าราชการตำรวจ และผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก โดย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้ให้กำลังใจและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของ ร.ต.อ.เวหาฯ นอกจากนี้ ยังได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของ ร.ต.อ.เวหาฯ และข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ที่ผู้เสียชีวิตและครอบครัวจะได้รับ ได้แก่ ข้าราชการตำรวจผู้เสียชีวิตจะได้รับการเลื่อนยศตามสิทธิ์,ได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,เงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ,เงินกองทุนสวัสดิการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตฯของตำรวจภูธรภาค 4,เงินกองทุน พล.ต.อ.สันติ เพ็ญสูตร และเงินสิทธิประโยชน์ช่วยเหลืออื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 3.7 ล้านบาท และหากผู้เสียชีวิตมีทายาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการบรรจุให้เข้ารับราชการตำรวจ เมื่อสำเร็จการศึกษาตามที่เงื่อนไขได้กำหนดไว้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รวบแล้ว “ไอ้อาร์ต” ผู้ต้องหาคดียาบ้า หลบหนีขณะนำตัวขึ้นศาล ไม่เข็ดไปขนยาบ้าอีกว่า 8 พันเม็ดที่ซุกไว้เตรียมขายต่อ

ตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น ปิดล้อมรีสอร์ตเข้าจับกุม “ไอ้อาร์ต”จำเลยคดียาเสพติดที่หลบหนีขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์รุ่นน้องที่จอดรอขณะมาขึ้นศาลเมื่อหลายวันก่อน หลังกบดานที่รีสอร์ตใกล้บ้านในตำบลศิลา เผยก่อนจนมุมไปรับยาบ้าจากเครือข่ายในมหาสารคามมาซ่อนเตรียมขายอีกกว่า 8,000 เม็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น กว่า 30 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้าปิดล้อมห้องพักหมายเลข 24 รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ก่อนที่จะเข้าไปรวบตัว น.ช.รัชพล เขียนนอก หรือนายอาร์ต อายุ 35 ปี และนายพลังรัชร ขุนสินไชยรัชร หรือน๊อต อายุ 20 ปี เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ไปรับ น.ช.อาร์ต

จากการตรวจค้นภายในห้องน้ำ พบว่าทั้ง 2 คน ได้เทยาบ้าลงในชักโครกเพื่อทำลายหลักฐาน หลังจากที่ไปนำยาบ้าในพื้นที่ซุกซ่อนไว้ จังหวัดมหาสารคาม เพื่อมาจำหน่ายในพื้นที่ โดยไม่สนใจว่ากำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมเพราะหลบหนีออกจากการควบคุมตัว พร้อมยาบ้าจำนวน 8,000 เม็ด รถยนต์เก๋งโตโยต้า โซลูน่า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กต 5872 ขอนแก่น นายพลังรัชร ขุนสินไชยรัชร หรือน๊อต บอกเพียงว่า พี่สาวตนเองได้บอกให้ไปรับนายอาร์ตฯ ที่ข้างเรือนจำ จากนั้นเมื่อนำโซ่ตรวนออกก็นำไปส่งที่ บขส.3 แต่นายอาร์ตกลับใจไม่ขึ้นรถโดยสาร จึงหลบหนีไปด้วยกัน

พ.ต.อ.พรศักดิ์ งานดี ผู้กำกับการตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า นายอาร์ตและนายน๊อต ยังคงหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่ หลังจากที่ได้หลบหนี ได้ซื้อใบเลื่อยเหล็กมาตัดโซ่ตรวนออกที่บ้านปู่ของนายน๊อต จากนั้นก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับจอดรถจักรยานยนต์ พ่นสีทับสีเดิมและสลับป้ายทะเบียน ก่อนจะนำรถยนต์เก๋งขับออกไป กระทั่งนายอาร์ตได้พาไปนำยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้แถวตำบลกู่ทอง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

จากนั้นได้มาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตดังกล่าวในเวลา 05.00 น. ก่อนที่ตำรวจจะเข้ารวบตัวได้ พร้อมยาบ้า ส่วนเสื้อผ้านายอาร์ตได้ถอดทิ้งระหว่างหลบหนี มีเพียงกางเกงเท่านั้น เมื่อมาถึงบ้านปู่ของนายอาร์ตได้ถอดทิ้งไว้ ซึ่ง น.ช.รัชพล เขียนนอก หรือนายอาร์ตจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ต้องขังหลบหนีการควบคุมของศาล และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ส่วนนายพลังรัชร ขุนสินไชยรัชร หรือน็อต จะถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาร่วมกันวางแผนและช่วยเหลือหลบหนี และร่วมกันมียาเสพติดไวในครอบครอง

ขณะที่ปิยวัฒน์ กอสุราษฎร์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น วันเกิดเหตุ มีจำเลยที่ต้องมาขึ้นศาลจังหวัดขอนแก่น ในวันเดียวกันกับนายอาร์ต 13 คน และขากลับ จะต้องนำผู้ต้องหาที่ต้องนำตัวไปฝากขังเพิ่มอีก 10 คน รวมเป็น 23 คน ซึ่งต้องยอมรับว่า ในการควบคุมตัวผู้ต้องขัง มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ได้นัดหมายเพื่อเข้าหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานศาลจังหวัดขอนแก่น และตำรวจ ในการเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น


พงษ์พจน์/พูนสรร บุญมีวิเศษ……….รายงาน

สืบสวนภาค 4 กัดไม่ปล่อย สนองนโยบาย “ตร.” ล้างบางแก๊งค้าอาวุธปืนออนไลน์ ค้น 152 จุดอีสานเหนือ จับผู้ต้องหา 47 คน ปืน 68 กระบอก

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ไม่มีแผ่ว พร้อมยอดนักสืบ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 นำทีมสืบสวนภาค 4 ลุยล้างบางแก๊งค้าอาวุธปืนออนไลน์ ทั่วอีสานเหนือ ปูพรมค้น 12 จังหวัด 152 จุด จับกุม 47 คน ยึดปืน 68 กระบอก กระสุน 1,471 นัด บุหรี่ไฟฟ้า 50 ชุด น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 380 ชุด ยาบ้า 50 เม็ด

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2567 ที่กองบังคับการสืบสวนภาค 4 “บิ๊กโอ๊ด” พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผบก.สส.ภ.4 และชุดสืบสวนภาค 4, ชุดสืบสวน ภ.จ.ทั้ง 12 จังหวัด ได้ร่วมกันแถลงผลการกวาดล้างปฏิบัติการจับกุมอาชญากรรมการค้าอาวุธปืนออนไลน์

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ตำรวจภาค 4 ได้เปิดปฏิบัติการทลายอาวุธปืนออนไลน์ ลุยค้น 152 จุดทั่วอีสานเหนือ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ให้กวาดล้างจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ ซึ่งมีแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุด ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผบก.สส.ภ.4 นำทีมสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่ประสานงานกับชุดสืบสวนภ.จ.ทั้ง 12 จังหวัดเพื่อหาข่าวเข้าตรวจค้นจับกุม กระทั่งได้ข้อมูลพร้อมตำรวจภาค 4 จึงทำการปูพรม ปิดล้อมตรวจค้นผู้จำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ โดยให้ปฏิบัติการพร้อมกัน ทั้ง 12 ภ.จ. คือ ภ.จ.กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, นครพนม, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, เลย, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู และ อุดรธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 24 เม.ย. 2567 โดยได้เข้าตรวจค้นรวม 152 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 47 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนรวม 68 กระบอก,เครื่องกระสุนปืน 1,471 นัด,ยาบ้า 50 เม็ด,บุหรี่ไฟฟ้า 50 อัน และ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 380 อัน

ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างจับกุมผู้จำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์ และจับกุมผู้ครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตำรวจภาค 4 ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน สำหรับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จับกุมได้ เป็นการตัดโอกาสไม่ให้นำไปใช้ก่อเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยตนได้สั่งกำชับตำรวจภาค 4 ดำเนินการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องต่อไป


พงษ์พจน์/พูนสรร บุญมีวิเศษ……….รายงาน

ฟุตซอลทีมชาติไทย ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทีมเวิร์คที่ดี และทำด้วยจิตวิญญาณ เพื่อความสุขของคนไทยทั้งประเทศ โดยไม่ได้หวังผลใดๆ

ฟุตซอลทีมชาติไทย ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทีมเวิร์คที่ดี และทำด้วยจิตวิญญาณ เพื่อความสุขของคนไทยทั้งประเทศ โดยไม่ได้หวังผลใดๆ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2567 : นายสุทิน บัวตูม ผู้จัดการฟุตซอลทีมชาติไทย กราบขอบคุณทุกกำลังใจ เสียงเชียร์จากทั่วประเทศ ในสนาม และจากทั่วโลกรวมทั้งทวีปเอเซีย “ไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ” คือเสียงมหัศจรรย์ทำให้สู้สุดชีวิตของนักกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทย จนมาถึง รอบชิงชนะเลิศฟุตซอลชิงแชมป์ เอเซีย ไทย พบ อิหร่าน ในวันที่ 28 เม.ย.2567 เวลา 18.00 น.ที่จะถึงนี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เชียงใหม่ จัดพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2567

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2567 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดทูนพระวีรกรรมแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของชาติไทย

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ที่ บริเวณพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพสกนิกรชาวเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีวางพวงมาลา และกล่าวคำถวายราชสักการะ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2567 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ ในอดีตพระองค์ได้กอบกู้อิสรภาพของไทย และทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ อันนำมาซึ่งความสงบสุขร่มเย็น และเกียรติคุณภูมิของราชอาณาจักรไทยมาจนถึงปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

กกต.ประจำจังหวัดลำพูน ประชุมคณะกรรมการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 พร้อมแจ้ง Timeline การเลือก สว. ชุดใหม่

กกต.ประจำจังหวัดลำพูน ประชุมคณะกรรมการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 พร้อมแจ้ง Timeline การเลือก สว. ชุดใหม่

วันนี้ 25 เม.ย. 67 นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภาประจำจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมอนันตยศ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำพูน โดยมีปลัดจังหวัดลำพูน นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมเข้าร่วมประชุม

ด้วยสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 24 กำหนดให้การดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้มีคณะกรรมการระดับจังหวัด กำหนดให้ก่อนวันที่อายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เพื่อเตรียมการแต่งตั้ง บุคคลเป็นคณะกรรมการระดับอำเภอ และคณะกรรมการระดับจังหวัด

การประชุมในวันนี้เป็นการแจ้งขั้นตอนและกระบวนการในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 โดยนางชรินทร์ทิพย์ ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน ชี้แจงการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ของจังหวัดลำพูน ในการเตรียมการด้านบุคลากร ในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ การจัดตั้งศูนย์เตรียมการการเลือกสมาชิกวุฒิสภาประจำจังหวัดลำพูน ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธานคณะกรรมการ การเตรียมการด้านงบประมาณ สถานที่และวัสดุอุปกรณ์ การเตรียมการด้านการประชาสัมพันธ์ และระบบบริหารจัดการ การเลือกสมาชิกวุฒิสภากับภารกิจของสำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

สำหรับ Timeline การเลือก สว. ชุดใหม่ ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คาดมีผลบังคับใช้ 11 พ.ค 67 ประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ 67 โดย สว. ชุดใหม่จะมีจำนวน 200 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม (มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเท่านั้น) โดยจะคัดเลือกจากระบบ “เลือกกันเอง” จากผู้สมัครรับเลือกใน 20 กลุ่มอาชีพ ผ่านการเลือก 3 ระดับ ได้แก่ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ *ประชาชนโดยทั่วไปจะไม่มีสิทธิเลือกผู้สมัคร โดยมีขั้นตอนการเลือก สว. แบบเลือกกันเองดังนี้

  1. การสมัครรับเลือก สว. : ผู้สมัครรับเลือกฯ สามารถเลือกสมัครได้ 1 กลุ่มอาชีพ และ 1 อำเภอ เท่านั้น
  2. การเลือก สว. ระดับอำเภอ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ของแต่ละกลุ่ม จะเป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ สำหรับกลุ่มนั้น
  3. การเลือก สว. ระดับจังหวัด ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 2 อันดับแรก ของแต่ละกลุ่ม จะเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดสำหรับกลุ่มนั้น
  4. การเลือก สว. ระดับประเทศ ผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 – 10 ได้เป็น สว. และลำดับที่ 11 – 15 อยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้น
  5. ประกาศผลการเลือก สว. : เมื่อ กกต.ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งระดับประเทศแล้ว ให้รอไว้ไม่น้อยกว่า 5 วัน เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้ากกต. เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยถูกต้องสุจริต และเที่ยงธรรมให้ประกาศผลการเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา
    (ไทม์ไลน์การเลือก สว. 67 )

ร่างพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และจัดทำร่างแผนการจัดเลือกสมาชิกวุฒิสภามีประเด็นสำคัญดังนี้

  • 13 พ.ค. 67 ประกาศการสมัครรับเลือก สว.
  • 9 มิ.ย. 67 การเลือก สว. ระดับอำเภอ
  • 16 มิ.ย. 67 การเลือก สว. ระดับจังหวัด
  • 26 มิ.ย. 67 การเลือก สว. ระดับประเทศ
  • 2 ก.ค. 67 ประกาศผลการเลือก สว.

จากนั้นครม.จะอนุมัติงบฯ กลางเพื่อดำเนินการเลือก สว. โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นแล้วแต่กรณี ภายในกรอบวงเงินทั้งสิ้น 227,105,500 บาท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา


นที มีเดช รายงาน