มอบคืนโฉนด 18 ราย ให้ชาวเกษตรกรพื้นที่ประจวบฯ

วันที่ 30 เมษายน 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ เขตเทศบาล อ.เมือง จังหวัดประจวบฯ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมคณะ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในภารกิจของสำนักงานตามบันทึกข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง(ภาคกลาง) ภายใต้สโลแกน “คิดใหม่ ทำใหม่ คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อเกษตรกรไทยทุกคน” และมอบนโยบายการปฏิบัติงานพร้อมกับมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 18 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือจัดการหนี้จากกองทุนฟื้นฟูฯ รวม 26 แปลง เนื้อที่รวม 212 ไร่ 1 งาน 68.3 ตารางวา โดยมี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ

ทั้งนี้ปัจจุบันมีองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว จำนวน 56,107 องค์กร มีสมาชิกเกษตรกร จำนวน 5,719 220 ราย โดยสนับสนุนโครงการและงบประมาณให้กับองค์กรเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2549-2566 จำนวน 12,311 โครงการ งบประมาณ 1,503,432,480 บาท (เงินอุดหนุน 9,558 โครงการ เป็นเงิน 407 ,857,364 บาท/เงินกู้ยืม 2,753 โครงการ เป็นเงิน 1,095,575,116 บาท) และในปีงบ ประมาณ 2567 มีองค์กรเกษตรกรแสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนโครงการเงินกู้ยืมไว้กับสำมักงานสาขาจังหวัด จำนวน 2,080 โครงการ เป็นเงิน 12,063, 454,468 บาท (มีเกษตรกรเข้าร่ามโครงการ 53,110 ราย)

โดยภายในกิจกรรม นอกจากจะมีการมอบคืนโฉนดที่ดินให้กับเกษตรกร จำนวน 18 รายแล้ว ยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ด้านการฟื้นฟู การมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2567 และการบริหารงานตามแนวทางยุทธศาสตร์กองทุนระยะ 5 ปี (2568-2572) ภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การแลกเปลี่ยนการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของกรมบัญชีกลาง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ภายใต้บริบท”ลานนาบีฟโมเดล” ความยั่งยืนของอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสมาชิกกองทุน และการศึกษาดูงานการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ ณ กลุ่มส่งเสริมอาชีพชาวประมง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ เช่น ด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ และด้านแปรรูปผลผลิต

นางสมจิตร ชัยจักร อายุ 65 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว และเลี้ยงโคขุน ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านห้วยลึก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพปลูกมะพร้าวจำนวน 6 ไร่ ได้นำโฉนดที่ดินไปเข้ากู้เงินกับธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวน 240,000 บาท เพื่อนำเงินมาลงทุนซื้อวัวมาเลี้ยง จำนวน 8 ตัว เป็นรายได้เสริม ต่อมาผ่อนจ่ายไม่ไหวเนื่องจากประสบปัญหาทางด้านการเงิน ขาดทุน และปัญหาทางภัยพิบัติธรรมชาติ จึงทำให้ไม่สามารถผ่อนจ่ายกับธนาคาร ธ.ก.ส.ได้มานานกว่า 10 ปี จึงได้สมัครเป็นสมาชิกเข้ากับกองทุนเพื่อให้ช่วยเหลือ โดยการผ่อนจ่ายกับกองทุนฟื้นฟูในอัตราดอกเบี้ย 0% ซึ่งในปัจจุบันได้ผ่อนจ่ายจนครบหมดแล้ว และได้โฉนดคืนแล้วในวันนี้ ตนรู้สึกดีใจมากและขอบคุณที่กองทุนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือกับเกษตรกรให้สามารถลืมตาอ้าปากได้

นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหารฯ กล่าวว่า ทางกองทุนฟื้นฟูฯ มีภารกิจสำคัญที่ช่วยเหลือเกษตรกร 2 ด้าน คือ ด้านการจัดการหนี้และการฟื้นฟู ในส่วนของการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรให้เกษตรกรรวมกลุ่มยื่นเสนอแผนและโครงการของบประมาณ เพื่อใช้พัฒนาอาชีพทางการเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิก ซึ่งจะเป็น การยกระดับชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ภายใต้การนำของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกองทุนฯพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรสมาชิก


นัครินทร์/รายงานข่าว

DSI ทลายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ 15 จุด รวบตัวการ-เครือข่าย พบบัญชีผู้เล่นมากกว่า 1 แสนคน เงินทุนหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท

นนทบุรี – DSI ทลายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ 15 จุด รวบตัวการ-เครือข่าย พบบัญชีผู้เล่นมากกว่า 1 แสนคน เงินทุนหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท

วันที่ 30 เมษายน 2567 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับกรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จำนวนกว่า 200 นาย นำหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ จำนวน 15 จุด พร้อมกันในพื้นที่ภาคกลางประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี จำนวน 5 จุด, จังหวัดลพบุรี จำนวน 8 จุด และจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 จุด เพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ค้นหาพยานหลักฐาน ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก

กรณีดังกล่าวเป็นการปฏิบัติการตรวจค้นในคดีพิเศษที่ 76/2566 กรณี กลุ่มผู้กระทำผิดมีการเข้าถึงบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ของตน ผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้ง และ/หรือ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพื่อกระทำความผิดในลักษณะเป็นการโฆษณา หรือ ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันโดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการพนันออนไลน์ได้ พบพฤติการณ์ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเพื่อเอาทรัพย์สินกัน จัดให้มีการเล่นการพนันทางออนไลน์หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ www. sandvip. com, www.sand168.com www.gts89.com และwww.gtb89.com โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เมื่อได้เงินจากประชาชนทั่วไปที่เข้าไปเล่นพนันแล้ว กลุ่มขบวนการดังกล่าวร่วมกันนำเงินที่ได้ออกมาจากระบบวงจรด้วยการโอนไปยังบัญชีต่าง ๆ ที่เป็นลูกน้องหรือคนสนิท และบัญชีว่าจ้างให้เปิดหรือซื้อบัญชี (บัญชีม้า) จากนั้นมีการโอนเงินไปบัญชีธนาคารอื่นอีกหลายทอด เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ หรือ ซุกซ่อนรูปแบบเส้นทางการเงิน แล้วนำเงินออกจากระบบด้วยการกดเงินสดด้วยบัตรกดเงินสด ATM โดยบัญชีธนาคารและด้วยตัวของผู้ต้องหาร่วมในคดีนี้เอง มีบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของ/นายทุน บุคคลซึ่งทำหน้าที่ดูแลระบบ/ดูแลสมาชิกของเว็บไซต์ (ทีม Admin) บุคคลซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านการเงิน/เจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้ รับเงินในเครือข่ายของเว็บไซต์พนัน www.sandvip.com (เปลี่ยนชื่อเป็น www.gtb89.com) www.sand168.com (เปลี่ยนชื่อเป็น www.gts89.com) และเว็บไซต์อื่น ๆ ในเครือข่าย ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการร่วมกันดำเนินการกิจการผิดกฎหมายนี้ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายมาเป็นเวลาหลายปี

จากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า เว็บพนันออนไลน์เครือข่ายดังกล่าวมีเว็บไซต์ในเครือ รวม 6 เว็บไซต์ และเว็บไซต์อื่น ๆ อีกจำนวนหลายเว็บไซต์มีทุนหมุนเวียนกว่า 2,000,000,000 บาท (สองพันล้านบาท) เป็นขบวนการขนาดใหญ่ มีจำนวนสมาชิกผู้เล่นพนัน มากกว่า 100,000 ราย มีทีมงานแอดมินหลายสิบคน และมีการใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินหลายสิบบัญชี รวมถึงใช้บัญชีของผู้ตายในการรับโอนเงินด้วย ทั้งนี้เนื่องจากเว็บพนันออนไลน์นี้มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังอีกหลายบัญชี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเตรียมการขยายผลดำเนินคดีฟอกเงินผู้เกี่ยวข้อง และผู้เล่นพนันต่อไป


สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

เรือ ต.235 ออกลาดตระเวนในอ่าวไทย พื้นที่เขตรับผิดชอบ พบศพชายนิรนามลอยอืดกลางทะเลตราด

ตราด – เรือ ต.235 ออกลาดตระเวนในอ่าวไทยพื้นที่เขตรับผิดชอบ พบศพชายนิรนามลอยอืดกลางทะเลตราด

เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันนี้ได้รับแจ้งจาก เรือ ต.235 ของกองทัพเรือ โดยมี ร.อ.อภิภัทร ศิริคง ผู้ควบคุมเรือ ของกองทัพเรือขณะลาดตระเวนอยู่ในทะเลตราด ว่าพบศพชายลอยอืดกลางทะเล สภาพศพใส่เสื้อชูชีพ นุ่งกางเกงบ๊อกเซอร์ ลอยอยู่กลางทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 6 กม. บริเวณหน้าไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จึงได้ประสานมายัง พ.ต.ท.ประจวบ ผอมทอง สารวัตรเวร สภ.คลองใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชิต วิทะไชย ผกก.สภ.คลองใหญ่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างฯเขตคลองใหญ่ ว่าจะนำศพชายนิรนามขึ้นที สะพานคลองใหญ่
จากการตรวจสอบยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ตามลำตัวไม่มีรอยสัก หรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอก ซึ่งในท้องที่ของ สภ.คลองใหญ่ ก็ยังไม่มีใครมาแจ้งคนหายแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯนำศพไปพิสูจน์ที่ รพ.คลองใหญ่ และรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 วัน ซึ่งยังไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นใคร เป็นนักท่องเที่ยวหรือไม่ หรือลูกเรือประมง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตคลองใหญ่ได้นําศพส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตราดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตรายนี้ต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด 095-4399425
พสิษฐ์ เขม้นเขตวิทย์ รายงาน ศูนย์รวมข่าวภาคตะวันออก 062-7584334

ผบ.มทบ.ที่ 36 มอบบ้านให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ถวายเป็นพระราชกุศล

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 มอบบ้านให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อวันจันทร์ ที่ 29 เมษายน 2567 พลตรี วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาเพื่อจะถ่ายมณฑลทหารบกที่ 36 เป็นประธานพิธีรับมอบบ้านให้กับประชาชนผู้ยากไร้ ด้วย กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 3 บูรณาร่วมกับอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้สนับสนุนงบประมาณในการช่อมแชมบ้านให้กับประชาชนผู้ยากไร้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิม พระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567

มณฑลทหารบกที่ 36 ได้จัดชุดช่างซ่อมแซมบ้าน แล้วเสร็จ จำนวน 1 หลัง ซึ่งเป็นบ้านของ พลทหาร เศรษฐา พรมรักษา ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/65 สังกัด มณฑลทหารบกที่ 36

โดย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 คณะนายทหาร กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอเมือง,ปลัดตำบลและกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำบลน้ำร้อนอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมพิธีฯ มีชุดแพทย์เคลืีอนที่ โรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมืองให้บริการตรวจโรคทั่วไปแก่ประชาชนในพื้นที่ และมอบถุงยังชีพ ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ ณ บ้านเลขที่ 80 หมู่ 8 ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์


กองทัพภาคที่ 4 นำคณะเยาวชนจากกองทัพภาคที่ 3 ทัศนศึกษาเรียนรู้ วีถีชีวิต วัฒนธรรม ของภาคใต้

กองทัพภาคที่ 4 นำคณะเยาวชนจากกองทัพภาคที่ 3 ทัศนศึกษาเรียนรู้ วีถีชีวิต วัฒนธรรม ของภาคใต้

วันที่ 28 เมษายน 2567 เวลา 08.00 น. กองทัพภาคที่ 4 ได้นำคณะเยาวชนจากกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 41 คน เดินทางทัศนศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช โดยเวลา 0900 น. ได้นำคณะเยาวชน จากกองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปยังหมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรี ธรรมราช ซึ่งเป็นแลนด์มาร์ค สถานที่ ที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย หมู่บ้านตั้งอยู่ท่ามกลางเขาหลวง ที่อุดมสมบูรณ์ มีลำธารใสๆ ไหลผ่านตลอดทั้งปี จากนั้น ได้เดินทางต่อไปยัง ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวลูกไม้คีรีวง ให้น้องๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดย้อม อาทิ หมวก เสื้อ กางเกง กระเป๋า ลูกปัด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากนั้นได้นำเยาวชน ไปรับประทานขนมจีนแบบฉบับปักษ์ใต้แท้ๆ กันที่ ร้านขนมจีนป้าเขียว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นร้านเด็ดที่หลายๆคนมาจังหวัดนครศรีธรรมราชจะต้องแวะมารับประทานขนมจีนที่นี่

จากนั้นเวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปยังวัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะและศึกษาประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมกันนี้ ยังได้นั่งรถราง ชมวิวทิวทัศน์ของ อ.พรหมคีรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศที่บริสุทธิ์และมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

ต่อมาเวลา 17.00 น.ได้เดินทางไปยัง ประสานสุข วิลล่าบีช รีสอร์ท อ.สิชล จ.นครศรีธรรม ราช เพื่อร่วมกิจกรรมสันทนาและเล่นเกมส์ต่างๆ อาทิ วาดภาพช้างด้วยเชือก, วิ่งหนีบกระป๋อง เป่าแป้ง, และวอลเลย์ลูกโป่งน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่จากค่ายฝึกรบพิเศษสิชล คอยกำกับดูแล ในเรื่องความปลอดภัยของน้องๆเยาวชน ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ท่านมทภ.4 เน้นย้ำในเรื่องดังกล่าว รวมถึงการดูแลต้อนรับให้น้องๆเยาวชนมีความสุขและอบอุ่นประทับใจตลอดห้วงการมาทัศนศึกษาในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4

ต่อมาเวลา 19.00 น. พลโท ศานติ ศกุนตนาค มทภ.4 พร้อมคณะกอง ฝสธ.ทภ.4 ได้เดินทางมาพบปะน้องๆเยาวชน พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งนี้ ได้มีการแสดงพิเศษ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 3 ได้แสดงวัฒนธรรมพื้นเมืองของภาคเหนือ และร่วมร้องเพลง พร้อมทั้ง มอบของที่ระลึกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทบ. ประดับยศนักเรียนดุริยางค์ทหารบก รุ่นที่ ๓๘/๖๔

ผบ.ทบ. ประดับยศนักเรียนดุริยางค์ทหารบก รุ่นที่ ๓๘/๖๔ ขอให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับ ยกระดับงานการดนตรีของกองทัพบกให้มีมาตรฐานในระดับสากล

วันนี้ (๒๙ เม.ย.๖๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ห้องเบญจนฤมิตร อาคารเบญจรังสฤษฏ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศนักเรียนดุริยางค์ทหารบก รุ่นที่ ๓๘/๖๔ ที่สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยมี พลตรี อรรถวุฒิ มิ่งมิตร เจ้ากรมดุริยางค์ทหารบกและผู้บัญชาการโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก ให้การต้อนรับ โดยในปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาและเข้ารับการประดับเครื่องหมายยศ รวม ๖๐ นาย แบ่งเป็นนักเรียนชาย ๕๐ นาย และหญิง ๑๐ นาย ซึ่งจะได้รับคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ของกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นประทวนในหน่วยทหารพื้นที่ต่างๆ ของกองทัพบก

โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้รับชมวิดีทัศน์ และรับฟังสรุปรายงานผลการศึกษาของนักเรียนดุริยางค์ทหารบก พร้อมนำคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบกร่วมประดับเครื่องหมายยศสิบตรี และผู้บัญชาการทหารบกได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณผลการเรียนดีให้กับนักเรียนดุริยางค์ทหารบก จำนวน ๔ นาย ก่อนกล่าวให้โอวาทเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติราชการ และเป็นขวัญกำลังใจให้กับนายทหารประทวนใหม่ ว่า “ทหารเหล่าดุริยางค์ถือเป็นเหล่าพิเศษที่มีโอกาสปฏิบัติในหลายภารกิจที่สำคัญของกองทัพบก รวมทั้งงานพระราชพิธี หรือรัฐพิธี ตลอดจนกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ทั้งภายในหน่วยทหาร และเพื่อประชาชน โดยขอให้ใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้รับจากโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก พร้อมฝึกฝนทักษะทางการดนตรีเพิ่มเติมให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อยกระดับงานการดนตรีของกองทัพบกให้มีมาตรฐานในระดับสากล ภายใต้การดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมทางการดนตรีของไทย” จากนั้นได้พบปะพูดคุย แสดงความยินดีกับผู้ปกครองและครอบครัวนักเรียนดุริยางค์ทหารบกที่มาเข้าร่วมในพิธีฯ ด้วย

สำหรับหลักสูตรนักเรียนดุริยางค์ทหารบก โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก กรมดุริยางค์ทหารบก ได้เปิดสอบคัดเลือกเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ตั้งแต่อายุ ๑๕ – ๑๘ ปี ที่มีใจรักหรือมีทักษะความสามารถทางการดนตรี โดยมีกำหนดระยะเวลาศึกษารวม ๓ ปี พร้อมเสริมสร้างโอกาสทางการแสดงผลงานดนตรีให้กับนักเรียนดุริยางค์ทหารบกได้เข้าร่วมการแสดงในวาระต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การผลิต “ทหารเหล่าดุริยางค์” ที่มีความพร้อมในการตอบสนองภารกิจต่างๆ ของกองทัพบกในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงหลักของประเทศต่อไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก จัดโครงการอบรมวิชาชีพตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน และประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ

เพชรบูรณ์ – สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก จัดโครงการอบรมวิชาชีพตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน และประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ

ที่บริเวณสวนสาธารณะดงตาล ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมโดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก นางสาวดุจดาว ธนากรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก ร่วมกับชมรมอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก จัดโครงการอบรมวิชาชีพตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน (อาหารพร้อมทาน) และประกวดการทำอาหาร Street Food สร้างอาชีพ ระดับสำนักงานคุมประพฤติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อให้ผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ มีความรู้ความสามารถในการทำอาหารพร้อมทาน ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน สามารถใช้ในการประกอบอาชีพอิสระ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภายนอกให้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ

สำหรับการจัดการประกวดในครั้งนี้ มีการประกวดประเภทอาหารหวาน ได้แก่ กล้วยบวชชี ขนมต้มไส้มะขาม บัวลอยไข่หวาน วุ้นมะพร้าวอ่อน และวุ้นใบเตย ซึ่งผลการแข่งขันรางวัลชนะเลิศได้แก่ วุ้นใบเตย ผู้ชนะเลิศ จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประกวดระดับเขต 6 ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่จังหวัดพิษณุโลกต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กองทุนฟื้นฟูฯ เปิดโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมคืนโฉนดให้สมาชิกจำนวน 18 ราย

กองทุนฟื้นฟูฯ เปิดโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมคืนโฉนดให้สมาชิกจำนวน 18 ราย

วันที่ 30 เมษายน 2567 ที่โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และด้านอื่นๆในภารกิจของสำนักงาน ตามบันทึกข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง โดยมีนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในนามผู้รับผิดชอบดำเนินงานโครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกรและด้านอื่นๆ ในภารกิจของสำนักงาน ตามบันทึกข้อตกลงกับ กรมบัญชีกลาง พร้อม คณะผู้บริหาร ร่วมกิจกรรมโครงการดังกล่าว

สำหรับแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ การดำเนินงานโครงการในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 365 คน ประกอบด้วย คณะทำงานตรวจสอบ ติดตาม สนับสนุน ประเมินผล แก้ไข ปรับปรุงและดำเนินการแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 หัวหน้าสำนักงานสาขา
จังหวัดภาคกลาง ทั้ง 26 จังหวัด เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตัวแทน
สมาชิกองค์กรเกษตรกรที่ขอรับการสนับสนุนแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
รวมถึงพนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานสาขาจังหวัด
ภาคกลาง และสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและด้านอื่นๆ ในภารกิจของสำนักงาน ตามบันทึกข้อตกลงกับกรมบัญซี่กลาง ให้สามารถบรรลุเป้าหมายกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่กำหนด รวมถึงเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ในการติดตามการดำเนินงานตามภารกิจสำนักงาน และเสริมสร้างพัฒนาทักษะการดำเนินงาน สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรร่วมกัน รวมถึงการตรวจสอบ ติดตามสนับสนุน ประเมินผล แก้ไข ปรับปรุงและดำเนินการแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้เป็นไปตามเจตนารมณ์กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และสอดคล้องกับแผนและยุทธศาสตร์ด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานกองทุนฯ มีองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกับ กองทุนฯ แล้ว จำนวน 56,107 องค์กร มีเกษตรกรสมาชิก จำนวน 5,719,220 ราย นอกจากนั้น สำนักงานกองทุนฯ ยังให้การสนับสนุนโครงการและงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก่องค์กรเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2549-2566 แล้ว จำนวน 12,311 โครงการ เป็นงบประมาณทั้งสิ้น 1,503,432,480 บาท โดยสนับสนุนเงินอุดหนุน เพื่อการพัฒนาความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร จำนวน 9,558 องค์กร/โครงการ เป็นเงิน 407,857,364 บาท และให้เงินกู้ยืมเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของเกษตรกร จำนวน 2,753 โครงการ เป็นเงิน 1,095,575,116 บาท ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 มีองค์กรเกษตรกรที่แสดงความประสงค์ขอรับการสนับสนุนโครงการเงินกู้ยืมไว้กับสำนักงานสาขาทั้ง 77 จังหวัด รวมจำนวน 2,080 โครงการ เป็นเงิน 12,063,454,468 บาท มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 53,110 ราย โดยในเขตภาคกลาง
มีจำนวน 172 แผน/โครงการ วงเงิน 1,603,710,595 บาท มีเกษตรกรเข้าร่วม 5,752 คน

นอกจากนี้ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อม คณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับเกษตรกร สมาชิกกองทุนฟื้นฟูจำนวน 18 ราย จำนวน 26 แปลง เนื้อที่รวม 212 ไร่ 1 งาน 68.3 ตารางวา


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ทีม “พี่เสือ” จัดพิธีพุทธาภิเษกสมเด็จพุทธศิลป์มนต์นาคา มีทั้งสมเด็จเสือคู่ สมเด็จขี่ไก่ ความหมายดีบารมีสูง หลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ อายุ 108 ปี

ทีม “พี่เสือ” ได้จัดพิธีพุทธาภิเษกทั้งพุทธทั้งพราหมณ์กับสมเด็จพุทธศิลป์มนต์นาคามีทั้งสมเด็จเสือคู่ สมเด็จขี่ไก่ ความหมายดีบารมีสูงหลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ อายุ108 ปี

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ทางทีมพี่เสือได้จัดพิธีพุทธาภิเษกทั้งพุทธทั้งพราหมณ์กับสมเด็จพุทธศิลป์มนต์นาคามีทั้งสมเด็จเสือคู่ สมเด็จขี่ไก่ ความหมายดีบารมีสูงหลวงปู่คีบ ธีรปัญโญ อายุ 108 ปี พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำโขง ในงานนี้มีผู้คนมาร่วมพิธีมากมายทั้งในพื้นที่และลูกศิษย์ลูกหาจากทุกภาคในประเทศไทยและจากต่างประเทศมีมาเลเซีย สิงคโปร์ ใต้หวัน และสปป.ลาว ต่างชื่นชมว่าทีมพี่เสือจัดสร้างทุกรุ่นนั้นมาตรฐานดี พิธีอันเข้มขลัง มวลสารที่เป็นมงคลแก่วัตถุครบถ้วนตามโบราณกาล สิ่งที่สำคัญคือความสวยงามของพระรุ่นนี้

คุณนิภัทร์ สมาร์ทอินเมจ บอกว่า”รุ่นนี้แรงสุดๆ แต่เราไม่สามารถสร้างเกินจำนวนได้เพราะเราต้องการให้ผู้ที่ศรัทธาต่อหลวงปู่คีบได้ไปบูชาแบบภาคภูมิใจขนาดต่างประเทศจะขอเพิ่มเราเองก็ไม่อยากเสียสัจจะแค่ไหนก็แค่นั้น เพราะได้ลั่นวาจาไปแล้วว่าสร้างตามจำนวนสั่งจอง เราไม่มองถึงผลประโยชน์ แต่เอาตรงไปตรงมาเพื่อรักษามาตรฐานของทีมพี่เสือ

ส่วนคุณป้อมสกลนคร บอกว่า “รุ่นนี้แรงจริงๆทางเหนือมีมนต์มยุราของครูบาอริยะชาติ แต่ที่นี้มนต์นาคาก็แรงพอๆกันสิ่งสำคัญ “พี่ป้อม” ยังสร้างเหรียญรุ่นเจริญพร 9 รอบ108 ปี ของหลวงปู่คีบ ที่สวยงามทีเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อทองแดงลงยา เนื้อเงินหน้ากากทองคำ เรียกว่าพระสวยคมชัด พิธีดี มวลสารครบ จบที่ครูบาอาจารย์บารมีสูงและที่สำคัญทั้งเฮียนิภทร์กับพี่ป้อมยังมอบเงินเพื่อสมทบทุนสร้างห้องน้ำ.และถวายเงินร่วมสร้างศาลาหอฉัน นอกจากนั้นยังมีโครงการรักบ้านเกิดจะมอบเงินจากรายได้ให้กับโรงเรียน โรงพยาบาล มอบทุนการศึกษาและผู้ยากไร้ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์อีกด้วย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

หัวหน้าพนักงานสอบสวน ออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีชุมนุมสหกรณ์สวนปาล์มกระบี่ รับทราบข้อหา

หัวหน้าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีชุมนุมสหกรณ์สวนปาล์มกระบี่รับทราบข้อหาขยายเวลาบริษัทกระบี่วิเศษฯ นำสิ่งของอื่นออกจากพื้นที่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ถึง 2 พ.ค. นี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2567 ร้อยตำรวจเอก ชาญณรงค์ ทับสาร รองผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 56/2566 กล่าวว่า ตนได้ลงนามหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา วันที่ 7–8 พฤษภาคม 2567 นี้ ประกอบด้วย

1.นายภาณพ (สงวนนามสกุล) เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ กรณี เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือ หน้าที่ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามมาตรา 172 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

2.นายนิธินัย (สงวนนามสกุล) กรณี สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

3.นายสำเริง (สงวนนามสกุล) กรณี สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

4.นายยุทธนา (สงวนนามสกุล) กรณี สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

5.นายจอม (สงวนนามสกุล) กรณี สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ฯ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

กรณี ที่มีสมาชิกสหกรณ์ชุมนุมสวนปาล์ม และประชาชนสงสัยว่าเหตุใดภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 56/2566 ได้ยึด อายัดโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มคลองท่อม อันเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ชุมนุมสวนปาล์มกระบี่แล้ว แต่ยังปล่อยให้บริษัทกระบี่วิเศษฯ ซื้อผลปาล์มสดมาสกัดน้ำมันปาล์มอีก ขอแจ้งไปยังประชาชนทั่วไป และสมาชิกสหกรณ์ชุมนุมสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ และผู้มีส่วนได้เสียให้ทราบว่าจากการตรวจสอบพบว่าบริษัท กระบี่วิเศษฯ ที่ครอบครองทรัพย์ก่อนหน้านี้ได้ยื่นเอกสารการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มกับบุคคลที่ 3 ซึ่งอาจจะไม่ทราบรายละเอียด คณะพนักงานสอบสวนได้ประชุมร่วมกันกับผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษ และผู้แทนกองกฎหมาย มีมติร่วมกันผ่อนผันให้ บริษัทกระบี่วิเศษฯ นำทรัพย์สินที่ไม่ใช่ของกลางออกจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มคลองท่อมให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ก่อนเวลา 18.00 น.

“ในประเด็นการดำเนินการกับของกลาง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้นโยบายว่า ขอให้พนักงานสอบสวนทำความชัดเจนกับทุกประเด็นและสามารถตอบคำถามหลากหลายฝ่ายได้ทุกฝ่ายทุกคนที่มีข้อสงสัย ขณะที่ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับว่า ขอให้พนักงานสอบสวนสืบสวนสอบ สวนเข้าถึงพยานหลักฐานทุกรูปแบบ เพื่อทำให้ความจริงปรากฏทุกด้าน การที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษนี้จัดให้มีการพบกันหลายฝ่ายทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้กระทำความผิด ซึ่งต่อจากนี้จะต้องลงรายละเอียดเกี่ยวกับพยานหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ และจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิด ในแถวสองแถวสามมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป” ร้อยตำรวจเอก ชาญณรงค์ฯ กล่าว

สำหรับคดีการทุจริตชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ เป็นคดีพิเศษโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคดีพิเศษ และมีการสืบสวนสอบสวนตั้งแต่คดีพิเศษที่ 215/2565 จนกระทั้งพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐคือ พนักงาน (ธ.ก.ส.) คณะพนักงานสอบสวนจึงส่งสำนวนไปยัง (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการ (ป.ป.ช.) มีมติส่งกลับมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดต่อไป โดยมอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกชาญณรงค์ ทับสาร รองผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 56/2566 และเข้าตรวจสอบของกลางซึ่งเป็นโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 56/2566 จึงได้นำป้ายของกลางในคดีพิเศษที่ 56/2566 ปิดประกาศที่หน้าทางเข้าโรงงาน เพื่อประกาศให้สาธารณะชนทราบว่าเป็นของกลางในคดีพิเศษ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน