งานครบรอบ 17 ปีแห่งการสถาปนาโรงพยาบาลสิริธร ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ”

      ในอดีต การเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลของประชาชนกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกและปริมณฑลเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องเดินทางระยะไกลๆ เพื่อเข้ามารักษาพยาบาลในกรุงเทพมหานครชั้นใน จวบจนประมาณปี พ.ศ. 2520 คุณหญิงหรั่ง กันตารัติ ผู้มีจิตกุศลได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดินแปลงขนาดใหญ่ จำนวน 84 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้กรุงเทพมหานครดำเนินการก่อสร้างกลุ่มอาคารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จำนวน 11 อาคาร บริเวณซอยอ่อนนุช 90 เขตประเวศ ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นชื่อโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลสิรินธร” ต่อมา ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ได้เริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนจนถึงปัจจุบัน โดยสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดโรงพยาบาลสิรินธร เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2550
       การก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 โรงพยาบาลสิริธรได้มีการพัฒนา ขยายบริการทางการแพทย์ที่มุ่งสู่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิและสถาบันร่วมสอนที่จะผลิตนักศึกษาแพทย์ กับคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เริ่มรับนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 1 ในปี 2561 มีการวางแผนพัฒนาอาคารสถานที่ บุคลากร ทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมในเชิงทักษะวิชาชีพ ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยประมาณวันละ 2,000 คน จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยในจากเดิม 228 เตียงขยายเพิ่มเป็น 374 เตียง และมีเป้าหมายให้ถึง 403 เตียง ให้ได้ในปี 2563 โดยขยายการให้บริการในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม ศัลยกรรม และทารกแรกเกิด, มีการขยายการให้บริการหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย อายุรกรรมหญิง ศัลยกรรมชาย และหอผู้ป่วยพิเศษ, มีการเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยให้ครบวงจรในคลินิกวัณโรค คลินิกโรคไต คลินิกล้างไตทางหน้าท้อง, มีการขยายการให้บริการด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก, มีการขยายบริการด้านการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร, มีการขยายการให้บริการตรวจทางรังสีวินิจฉัยเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลประสิทธิภาพสูง Digital Mammography, เพิ่มการให้บริการทางทันตกรรมการฝังรากฟันเทียม โดยมีเครื่องมือคอมพิวเตอร์ทางด้านทันตกรรม (DENTIIScan) ช่วยในการรักษาที่แม่นยำ
       การจัดงานครบรอบวันสถาปนาครบรอบ 17 ปีครั้งนี้ ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ” ในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.
การจัดทางพิธีการ ที่บริเวณชั้น 3 อาคารบริการ ในพื้นที่ประมาณ 720 ตารางเมตร จุผู้ร่วมงานได้ถึง 1,000 คน มีนิทรรศการความก้าวหน้าของโรงพยาบาลสิริธร, มีสินค้า OTOP ของชุมชนในพื้นที่เขตประเวศ และเขตลาดกระบัง จำนวน 40 ร้าน และขอเชิญผู้ร่วมงานเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่บริเวณชั้น 1 ข้างอาคารบริการ
       พวกเราบุคลากรของโรงพยาบาลสิรินธร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นที่พึ่งที่มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วย ที่เข้ามารักษาตัวได้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างเป็นสุข ทั้งนี้พวกเราจะมุ่งพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้ก้าวทันกับความก้าวหน้าทางวิทยาการ และพร้อมให้บริการเต็มความภาคภูมิใจของชาวสิรินธรตลอดไป

      โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ได้มีการพัฒนาการขยายบริการทางการแพทย์ ที่มุ่งสู่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ และสถาบันร่วมสอนที่จะผลิตนักศึกษาแพทย์กับคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทศโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมีการวางแผนปรับปรุงอาคารสถานที่ เพิ่มจำนวนเตียงรับผู้ป่วยใน 374 เตียง เพิ่มบุคลากร ทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมในเชิงทักษะวิชาชีพ โดยปรับปรุงห้องผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มให้บริการแพทย์ทางเลือกมีการขยายการให้บริการตรวจทางรังสีวินิจฉัยเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลประสิทธิภาพสูง Digital Mammography เพิ่มการให้บริการทางทันตกรรมการฝังรากฟันเทียม โดยมีเครื่องมือคอมพิวเตอร์ทางด้านทันตกรรม (DENTIIScan) ช่วยในการรักษาที่แม่นยำ มีการพัฒนาการเก็บข้อมูลผู้ป่วยด้วยคอมพิวเตอร์ (paperless) มีการเก็บภาพเอกซเรย์ดิจิตัล มีการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ในโรงพยาบาลด้วย wifi ความเร็วสูง ให้แล้วเสร็จในทุกจุดบริการภายในปีนี้ ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ” ในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมชม มีนิทรรศการความก้าวหน้า เลือกซื้อสินค้า OTOP ของชุมชนในพื้นที่เขตประเวศ และเขตลาดกระบัง
       หากประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ติดต่อได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสิรินธร เบอร์โทร 0 ๒๓๒๘ ๖๙00-๑๕ ต่อ 10454 หรือโอนเข้าธนาคารกรุงไทย สาขาเดอะพาซิโอ (ลาดกระบัง) ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลสิรินธร” เลขที่บัญชี 8๔๕ –0-03811-1

ทหาร ตร. ตรวจยึดยาบ้า 2แสนเม็ด บริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสองคอน

      เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 21.30 น กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กกล.รส.จว.ม.ห.,พลเรือตรี ระพีพงษ์ โสวรรณ ผบ.นรข.,นายปิติณัช นิธิศธานี นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน. กลุ่มงานแผนนโยบายและการข่าว ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนที่ผ่านการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด(รสปส.) ว่าจะมีการ ขนย้ายยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณดังกล่าว จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ทราบ ตามข่าวสารที่ได้รับแจ้ง ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาที่บริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสองคอน หมู่ 3 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ ร้อยโท ลิขิต กองแก้ว หัวหน้าชุดสกัดกั้นยาเสพติดกองกำลังสุรศักดิ์มนตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประสาน พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร /หัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. ,พ.ต.อ.สุรจิตร์ วิวรรธน์สมบัติ ผกก.ตำรวจภูธรหว้านใหญ่ พร้อมด้วยเ จนท.จาก กกล.รส.ชป.หว้านใหญ่ ,สภ.หว้านใหญ่,ปกครอง อ.หว้านใหญ่,กอ.รมน.จังหวัดม.ห. ,นรข.มุกดาหาร และ ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร ประชุมวางแผนแล้วลงพื้นที่ดักซุ่มที่บริเวณที่ได้รับรายงาน

      จนกระทั่งเวลา 21.30 น. จนท.ที่ดักซุ่มอยู่ได้สังเกตเห็นเรือกีบเพลายาว ได้วิ่งออกมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำริมเขื่อนท้ายหมู่บ้านสองคอน หมู่ 3 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร หลังจากนั้นคนขับเรือได้โยนสิ่งของบางอย่างขึ้นมาจากเรือจำนวน 1 ถุงใหญ่ จากนั้นคนขับเรือได้หันหัวเรือออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มดูประมาณ 30 นาที ไม่มีผู้ใดเข้ามารับสิ่งของดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบเป็นถุงสีดำ 1 ถุง แกะออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวน 20 มัดใหญ่ รวมยาบ้าทั้งหมด 2แสนเม็ด

      จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดมาตรวจนับที่สถานีเรือมุกดาหาร ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เราทำความดีด้วยหัวใจ จิตอาสาอำเภอชนแดนร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวน 2,710 ต้น เฉลิมพระเกียรติ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการถนนสวย เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี โดยการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เป็นการสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงต้องการให้พสกนิกรรักต้นไม้ และเห็นถึงความสำคัญของต้นไม้ ป่าไม้ และแหล่ง โดยช่วยกันดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อมให้เป็นสมบัติของแผ่นดินต่อไป
      ในการนี้ นายอำเภอชนแดน พร้อมด้วย อบต.ชนแดน ,สมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ ,หมวดการทางดงขุย ,หมวดการทางสามแยกวังชมพู ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชาวบ้านจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ ได้ร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 2,710 ต้น บริเวณเกาะกลางถนน เริ่มตั้งแต่ไฟแดงสามแยกซับพุทราจนถึงสะพานคลองหินเหล็กไฟ และอีกช่วงหนึ่ง ตั้งแต่ ออมสิน จนสุดเขตถนน 4 เลน รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อให้ออกดอกบานสะพรั่ง เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกทั้ง ยังเป็นการปรับภูมิทัศน์ตามเส้นทางเข้าตัวอำเภอชนแดน ให้มีความสวยงาม น่ามอง และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทางหนึ่งด้วย

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

ฝ่ายปกครอง ร่วม ตร.ชุดสายสืบคำชะอี ล่อซื้อยาบ้าไอ้เต้ย 54 เม็ด พร้อมปืนปากกา

      เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 13.40 น. ฝ่ายปกครองอำเภอคำชะอี ภายใต้อำนวยการของ นายพรชัย พุดซ้อน นายอำเภอคำชะอี สนธิกำลังร่วมกับ กอ.รมน.จว.มุกดาหาร, สภ.คำชะอี, กก ล.รส. อ.คำชะอี , เจ้าหน้าที่ ชปข.ฯ สขว.กอ.รมน. , เจ้าหน้าที่ชุด ชรต.กอ.รมน.มห. หลังสืบทราบว่านายเต้ย มีพฤติกรรมค้ายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ จึงทำการวางแผนล่อซื้อด้วยเงิน 3ร้อยบาท ยาบ้า 2เม็ด และต่อได้ร่วมกันจับกุมตัว นายนลทวัช หรือ เต้ย บรรจง อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 195 ม.1 ต.ปากข้าวสาร อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี พร้อมด้วยของกลาง คือยาบ้าลักษณะสีส้ม เม็ดกลมแบน ด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับตราอักษรอังกฤษ WY จำนวน ๒ เม็ด ห่อด้วยพลาสติกใส ปิด-เปิด (ได้จากการล่อซื้อ) และอีก ๕๒ เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดรูด ปิด-เปิด บรรจุอยู่ในตลับโลหะลายหลากสีอีกชั้นหนึ่ง ได้จากการตรวจค้น รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน ๕๔ เม็ด พร้อมด้วยอาวุธปืนแบบประดิฐเอง (ปืนปากกา) จำนวน ๑ กระบอก พร้อมทั้งได้เก็บตัวอย่างน้ำปัสสาวะที่มีสารเสพติดของ นายนลทวัช หรือ เต้ย บรรจง จำนวน 1 ขวด เพื่อตรวจหาสารเสพิด

      โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/เมทแอมแฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย , มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า/เมทแอมแฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมแฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

      ต่อมาจับกุมนายคนิติน ตาทอง อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 303 ม.10 ต.กุรุคุ อ.เมือง จ. นครพนม โดยกล่าวหาว่า เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฏหมาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ฐานิตา, ธานินทร์ ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

บช.ปส. แถลงข่าว จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ “โต๊ด ลาดกระบัง” ณ.กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

       สืบเนื่องเมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 10:00 น. พลโท กิตติธัช บุพศิริ ผู้อำนวยการศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. พร้อมด้วย พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ณ. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

       ทั้งนี้ผู้ต้องดังกล่าวชื่อ นายจตุรงค์ พึ่งพรหม หรือ “โต๊ด ลาดกระบัง” โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนหาเบาะเเสะผู้ต้องหารายนี้จนสามารถตามมาจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 19/211 ถนนราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กทม. และ สามารถตามยึดทรัพย์ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้หลายรายการ อาทิ บ้านพัก 2 หลัง, รถยนต์ 3 คัน และ สร้อยคอทองคำ , เครื่องประดับ ราคาแพง , อีกหลายรายการ รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 20 ล้านบาท

       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาเบื้องต้น “สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (โดยการจัดการเรื่องเงินในการซื้อขายยาเสพติด) และ ได้สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลและนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…


เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานพิธี มอบอุปกรณ์​ และอบรมวิธีการตัดผมให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด​ บช.น.

      วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 14 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานในพิธี มอบอุปกรณ์​ และอบรมวิธีการตัดผมให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล​ (บช.น.)​

      โดยวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ อันเนื่องมาจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเข้าใจถึงความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ภาระค่าใช้จ่ายของข้าราชการตำรวจ ทางสมาคมฯ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น

      เพื่อหวังว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เพื่อนข้าราชการตำรวจ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้เป็นอาชีพเสริมในอนาคตได้ การฝึกอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติวิทยาการจากโรงเรียนเสริมสวย อ.ทรัพย์,อ.ญาธิกา รุ่งขจรวงศ์,คณะทีมงานข้าราชการตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่มีความเชี่ยวชาญในการตัดผม มาร่วมเป็นวิทยากรในการตัดผม

      โดยมี คุณสุดาพร วงษ์ปิ่น ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล​ และคณะแม่บ้านตำรวจ​จากกองบังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ ​1​-9 (บก.น.1-9) เข้าร่วมในการฝึกอบรมครั้งนี้ด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ดัสกร ทองเหลา อดีตแข้งทีมชาติ ยกทีมสีหมอก ร้องกองปราบฯ​ หลังถูกเบี้ยวค่าเหนื่อยกว่า 10 ล้านบาท

      วันนี้​ วัน​อังคาร​ที่ 14 พ.ค.62​ เวลา 13.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : นายดัสกร ทองเหลา อายุ 35 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย พร้อมด้วย นักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ทีมงานสต๊าฟโค๊ชสโมสรฟุตบอลสีหมอก เอฟซี กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​ตรี​ ธีรพจน์ คงหนู สารวัตร​สอบ​สวนกอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.สอบสวน กก.5 บก.ป.)

      เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังสโมสรฟุตบอลดังกล่าวซึ่งมีนายธนเดช ยงกิจจาธร เป็นประธานสโมสร แต่กลับไม่ยอมทำตามสัญญาโดยการค้างค่าจ้างเงินเดือนค่านักฟุตบอลและทีมงานในสโมสรมานานร่วม 5 เดือน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาการว่าจ้างมามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

      นายดัสกรฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงประมาณปลายเดือน พ.ย. 2561 ตนได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลอาชีพของสโมสรดังกล่าว ซึ่งเป็นทีมในไทยลีก 3 ในระยะสัญญา 1 ปี แต่นับจากที่ตนได้เป็นนักฟุตบอลของสโมสรดังกล่าวแล้ว​ ยังไม่เคยได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้เป็นระยะเวลานานร่วม 5 เดือน และไม่ใช่เพียงแค่ตนเท่านั้น เหล่าบรรดานักฟุตบอล และเจ้าหน้าที่ทีมงานสต๊าฟโค๊ช คนอื่นๆอีกกว่า 40 คน ของทีมก็ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างด้วยเช่นกัน

      เมื่อทวงถามก็บอกว่าจะพยายามหาเงินมาจ่ายให้ โดยอ้าวว่าขณะนี้กำลังรวบรวมเงินทุนจากต่างประเทศ ก่อนจะเงียบหายไป ซึ่งที่ผ่านมาตนและนักฟุตบอลคนอื่นๆ ต้องยอมควักกระเป๋าตนเองเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าอาหาร ที่พักโรงแรม ค่าเดินทาง ในการเดินทางไปแข่งขัน เพื่อให้ตนเองสามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ต่อ

      นายดัสกรฯ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการที่ตนเลือกเซ็นต์สัญญาร่วมกับสโมสรดังกล่าวนั้น เนื่องจากตนเห็นว่ามีทีมงานสต๊าฟโค๊ชที่รู้จักสนิทสนม และเป็นอดีตทีมชาติหลายคน อีกทั้งท่านประธานสโมสรเองก็มีประวัติโปรไฟล์ดี เป็นนักธุรกิจใหญ่ และมีความน่าเชื่อถืออยู่ใน จ.สุพรรณบุรี จึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมด้วย และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ที่ผ่านมาตนและนักฟุตบอลคนอื่นๆได้เคยไปยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

      ก่อนจะมีคำสั่งให้ยุบทีมจากระบบการแข่งขันทุกรายการ พร้อมทั้งมีการเจรจากับประธานสโมสร ซึ่งท่านประธานเองก็รับปากว่าจะดำเนินการจ่ายเงินค่าจ้างที่ติดค้างให้กับทุกคน แต่เวลาล่วงเลยผ่านมาหลายเดือนกลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆตามที่กล่าวอ้าง ด้วยเหตุนี้ตนและนักฟุตบอลคนอื่นๆ​ จึงได้รวมตัวกันมาเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทางตำรวจกองปราบฯ​ ในวันนี้ โดยหลังจากนี้ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

“สโมสรฟุตบอลดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่นักฟุตบอลคนไทยเท่านั้นยังมีนักฟุตบอลชาวต่างชาติ อีก 2 คน มีชาวญี่ปุ่น 1 คนและ ชาวนามิเบีย อีก 1 คน ซึ่งทั้ง 2 คนเบื้องต้นทราบว่าได้มีการยื่นเรื่องร้องต่อทางฟีฟ่าไปบ้างแล้ว ซึ่งหากยังไม่มีการแก้ไขเกรงว่าวงการฟุตบอลไทยจะได้รับความเสื่อมเสีย และในอนาคตนักฟุตบอลชาวต่างชาติอาจจะไม่กล้ามาค้าแข้งในเมืองไทย” นายดัสกรฯ กล่าว

      ด้านพนักงานสอบสวน เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนประมวลเรื่องราวทั้งหมดส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ​ เดินทางมายัง รร.ตชด.บ้านน้ำอ้อม จ.สระแก้ว​เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคฯ

      เมื่อวันจันทร์​ที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำอ้อม จ.สระแก้ว​ : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วย​ ผศ.ดร.อุมา แสงคร้าม อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางมายัง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านน้ำอ้อม เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ คณะครู ตชด., นักเรียน ข้าราชการตำรวจ ตชด. พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน และร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายกิจกรรมในโรงเรียน จากนั้นได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยมี พัน​ตำรวจ​โท​ สุกัน ลอมไธสง ครูใหญ่ รร.ตชด.​ และ​ นักเรียน ให้การต้อนรับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจร่วมเปิดโครงการ “เพ้นท์ถุงผ้า ใส่ยากลับบ้าน” เพื่อนำถุงผ้าไปมอบให้กับโรงพยาลแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ

      เมื่อวันจันทร์​ที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมตำรวจภูธร​จังหวัด​สระแก้ว​ (ภ.จ.สระแก้ว)​ : ดร.บุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ​ พร้อมด้วย​ ผศ.ดร.อุมา แสงคร้าม อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมเปิดโครงการ “เพ้นท์ถุงผ้า ใส่ยากลับบ้าน” โดยมี บุตร-ธิดา ข้าราชการตำรวจ,เยาวชนในพื้นที่ เข้าร่วมทำกิจกรรม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และเป็นการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยมีคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2)​ ให้การต้อนรับ จากนั้นจะนำถุงผ้าไปมอบให้กับโรงพยาล เพื่อไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้บัญชาการ​ สตม.คนใหม่ รุดตรวจเยี่ยมด่านชายแดนแม่สาย พร้อมประสาน ตม.เมียนมา

      วันนี้​ วัน​จันทร์​ที่ 13 พ.ค.62​ เวลา 15.20 น. : พล​ตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ คนใหม่ได้เดินทางไปตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจเข้าเมือง (ตม.) อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชายแดนไทย-เมียนมา ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 5​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.ตม.5​ บช.สตม.),พัน​ตำรวจ​เอก​ เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง​ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 5ฯ​ (รองผบก.ตม.5ฯ)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.เชียงรายฯ นำเจ้าหน้าที่ตรวจดูการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ประจำอยู่ที่ด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ในเขตเทศบาล อ.แม่สาย จ.เชียงราย​

      โดยตรวจเยี่ยมสะพานแห่งที่ 1 การเดินทางเข้าออกของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั้ง 2 ฝั่งประเทศ รวมทั้งรถเล็กที่ใช้สัญจรทั่วไป ยังคงมีสภาพที่แออัดด้วยยานพาหนะและผู้คน การเปิดด่านพรมแดนตั้งแต่เวลา 06.30-21.00 น.ทุกวันโดยปกติจะมีผู้คนเดินทางเข้าออกวันละประมาณ 1,000-2,000 คน แต่หากเป็นช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลจะมีนับหมื่นคน  ขณะที่สะพานแห่งที่ 2 ใช้เฉพาะเพื่อการขนส่งสินค้าชายแดนที่มีมูลค่าปีละจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าส่งออกจากประเทศไทยไปยังรัฐฉานของประเทศเมียนมา ปัจจุบันทางคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (อ.แม่สาย) หรือทีบีซีฝ่ายไทย ได้เสนอไปยังทีบีซีฝ่ายเมียนมาให้ขยายการใช้สะพานแห่งที่ 2 ดังกล่าวเพื่อการเดินทางงเข้าออกของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั้ง 2 ฝั่งประเทศ เพื่อลดความแออัดของแห่งที่​ 1 แล้ว แต่ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของทางการเมียนมาอยู่

      พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ยังได้เดินทางไปพบปะกับเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศเมียนมาที่เกี่ยวข้องบริเวณสะพานแห่งที่ 1 โดยทาง พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานทีบีซีฝ่ายไทยได้ร่วมประสานงาน ซึ่งพบว่าทาง พ.ท.ต้านสิ่นอ่อง ผบ.กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 227 ในฐานะประธานทีบีซีฝ่ายเมียนมา (จ.ท่าขี้เหล็ก) ได้ประสานนำคณะฝ่ายเมียนมานำโดย พ.ต.อ.ทูนทูนไหน่ ผกก.ตรวจคนเข้าเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก นายคิมหม่องลิน นายด่านศุลกากรจังหวัดท่าขี้เหล็ก นายซีทูหม่อง คณะกรรมการดูแลรักษาเจรจาต่อรองเพื่อประชาชน ไทย-เมียนมา เข้าพบปะกับฝ่ายไทย ในโอกาสที่ทาง พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ พึ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่เพื่อจะได้ประสานความร่วมมือในเรื่องกิจการชายแดนที่เกี่ยวข้องในอนาคตต่อไป

      ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนได้เดินทางไปตรวจตราตามแนวชายแดนด้านต่างๆ ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบเพื่อขอความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยในฝั่งของ ตม.พม่า นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องการประสานขอข้อมูลด้านยาเสพติดและการช่วยติดตามค้นหาผู้ที่หลบหนีคดีจากฝั่งไทยไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งเท่าที่สอบถามในพื้นที่แล้วพบว่าที่ผ่านมาการประสานงานระหว่างกันยังไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง กระนั้นงานด้านชายแดนนั้นนอกจากจะเน้นความมั่นคงแล้วยังมีเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวด้วย จึงจำเป็นต้องรักษาความสมดุลย์เอาไว้ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายก็พยายามร่วมมือกันโดยมีการจัดประชุมหารือกันอย่างต่อเนื่อง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ สตม.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​