เยี่ยมเยือนพี่น้องคนเกาะทวด ลุ่มน้ำปากพนัง

เยี่ยมเยือนพี่น้องคนเกาะทวด ลุ่มน้ำปากพนัง

ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.จังหวัดนครศรีฯ เขต 2 (อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่) ร่วมพบปะพี่น้องประชาชน ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยร่วมพูดคุยเรื่องปัญหาในพื้นที่ ราคาสินค้าการเกษตร ปุ๋ยแพง การปลดล็อกพืชกระท่อม และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 700 บาทต่อเดือน

ดรชัย #สัณหพจน์สุขศรีเมือง #เกาะทวด #ปากพนัง #เกษตร #สินค้าการเกษตร #ปลดล็อกพืชกระท่อม #ปุ๋ยแพง #บัตรสวัสดิการประชารัฐ #ลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนพี่น้องด้วยผลงาน


ขยายถนน ทล.4094 สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน ให้คนลุ่มน้ำ 

ขยายถนน ทล.4094 สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน ให้คนลุ่มน้ำ

วันที่ 26 ม.ค.66 ดร.สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.จังหวัดนครศรีฯ เขต 2 (อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่) กระทู้ถามแยกเฉพาะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและขนส่งทางหลวงหมายเลข 4094 จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ

ทั้งนี้จากการรับเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำปากพนัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ และ อ.ปากพนัง ซึ่งใช้ถนน ทล.4094 (แยกบ่อล้อ-ปากพนัง) เป็นเส้นทางสัญจรหลัก ในการเดินทาง ขนส่งสินค้าทางการเกษตร เพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช จ.กระบี่ และจ.ตรัง ผ่านแยกบ่อล้อ ถนน ทล.408 (นครศรีธรรมราช-ด่านประกอบ) และถนน ทล.4151 (แยกบ่อล้อ-ลำทับ) โดยปัจจุบันถนน ทล.4094 ยังคงมีขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง

ดังนั้นพี่น้องประชาชนจึงต้องการให้มีการขยายถนน ทล.4094 ในระยะแรกคือ ตั้งแต่แยกบ่อล้อ-โรงพยาบาลเชียรใหญ่ ระยะทางประมาณ 6.370 กม. เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการคมนาคมในพื้นที่ โดยในช่วงบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ อาทิ โรงพยาบาลเชียรใหญ่ สำนักงานที่ดินจังหวักนครศรีธรรมราช สาขาเชียรใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ฯลฯ รวมถึงยังเป็นเส้นทางหลักเข้าสู่อำเภอเชียรใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ และสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียรใหญ่

ขณะเดียวกันการขยายถนนดังกล่าวยังสามารถเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซี่งมีผลผลิตที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกร เช่น ปาล์มน้ำมัน ข้าว พืชผัก และส้มโอทับทิมสยาม

นอกจากนี้ยังช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาศักยภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวักนครศรีธรรมราชได้อีกมากมาย เช่น พระตำหนักประทับแรมลุ่มน้ำปากพนัง ประตูระบายน้ำอุทกวิภาคประสิทธิ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และวัฒนธรรมวิถีคนลุ่มน้ำ

สำหรับการขอขยายถนนดังกล่าวเพื่อเป็นการรองรับการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตามแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ประมาณปีละ 7-8 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวปีละประมาณ 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้เสนอขอตั้งงบประมาณปี พ.ศ.2567 ไว้แล้ว โดยหากได้รับการจัดสรรงบประมาณจะดำเนินการก่อสร้างตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในแผนแม่บทพัฒนาทางหลวงปี พ.ศ.2567-2569 แล้ว

นอกจากนี้ในแผนแม่บทดังกล่าวกรมทางหลวงยังได้บรรจุแผนโครงการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจรจาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร ถนนทล. 4013 นครศรีธรรมราช-ปากพนัง ระหว่าง กม.29+470 – กม.35+636 ระยะทาง 5.89 กม. อีกด้วย

ดรชัย #สัณหพจน์สุขศรีเมือง #ขยายถนน #คมนาคม #เศรษฐกิจ #ท่องเที่ยว #เชียรใหญ่ #ปากพนัง #หัวไทร #ลุ่มน้ำปากพนัง #ชัยชวนคิด #จะตอบแทนพี่น้องด้วยผลงาน


อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ทหารม้าปะทะบนดอยเมืองนะ ทิ้งยาเสพติด 19 เป้

อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ทหารม้าปะทะบนดอยเมืองนะทิ้งยาเสพติด 19เป้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ทหารม้าชุดปฏิบัติการฐานอรุโณทัย หน่วยเฉพาะกิจไชยยานุภาพกองกำลังผาเมือง ปะทะเดือดกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ ที่บนดอยเมืองนะ -กิ่วผาวอก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเวลา 23.00 น. พบกลุ่มขบวนการแบกสัมภาระและมีอาวุธปืนเพื่อคุมกันขบวนขนส่งยาเสพติด มากันประมาณ 20 กว่าคน ทางทหารสั่งให้ปลดสัมภาระและอาวุธเพื่อตรวจเพราะลุกล้ำเข้าแดนไทย แต่ฝ่ายตรงข้ามได้ยิงใส่ทางทหารเพื่อเปิดทางหนี ทหารได้ยิงเพื่อสกัดกั้น ฝ่ายตรงข้ามทราบว่าเป็นทหารจึงได้ทิ้งสัมภาระหนีเอาตัวรอด ในช่วงเวลาเช้าประมาณ 07.00 น. ทางทหารได้เข้าสำรวจพื้นที่ เพราะอากาศปิด มืดหมดทั่วพื้นที่ปะทะ

ทางพลตรี ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งคุมพื้นที่ แล้วให้ขยายวงกว้างในการตรวจพิสูจน์บริเวณที่ปะทะคาดจะทิ้งสัมภาระในที่ลับตาเพื่อจะกลับมาขนอีกรอบ แรกนั้นพบยาบ้าจำนวน 13 เป็น เมื่อขยายวงกว้างได้เพิ่มเป็น 16 เป็ หลังสุดตรวจพื้นที่กว้าง พบอีก รวมทั้งหมด 19 เป้ แล้วได้เดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อจะได้ตรวจสอบของกลางยาเสพติด ซึ่งห่างจากเขตชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร พบเป็นกระสอบยาบ้า 999 คาดว่าเป็นของมูเซอ กลุ่มยี่เซ จำนวนทั้งหมด 19 เป้ จำนวนประมาณ 5,700,000 (ห้าล้านเจ็ดแสนเม็ด)

ในการสำรวจมีทางตำรวจภูธรนาหวาย อาสาสมัครรักษาดินแดนเชียงดาว ตำรวจตระเวนชายแดน335 ปปส. เชียงใหม่ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานภาค5 จุดปะทะห่างจากถนนหลวงเชียงดาว-แกน้อย ประมาณ2กิโลเมตร ในระหว่างนั้นก็ได้มีรถทะเบียนนอกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ขับวนไปมาหลายรอบ แต่ไม่จอดเพราะมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายคุมพื้นที่อยู่คาดจะมารับยาบ้าในล็อดนี้


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งจับกุมหนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมแอบอ้าง “บิ๊กโจ๊ก” เรียกเงินค่าคุ้มครองจากกลุ่มชาวต่างชาติในพื้นที่พัทยา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งจับกุมหนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมแอบอ้าง “บิ๊กโจ๊ก” เรียกเงินค่าคุ้มครองจากกลุ่มชาวต่างชาติในพื้นที่พัทยา

จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่ามีชายชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมแสดงตนเป็นผู้มีอิทธิพล โดยแอบอ้างนายตำรวจในพื้นที่พัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) โดยมีการนำภาพถ่ายของตนเองซึ่งถ่ายภาพคู่กับนายตำรวจรายต่างๆ ขณะที่ตนเองเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (Volunteer) ไปใช้ในการแอบอ้างต่อกลุ่มชาวต่างชาติเพื่อเรียกรับเงินค่าคุ้มครองให้สามารถพักอาศัยอยู่ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบการการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากพบการกระทำความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฏหมายจนถึงที่สุด

จากการสืบสวนของชุดสืบสวนทราบว่า บุคคลดังกล่าวคือ นายเฮอวี่ คริสเตียน โรเบิร์ต ลีโอนาร์ด หรือ Mr.Herve Christian Robert Leonard อายุ 58 ปี สัญชาติฝรั่งเศส มีประวัติเคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับ ฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมาแล้วหลายคดี โดยครบกำหนดการอนุญาตพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2563 แต่ยังไม่พบข้อมูลว่าเดินทางออกจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงตรวจสอบเพื่อแกะรอยหาของตัวของบุคคลดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนใช้เวลาในการเฝ้าติดตามตัวนายเฮอวี่ฯ กว่า 4 เดือน จนทราบว่า หลังจากที่นายเฮอวี่ฯ ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ก่อนหน้านั้น ได้รับการประกันตัวออกมาระหว่างพิจารณาคดีของศาล แต่เมื่อถึงกำหนดนัดพิจารณาคดีกลับหลบหนี โดยนายเฮอวี่ฯ มีพฤติกรรมในการย้ายที่พักอาศัยบ่อยครั้ง ในวงรอบทุกๆ 2 – 3 สัปดาห์ เพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่พัทยา หัวหิน และ กรุงเทพมหานคร และแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยจะแจ้งกับสถานที่พักต่างๆ ว่าเอกสารหนังสือเดินทางของตนสูญหาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเฮอวี่ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมดังกล่าวจนพบ นายเฮอวี่ฯ พักอาศัยอยู่จริง ซึ่งรวมระยะเวลาในการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ( 868 วัน ) และเพิ่งย้ายเข้ามาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวเพียง 2 สัปดาห์ จึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายเฮอวี่ฯ ถูกแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากผู้เสียหายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก และ ถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าวจำนวนหลายหมายจับ ได้แก่

  • หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 110/2564 ลง 27 กรกฎาคม 2564 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”
  • หมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 400/2564 ลง 26 พฤศจิกายน 2564 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง และกรรโชกทรัพย์”
  • หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 19/2565 ลง 18 กุมภาพันธ์ 2565 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”
  • หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 28/2565 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2565 ความผิดฐาน “ฉ้อโกง”
  • หมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 56/2565 ลง 18 พฤษภาคม 2565 ความผิดฐาน “ฉ้อโกง และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น จนผู้ถูกข่มขื่นใจต้องกระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”
  • หมายของ Interpol ประเภทสีน้ำเงิน (แจ้งเตือนบุคคล)

โดยพฤติการณ์ในคดีต่างๆ เหล่านี้ มีลักษณะใกล้เคียงกัน คือ นายเฮอวี่จะเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยอ้างว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายราย รวมทั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล (ตำแหน่งในเวลานั้น) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และจะข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และเรียกรับทรัพย์สินจากกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวเป็นค่าคุ้มครอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนประสานให้ ภ.จว.ชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดทุกคดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวต่างชาติเป็นอันมาก เนื่องจากมีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงข้าราชการหน่วยอื่นเพื่อนำไปแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป หากพบการกระทำดังกล่าวอีก จะต้องดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุดทุกราย โดยขอฝากสื่อมวลชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ หากพบพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ 1599 เพื่อแจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง


จังหวัดระนอง จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 เพื่อคัดเลือกตัวแทนจังหวัดระนองเข้าร่วมการประกวดระดับภาคใต้ ประจำปี 2566

จังหวัดระนอง จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 เพื่อคัดเลือกตัวแทนจังหวัดระนองเข้าร่วมการประกวดระดับภาคใต้ ประจำปี 2566

วันที่ 31 มกราคม 2566 ณ เฮอริเทจ แกรนด์ คอนเวนชั่น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 โดยมี นพ.นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวรายงาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

นพ.นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวว่า ปัจจุบัน “ยาเสพติด” เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่รัฐบาลถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โครงการ TO BE NUMBER ONE จึงจัดกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนกล้าแสดงออกเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง โดยในปีนี้กำหนดจัดการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE (TO BE NUMBER ONE IDOL) รุ่นที่ 13 ประจำปี 2566 ระดับภาคใต้ ในวันที่ 11 มีนาคม 2566 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง

โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง ดำเนินการจัดกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 เพื่อคัดเลือกตัวแทนจังหวัดระนองเข้าร่วมการประกวดระดับภาคใต้ ประจำปี 2566 มีผู้เข้าร่วมการประกวดประกอบด้วย นักเรียน นักศึกษา จากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา อายุระหว่าง 15 – 17 จำนวน 44 คน

นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดในเยาวชนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติดกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 จึงมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE และยังเป็นการคัดเลือกเยาวชนตัวแทนจังหวัดระนอง เข้าร่วมการประกวดระดับภาคใต้ ประจำปี 2566 ต่อไป และขอขอบคุณ คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ดำเนินการให้มีการจัดการประกวดในครั้งนี้ และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมการประกวดทุกคน ที่มีความมุ่งมั่นในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขทั้งหลาย และหวังว่าการประกวดครั้งนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้

โดยผลการประกวด เยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL RANONG 2023 ฝ่ายหญิง ได้แก่นางสาวนริศร แหลมไกร ,นางสาวญาดา วิเศษสังข์ ,นางสาวปัทมา ปันท่าเรือ และ นางสาวมนทิราลัย เนาวบุตร และฝ่ายชาย ได้แก่นายธนพัฒน์ กันตะโก ,นายปัณณวัฒน์ สมประสงค์ ,นายปิติภัทร วิรุฬห์รักษ์สกุล และนายจิรเมธ สกุณี โดยรับมอบรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ทั้งนี้ตัวแทนจังหวัดระนองจะเข้าร่วมประกวดระดับภาคใต้ ในวันที่ 11 มีนาคม 2566 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี


สำนักข่าวความมั่นคง
ศูนย์ข่าวชุมพรระนอง
สุรัตน์ รุกเขตต์ รายงาน

กอ.รมน.จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

เมื่อ 1 ก.พ. 66 เวลา 08.00 – 17.00 น. กอ.รมน.จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช จัดประชุมเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับการแจกจ่ายเมล็ดพันธ์ุพระราชทาน โดยคัดเลือกเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ จำนวน 35 คน ณ ศูนย์การเรียนรู้ลุงสมาน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนโดยใช้รูปแบบการจัดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้ความรู้เพิ่มเติมและฝึกปฏิบัติภาคสนามโดยวิทยากรของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการรับรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เกี่ยวกับการเพาะปลูก การจัดเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุ การจัดเลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางดำ ที่ได้รับพระราชทาน เพื่อขยายพันธุ์ในพื้นที่เพื่อความมั่นคงทางอาหาร โดยกระตุ้นปลูกจิตสำนึกเครือข่าย ให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างความเชื่อมั่น มุ่งเสริมสร้างความปลอดภัยทางอาหาร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการปฏิบัติ”จัดทำน้ำหมักชีวภาพ”จำนวน 4 ถัง และจัดทำปุ๋ยหมัก ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างดี


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.5 ลงพื้นที่สั่งไล่ล่าตัวหนุ่มหึงโหด จับได้ทันควันใน 24 ชั่วโมง ขณะกบดานส่งเข้าเรือนจำ

ผบช.ภ.5 ลงพื้นที่สั่งไล่ล่าตัวหนุ่มหึงโหด จับได้ทันควันใน 24 ชั่วโมง ขณะกบดานส่งเข้าเรือนจำ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ตามที่ปรากฎตามข่าวสารตามสื่อว่ามีชายไม่ทราบชื่อเข้าไปบุกรุกร้านนวดย่านนิมมานเหมินทร์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และใช้อาวุธลักษณะคล้ายปืนชักข่มขู่พนักงานภายในร้านนวด และ ยังได้ทำร้ายร่างกายพนักงานภายในร้านแล้วหลบหนีไป เหตุดังกล่าว ทำให้เจ้าของร้าน พนักงานของร้าน เกิดความหวาดผวา เกรงจะไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่ตั้งร้านอยู่ใจกลางยานเศรษฐกิจ

ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้ลงพื้นที่ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ดำเนินการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ซึ่งจากการสืบสวนทราบตัวผู้กระทำความผิดคือ นายศตวรรษ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เป็นชาว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้ รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้น บ้านของนายศตวรรษฯ ที่ตั้งอยู่ที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

โดยในวันที่ 31 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.สันป่าตอง นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่25/2566 ลง 30 มกราคม 2566 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงได้แสดงหมายค้นกับเจ้าของบ้านเพื่อขอทำการตรวจค้น และจากการตรวจค้นบ้านพบสิ่งเทียมอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก อยู่ภายในห้องนอนของนายศตวรรษฯ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

แต่ทั้งนี้ไม่พบตัว นายศตวรรษฯ จากการสอบถามเจ้าของบ้านให้ข้อมูลว่า นายศตวรรษฯ ได้หลบหนีไปอยู่ในท้องที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สืบสวน จึงได้ติดตามไปยังท้องที่ดังกล่าว จนกระทั่งพบชายต้องสงสัย ลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้าย นายศตวรรษฯ นั่งอยู่บริเวณศาลาหน้าวัดดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้เข้าแสดงตัว และทำการตรวจสอบชายดังกล่าวปรากฏว่าคือ นายศตวรรษฯ ผู้ก่อเหตุในคดีนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้นำตัวนายศตวรรษ์ฯพร้อมด้วยสิ่งเทียมอาวุธปืนของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนได้รับตัวและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายศตวรรษฯ ในความผิดฐาน “ทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว” นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ที่มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี และขอให้พี่น้องประชาชนให้ความเชื่อมั่นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 ว่าจะสามารถดูแลความปลอดภัยให้ท่านได้ และหากท่านใดมีข้อมูล เบาะแส เกี่ยวกับอาชญากรรม การกระทำผิดกฎหมาย หรือได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้ง สายด่วน 191 หรือ ช่องทาง Lane @inthanon1 ได้ตลอดเวลา


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

โครงการ กิจกรรมจักสานไม้ไผ่แปรรูปบ้านสารภี

วันที่ 23-30 มกราคม 2566 กศน. อำเภอวังเหนือร่วมกับชาวบ้าน ทั้ง3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเมืองทอง ม.8 ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง บ้านร่มโพธิ์ทอง ม.9 ต วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง บ้านสารภี ม.6 ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง โดยมีผู้นำหมู่บ้าน นาย มีชัย ไวคม (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่6) นาย สมควร จานเก่า (ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9) นาย นางเจริญรัตน์ สร้อยสุวรรณ (ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่9) และ ว่าที่ร้อยตรีหญิง สายจิตร ไวคม (ครูผู้สอนและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน) ณ.หอประชุมหมู่บ้าน บ้านโชร่มโพธิ์ทอง ม.9 ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

กิจกรรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อ ให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูป ไม้ไผ่ เป็นผลิตภัณฑ์ และเพื่อสร้างอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้าน และคนชราในเขตพื้นที่ ตำบลวังทอง ทั้งนี้ การแปรรูปไม้ไผ่นี้ยังเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างขึ้นเพื่อจัดการแสดงโชว์ในงานหรือพิธีต่างๆตามแนวคิดของแต่ละคนอีกด้วย.


ศูนย์ข่าวภาคเหนือ

สำนักข่าวความมั่นคง

นที มีเดช รายงาน

ชาวกาฬสินธุ์ ตื่นแล้ว “ดร.อี๊ด” นำทีมสู่สนามเลือกตั้ง “ลุงป้อม” บิ๊กเซอร์ไพรส์โฟนอิน เวทีปราศรัย ชาวกาฬสินธุ์ รวมพลังเชียร์กระหื่ม “ลุงป้อมนายกคนที่ 30”

ชาวกาฬสินธุ์ ตื่นแล้ว “ดร.อี๊ด” นำทีมสู่สนามเลือกตั้ง “ลุงป้อม” บิ๊กเซอร์ไพรส์โฟนอิน เวทีปราศรัย ชาวกาฬสินธุ์ รวมพลังเชียร์กระหื่ม “ลุงป้อมนายกคนที่ 30”

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.66 เวลา 14.00 น. ที่ศาลเจ้าปู่บัวขาว อำเภอกุฉินารายน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ดังกล่าวได้มีการจัดเวทีปราศรัยพบปะพี่น้องประชาชน นำโดย ดร.สิทธิศักดิ์ พัฒนะชัย ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมทีมงาน และแกนนำชุมชน โดยมีพี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์จำนวนมากได้ทยอยเดินทางมาในพื้นที่เพื่อรับฟังการปราศรัยดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถามจากพี่น้องประชาชนโดยได้รับทราบข่าวจากทีมงาน ดร.(อี๊ด) สิทธิ์ศักดิ์ พัฒนะชัย ได้มีการประสานกับแกนนำชุมชนในทุกพื้นที่ ว่าวันนี้จะมีการจัดเวทีปราศรัยจากกลุ่มแกนนำของผู้นำชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ทุกคน ที่ต้องการแสดงพลังเพื่อสนับสนุน “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ให้เดินทางออกมาร่วมแสดงพลังให้กำลังใจ ลุงป้อม และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งประกอบด้วยทีมงานของ ดร.สิทธิศักดิ์ พัฒนะชัย ที่อาสามาร่วมกันรับใช้พี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์ทุกคน

ผู้สื่อข่าวได้รายงานต่อว่าในเวลา 19.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (ลุงป้อม) ได้โฟนอินผ่านระบบ VDO CONFERENCE พร้อมทักทายเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์ทุกคน พร้อมกล่าวว่าจะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันทุกโครงการที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ทั้งในและนอกพื้นที่ ทั้งนี้ลุงป้อมได้กล่าวฝากให้พี่น้องประชาชนเมตตาให้การสนับสนุนทีมงานพรรคพลังประชารัฐด้วย จากนั้นพี่น้องประชาชนทุกเขต ทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ตะโกนขอให้พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนทีมงานของ ดร.อี๊ด (ดร.สิทธิ์ศักดิ์ พัฒนชัย) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตพื้นที่ และทุกเขตในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นความหวังให้กับพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ ทุกเขตทุกพื้นที่แบบยกทีม รวมทั้ง รวมพลังตะโกนเชียร์ลุงป้อม เป็นนายกคนที่ 30 พร้อมปรบมือเป็นกำลังใจ จนเสียงดังสนั่นกึกก้องทั้งงาน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ร่วมมือ ม.หอการค้า เปิดห้องปฎิบัติการเทรดหุ้น จัดฝึกอบรมลงทุนหุ้น ซื้อ-ขายจริง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมมือกับ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความรู้และทักษะด้านการลงทุน การใช้ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน “Finansia HERO”

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 “วันนักประดิษฐ์” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ ร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานสิ่งประดิษฐ์คิดค้นเพื่อสนับสนุนผลงานสู่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทยพร้อมก้าวสู่เวทีในระดับโลก การจัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566” (Thailand Inventors’ Day 2023) ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 24 เพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และยังเป็นเวทีสำคัญระดับชาติและนานาชาติ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ในด้านการประดิษฐ์คิดค้นต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพออกสู่สายตาคนไทยและประชาคมโลก ในปีนี้มีสิ่งประดิษฐ์คิดค้นจากนักประดิษฐ์ไทยและนานาชาติส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 1,000 ผลงาน บนพื้นที่กว่า 17,000 ตารางเมตร

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหนึ่งโครงการก็คือ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “ทักษะด้านการเงินและการลงทุน” จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนให้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจ เกี่ยวกับการเทรดหุ้น

ดร.นงนภัส แก้วพลอย คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ด้วยโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนี้จัดขึ้นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2566” เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้หุ้นพร้อมซื้อขาย ผ่านแอปพลิเค ชันเทรดหุ้น “Finansia HERO” เพราะเรื่องของการเงินการลงทุนต้องติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น การบริหารเงินของบุคคล เอามาพ่วงกับแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ในทุกๆ วัน เราสามารถใช้แอปฯ ธนาคารชำระค่าสินค้า เร็วขึ้นกว่าเดิมกว่าเดิม

สำหรับแอปพลิเคชันทางด้านการลงทุน “Finansia HERO” ที่เลือกมาเผยแพร่ในวันนี้ ในเชิงของการ “ให้เงินทำงานแทน” เป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับรางวัล ตัวแอปพลิเคชันมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ด้วยการผสานโมเดลธุรกิจของเจ้าหน้า ที่การตลาดแบบเดิม เช่น เจ้าหน้าที่การตลาดอำนวยความสะดวกในการแนะนำหุ้นและการส่งคำสั่งซื้อขาย ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มออนไลน์แบบใหม่ ที่นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนและส่งคำสั่งได้ด้วยตนเอง

“นวัตกรรมการเงินไม่ได้มีที่สิ้นสุด เด็กรุ่นใหม่สามารถจุดประกายได้จากการเข้าร่วม อบรมแล้วปฏิบัติจริงครั้งนี้ ซึ่งสามารถสร้างเป้าหมายของการบริหารทางการเงินของธุรกิจ การวางแผนและการตดสินใจด้านการเงินของธุรกิจ การจัดหาเงินทุน โครงสร้างทางการเงินและต้นทุนเงินทุน การตัดสินใจลงทุน การจัดทำงบประมาณลงทุน การบริหารเงินทุนหมุนเวียน ตลอดจนการวิเคราะห์ทางการเงินนโยบายปันผล ต่อยอดไปเพื่อสร้างนักธุรกิจและผู้ประกอบการแนวหน้าของประเทศไทยได้” ดร.นงนภัสฯ กล่าว

ขอเชิญชวนทุกท่านผู้มีความสนใจเข้าร่วมชมงาน “วันนักประดิษฐ์ 2566” (Thailand Inventors’ Day 2023) ระหว่างวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00-17.00 น. ณ อีเวนท์ ฮอลล์ 100-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือ สามารถชมงานผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ http://inventorsdayregis.com


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน