ชุด ชปส.ร้อย ตชด.235 ร่วม สภ.ธาตุพนม ตำรวจน้ำ จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า 12,245 เม็ดพร้อมยาไอซ์ 45 กรัม

      เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 น. ชุด ชปส.ร้อย ตชด.235 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุรพร บุญสอาด ผบ.ร้อย ต.ช.ด.235 โดยการนำของ ร.ต.อ.ขวัญเพชร แข็งแรง หัวหน้าชุดสกัดกั้นยาเสพติด สนธิกำลัง สภ.ธาตุพนม โดย พ.ต.อ.จุลฤทธิ์ จุลกะ ผกก.สภ.ธาตุพนม พร้อมด้วย ตำรวจน้ำธาตุพนม พ.ต.ต.กิตติพงศ์ พึ่งชมพู สว.ส.รน.2 กก.10 บก.รน. ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีการมั่วสุมเสพยาเสพติด จำหน่ายยาบ้า และยาไอซ์ บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ริมถนนสายสุขยางค์ หลังโรงเรียนอุ่มเหม้าประชาสรรค์ หมู่ 5 ตำบลอุ่มเหม้า อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าตรวจค้นจับกุม

      ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่หลังดังกล่าวตามที่สายรายงาน พบนายกิตติพงศ์ คุ้มทอง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ 3 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ภายในกระเป๋าที่สะพายข้างสีดำ พบยาบ้า ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน แบบกดปิด-ดึงเปิด จำนวน 48 ถุง และถุงพลาสติกสีชมพู จำนวน 12 ถุง ทั้งหมดห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลมีเทปกาวพัน ภายในห่อด้วยกระดาษสีขาว มีตัวอักษร A ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น

      เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในตู้เสื้อผ้าในบ้าน พบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง ใส่ไว้ในขวดแก้วใสไว้ในกล่องโลหะสีฟ้า และยาไอซ์ บรรจุอยู่ในขวดแก้วจำนวน 2 ขวด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด มาตรวจนับ รวมยาบ้าจำนวน 12,245 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 45 กรัม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายกิตติพงษ์ เพื่อตรวจหาสารเสพติด ภายในร่างกายจากตัวอย่างปัสสาวะ จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม แล้วแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าและยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ “เยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ”

      ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ ๓๑๑/ชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่๓๐๓ สนับสนุนพิธีกร/วิทยากรให้กับหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนบางลางยะลา ในโครงการยุวประมง รุ่นที่ ๒๑ ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ โดยมีนาย สมชิต กรดแก้ว ประมง จังหวัดยะลา เป็นประธาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและป่าไม้ พร้อมดำเนินกิจกรรมนันทนาการกลุ่มสัมพันธ์สร้างความรักความสามัคคี ตลอดจนร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา และปลูกต้นไม้ ให้กับนักเรียน/เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมโรงเรียนเขื่อนบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน ๕๐ คน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

      สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สืบสานพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน
เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
      โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. พัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เกิดขึ้นจากการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและศูนย์อำนวยการใหญ่
จิตอาสาพระราชทาน 904 ซึ่งได้น้อมนำพระราชดำริ พระราชปณิธาน และพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ
      พระเจ้าอยู่หัว มาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีโครงการย่อยที่เกิดขึ้นรวม 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาลำน้ำ ลำคลองและคุณภาพชีวิตของชุมชนริมน้ำ, โครงการผลิตแผงโซล่าเซลล์เพื่อเป็นพลังงานทดแทนและสำหรับสำรองไฟกรณีฉุกเฉินให้แก่ประชาชน, โครงการผลิตเครื่องกำจัดมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และ PM 10 และการรับรองมาตรฐานสิ่งประดิษฐ์ภายใต้โครงการ, โครงการลดและคัดแยกขยะของชุมชน, โครงการนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน, โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ, การเพิ่มสวนหย่อม/สวนสาธารณะให้แก่ชุมชน, และโครงการจิตอาสาดับไฟป่าเฉพาะกิจ
      ทั้งนี้ เพื่อสืบสานพระราชดำริและต่อยอดโครงการดังกล่าว วช. จึงได้จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ในวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตำบลโพธิ์แตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ เวลา 09.00 น.กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดแรกในการดำเนินกิจกรรม เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษามีรายได้จากนำวัชพืชและผักตบชวามาทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรและจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในคลองและลำน้ำดีขึ้น และผลักดันให้เกิดเป็นต้นแบบชุมชนในการจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ต่อไป
      ​การดำเนินงานอาศัยข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชและผักตบชวา ที่สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบตั้งแต่การนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน งานหัตถกรรม การใช้เพื่อการบำบัดน้ำ การใช้เพื่อผสมเป็นอาหารสัตว์ การนำมาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการนำมาทำเป็นวัสดุปรับปรุงดินและปุ๋ย แต่กิจกรรมการนำวัชพืชและผักตบชวามาแปรรูปในการทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ดีและยั่งยืนที่สุด สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช. ได้นำนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ผลงานวิจัยของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับทุนสนันสนุนจาก วช. และ“ระบบคลังความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาลำน้ำ” บนเว็บไซต์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (www.krw.nrct.go.th) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาลำน้ำและชีวิต แก้ไขปัญหาลำน้ำได้ตรงความต้องการของชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ปรัชญา รัศมีธรรมวงศ์ รายงาน ภาพ/ข่าว

แถลงข่าวแรลลี่การกุศล (ครั้งที่ 2)กรุงเทพฯ- ระยอง -จันทบุรี

วันอังคารที่18 มิ.ย.62 เวลา18.00 น. คุณสนั่น- อำพัน เพ็ญพรหม (โอ่ง – บางนา) ผู้อำนวยการศูนย์มูลนิธิจราจร เขตบางนา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ณ ร้านไก่ย่างเขาสวนกวางหลังเซ็นทรัล บางนา แถลงข่าวแรลลี่การกุศล (ครั้งที่ 2)กรุงเทพฯ- ระยอง -จันทบุรี โดยมีท่าน พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิจราจร นายพลตำรวจตงฉิน นักจิตอาสา คุณไม้เอก ฤทธิ์ณประภา คุณเจเจมอร์นิ่ง คุณตุ๊กกี้ คุณแขกไพศาล เพชรพลอย อ.ธงชัย นิติกุล คุณกริชสุวรรณ ดีสุข อ.อ๊อฟ – มหาดไทย คุณธัญญา เต็มชำนาญ (น้ำฝน) คุณปภานนท สกุลบัณฑิต (ลูกเจี๊ยบ) คุณสุจินดา แย้มสุนทร (แป้งหอม) คุณมีโชค เต็มชำนาญ (โต้ง) คุณอภิชาติ เลิศศรีสัมพันธ์ (เฮียเซี๊ยะ- เมืองทอง) คุณสุมินตรา สร้างสุขดี พร้อมด้วย ร.อ.ดร.เมตตา เต็มชำนาญ “ทหารนักบุญ” ด้วยบรรยากาศ มีผู้ใจบุญ ร่วมแรลลี่การกุศลมูลนิธิจราจรร้อยกว่าทีม ท่านสมาชิก Line ที่เคารพ ที่มีจิตอันเป็นกุศลร่วมเดินทาง ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย62 ติดต่อคุณไม้เอกโทร. 083 6113000

โต้ง จิตอาสา – ถ่ายภาพ เลขาแอน – รายงาน

จัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายสำหรับการปฏิบัติราชการหลักสูตรวินัยและการรักษาวินัย แก่ข้าราชการในพื้นที่

ที่ห้องประชุมโรงแรมเกี่ยวอัน อ.เมือง จ.สระบุรี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายสำหรับการปฏิบัติราชการหลักสูตรวินัยและการรักษาวินัย แก่ข้าราชการในพื้นที่ จ.สระบุรี
โดยสำนักงานจังหวัดสระบุรี ได้จัดอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัยข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง รู้หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการทางวินัยได้อย่างถูกต้อง ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สามารถนำความรู้ เกี่ยวกับวินัย การรักษาวินัยมาเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ของทางราชการได้อย่างถูกต้อง และเป็นการเสริมสร้างวินัย การพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของข้าราชการ มีความรู้การดำเนินการทางวินัย มาตรฐานการลงโทษข้าราชการ ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างและป้องกันมิให้ข้าราชการกระทำผิดวินัย และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานได้ถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน/

ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

ผู้ว่าฯสระบุรี นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ลงพื้นที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เร่งพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตพร้อมเยี่ยมชาวบ้านและนักเรียนทุนพระราชทาน

วันที่19มิถุนายน​2552 นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี พร้อมคณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทย จ.สระบุรีมีนาย​ศราวุธ​ สุวรรณจูฑะ​ นายอำเภอวังม่วง พร้อมส่วนราชการในจังหวัดสระบุรี ออกให้บริการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่บริเวณวัดมณีโชติ ตำบลแสลงพัน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนระหว่างส่วนราชการของจังหวัดร่วมกับส่วนราชการของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ในการสะท้อนปัญหา อุปสรรค และความเดือดร้อนและความต้องการของคนในหมู่บ้าน ในชุมชน
ส่วนนายกิตติพงศ์​ มหิพันธ์​ นายกเทศมนตรี​ ตำบลแสลงพันร่วมลงพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆได้ตรงตามความต้องการของชาวบ้าน รวมทั้งการออกให้บริการคำแนะนำต่าง ๆ จากหน่วยงานราชการของจังหวัดและหน่วยงานภาคเอกชน
ในโอกาสนี้นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระบุรี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ยากไร้ในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้มอบของยังชีพและเครื่องใช้ที่จำเป็นและเงินทุนให้กับครอบครัว จากนั้นลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน มอบทุนการศึกษา สิ่งของเครื่องใช้ ให้กับครอบครัวนักเรียนทุนพระราชทาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่
ทั้งนี้ โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” เป็นการนำกิจกรรมและงานบริการในหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ออกไปให้บริการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนนำเสนอความเดือดร้อนหรือความต้องการของคนในพื้นที่ให้ทางจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขหรือให้การช่วยเหลือต่อไป/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

เบตง ปลัดอำเภอเบตง นำทีม อส. จับยาไอซ์ 1 ขีด รับสารภาพ เพื่อนชาวมาเลเซียซึ่งรู้จักช่วงที่ทำงานร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ว่าจ้างให้ขนไปส่ง ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท

วันที่ 18 มิ.ย.62 นายชาคร คงเสรีกุล ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายมานิตย์ ยศศักดิ์ ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ไปซุ่มดูบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่บริเวณชุมชนกาแป๊ะฮูลู กม.5 ถ.สุขยางค์ ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขายยาเสพติด
ต่อมาได้มีชาย หญิง ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว หมายเลขทะเบียน 1กข 1587 เบตง ผ่านมา ซึ่งตรงตามที่สายลับแจ้งไว้ เจ้าหน้าที่ อส. ชุดที่ซุ่มดู จึงวิทยุแจ้งให้ ปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ อส. ชุดจับกุม ตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราว บริเวณหน้ากุโบร์ ชุมชนกาแป๊ะกางา ถ.กาแป๊ะกอตอนอก ต.เบตง เพื่อเรียกขอตรวจค้น ทราบชื่อ นายวสันต์ สาแม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่2 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา เป็นคนขี่ และมี น.ส.แก้วตา หลงสมบุญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/461 หมู่2 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นั่งซ้อนท้าย ซึ่งทั้งสองคน ท่าทางมีพิรุธ ตัวสั่น หน้าซีด ขณะเจ้าหน้าที่เรียกขอตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจค้น พบยาไอซ์ 1 ห่อ น้ำหนักประมาณ 100.9 กรัม ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ พันด้วยเทปใส ซุกซ่อนอยู่ในกล่องไก่ KFC  แขวนอยู่บริเวณคอรถจักรยานยนต์
จากการสอบสวน ทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายอาเส๋ง ชายชาวมาเลเซีย ซึ่งรู้จักกับนายวสันต์ ช่วงที่ทำงานอยู่ร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ให้นำยาไอซ์จากบริเวณด่านพรมแดนเบตง แล้วขนยาไอซ์ ไปวางไว้ที่บริเวณข้างถนนในหมู่บ้านกาแป๊ะกอตอ จากนั้นจะมีลูกค้ามาเก็บไป โดยให้ค่าจ้าง 5,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ภาพ/ข่าว  โยธิน  ประชามตืรัฐ   อ.เบตง  จ.ยะลา  รายงาน

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบ 18 มงกุฎ โพสต์เฟซบุ๊กตุ๋นคนใจบุญรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กพิการ รับหาเงินเล่นเกมส์ออนไลน์

      วันนี้ วันพุธ​ที่​ 19 มิ.ย.62 ที่กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ เวลา 13.30 น.​: พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับ​การ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.4 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ จักรี กันธิยะ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 4​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.4 บก.ป.)​ และ​ นายฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล เจ้าของเพจเฟซบุ๊กนางฟ้าซาลอน

      ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายกีรติ ศรีคำมี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่ที่ 4 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 807/2562 ลงวันที่ 4 มิ.ย.62 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดย​สามารถ​จับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 70 ม.12 ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวว่า เมื่อปลายปี 2561 นางกันยา พวงนาค อายุ 43 ปี ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญในการบริจาคเงินและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อนำมาดูแลรักษา ด.ช.จตุพล พวงนาค อายุ 12 ปี บุตรชายที่เป็นผู้พิการซ้ำซ้อนและป่วยหนัก ผ่านทาง เฟซบุ๊ก กระทั่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด.ช.จตุพล ได้เสียชีวิตลง นางกันยาฯ จึงได้ปิดการรับบริจาค แต่เมื่อวันที่ 21 เมษายน​ 2562​ ที่ผ่านมา นางกันยาฯ พบว่ายังมีมิจฉาชีพบางรายฉวยโอกาสนำข้อมูลการขอความช่วยเหลือบุตรชายไปแอบอ้างหลอกลวงรับบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ จนทำให้สังคมและเพื่อนบ้านต่างเข้าใจผิด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวต่อว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้รับทราบเรื่องราวผ่านทางสื่อที่เคยมีการนำเสนอเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่ามีการโพสต์แอบอ้างเรียกขอเงินบริจาคจริง โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะใช้วิธีสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมาในชื่อว่า “ทีมช่วยเหลือเด็กและผู้สูงอายุ” และ “ช่วยเหลือคนไทย ทั่วประเทศ” จากนั้นก็จะนำข้อความเปิดรับบริจาคช่วยเหลือ ด.ช.จตุพลฯ โดยเปลี่ยนแปลงเลขบัญชีของตัวเอง ไปโพสต์ตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ กว่า 20 เพจ นอกจากนี้มิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวยังได้นำข้อมูลการบริจาครับเงินของเด็กพิการหรือผู้ป่วยรายอื่นไปที่ต้องการความช่วยเหลือไปกระทำการในลักษณะแอบอ้างหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกหลายกรณี ที่ผ่านมามีผู้ที่ใจบุญหลงเชื่อยอมโอนเงินให้กับมิจฉาชีพกลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

      พ.ต.อ.แมนฯ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวรวมถึงบัญชีธนาคารที่คนร้ายใช้รับโอนเงิน จนกระทั่ง​สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้กระทำผิดในคดีนี้ จำนวน 2 ราย คือ นายกีรติฯ ผู้ต้องหารายนี้ และ นายสุรศักดิ์ อนุอันต์ ก่อนจะสืบทราบว่าปัจจุบันนายกีรติฯ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายกีรติฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุรศักดิ์ฯ ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเป็นเพื่อนหมู่บ้านเดียวกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยช่วงแรกที่ก่อเหตุนั้นเป็นเพียงการทดลองทำกันเล่นๆ ไม่คิดว่าจะได้เงินจริง แต่พอก่อเหตุแล้วเห็นว่าได้เงินจริงและมีคนหลงเชื่อโอนเงินมาให้ทุกวัน ประกอบกับตนเองมีปัญหาทะเลาะกับทางบ้านจึงไม่มีเงินใช้ และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องการเงินไปเล่นเกมออนไลน์ด้วยจึงก่อเหตุดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 4 เดือน

      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง​ จ.พะเยา ดำเนินคดีพร้อมกับขยายผลติดตามจับกุม นายสุรศักดิ์ฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น.ขอแจ้ง​ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ

      ด้วยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขออนุญาต​ แจ้งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร,การปิดการจราจร,จัดการเดินรถทางเดียว และ ห้ามจอดรถบริเวณพื้นที่จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญ พระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร,พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง,พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระลานพระราชวังดุสิต ในวันพุธที่ 20 มิถุนายน​ 2562 จึงขอแจ้งให้ประชาชน​ได้รับทราบ ตามแผนที่แนบมาต่อไป​

ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอ.รมน. รับไม้ต่อ คสช. หลังสิ้นอำนาจ งัดกฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคง

      กอ.รมน. เตรียมรับไม้ต่อ คสช. ดูแลความสงบ ระบุใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง สานงานต่อ พร้อมบูรณาการ ประสานทุกหน่วยงาน ดูแลประชาชน หลัง ครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณฯ
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงปรับโอนหน้าที่ของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ให้กับกอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว ว่า

      หลังจากที่รัฐบาลใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว การทำงานของ คสช. ก็จะยุติบทบาทลง แต่ในส่วนงานที่ผ่านมาทำแล้วยังเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ทำให้พี่น้องประชาชน ลดความเดือดร้อน และทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็จะยังดำเนินงานสานต่อไป ซึ่งการดำเนินงานของกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ ก็จะเข้ามาดูแล รับผิดชอบตามบทบาทอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายของแต่ละกระทรวง

      ในส่วนของ กอ.รมน. จะเข้ามาดูในภาพรวม ในประเด็นด้านความมั่นคง ในทุกมิติที่ทำอยู่ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการบูรณาการ ประสานงานผ่านหน่วยงานของกอ.รมน. ผ่านศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1-5 (ศปป.1-5), กอ.รมน.ภาค1-4 และกอ.รมน.จังหวัด ประเด็นหลักๆคือจะบูรณาการและขับเคลื่อนงานของกระทรวง เช่น หนี้นอกระบบ, การจัดระเบียบสังคม โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่คือ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 และนำมาบูรณาการกับกระทรวงต่างๆที่มีกฎหมายรองรับอยู่ เข้าไปขับเคลื่อนดูแลแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบ และลดความเดือดของพี่น้องประชาชน

      เมื่อถามว่าในเรื่องของการจัดระเบียบสังคมที่ทางคสช.ได้ดำเนินการมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์ หรือ วินรถตู้โดยสาร จะดำเนินการต่อไปอย่างไร พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องดำเนินการต่อไปโดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยกอ.รมน.จะทำหน้าที่ประสานงาน บูรณาการขับเคลื่อนให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบยึดถือการดำเนินที่ผ่านมาเป็นกรอบแนวทางที่ได้วางแผนงานไว้

      “ทั้งนี้ กอ.รมน. ได้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ปี 2551 เป็นตัวดำเนินการ แล้วตอนนี้พยายามที่จะปรับให้สอดคล้องตามแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้ขอยืนยันว่า กอ.รมน. จะดูแลงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ สามารถแก้ปัญหาลดความเดือดร้อนส่งเกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด” โฆษก กอ.รมน. กล่าว