หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะครูนักเรียน และ ผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมกิจกรรม เดินเชิญชวนรณรงค์และประชาสัมพันธ์การต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2562 เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ณ.บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ เขตพระนคร กทม.

วันที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ฤทธิพันธ์ นันทศุภกร “ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร” เป็นประธานเปิด กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 พร้อมกันนี้ในงานมี ส.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันติ “ส.ส.กทม.เขต 1” พร้อมด้วย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย “ผกก.สน.ชนะสงคราม” , พ.ต.อ.บารเมษฐ์ มณฑา รอง.ผกก.ปราบปราม “สน.ชนะสงคราม” และ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” ร่วมเปิดงาน ณ.บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ โดยกิจกรรมในวันนี้จะเดินเชิญชวนรณรงค์และประชาสัมพันธ์การต่อต้านยาเสพติด ตั้งแต่ บริเวณสวนสาธารณะสันติชัยปราการ ถึง วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ เขตพระนคร กทม.

ทั้งนี้ในงานมี คณะผู้บริหารเขตพระนคร , คณะผู้บริหารสถานศึกษา , ครู , นักเรียน , จนท.ทหารสื่อสารที่ 1 , จนท.ตำรวจ สน.ชนะสงคราม , จนท. ป.ป.ส. , จนท.คุมประพฤติ , อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด , ข้าราชการและบุคลากร เขตพระนคร , และ ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นงานในวันนี้จะเริ่มปล่อยแถวขบวนเดินรณรงค์ไปตามถนนสายสำคัญต่างๆเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ให้ทุกคนตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหายาเสพติดโดยเส้นทางขบวนเดินรณรงค์งานในวันนี้ ( แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ดังนี้ )

> เส้นทางที่ 1 : เริ่มจากสวนสันติชัยปราการ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระสุเมรุ มุ่งหน้าแยกสะพานเฉลิมวันชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาธิปไตย มุ่งหน้าแยกวิสุทธิกษัตริย์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิสุทธิกษัตริย์ มุ่งหน้าแยกบางขุนพรหม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสามเสน สิ้นสุดที่สำนักงานเขตพระนคร

> เส้นทางที่ 2 : เริ่มจากสวนสันติชัยปราการ เลี้ยวขวาเข้าถนนพระอาทิตย์ ผ่านเข้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านถนนพระอาทิตย์ ผ่านออกประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านท่าพระจันทร์ มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนมหาราช สิ้นสุดที่วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ

เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และกลุ่มเยาวชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมแสดงพลังและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้กรอบแนวคิดและคำขวัญ “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด”…


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

“ปิดตำนานฉลามบูรพา” “บิ๊กป๊อก” เป็นประธานพิธีฌาปนกิจ นายสมชาย คุณปลื้ม “กำนันเป๊าะ” ชาวบ้านร่วมงานนับหมื่น

      เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่วัดแจ้งเจริญดอน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี มีพิธีฌาปนกิจ นายสมชาย คุณปลื้ม “กำนันเป๊าะ” โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีทอดผ้าและเผาศพ โดยมีพระพรหมมังคลาจารย์ “เจ้าคุณธงชัย” วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ผู้ร่วมทอดผ้าบังสุกุลประกอบด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง นายสุวิชชัย อัญชลีวิวัฒน์ นายกัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพัทยา และมี ส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีร่วมงาน อาทิ นายสุชาติชมกลิ่ม ส.ส.ชลบุรี ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีต ส.ส.ชลบุรี นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยังมีนักการเมืองและ ส.ส.จากจังหวัดต่างๆอีกหลายท่าน รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มาร่วมงานกันอย่างมากมาย โดยมีนางสติล ตุณปลื้ม ภรรยากำนันเป๊าะ นายสนธยา คุณปลื้ม น้องๆ ร่วมให้การต้อนรับผู้ที่มาในงานวันนี้อย่างดี

อ๊อฟไซด์ รายงาน

สืบสวนนครบาล​ รวบกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง​ ก่อเหตุทะเลาะวิวาท จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บพื้นที่ สน.บางนา

      วันนี้​ วัน​พุธที่ 26 มิ.ย.62 เวลา 14.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.),พลตำรวจ​ตรี​ สุคณ พรหมายน,พลตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.),พล​ตำรวจ​ตรี​ มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 5​ (ผบก.น.5)​ และ พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้​บังคับการ​สืบสวน​สอบสวน​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.สส.บช.น.)​

      ร่วมแถลงข่าวการขยายผลการจับกุมเจ้าหน้า​ที่​ตำรวจ​สน.บางนา ขยายผลการจับกุมคดีกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนมีผู้เสียชีวิต​ และได้รับบาดเจ็บในพื้นที่สน.บางนา​ โดยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา

      โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ระหว่างเวลาประมาณ 09.30 น. ถึงเวลาประมาณ 11.00 น.ได้มีเหตุกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง 2 ฝ่ายก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ระหว่างฝ่ายวินรถจักรยานยนต์รับจ้างจุดซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน กับฝ่ายวินรถจักรยานยนต์ หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งมีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน และมีการใช้อาวุธรุมทำร้ายกัน เป็นเหตุให้มีผู้รับบาดเจ็บ​ และเสียชีวิตโดยจากการสืบสวนพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีจุดเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา รวม 5 จุด ดังนี้
            1.ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 08.41 น. บริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนอุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ของนายประมุขฯ ได้นัดรวมตัวกัน รวมจำนวน 16 คน
            2.ช่วงเวลาประมาณ 10.44 น.ที่บริเวณปากซอยถนนอุดมสุข 1 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ เป็นจุดที่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 ฝ่าย ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน โดยใช้กระบอง ท่อนไม้ มีด ขวาน และค้อน เป็นอาวุธ โดยจุดนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งสองฝ่าย รวม 31 คน (ฝ่ายนายประมุขฯ 21 คน,ฝ่ายนายทนงฯ 10 คน)
            3.ช่วงเวลาประมาณ 10.50 น.บริเวณหน้าร้าน จ.รุ่งเรือง หลังตลาดอุดมสุข ซอยอุดมสุข 2​ แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ เป็นจุดที่นายประมุขฯ ถูกกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ของ นายทนงฯ จำนวน 15 คน รุมทำร้ายร่ายกายโดยมีท่อนไม้ ท่อนเหล็ก และค้อน เป็นอาวุธ เป็นเหตุให้นายประมุขฯ ได้รับบาดเจ็บ
             4.ช่วงเวลาประมาณ 10.54 น.ถึงเวลาประมาณ 11.20 น.บริเวณภัทราอพาร์ทเม้นท์ หลังตลาดอุดมสุข ซอยอุดมสุข 2 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ คือจุดที่กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ทั้งสองวินใช้เป็นเส้นทางในการเดินผ่านเข้า-ออก ไปยังชุมชนรุ่งเรืองเพื่อก่อเหตุช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.บริเวณหน้าปากซอยไปดีมาดี ชุมชนรุ่งเรือง แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ กลุ่มวินจักรยานยนต์ของนายประมุขฯ ได้ติดตามมาทำร้ายกลุ่มของนายทนงฯ ซึ่งหลบเข้าไปภายในชุมชนรุ่งเรือง โดยใช้ไม้ กระบอง หิน ท่อนไม้ และอาวุธปืน เป็นอาวุธ ซึ่งบริเวณนี้คือจุดที่นายวันชัย หรืออ้ำ มงคลเข็ม (กลุ่มนายประมุขฯ) ใช้อาวุธปืน ยิงเข้าไปภายในชุมชนฯ หลายนัด เป็นเหตุให้ นายวีรวัฒน์ หรือกานต์ พึ่งครุฑ เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 3 ราย ในบริเวณนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่าย รวม 27 คน

      สาเหตุ เกิดจากวินจักรยานยนต์ซึ่งมี นายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้า ตั้งอยู่บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ปากซอยอุดมสุข ซึ่งเป็นวินที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกต้องส่วนวินรถจักรยานยนต์ ซอยอุดมสุข 1 ซึ่งมีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน ได้รับอนุญาตถูกต้องซึ่งผู้ที่จะเข้ามาขับวินของ นายประมุขฯ จะต้องเสียค่าเข้าร่วมวิ่งเป็นเงิน 3,500 บาท และค่าเสื้อวินเดือนละ 3,000 บาท ส่วนวิน ของนายทนงฯ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดซึ่งวินของนายทนงฯ จะมีผู้โดยสารมากกว่าเนื่องจากประชาชนที่ใช้บริการ ถ้าลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุขเดินมาตามถนนอุดมสุขจะพบกับวิน ของนายทนงฯ ก่อน เป็นเหตุให้นายประมุขฯ ไม่พอใจและไม่ต้องการให้วินของนายทนงฯ มาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุนายประมุขฯ กับพวกได้วางแผนในการก่อเหตุโดยได้สั่งซื้อกระบอกยาง จากประเทศจีนโดยสั่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต มาก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน และนัดหมายกลุ่มจักรยานยนต์ในวินของตนเพื่อรวมตัวกันไปก่อกวนวินของนายทนงฯ เพื่อไม่ให้สามารถวิ่ง รับ-ส่งผู้โดยสารได้อีกต่อไปจนเป็นเหตุให้เกิดทะเลาะวิวาทกันส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

      สรุปจำนวนผู้เข้าร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 127 คนฝ่ายนายประมุขฯ จำนวน 84 คน (พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ 37คน) ที่เหลืออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ

      ฝ่ายนายทนงฯ จำนวน 43 คน (พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ 21คน) ที่เหลืออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ สรุปผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จำนวน 6 ราย -ผู้เสียชีวิต 1 ราย

      นายวีรวัฒน์ หรือกานต์ พึ่งครุฑ อายุ20ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ (ฝ่าย นายทนงฯ)
-ผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย
ฝ่ายนายประมุข

  1. นายประมุข วิเชียรดิลกกุล อายุ 44 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย
  2. นายวัชรินทร์ หรือกอล์ฟ งาเฉลา อายุ 33 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ
    ฝ่ายนายทนงฯ
  3. นายประเสริฐ หรือพงษ์ จำเริญพงษ์รัศมี อายุ 28 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย
  4. นายกฤตธน ศรีบุญมี อายุ 34 ปี ถูกฟันบริเวณศีรษะ (ฝ่าย นายทนงฯ)
  5. นายวุฒิชัย หรือเบนซ์ เทศเขียว อายุ 27 ปี ถูกยิงบริเวณใบหู (ฝ่าย นายทนงฯ) สิ่งของที่ตรวจยึด 1.อาวุธปืน ขนาด .45 หมายเลขทะเบียน พช.4/4011 ไม่ปรากฏหมายเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก(ตรวจยึดจากนายเจริญฯ) ฝ่ายนายทนงฯ
    1. อาวุธมีด 1 เล่ม ฝ่ายนายทนงฯ
    2. กระบอกยาง ยาวประมาณ 47 นิ้ว จำนวน 31 อัน ฝ่ายนายประมุขฯ
      สิ่งที่ดำเนินการไปแล้ว
    3. ออกหมายจับ ผู้ต้องหา รวม 19 หมาย แบ่งตามฐานความผิดดังนี้
      1.1 ความผิด “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ,ซ่องโจร”จำนวน 7 รายจับกุมแล้ว 7 ราย ดังนี้ 1.นายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม 2.นายจีระพงษ์ หรือเบส วิบูลย์รัชกิจ 3.นายมานพ หรือเบียร์ มิ่งมงคล 4.นายปิยะ หรือหมู พวงเกสร 5.นายรังสรรค์ หรือเอ๊กซ์ ศรไชยากร 6.นายประมุข หรือมุข วิเชียรดิลกกุล 7.นายพันธ์ศักดิ์ หรือตั้ม พละทรัพย์
      1.2 ความผิด “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ , ซ่องโจร” จำนวน 7 รายจับกุมแล้ว 6 ราย ดังนี้ 1.นายสุวัฒน์ หรือใหม่ พงษ์มหันต์ 2. นายกิตติศักดิ์ หรือทวย รินรักษา 3. นายสัญชัยหรือบาส สุริยะไชย 4. นายนิวัฒน์ หรือใบ มาแก้ว5. นายทวีเกียรติ หรืออาร์ม สุทธิสนอง 6. นายวรวุฒิ หรือบิว เทศเขียว (นายฉัตรตระการ หรือมัส รื่นพิทักษ์ อยู่ระหว่างติดตามจับกุม)
      1.3 ความผิด “ซ่องโจร,ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมืองฯ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปฯ” จำนวน 5 รายจับกุมแล้ว 5 ราย ดังนี้ 1. นายวุฒิชัย หรือเบณซ์ เทศเขียว 2. นายธงชัย หรือบิ๊ก บุญกล่ำ 3. นายทวีสิทธิ์ หรืออม สุทธิสนอง 4. นายมงคล หรือเป้ บุญกล่ำ 5. นายทนง หรือนง แก้วเกิด
  6. จับกุม นายเจริญ หรือต่อ เจริญผล ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด .45 มม. (มีทะเบียน) จำนวน 1 กระบอก (จับกุมได้ในวันเกิดเหตุ)
  7. ขอหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายจำนวน 6 หลัง ผลการตรวจค้นไม่พบวัตถุพยานหรือสิ่งผิดกฎหมาย
  8. ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักกฐานเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดต่อไป

ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เตรียมจัดงาน Thailand Social Expo 2019 มหกรรมแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคม​ ที่ใหญ่ที่สุดของไทย

วันนี้ วันพุธ​ที่​ 26 มิ.ย.62 ที่ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ : นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานการแถลงข่าวงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน–Partnership for Sustainability” ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม จากประเทศไทยและอาเซียน กว่า 22 หน่วยงาน เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล​ และงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย เป็นการต่อยอด​ และขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาสังคมและประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน

นายปรเมธีฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาสังคมของประเทศไทย มีการดำเนินงานที่มุ่งมั่นในการผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้วยการพัฒนาระบบสวัสดิการและระบบการคุ้มครองทางสังคมรองรับการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และสร้างการรับรู้ในสังคม

พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศอย่างมีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทั้งนี้ ปี 2561 ที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคมจัดงาน Thailand Social Expo 2018​ ซึ่งเป็นการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีประชาชนผู้สนใจ​ จากทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนกว่า 35,000 คน ซึ่งนับว่าการจัดงานครั้งแรกประสบความสำเร็จ​ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

นายปรเมธีฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2562 กระทรวง พม. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมทุกภาคส่วน จากทั้งประเทศไทยและอาเซียน กว่า 22 หน่วยงาน กำหนดจัดงาน Thailand Social Expo 2019 ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน–Partnership for Sustainability” ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 – 20.00 น.ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล​ และงานมหกรรมด้านสังคมครั้งที่ 2 ของประเทศไทย และแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม รวมถึงการสร้างบทบาท การเป็นองค์กรนำในการพัฒนาสังคม อีกทั้งเป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสังคม​ และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและอาเซียน

นายปรเมธีฯ กล่าวต่ออีกว่า งาน Thailand Social Expo 2019 มีกิจกรรมสำคัญที่น่าสนใจมากมาย​ และหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย อาทิ สมัชชาเด็ก​ และเยาวชนแห่งชาติ วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหา
ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก และการยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาสังคม ในการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการของแต่ละหน่วยงาน โซนที่ 2 การบริการทางสังคม อาทิ บริการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรี ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ การทำบัตรประจำตัวประชาชน และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น

โซนที่​ 3 การแสดงบนเวทีและการแสดงนวัตกรรมทางสังคม โดยเฉพาะ Pavilion กลาง มีการแสดงผลงานการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ รวมทั้งการแสดงนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ การแสดง Application งานด้านสังคม และการแสดงบนเวทีกลาง อาทิ การแสดงดนตรีของคนพิการ Fight for Dream การแสดงจำอวดหน้าม่าน ตอน การให้ทานถูกวิธีลดวิถีการขอทาน

และโซนที่​ 4 การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและร้านอาหาร อาทิผลิตภัณฑ์ทอฝันbyพม.ผลิตภัณฑ์​ OTOP ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบูธนิทรรศการวิชาการ ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสังคมที่พร้อมนำเสนออีกมากมายภายในงาน
“ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ทุกช่วงวัย เข้าร่วมงาน Thailand Social Expo 2019 ระหว่างวันที่ 5–7 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อช่วยกัน ร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมพัฒนาสังคมไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป​ ”นายปรเมธี กล่าวในตอนท้าย

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์ได้ที่ https://web.facebook.com/ThailandSocialExpo/videos/1334507230032356/

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดศูนย์ฝึกอบรม หลักสูตร “นิติเวชเบื้องต้น​ และการรักษาวัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ”

      วันนี้​ วันพุธ​ที่​ 26 มิถุนายน 2562 เวลา​ 09.00​ น.​ ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัย
หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส กรุงเทพฯ : คุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พลตำรวจ​ตรี​ ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา จัดพิธีเปิดหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ “นิติเวชเบื้องต้นและการรักษาวัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ” [เต็มรูปแบบ]

      แก่อาสาสมัครของมูลนิธิฯ และมูลนิธิพันธมิตรทั่วประเทศ โดยให้ศูนย์ฝึกอบรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นศูนย์กลางภาคเอกชน และดำเนินการอบรมโดยวิทยากรหลักจากสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของอาสาสมัครในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ณ จุดเกิดเหตุ ทั้งในอุบัติเหตุ อุบัติภัย และสาธารณภัย ตามหลักสากล โดยมีคณะผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ร่วมโครงการอบรมฯ รุ่นที่ 1 ร่วมในพิธี

      คุณวิเชียรฯ กล่าวว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของหลักสูตรดังกล่าวเป็นอันดับต้นๆของหลักสูตรทั้งหมด ที่มูลนิธิฯมีการจัดอบรม อีกทั้งมูลนิธิฯ เป็นหน่วยงานในสังกัด “กลุ่มงานพิเศษ” สนับสนุนงานนิติเวชวิทยา โดยเจ้าหน้าที่ น.เขต (ชุดสีไพร) หนึ่งในทีมบรรเทาสาธารณภัย ของมูลนิธิฯ ทำหน้าที่สนับสนุนงานนิติเวชวิทยา โดยตลอดระยะที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรมและทบทวนหลักสูตรอยู่เป็นประจำ

      และในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ควบคู่กับระบบการปฏิบัติการ ด้วยการยกระดับศักยภาพอาสาสมัคร ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ไปถึงที่เกิดเหตุอันดับต้นๆ ให้มีองค์ความรู้ มีศักยภาพในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และหน่วยงานภาครัฐ ณ ที่เกิดเหตุ จึงได้ประสานกับสถาบันนิติเวชวิทยา ร่วมกันจัดโครงการอบรมฯ โดยศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดให้เป็นหลักสูตรพื้นฐานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นศูนย์กลางในการประสานอบรมหลักสูตรนี้แก่มูลนิธิพันธมิตรทั่วประเทศ

      พล.ต.ต.ภวัตฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณมูลนิธิฯ​ ที่ให้ความสำคัญในการจัดอบรมหลักสูตร“นิติเวชวิทยาเบื้องต้นและการรักษา วัตถุพยาน ณ จุดเกิดเหตุ” ซึ่งการอบรมดังกล่าวเป็นการอบรมที่ให้ประโยชน์สังคมในด้านกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้แก่อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง บทบาทของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเพื่อช่วยแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรักษาสภาพศพ และสถานที่เกิดเหตุ​ หลักการนิติเวชฯ

หลักการทางด้านนิติเวชศาสตร์เบื้องต้น และการเปลี่ยนแปลงหลังการเสียชีวิตเป็นต้น รวมถึงการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ และการประเมินเวลาตายเบื้องต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และอาสาสมัคร

      ศูนย์ฝึกอบรม มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ รวมถึงลดการสูญเสีย ด้านการกู้ชีพและบรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ความรู้โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอบรม เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และวิทยากรภายนอก ซึ่งมากด้วยความรู้ ความสามารถ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ทั้งนี้อาสาสมัคร ประชาชน และหน่วยงานใดสนใจ สามารถเข้าชมหลักสูตรได้ทางเว็บไซต์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.pohtecktung.org หรือโทร 02-225-0020 ต่อ ศูนย์ฝึกอบรม (ในวัน – เวลาราชการ)

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร : โทร 086-854-1418 รัตติยา โต๊ะสัน (บี) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร โทร.086-386-0257 เตือนจิต พุฒิพงศ์โภไคย (ส้ม) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร โทร.089-694-6935

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อำเภอวังโป่ง จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562

      นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธานเปิด กิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิดและคำขวัญ “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด” เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอวังโป่ง โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอวังโป่ง ได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 ภายใต้กรอบแนวคิด “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด”26 มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก และร่วมแสดงสัญลักษณ์โดยการสวมเสื้อสีเหลือง ในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อให้หมู่บ้านและชุมชน สถานศึกษา องค์กรเยาวชน องค์กรศาสนา สถานประกอบการ หน่วยงานองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ได้รับรู้และเข้าใจถึงโทษ พิษภัยจากยาเสพติด โดยมีนายณัฐพัชร์ ภัทรพิศิษฐ์ ปลัดอาวุโส อำเภอวังโป่ง กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ องค์กร ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวอำเภอวังโป่ง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวน 2,652 คน
      ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการปัญหายาเสพติด โดยนายอำเภอวังโป่ง ได้อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก และนำพลังมวลชนกล่าวคำประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด พร้อมปล่อยแถวระดมกวาดล้างยาเสพติด การจัดระเบียบสังคม และเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนทุกประเภท เพื่อปลุกกระแสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด ประชาสัมพันธ์ในสถานศึกษา หมู่บ้าน/ชุมชน และสถานประกอบการต่าง ๆ โดยมี น้องๆนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมแสดงกิจกรรมดังกล่าว ช่วยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลและถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช

      วันที่26มิถุนายน2562​ ท่านเจ้าคุณพระสุนทรธรรมภา​ณ​ เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี​(ธรรมยุต)​ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธแสงธรรม​ พร้อมพระราชธีราภรณ์​ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี​ (นิกาย)​ ร่วมเป็นประธานคณะสงฆ์​มีนายสมภพ​ สมิตะสิริ​ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีประธานฝ่ายฆารวาส มีหัวหน้าส่วนราชการ​ ผู้บริหารการศึกษา​ องค์การหารส่วนจังหวัดสระบุรี​ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น​ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกและประชาชน​ ร่วมพิธี
ตามที่มหาเถรสมาคมเห็นชอบให้กำหนดวันจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ​ สมเด็จพระสังฆราช​ สกลมหาสังฆปริณายก​ ซึ่งคณะสงฆ์ในจังหวัดสระบุรีร่วมกับจังหวัดสระบุรีได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์​ ณ​ อุโบสถ วัดพระพุทธแสงธรรม​ ตำบลหนองนาก​ อำเภอหนองแค​ จังหวัดสระบุรี​ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน​ ประชาชน​ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช​

/ดำรงค์ชื่นจินดา​ รายงาน

ผู้ว่าฯสระบุรีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2562 พร้อมนำกล่าวปฏิญาณตนประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด

      วันที่26​มิถุนายน​ 2562​ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีพิธีถวายสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียนและ เยาวชน มีนายพีระพล​ตันฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรีกล่าวรายงาน​ มีผู้ร่วมพิธีปฏิญาณตนประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด และเป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่เจ้าหน้าที่ หน่วยงาน สถานประกอบการ ผู้ปฎิบัติงานด้านป้องกันและปราบปรามด้านยาเสพติดดีเด่นทั้งส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่น อ่านสารนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี
ทั้งนี้องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือปฏิบัติร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด สำหรับวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2562 รัฐบาล และศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้กำหนดกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด โดยให้จังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด เพื่อให้ประชาชนในระดับพื้นที่ได้ร่วมแสดงพลังและเข้ามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกำหนดให้เดือนมิถุนายน 2562 เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ภายใต้คำขวัญ “มุ่งมั่น แก้ไข ขจัดภัยยาเสพติด”
ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสระบุรี ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด มีกิจกรรมประกอบไปด้วยนิทรรศการวันต่อต้านยาเสพติด นิทรรศการกองทุนแม่ของแผ่นดิน นิทรรศการของ TO BE NUMBER ONE และนิทรรศการการแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา ชมการแสดงดนตรีของนักเรียนโรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล การแสดงของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสระบุรีการแสดงของชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

แม่ทัพภาค 2 ลงพื้นที่มุกดาหาร ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย และมอบแนวทางการส่งมอบงาน กอ.รมน.มุกดาหาร

      มุกดาหาร แม่ทัพภาค 2 พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย และมอบแนวทางการส่งมอบงานของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยภายในจังหวัดมุกดาหาร ให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร

      เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อม พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. จ.มุกดาหาร พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน.กลุ่มงานแผนนโยบายและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหารให้การต้อนรับ พลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย และมอบแนวทางการส่งมอบงานของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยภายในจังหวัดมุกดาหาร ส่งไม้ต่อ ให้กับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร

      ณ ที่ห้องประชุมดอกช้างน้าว ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ หัวหน้ากลุ่มงาน กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร และ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 50 คน โดยผลการประชุมสรุป การส่งมอบงานโดยต้องเป็นไปอย่างมีระบบมีผู้รับผิดชอบชัดเจน กำลังพลต้องมีคุณภาพ แหล่งข่าวจะช่วยงานให้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ

      ต้องช่วยกันปลูกป่าให้ได้ 40 เปอร์เซ็นของพื้นที่ประเทศภายในปี 68 ให้ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ใช้งานขุนด่าน สร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่ หากมีข่าวโจมตีเชิงลบให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรีบตอบโต้ชี้แจงข้อเท็จจริงทันที ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ คสช.เข้ามาบริหารบ้านเมืองอาจมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง เราควรนำมาปรับแก้เพื่อเดินหน้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย งาน กอ.รมน. เกี่ยวข้องกับทุกส่วนราชการ ต้องร่วมบูรณาการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความพึงพอใจของประชาชน

      รัฐบาลให้ความสำคัญกับกล้อง CCTV เป็นอย่างมากเพราะช่วยลดอาชญากรรม ขอให้ตำรวจภูธรจังหวัดช่วยเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ขอให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และกองทุนพลังงาน มีงบประมาณสนับสนุน ซึ่งหลังจากมอบงานดังกล่าวเป็นทางการ พลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะเข้าเยี่ยมชมที่ทำการของ กอ.รมน. บนชั้น 2 ศาลากลาง จ.มุกดาหารก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำมาน้ำโขง อำเภอ เขมราฐเ จ.อุบลราชธานีต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงา

ตำรวจสันติบาลจับผู้ต้องหาค้ามนุษย์หนีหมายศาลจังหวัดพัทยามา 4 ปี

      วันนี้ 25 มิ.ย.2562 เวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ได้จับกุมตัวนายสยาม แก้วสุกใส อายุ 53 ปี ปัจจุบันพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 207/49 หมู่ 6 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งต้องคดีอาญา ในฐานความผิดกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ ไม่มาศาลตามกำหนดนัด พฤติการณ์จงใจหลบหนี ตามหมายจับของศาลพัทยาที่ บ.473/2558 ลง 2 ก.ย.2558 คดีหมายเลขดำที่ 4533/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 11812/2556 ของศาลจังหวัดพัทยา จึงได้สืบสวนและได้พบตัวนายสยาม แก้วสุกใส จำเลยตามหมายจับดังกล่าวขณะทำงานอยู่ในร้านโพไซดอนคาร์แคร์ ซอยโพธิสาร ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ตรวจสอบเอกสารบัตรประจำตัวพร้อมสอบถามแล้วรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับและไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน จึงได้แจ้งเหตุแห่งการจับกุม พร้อมทั้งแจ้งสิทธิผู้ต้องหาให้ผู้ถูกจับทราบด้วยว่า (1) พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว (2) ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ในชั้นสอบสวน (3) ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร (4) ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย (5)ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับแล้ว ขอไม่ให้การใดๆทั้งสิ้น จึงควบคุมผู้ถูกจับนำส่งศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย


ภาพ/ข่าวนายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา ชลบุรีรายงาน