ร้องกองปราบฯ​ ล่าตัว จ.ส.อ.สังกัดจเรทหารบก หลอกซื้อดาวน์รถก่อนเชิดหนี

      วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 15 พ.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายเลิศศักดิ์ บุญยืนวิทยะ อายุ 46 ปี และ หญิงสาวผู้เสียหายไม่ประสงค์ออกนาม จาก จ.ชลบุรี เดินทาง เข้าพบ รร้อยตำรวจ​เอก​ ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล รองสารวัตร​สอบ​สวนกอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​สว.สอบสวน กก.1 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกง กับเจ้าหน้าที่ทหาร ยศ จ.ส.อ. นายหนึ่งในสังกัดกรมจเรทหารบก (จ.ส.อ.ธรรมรัตน์ พักปิ่น) หลังหลอกดาวน์รถยนต์ผู้เสียหายก่อนเชิดรถหนี รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท

      นายรณณรงค์ฯ กล่าวว่า สำหรับทหารนายดังกล่าวนั้นจะมีพฤติการณ์เข้าไปทำทีติดต่อขอซื้อดาวน์รถยนต์ รุ่นต่างๆ กับทางผู้เสียหายที่มีการลงประกาศขายดาวน์รถยนต์ตามช่องทางต่างๆ โดยที่ยังไม่มีการเปลี่ยนสัญญาการซื้อรถกับทางไฟแนนช์ มีเพียงแค่การจ่ายเงินดาวน์ให้กับผู้เสียหายเจ้าของรถจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อได้รถของผู้เสียหายไปแล้วนายทหารคนดังกล่าวกลับนำรถไปขายต่อ และไม่มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้กับเจ้าของรถรวมถึงไม่มีการส่งค่างวดรถให้กับทางไฟแนนซ์ ทำให้เจ้าของรถที่ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่างวดรถส่วนที่เหลือ ที่ผ่านมาเฉพาะช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม 2562​ ที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจากนายทหารคนดังกล่าวแล้วจำนวน 4 ราย จากพื้นที่จ.กรุงเทพฯ,จ.ชลบุรี,จ.กระบี่ และ จ.นครราชสีมา

      นายรณณรงค์ฯ กล่าวต่อว่า โดยในส่วนของหญิงสาวผู้เสียหายรายนี้ที่ไม่ประสงค์ออกชื่อ นั้น จากการพูดคุยในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายทหารคนดังกล่าวได้ติดต่อผ่านคนรู้จักของผู้เสียหายรายนี้ผ่านทางเฟสบุ๊ค โดยทำทีเข้ามาขอซื้อรถยนต์กระบะในราคา 320,000 บาท ก่อนจะมีการตกลงทำสัญญาซื้อขายกันทางวาจา เมื่อวันที่ 20 มกราคม​ 2562​ ที่ผ่านมา โดยตกลงชำระงวดแรกในจำนวนเงิน 67,000 บาท งวดต่อไปจะจ่ายครั้งละ 9,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายเห็นว่าในช่วงที่มีการเจรจานั้น นายทหารคนดังกล่าวได้มีการนำบัตรประชาชนกับบัตรข้าราชการทหารมาแสดงตัวยืนยัน จึงเชื่อใจ อย่างไรก็ตามภายหลังจากได้รถไปแล้วนั้นนายทหารคนดังกล่าวกลับไม่ยอมชำระเงินค่างวดรถตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่าติดปัญหาบางอย่าง ก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ซึ่งเมื่อเดินทางไปตามหาที่บ้านพักย่านเกียกกาย ก็ไม่พบทั้งคนทั้งรถยนต์แต่อย่างใด

      ด้าน นายเลิศศักดิ์ฯ กล่าวว่า ส่วนของตน ทหารนายนี้ติดต่อมาขอซื้อดาวน์รถยนต์กระบะโตโยต้าวีโว้ ในราคา 95,000 บาท โดยอ้างว่าจะเป็นผู้ชำระค่างวดที่เหลือเอง แต่ยังไม่ขอทำการเปลี่ยนสัญญา ซึ่งเมื่อได้รถไปแล้วนั้นก็ออกลายเชิดรถหนีหายไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

      เบื้องต้น ร.ต.อ.ปราโมทย์ฯ ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานที่นำมามอบประกอบสำนวนสอบสวน ก่อนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รวบหนุ่มคลองหลวง เครือข่ายแก๊งค์สิบแปดมงกุฎฟิลิปปินส์ ตุ๋นเหยื่อลงทุนขายของออนไลน์ ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

เ      มื่อวัน​พุธ​ที่ 14 พ.ค.62​ เวลา 18.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และ พัน​ตำรวจ​โท​ ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)​

      ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายวีระพงศ์ จิตรวารี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/5 ม.5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 119/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย. 2562 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นคนอื่น จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 29/5 ม.5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

      ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายวีระพงศ์ฯ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกซึ่งเป็นแก๊งค์สิบแปดมงกุฎชาวฟิลิปปินส์และคนไทย มีพฤติการณ์เปิดเว็บไซต์หลอกชักชวนร่วมลงทุนทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูง จึงมีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนกับผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นจำนวนกว่า 30 ราย มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แต่เมื่อผู้ต้องหากลุ่มนี้ระดมเงินทุนจากผู้เสียหายได้แล้วกลับปิดเว็บไซต์หนี พร้อมกับขาดหายการติดต่อไปในที่สุด กระทั่งผู้เสียหายบางส่วนได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จนมีการออกหมายจับในภายหลัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายวีระพงศ์ฯ ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายวีระพงศ์ฯ ให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกับพวกก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่ตนทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คอยเปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือนำไปใช้ในการหลอกให้เหยื่อโอนเงินมาให้เพียงเท่านั้น โดยได้ค่าจ้างเปิดบัญชีธนาคารเพียงแค่ 4 พันบาท ส่วนขั้นตอนการหลอกลวงเหยื่อต่างๆนั้นตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ขณะที่หัวหน้าขบวนการกลุ่มดังกล่าวนั้นตนทราบแต่เพียงว่าเป็นหญิงชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งขณะนี้ยู่ระหว่างการหลบหนี เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวให้ สภ.บางกรวย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เงินซื้อโหวตเตอร์ “ปชป.” ไม่ได้ !!

นายวัชระ เพชรทอง อดีต.สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ามีการแทรกแซงจากภายนอกในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนพร้อมๆข่าวการเสนอเงินล้านเพื่อแลกกับการโหวต ซึ่งวัฒนธรรมพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อนใครรับเงินหรือตำแหน่งเพื่อแลกกับการโหวตหัวหน้าพรรคย่อมถือว่าทรยศต่ออุดมการณ์ของพรรคและพระแม่ธรณีบีบมวยผมจะลงโทษไม่ช้าก็เร็ว ผมเชื่อว่าเงินไม่สามารถซื้อโหวตเตอร์ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ แม้ปัจจัยภายนอกพยายามแทรกแซงอย่างหนักทุกวิธีการก็ตามแต่สมาชิกของพรรคก็ย่อมยึดถือในอุดมการณ์ของพรรคอย่างแน่วแน่ตามแนวทางที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไว้

บางคนกล่าวอ้างว่าจะขอเป็นรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในชีวิต โดยเขาไม่ใส่ใจเลยว่าเป็นการหนุนการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหาร และมีการสร้างกระแสบีบให้สมาชิกเห็นตามด้วย ทั้งๆที่รู้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่อายุสั้น ไม่มีเสถียรภาพและความมั่นคงใดๆ ก็ยังอยากเข้าไปเป็นรัฐมนตรีแม้ไม่กี่เดือนก็ตามที อ้างชาวบ้านนำหน้า เพียงเพื่อสนองความอยากของตนเองและเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูลเท่านั้น

มีนายพลนอกราชการบางท่านติดต่อผ่านผู้หญิงที่ชอบวิ่งเต้นโครงการต่างๆของรัฐให้แกนนำพรรคไปพบ บอกว่าประชาธิปัตย์จะเอากี่กระทรวงก็ได้ขอให้ไปคุยกันแต่ไม่มีใครไปท่านคือนายพลคนเดียวกับที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐทางภาคใต้คุยว่าให้เงินไปนิดเดียวยังได้สส.มามากถึงขนาดนี้เมื่อท่านมีเงินมาก อาจมีใครมาทำหล่นไว้ในรถของนักการเมืองหลายๆพรรคก็ได้ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ตราบใดที่ยังมีนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตราบนั้นเผด็จการทหารก็ยากที่จะมาครอบงำได้.

สำหรับผมเลือกนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรคในวันพรุ่งนี้ ส่วนท่านอื่นก็เหมาะในลำดับต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2562

      เมื่อวันเสาร์ที่​ 11 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยคุณวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย​ คุณสุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ,คุณสัก กอแสงเรือง กรรมการตรวจสอบฯ,ดร.สม จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการฯ,คุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ,คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการฯ,คุณนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการฯ,คุณนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการฯ,คุณชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และคุณธฤต โอภาสวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการฯ โดยมีเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2562

      และในเวลา 11.00 น.มีการบรรเลงดนตรีจีน (ป่วงเซียง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดยผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศสิงค์โปร์ (ฮั่วเซียอิมเง้าเสีย และมูลนิธิซุ่งเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เข้าร่วมพิธี

      โดยงานซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 11​ พ.ค.62​ ถึงวันที่ 16 พ.ค.62 จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีสวดมนต์ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) และรับชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร📱086-854-1418📲
สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418 ช่วยชีวิต🚑รักษาชีวิต🏥💉💊สร้างชีวิต🎓👪

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ทหาร ร่วมกำลัง 4ฝ่าย สกัดจับยึดยาบ้า 200,000 เม็ดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงลักลอบนำเข้า

      มุกดาหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีร่วม กอ.รมน.ฝ่ายปกครอง นรข.ตำรวจตระเวนชายแดน นำกำลังเข้าตรวจสอบตามแนวชายแดน พบถุงสีดำ 1 ถุง แกะออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวน 20 มัดๆละหมื่นเม็ด รวมจำนวน 200,000 เม็ด กองอยู่ริมตลิ่งริมฝั่งโขง บ้านสองคอน

      สืบเนื่องเมื่อกลางดึกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีแถลงข่าวจับยึดยาบ้า โดย พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กองกำลังรักษาความสงบภายใน จังหวัดมุกดาหารพร้อมกองกำลังฝ่ายความมั่นคงชุดตรวจยึดยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด ของกลางมาตั้งโต๊ะ แถลงข่าว สืบเนื่องจากกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กองกำลังรักษาความสงบภายในจังหวัด ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีเครือข่ายค้ายาบ้า 2 ฝั่งโขง ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกำลังขนยาบ้ามีจำนวนมากข้ามแม่น้ำโขงทางเรือหางยาวจะเข้ามาที่บริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสองคอน หมู่ 3 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

      จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงดังกล่าวนำกำลังร่วมเข้าดักซุ่มบริเวณที่ได้รับแจ้งแต่ไม่พบเรือหางยาวข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจึงแบ่งกำลังออกเดินเท้าลาดตระเวนตามแนวชายแดนริมฝั่งโขง ห่างจากจุดที่ได้รับแจ้งประมาณ 100 เมตร ได้พบถุงสีดำ 1 ถุง จึงแจ้งให้กองกำลังทราบ วางแผ่นเฝ้าระวังเตรียมรอให้เครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งไทยมารับเพื่อจับกุมแต่ไม่มีใครมารับ กลุ่มเครือข่ายยาบ้าไหวตัวทันไม่มารับยาบ้าดังกล่าว ซึ่งหลังจากโยนถุงยาบ้าเข้าริมตลิ่งก็แล่นเรือกลับฝั่ง สปป.ลาว

      เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ แกะถุงออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวน 20 มัดใหญ่ รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 200,000 เม็ด โดยเครือข่ายค้ายาบ้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านใช้วิธีไม่ใช้เครื่องยนต์หางยาวแล่นข้ามมาเป็นการเก็บเสียง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงดังจากเครื่องยนต์โดยใช้ไม้พาย พายเรือหนีข้ามไปในความมืด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางยาบ้า มาตรวจสอบอยู่ที่หน่วย นรข. แถลงข่าวก่อนนำของกลางยาบ้าส่ง สภ.หว้านใหญ่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


ฐานิตา, ธานินทร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เข้าร่วมกิจกรรม “รอมฎอนสัมพันธ์” (เปิดปอซอ)

      ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๔๑๑) เข้าร่วมกิจกรรม “รอมฎอนสัมพันธ์”(เปิดปอซอ) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในห้วงเดือนรอมฎอน ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้นำหมู่บ้าน, ชุมชนและผู้นำศาสนาในพื้นที่
ในการสร้างสภาวะเกื้อกูลการทำงานในพื้นที่ร่วมกัน ณ ห้องเรียนกองร้อย ตำรวจตะเวนชายแดนที่ ๔๔๗ หมู่ ๖ บ้านเจาะวา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวา

แม่ทัพภาคที่1มอบให้ รองแม่ทัพภาค 1 พร้อมคณะ มอบเตียงผู้ป่วย และรถเข็นผู้ป่วยสำหรับผู้ยากไร้เป็นโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ตามพระราชดำรัส

      เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 พลโท​ ณรงค์พันธ์​ จิตต์แก้วแท้​ แม่ทัพภาค 1มอบหมายพลตรี​ สันติพงษ์​ ธรรมปิยะ​ รองแม่ทัพภาค1 พร้อมคณะ เดินทางมามอบเตียงผู้ป่วยและรถเข็นผู้ป่วยผู้ยากไร้ตามโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว คณะมาถึง​กองบังคับการกรมทหารม้าที่4รักษาพระองค์
      มีพันเอก​ ศรัณย์​ รอดบุญธรรม​ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ นาย​ แมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​พลตรี​ อัศวิน​ บุญธรรมเจริญ​ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่18​ พันเอก​ เพิ่มศักดิ์​ ขุนโขลน​ รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดสระบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ​ นายทหารหน่วยขึ้นตรงแม่ทัพภาคที่1​ และจิตอาสา ให้การต้อนรับ จากนั้นคณะ ได้ออกเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 19 หมู่ 2 ตำบลเขาดินพัฒนา​ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ​ จังหวัดสระบุรี เพื่อมอบเตียง ให้กับนายสมัคร​ แก่นโลหิต ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนทางคณะฯได้เดินทาง ไปมอบเตียงผู้ป่วยให้กับนายระดม​ สุขธรรมา อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 5 ตำบลหนองกบ อำเภอหนองแซง​ จังหวัดสระบุรี จากนั้นคณะฯได้เดินทางไปที่วัดหนองหัวโพ​ ตำบลหนองหัวโพ อำเภอหนองแซง​ จังหวัดสระบุรี​ เพื่อถวายเตียงผู้ป่วยให้แด่​ พระทองดี​ พลสมัครและมอบเตียงให้นางต้อย​ ทาดาหา​ ที่บ้านเลขที่ 107/2 หมู่ 4 ตำบลปากข้าวสารอำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี แล้วทางคณะฯได้มอบรถเข็นผู้ป่วยให้กับนาย นายรวย​ พรมบุญ​ ผู้ป่วยที่เดินไม่ได้ และมอบรถเข็นผู้ป่วยให้กับบุตรสาวของ​ ร้อยตรีสมศักดิ์​ ถิ่นอุบล อยู่บ้านเลขที่ 53/119 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง​ จังหวัดสระบุรี พร้อมให้กำลังใจเด็กหญิง​ พรรณปพร​ ถิ่นอุบล​ ซึ่งป่วยไม่สามารถเดินได้​เพื่อเสริมสร้างให้กำลังใจแก่ผู้ป่วย​ ส่วนที่.. ผู้ป่วยทุกท่านนั้นตามที่คณะแม่ทัพภาคที่1ได้ไปเยี่ยมและมอบเตียงและรถเข็นผู้ป่วยทุกคนขอให้มีกำลังใจสู้ชีวิต พร้อมให้กำลังใจ/ดำรงค์ชื่นจินดาผู้สื่อข่าวสระบุรีรายงาน

งานครบรอบ 17 ปีแห่งการสถาปนาโรงพยาบาลสิริธร ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ”

      ในอดีต การเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลของประชาชนกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกและปริมณฑลเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องเดินทางระยะไกลๆ เพื่อเข้ามารักษาพยาบาลในกรุงเทพมหานครชั้นใน จวบจนประมาณปี พ.ศ. 2520 คุณหญิงหรั่ง กันตารัติ ผู้มีจิตกุศลได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายที่ดินแปลงขนาดใหญ่ จำนวน 84 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้กรุงเทพมหานครดำเนินการก่อสร้างกลุ่มอาคารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จำนวน 11 อาคาร บริเวณซอยอ่อนนุช 90 เขตประเวศ ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2534 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นชื่อโรงพยาบาลว่า “โรงพยาบาลสิรินธร” ต่อมา ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ได้เริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนจนถึงปัจจุบัน โดยสมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดโรงพยาบาลสิรินธร เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2550
       การก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 โรงพยาบาลสิริธรได้มีการพัฒนา ขยายบริการทางการแพทย์ที่มุ่งสู่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิและสถาบันร่วมสอนที่จะผลิตนักศึกษาแพทย์ กับคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เริ่มรับนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 1 ในปี 2561 มีการวางแผนพัฒนาอาคารสถานที่ บุคลากร ทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมในเชิงทักษะวิชาชีพ ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยประมาณวันละ 2,000 คน จำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยในจากเดิม 228 เตียงขยายเพิ่มเป็น 374 เตียง และมีเป้าหมายให้ถึง 403 เตียง ให้ได้ในปี 2563 โดยขยายการให้บริการในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม ศัลยกรรม และทารกแรกเกิด, มีการขยายการให้บริการหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย อายุรกรรมหญิง ศัลยกรรมชาย และหอผู้ป่วยพิเศษ, มีการเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยให้ครบวงจรในคลินิกวัณโรค คลินิกโรคไต คลินิกล้างไตทางหน้าท้อง, มีการขยายการให้บริการด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก, มีการขยายบริการด้านการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร, มีการขยายการให้บริการตรวจทางรังสีวินิจฉัยเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลประสิทธิภาพสูง Digital Mammography, เพิ่มการให้บริการทางทันตกรรมการฝังรากฟันเทียม โดยมีเครื่องมือคอมพิวเตอร์ทางด้านทันตกรรม (DENTIIScan) ช่วยในการรักษาที่แม่นยำ
       การจัดงานครบรอบวันสถาปนาครบรอบ 17 ปีครั้งนี้ ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ” ในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.
การจัดทางพิธีการ ที่บริเวณชั้น 3 อาคารบริการ ในพื้นที่ประมาณ 720 ตารางเมตร จุผู้ร่วมงานได้ถึง 1,000 คน มีนิทรรศการความก้าวหน้าของโรงพยาบาลสิริธร, มีสินค้า OTOP ของชุมชนในพื้นที่เขตประเวศ และเขตลาดกระบัง จำนวน 40 ร้าน และขอเชิญผู้ร่วมงานเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่บริเวณชั้น 1 ข้างอาคารบริการ
       พวกเราบุคลากรของโรงพยาบาลสิรินธร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นที่พึ่งที่มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วย ที่เข้ามารักษาตัวได้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างเป็นสุข ทั้งนี้พวกเราจะมุ่งพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้ก้าวทันกับความก้าวหน้าทางวิทยาการ และพร้อมให้บริการเต็มความภาคภูมิใจของชาวสิรินธรตลอดไป

      โรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ได้มีการพัฒนาการขยายบริการทางการแพทย์ ที่มุ่งสู่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ และสถาบันร่วมสอนที่จะผลิตนักศึกษาแพทย์กับคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทศโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมีการวางแผนปรับปรุงอาคารสถานที่ เพิ่มจำนวนเตียงรับผู้ป่วยใน 374 เตียง เพิ่มบุคลากร ทรัพยากรต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมในเชิงทักษะวิชาชีพ โดยปรับปรุงห้องผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มให้บริการแพทย์ทางเลือกมีการขยายการให้บริการตรวจทางรังสีวินิจฉัยเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอลประสิทธิภาพสูง Digital Mammography เพิ่มการให้บริการทางทันตกรรมการฝังรากฟันเทียม โดยมีเครื่องมือคอมพิวเตอร์ทางด้านทันตกรรม (DENTIIScan) ช่วยในการรักษาที่แม่นยำ มีการพัฒนาการเก็บข้อมูลผู้ป่วยด้วยคอมพิวเตอร์ (paperless) มีการเก็บภาพเอกซเรย์ดิจิตัล มีการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ในโรงพยาบาลด้วย wifi ความเร็วสูง ให้แล้วเสร็จในทุกจุดบริการภายในปีนี้ ภายใต้ธีม “โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ” ในวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมชม มีนิทรรศการความก้าวหน้า เลือกซื้อสินค้า OTOP ของชุมชนในพื้นที่เขตประเวศ และเขตลาดกระบัง
       หากประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ติดต่อได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสิรินธร เบอร์โทร 0 ๒๓๒๘ ๖๙00-๑๕ ต่อ 10454 หรือโอนเข้าธนาคารกรุงไทย สาขาเดอะพาซิโอ (ลาดกระบัง) ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลสิรินธร” เลขที่บัญชี 8๔๕ –0-03811-1

ทหาร ตร. ตรวจยึดยาบ้า 2แสนเม็ด บริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสองคอน

      เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 เวลา 21.30 น กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.กกล.รส.จว.ม.ห.,พลเรือตรี ระพีพงษ์ โสวรรณ ผบ.นรข.,นายปิติณัช นิธิศธานี นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร พ.อ.โกมล วงศ์อนันต์ หน. กลุ่มงานแผนนโยบายและการข่าว ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนที่ผ่านการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันภัยยาเสพติด(รสปส.) ว่าจะมีการ ขนย้ายยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณดังกล่าว จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ทราบ ตามข่าวสารที่ได้รับแจ้ง ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาที่บริเวณท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสองคอน หมู่ 3 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ ร้อยโท ลิขิต กองแก้ว หัวหน้าชุดสกัดกั้นยาเสพติดกองกำลังสุรศักดิ์มนตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประสาน พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร /หัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.จังหวัด ม.ห. ,พ.ต.อ.สุรจิตร์ วิวรรธน์สมบัติ ผกก.ตำรวจภูธรหว้านใหญ่ พร้อมด้วยเ จนท.จาก กกล.รส.ชป.หว้านใหญ่ ,สภ.หว้านใหญ่,ปกครอง อ.หว้านใหญ่,กอ.รมน.จังหวัดม.ห. ,นรข.มุกดาหาร และ ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร ประชุมวางแผนแล้วลงพื้นที่ดักซุ่มที่บริเวณที่ได้รับรายงาน

      จนกระทั่งเวลา 21.30 น. จนท.ที่ดักซุ่มอยู่ได้สังเกตเห็นเรือกีบเพลายาว ได้วิ่งออกมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำริมเขื่อนท้ายหมู่บ้านสองคอน หมู่ 3 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร หลังจากนั้นคนขับเรือได้โยนสิ่งของบางอย่างขึ้นมาจากเรือจำนวน 1 ถุงใหญ่ จากนั้นคนขับเรือได้หันหัวเรือออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มดูประมาณ 30 นาที ไม่มีผู้ใดเข้ามารับสิ่งของดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบเป็นถุงสีดำ 1 ถุง แกะออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวน 20 มัดใหญ่ รวมยาบ้าทั้งหมด 2แสนเม็ด

      จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดมาตรวจนับที่สถานีเรือมุกดาหาร ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เราทำความดีด้วยหัวใจ จิตอาสาอำเภอชนแดนร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวน 2,710 ต้น เฉลิมพระเกียรติ

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการถนนสวย เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี โดยการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เป็นการสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงต้องการให้พสกนิกรรักต้นไม้ และเห็นถึงความสำคัญของต้นไม้ ป่าไม้ และแหล่ง โดยช่วยกันดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ สิ่งแวดล้อมให้เป็นสมบัติของแผ่นดินต่อไป
      ในการนี้ นายอำเภอชนแดน พร้อมด้วย อบต.ชนแดน ,สมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ ,หมวดการทางดงขุย ,หมวดการทางสามแยกวังชมพู ตลอดจน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชาวบ้านจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ ได้ร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 2,710 ต้น บริเวณเกาะกลางถนน เริ่มตั้งแต่ไฟแดงสามแยกซับพุทราจนถึงสะพานคลองหินเหล็กไฟ และอีกช่วงหนึ่ง ตั้งแต่ ออมสิน จนสุดเขตถนน 4 เลน รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อให้ออกดอกบานสะพรั่ง เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อีกทั้ง ยังเป็นการปรับภูมิทัศน์ตามเส้นทางเข้าตัวอำเภอชนแดน ให้มีความสวยงาม น่ามอง และส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทางหนึ่งด้วย

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว