บช.น.อบรมแก่ทีมงานโฆษก รองโฆษก ผู้ช่วยโฆษก และคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์

      วันนี้ วัน​พุธที่ 10 กค.62 เวลา 09.00 น. ณ ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.)​ เป็นประธานพิธีการเปิดอบรมด้านการประชาสัมพันธ์แก่ทีมงานโฆษก รองโฆษก ผู้ช่วยโฆษก และคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี พลตำรวจ​ตรี​ ธนธัช น้อยนาค ผู้บังคับการ​ประจำ​กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบก.ประจำ บชน.)​ ร่วมในพิธี

      ในการนี้ พลตำรวจ​ตรี​ จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง​ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รองผบช.น.)​ ได้บรรยายในหัวข้อ หน้าที่เกี่ยวกับงานด้านประชาสัมพันธ์ และ ดร.พนม ปีย์เจริญ ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อการสื่อสารเพื่อความสัมพันธ์ในโลกดิจิทอลโดยมีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 241 นาย

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บชน.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เเถลงข่าวการดำเนินคดีกับผู้ที่ลงข้อความและการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ในวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งส่งผลให้ ตร. ได้รับความเสียหายจากกรณีนายสิรวิชญ์ (จ่านิว) โดนทำร้ายร่างกาย

      วันที่ 10 ก.ค. 62 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต. ไพบูลย์  น้อยหุ่น ผบก.ปอท., พ.ต.อ. ศิริวัฒน์  ดีพอ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ขวัญชัย  พัฒรักษ์ รอง ผบก.ปอท. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เเถลงข่าวการดำเนินคดีกับผู้ที่ลงข้อความและการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ ในวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งส่งผลให้ ตร. ได้รับความเสียหายจากกรณีนายสิรวิชญ์ (จ่านิว) โดนทำร้ายร่างกาย ณ ห้องแถลงข่าว ตร. ชั้น 1 อาคาร 1 ตร.

      พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่าปฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกในสังคมอย่างกว้างขวางตามที่มีบุคคลใช้บัญชี FACEBOOK ชื่อ “เจ๊แน๊ต สุชานันท์” ได้นำเข้าข่าวในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนกในสังคมอย่างกว้างขวาง

      โดยมีเนื้อหาว่า เรื่องใหญ่ที่ท่านผู้การกองปราบ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ต้องเเก้ปัญหา..ที่มีตำรวจชั้นประทวนในสังกัด “กองปฏิบัติการพิเศษ กองปราบ 4 คน ไปช่วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เคยคุมกองปราบมาก่อน เลี้ยงตำรวจโจรในกองปราบไว้ใช้ ได้ก่อเหตุไปดักตีหัว “จ่านิว”และ”ฟอร์ด” กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นลูกน้องเเขนซ้ายของ พล.ต.อ.ประวิตร นั่นเอง และ รองช้าง หรือ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย หัวหน้าแก็งค์สีกากี ตามประทืบนักกิจกรรม เอกชัย,ฟอร์ด,จ่านิว ซึ่งไม่เป็นความจริง เข้าข่ายบิดเบือนหรือเป็น ความเท็จ

      เป็นเหตุให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย และประชาชนทั่วไปเกิดความสับสนตื่นตระหนก อันเป็นความผิดในข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน” ตาม ม.14(2) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่าเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา บก.ปอท. ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้แชร์ข่าว อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 13 ราย มีผู้มาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้วจำนวน 8 ราย ซึ่งทาง บก.ปอท. จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ร่วมพบปะสังสรรค์กับชมรมคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ไทย

      เมื่อเร็วๆนี้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมรองอธิบดี 3 ท่าน ร่วมพบปะสังสรรค์กับชมรมคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ไทย นำโดยประธานนายณรงค์ ปานนอก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น พร้อมยืนยันร่วมมือปลูกป่าฟื้นฟูต้นน้ำยม ปีที่ 4 ต่อไป ที่ภัตตาคารเอี่ยวไถ่ ซอยนวมินทร์ 60

พูดไม่เข้าหูในวงเหล้าโดนรุมสวนแทงดับอนาท !!

      สืบเนื่องเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เวลา 23:30 น. พ.ต.สมพล บุญทา สว.สอบสวน สน.ท่าข้ามรับแจ้ง มีเหตุเหตุทะเลาะวิวาทมีคนถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บไปเสียชีวิตที่ รพ.นครธน จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมสายตรวจพร้อมอาสากู้ภัย เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายในซอยพระราม 2 ซอย 58 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

โดยทางด้าน พ.ต.อ.ธีระ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม ลงพื้นที่ติดตามคดีนี้ทันที และ ต่อมาตามไปจับกุมตัวได้ โดยผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังชื่อ นายฤทธิศักดิ์ สุราราช อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 10 ต.เชิงชุม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พร้อม ด้วยของกลาง อาวุธมีดพกสั้น และ รถยนต์ ที่ใช้ในวันที่ก่อเหตุ

      ทั้งนี้จากการสอบถาม ผู้เสียหาย และ บาดเจ็บในคดีนี้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ในเวลาประมาณ 20:00 น. นายปิติพงศ์ฯ (ผู้บาดเจ็บ) พร้อมด้วย ผู้ตาย (ผู้เสียชีวิต) และมี นายฤทธิศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหา) พร้อมพวกได้นั่งดื่มสุราด้วยกันจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 23:30 น. ขณะทึ่พวกตนกำลังจะแยกย้ายกันกลับ โดยขณะนั้น ผู้ต้องหา คนก่อเหตุกำลังขึ้นรถยนต์ของตน เกิดมีเหตุหมางใจกันโดยต่อมา นายปิติพงศ์ฯ ได้เข้าไปทำร้าย นายฤทธิ์ศักดิ์ฯ โดยมี นายรุ่งศักดิ์ฯ เข้าช่วย ผู้ต้องหา คนก่อเหตุในขณะนั้นได้มีมีดพกสั้นอยู่ที่ตัว และ ต่อมา ผู้ต้องหา ได้ใช้อาวุธมีดพกสั้นดักล่าวเข้าไปแทงที่หน้าอกของ นายรุ่งศักดิ์ฯ และ ที่หัวไหล่ซ้ายของ นายปิติพงศ์ฯ โดย ผู้ต้องหา หลังจากก่อเหตุ ผู้ต้องหา ได้ขึ้นรถรถยนต์ขับหนีไป จนภายหลังมี พลเมืองดี ผ่านมาเจอและได้ช่วยนำผู้บาดเจ็บนำส่งเข้ารักษาตัวที่ รพ.นครธน และในเวลาต่อมา นายรุ่งศักดิ์ฯ ทนพิษบาดเเผลไม่ไหวและ เสียชีวิต ที่ รพ. ในเวลาต่อมา

      ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สน.ท่าข้าม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้ทำการซักถาม ผู้ต้องหาเบื้องต้นโดย ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเป็นคนลงมือก่อเหตุในคดีนี้จริง จากนั้น จนทฝตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมกด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อส่งดำเนินคดีต่อไป.


ขอบคุณข้อมูลข่าวสารภาพข่าว > Cr.ป๋าหรั่ง/ฝั่งธน “ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย”
เนื้อข่าว > ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

“หาดป่าตองปลอดภัย 24 ชั่วโมง”

-เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าตอง ร่วมประชุมฝึกซ้อมวางแผนการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการ #หาดป่าตองปลอดภัย24ชั่วโมง ที่เป็นการบูรณาการจากมทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันดูแลความปลอดภัยประชาชน, นักท่องเที่ยว ในพื้นที่บริเวณหาดป่าตอง

cr. เจ้าหน้าที่อส.อำเภอกะทู้, ไลฟ์การ์ดหาดป่าตอง ทม.ป่าตอง, อาสาไลฟ์การ์ดหาดป่าตอง และอาสาพิทักษ์หาดภาคกลางคืน มูลนิธิพัฒนาป่าตอง, เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต จุดป่าตอง และทีมงาน #จิตอาสา ทุกท่าน

– ป่าตอง #ภูเก็ต #น่าเที่ยวน่าอยู่อย่างยั่งยืน #เจ้าบ้านที่ดี #เมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

Cr:phuketandamannews
-สำนักข่าวความมั่นคง- จ.ภูเก็ต

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแพะพันธุ์ดี”พันธุ์แบ็ลคเบงกอล” ในโครงการทหารพันธุ์ดีตามรอยเท้าพ่อ(เกษตรอินทรย์)แผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก (กก.พธ.ทบ.) จังหวัดนครราชสีมา

      วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00น.
พิธีพระราชทานแพะพันธุ์ดี พันธุ์แบ็ลคเบงกอล จั ด ณ.พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายโดยมี พันเอกอนันต์ รักษาวงศ์ และคณๆะแผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก เป็นผู้รับมอบ แพะพันธุ์ดี”พันธุ์แบ็ลคเบงกอล” เพื่อนำมาเข้าโครงการทหารพันธุ์ดี ตามรอยเท้าพ่อ(เกษตรอินทรีย์)ในพี้นที่แผนกส่งกำลังเสบียง (กก.พธ.ทบ.)กองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

     พันเอกอนันต์ รักษาวงศ์ และคณะ ได้กล่าวคำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข้าพพระพุทธเจ้า พันเอกอนันต์รักษาวงศ์ ในนามของแผนกส่งกำลังเสบียง กองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก จ.นครราชสีมาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมทย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานแพะพันธุ์ดีแก่หน่วยงานของข้าพพระพุทธเจ้า สำหลับนำมาเลี้ยงในพื้นที่โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ(เกษตรอินทรีย์)เพื้อขยายและปรับปรุงพันธุ์ห้แพะพันธุ์ดีในโครงการฯและแจกจ่านแก่กำลังพล หน่วยงานต่างๆและราษฎรทั่วไปและเพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้แก่กำลังพล หน่วยงานต่างๆ และราษฎรที่สนใจต่อไป

      ข้าพระพุทธเจ้าขอตั้งปริธานว่าจเลื้ยงแพะที่ได้รับพระราชทานมาอย่างดีตามกำลังความสามารถ เพื่อให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับในครั้งนี้และเพื่อเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีแก่หน่วยงานของข้าพระพุทธเจ้า และกำลังพลข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัย ขออาราธนาคูณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อีกทั้งพระบารมีเดชานุภาพแห่วพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบูรมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดดลบันดาลอภิบาลให้ใต้ฝ่าละอองพระบาท ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม นี้คือคำกล่าวซาบซึ้ง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พันเอกอนันต์ รักษาวงศ์

      โครงการทหารพันธุ์ดี เดินตามรอยเท้าพ่อ(เกษตรอินทรีย์) พ.ธ.ทบ. ในพื้นที่แผนกส่งกำลังสะเบียง กก.พธ.ทบ. ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมนำแนวทางพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาตบพิตร มาดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในหน่วยทหาร และเป็นไปตามพระราโชบายของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบตินทรเทพยวรางกูร ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด อีกทั้งยังเป็นการน้อมนำแนวพระราชตำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเก็บเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ ไว้สำหลับแจกจ่ายประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติหรือขาดแคลน

ศุภเดช ธนูศร /ข่าว/ นครราชสีมา

สวนนงนุชพัทยานำช้างแสนรู้ 9 เชือกรวมหล่อเทียนพรรษา 9 วัด 9 ต้นสืบสานประเพณีไทย

วันนี้ 9 ก.ค.62 ที่บริเวณลานวิวัฒน์ สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 17 ก.ค. 2562 พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และช้างแสนรู้ 9 เชือก ร่วมประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษาอย่างพร้อมเพรียง โดยมีพระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
       นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรม “หล่อเทียนพรรษา 9 วัน 9 วัด 9 ต้น” ในครั้งนี้ สวนนงนุชได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการหล่อเทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่มีมาแต่โบราณกาล เพื่อร่วมสืบสานและรักษาประเพณีอันดีงามของพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันสำคัญให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้และร่วมทำกิจกรรม
โดยภายในงาน ได้มีน้องช้างจำนวน 9 เชือกร่วมหล่อเทียน ประกอบด้วย พังตรุษจีน,พังคอหญ้า ,พังชมพู่ , พังโจโจ้ ,พังรัฐธรรมมนูญ ,พลายยิ่งรวย,พลายตะวันฉาย ,พลายมีนา และพังเพชรพัทยา ก่อนจะนำเทียนไปถวาย ให้แก่ 9 วัด ได้แก่ วัดญาณสังวรารามวิหาร,วัดสัตหีบ,วัดสามัคคีบรรพต,วัดนาจอมเทียนวัดอัมพาราม,วัดบางเสร่คงคาราม,วัดเขาคันธมาทน์,วัดหนองจับเต่า และวัดทรัพย์นาบุญญารามเพื่อเป็นกุศลทานตามความเชื่อ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2562

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบลดประชากรลิงค่ายกรมหลวงชุมพรจับทำหมัน300ตัว

       วันนี้ 9ก.ค.62 นายไพโรจน์ มาลากุล ณอยุธยา นายกเทศมนตรีตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการควบคุมประชากรลิง ประจำปี 2562 ณ กองพันทหารขนส่ง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ผู้แทนหน่วยงานกองทัพเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ทีมสัตวแพทย์ เข้าร่วมในพิธีเปิด
       ตามที่ เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ได้จัดทำโครงการควบคุมประชากรลิงในค่ายกรมหลวงชุมพรเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรลิงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็วจนขาดความสมดุลทางธรรมชาติ ส่งผลให้แหล่งอาหารและพื้นที่หากินไม่เพียงพอ จึงเป็นเหตุให้ลิงต้องออกจาคปเพื่อหาอาหารและรุกเข้ามายังพื้นที่อาศัยของคนก่อให้เกิดปัญหาหลายประการเช่นบุกรุกเข้าไปดันข้าวของในสำนักงาน คุ้ยเขี่ยถังขยะห้อยโหนสายไฟฟ้าตลอดจนรื้อค้นขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน เช่นโรคฝีดาษลิง โรคเริมโรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น โครงการได้เริ่มมีการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2558ถึงปัจจุบันได้ทำหมันลิงไปแล้วทั้งสิ้น910 ตัวในจำนวนนี87 ตัวเป็นลิงตัวเมียสำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ได้จัดให้มีการทำประชาพิจารณ์เพื่อขอความ เห็นขอบจากคนในชุมชนแล้วก่อนเสนอโครงการเพื่อให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปและพันธุ์พืช พิจาณาอนุมัติให้เจ้หน้าที่ของกรมฯ ซึ่งประกอบด้วยทีมสัตวแพทย์ และทีมจับลิงเข้าร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว ในครั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายทำหมันลิงทั้งตัวผู้และตัวเมีย จำนวน 300 ตัว
       นายไพโรจน์ มาลากุล ณอยุธยา จากคำกล่าวรายงาน จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดจากการรบกวนของลิงในค่ายกรมหลวงชุมพรนับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้นทุกปี หากไม่ได้รับการแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน จึงนับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง การจัดทำโครงการควบคุมประชากรลิงโดยการทำหมันลิงเพื่อลดอัตราการเกิดของลิง ซึ่งจะเห็นผลในระยะยาวจึงเป็นทางออกอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้ในโอกาสนี้ผมขอขอบคุณหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่ได้จัดหาที่พักให้กับทีมงาน ตลอดจนเอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดงานและขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้อง จากทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือและคอยอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานเป็นอย่างดีผมขอให้การดำเนินงาน บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

แม่บ้านมหาดไทยสระบุรีขานรับนโยบาย “ครอบครัวมหาดไทย ห่วงใยสิ่งแวดล้อม” ยึดหลัก 3Rจัดการขยะอินทรีย์ในครัวเรือนเป็นทางเลือกใหม่เริ่มที่ จวนผู้ว่า บ้านพักรองผู้ว่า เป็นต้นแบบของการกำจัดขยะ

ปัญหาขยะนับวันจะทวีความรุนแรงและสร้างปัญหาเป็นวงกว้างทั่วประเทศ การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ตามหลัก 3R ที่ประกอบไปด้วยด้วย การลดการใช้ (Reduce) โดยให้ใช้ตามความจำเป็นหลีกเลี่ยงการใช้อย่างฟุ่มเฟือย รณรงค์ใช้วัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติโดยหลีกเลี่ยงการใช้โฟมและพลาสติก การใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดและการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การใช้แก้วน้ำแทนการใช้แก้วพลาสติคหรือถุงพลาสติก การบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่มีสภาพดีให้กับผู้ที่ขาดแคลน และสุดท้าย คือ การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เน้นการคัดแยกขยะในครัวเรือน เช่น การคัดแยกกระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะเพื่อรวบรวมให้ร้านรับซื้อของเก่า และที่สำคัญคือ การผลิตปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ที่เป็นแนวทางหนึ่งในการลดปริมาณขยะ
โดยทางแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีได้ขานรับนโยบาย “ครอบครัวมหาดไทย ห่วงใยสิ่งแวดล้อม”ของแม่บ้านมหาดไทย ในการใช้ที่ว่างสร้างอาหาร ด้วยวิธีการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้กับแปลงผักสวนครัว และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีได้ออกประชาสัมพันธ์ให้กับทุกภาคส่วน ได้รับทราบถึงวิธีการในการปฏิบัติ เน้นการสร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างพฤติกรรมในการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง โดยที่สำคัญที่ต้องทำให้เห็นว่า เรื่องขยะเป็นหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง และการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากในครัวเรือนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดที่สระบุรี ได้นำ ให้นำหลัก 3R ไปเริ่มปฏิบัติในจวนผู้ว่าราชการ และบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และจะขยายผลไปยังบ้านพักหัวหน้าส่วนราชการ และบ้านเรือนพี่น้องประชาชนต่อไป
สำหรับ การหมักขยะอินทรีย์ในถังหรือบ่อซีเมนต์ ซึ่งวิธีการนี้ทำให้เกิดการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์เป็นตัวย่อยสลายให้เกิดเป็นแร่ธาตุ เมื่อกระบวนการย่อยสลายเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลา 2-3 เดือน จะได้ปุ๋ยหมักใช้ผสมดินปลูกต้นไม้หรือเป็นปุ๋ย เพิ่มธาตุอาหารในดิน ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำได้ทันทีไม่ยุ่งยาก ไม่เกิดก๊าซกลิ่นเหม็น ได้ผลิตภัณฑ์เป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ใช้ที่ว่างสร้างอาหาร ด้วยวิธีการนำปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการรีไซเคิลมาใช้กับแปลงผักสวนครัว ที่ปลูกตามที่ว่าง ริมรั้ว ในกระถาง เป็นต้น

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

อธิบดีกรมการปกครองและคณะตรวจเยี่ยมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนสระบุรี

      วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา09.00น.​นายกองเอก​ อาทิตย์​ บุญญะโสภัต​ อธิบดีกรมการปกครองหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการ​ กองอาสารักษาดินแดนกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล​ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี​ มีนายกองเอก​ แมนรัตน์​ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี​ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชา​ ผู้ใต้บังคับบัญชาและกำลังพลให้การต้อนรับ คณะผู้ตรวจเยี่ยม พร้อมด้วยนายกองเอก​ พีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรี​ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ​ กองบังคับการ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี กล่าวรายงาน​ มีกำลังพล​ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรี​ ร้อยบังคับการและบริการจังหวัดสระบุรี​ จำนวน 50 นาย​ ตั้งแถวรอรับการตรวจเยี่ยม​ มีนายหมู่ใหญ่​ ทวีสุข​ เย็นตา​ผู้บังคับหมู่​ ได้รายงานเหตุการณ์ ต่ออธิบดีกรมการปกครองและคณะเพื่อรอรับการเคารพ จากกำลังพล​ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ
      จากนั้น นายหมวดโท​ รุ่งนิรันต์​ นามวิชา​ ผู้ควบคุมแถว ได้รายงานยอดกำลังพล จากอธิบดีกรมการปกครอง​ ได้ให้โอวาทแก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กำลังพลโดยให้ผู้แทนรับ​ ต่อจากนั้นผู้ตรวจคณะผู้ตรวจเยี่ยมรับฟังการบรรยายสรุปในการก่อสร้างอาคารกองร้อยบังคับการและบริการจังหวัดสระบุรีจากนั้นคณะฯได้ตรวจการก่อสร้างอาคารโดยมีผู้อำนวย​การ​ กองบังคับการ​ กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระบุรีได้นำตรวจอาคารที่กำลังก่อสร้างได้กว่า70%
ต่อมาคณะผู้ตรวจเยี่ยมได้เดินทางไปตรวจการปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดสระบุรี(หลังเดิม)​เพื่อติดตามการปรับปรุงตัวอาคารเพื่อมอบให้เป็นที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี​ มีว่าที่เรือตรี​ ศรัณยวัชร​ พูลสวัสดิ์​ นายอำเภอเมืองสระบุรีให้การต้อนรับและนำคณะตรวจการปรับปรุงอาคารที่กำลังปรับปรุงได้กว่า70% แล้วเช่นกัน

/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน